<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>แผนธุรกิจ Archives - Scholar</title>
	<atom:link href="https://www.scholaraccounting.com/tag/%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.scholaraccounting.com/tag/แผนธุรกิจ/</link>
	<description>แค่เว็บเวิร์ดเพรสเว็บหนึ่ง</description>
	<lastBuildDate>Tue, 25 Feb 2020 01:53:09 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2019/12/scholar-favicon.png</url>
	<title>แผนธุรกิจ Archives - Scholar</title>
	<link>https://www.scholaraccounting.com/tag/แผนธุรกิจ/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>การเริ่มธุรกิจในประเทศกลุ่ม AEC</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Feb 2020 03:35:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาของการทำบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=6108</guid>

					<description><![CDATA[<p>แนวทางการทำธุรกิจนั้น ไม่ว่าจะเป็นในไทยหรือในกลุ่มประเท [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8/">การเริ่มธุรกิจในประเทศกลุ่ม AEC</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="size-full wp-image-6178 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/32.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/32.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/32-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/32-768x644.png 768w" sizes="(max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>แนวทางการทำธุรกิจนั้น ไม่ว่าจะเป็นในไทยหรือในกลุ่มประเทศ AEC ล้วนมีหลักการพื้นฐานไม่ต่างกัน คือจะต้องมีการทำแผนธุรกิจ, วางระบบบัญชี และหาที่ปรึกษาบัญชี เพื่อป้องกันปัญหาของการทำบัญชี ส่วนรายละเอียดปลีกย่อย ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของประเทศนั้น ๆ ที่เราต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งต้องศึกษาให้ดีก่อนที่จะเริ่มธุรกิจ</p>
<p><strong>ประเทศไหนอนุญาตให้คนไทยไปทำธุรกิจได้</strong></p>
<p>ประเทศในกลุ่ม AEC มีความเหมือนและต่างกันในบางเรื่อง แต่การรวมกลุ่มก็เพื่อจะได้เอื้อประโยชน์แก่กันและกันในภูมิภาคนี้ ธุรกิจข้ามชาติก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้ทุกประเทศได้ขยายเครือข่าย เพื่อสร้างกำลังในกลุ่มประเทศ เพื่อเป็นอำนาจต่อรองในอนาคต การเปิดโอกาสให้มีการลงทุนจึงมีด้วยกันทุกประเทศ แต่ด้วยเหตุปัจจัยหลายอย่างทำให้การลงทุนมีความยากง่ายต่างกัน ลองมาดูว่า ประเทศไหนลงทุนยากง่ายต่างกันอย่างไร</p>
<p>ประเทศในกลุ่ม AEC ที่สามารถเข้าไปลงทุนได้ เรียงลำดับจากง่ายไปหายาก ดังนี้  สิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไน เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย กัมพูชา ลาว และเมียนมาร์ ส่วนไทยถูกจัดไว้ในอันดับที่ 3 รองจากมาเลเซีย ที่เปิดโอกาสให้ประเทศในกลุ่มเข้ามาลงทุนทำธุรกิจ</p>
<p><strong>สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจไปทำธุรกิจในกลุ่ม </strong><strong>AEC</strong></p>
<p>การลงทุนทำธุรกิจในประเทศให้เจริญเติบโตอย่างมั่นคงว่ายากแล้ว การทำธุรกิจในต่างประเทศยากกว่า เพราะมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้มากกว่าธุรกิจคือ เหตุปัจจัยต่าง ๆ ในเรื่องเหล่านี้</p>
<ol>
<li><strong>รู้จักแต่ละประเทศ </strong></li>
</ol>
<p><strong><u>อินโดนีเซีย</u></strong> ประชาชนเยอะก็จริง แต่ก็กีดกันการค้าพอสมควร และการตลาดแข่งขันสูง</p>
<p><strong><u>เมียนมาร์</u></strong> น่าลงทุนเกี่ยวกับสินค้าที่รัฐบาลอนุญาตให้ชาวต่างชาติทำ ซึ่งมีหลายกลุ่ม เช่น สินค้าเพื่อผลิตผลการเกษตร, เมล็ดพันธุ์พืช,  ปุ๋ย, ยาฆ่าแมลง, สินค้าประเภทอุปกรณ์การแพทย์ และสินค้าพวกวัสดุก่อสร้าง</p>
<p><strong><u>ฟิลิปปินส์</u></strong> มีภูมิประเทศที่เป็นเกาะ ค่าขนส่งแพง ถ้าจะทำควรตั้งโรงงานในเกาะที่สนใจเลย และที่นี่มีเขตเศรษฐกิจพิเศษ นักลงทุนจะได้รับการยกเว้นภาษี 6 ปี</p>
<p><strong><u>สปป.ลาว</u></strong> เป็นประเทศที่นักธุรกิจท้องถิ่นมีอิทธิพลสูง ถ้าจะลงทุนควรร่วมทุนไม่ใช่ไปลงทุนเองทั้งหมด</p>
<p><strong><u>เวียดนาม</u></strong> เป็นประเทศที่มีตลาดชนชั้นกลางขนาดใหญ่ สนใจเรื่องความงามและสุขภาพ การลงทุนต้องอิงภาครัฐ</p>
<p><strong><u>กัมพูชา</u></strong>  รัฐบาลเปิดเสรี เพื่อทำประเทศเป็นฐานการผลิตเพื่อการส่งออก</p>
<ol start="2">
<li><strong> กฎหมายในประเทศนั้น ๆ</strong> <strong>&#8211; กฎหมายเป็นสิ่งที่ผู้เข้าไปอาศัยต้องปฏิบัติตาม ยิ่งในประเทศที่มีความเคร่งครัดด้วยแล้ว จะมาทำอะไรตามใจอย่างไทย ๆ ไม่ได้ อาจส่งผลกระทบถึงธุรกิจทั้งทางตรงและทางอ้อม หากคิดจะไปลงทุนประเทศไหน นอกจากที่ปรึกษามีการ</strong><strong>วางแผนภาษี</strong><strong>ให้แล้ว ที่ปรึกษากฎหมายก็เป็นเรื่องสำคัญ</strong></li>
<li><strong> การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า</strong> <strong>&#8211; ทรัพย์สินทางปัญญา ก็เป็นอีกเรื่องที่คุณต้องเรียนรู้ เมื่อไปทำธุรกิจการค้าที่ต่างประเทศ แม้คุณจะมีการจดทะเบียนในประเทศแล้ว แต่ไปต่างประเทศก็ต้องศึกษาใหม่ เพราะแต่ละแห่งก็มักจะคุ้มครองเฉพาะธุรกิจในประเทศของตน </strong></li>
<li><strong>ศึกษาระบบการทำงานของประเทศนั้น ๆ </strong><strong>&#8211; แผนธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทยไม่ใช่ว่าจะนำไปใช้ได้กับทุกประเทศ เนื่องจากเงื่อนไขต่างกัน ค่านิยม ประเพณี วัฒนธรรม การดำรงชีวิต การจับจ่ายซื้อสินค้า รวมถึงลู่ทางการจัดจำหน่าย สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นอุปสรรคทั้งสิ้น</strong></li>
<li><strong>เงื่อนไขการลงทุน</strong> <strong>&#8211; การสนับสนุนการลงทุนของรัฐบาล มีส่วนเกี่ยวข้องที่จะทำให้ธุรกิจของคุณมีแนวโน้มไปต่อ หรือลงทุนแล้วต้องย้ายกลับประเทศ ถ้ารัฐบาลสนับสนุน คุณจะได้โอกาสพิเศษ</strong></li>
<li><strong>รู้กำลังของผู้บริโภคในท้องถิ่นที่คิดจะไปลงทุน</strong><strong> &#8211; เพื่อประเมินความเหมาะสมในการดำเนินธุรกิจ</strong></li>
</ol>
<p><strong>จะเห็นได้ว่า มีหลายสิ่งที่เป็นองค์ประกอบในการทำธุรกิจที่คุณจะต้องรู้ หากคุณไปทำธุรกิจยังต่างประเทศ เพื่อลงทุนแล้วไปต่อได้ นั่นคือสิ่งที่คุณต้องรู้เมื่อไปทำธุรกิจในต่างประเทศ </strong></p>
<p><strong> </strong><strong>เริ่มธุรกิจในประเทศกลุ่ม </strong><strong>AEC อย่างไร</strong></p>
<p>การเริ่มธุรกิจในประเทศกลุ่ม AEC นั้น ควรเริ่มต้นตรงไหนก่อน ระหว่างความสนใจของคุณ ความถนัด หรือประเทศที่ตอบโจทย์สิ่งที่คุณต้องการ ลองมาดูรายละเอียดกัน</p>
<ol>
<li>เลือกประเทศที่สนใจไปลงทุนทำธุรกิจ ภาพกว้าง ๆ ของแต่ละประเทศ มีความน่าสนใจน่าลงทุนต่างกัน</li>
<li>ธุรกิจที่คุณสนใจเหมาะกับประเทศนั้นหรือไม่ และเจาะลึกรายละเอียดลงไปว่า เหมาะกับเมืองใด รวมถึงรัฐบาลสนับสนุนหรือไม่</li>
<li>หาที่ปรึกษาเพื่อการลงทุนแบบไม่ผิดพลาด ซึ่งควรจะเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือผู้มีประสบการณ์มาก่อน ถึงจะเป็นที่ปรึกษาของคุณได้</li>
<li>ควรทำธุรกิจในลักษณะไหน ลงทุนเอง หรือร่วมทุนกับนักธุรกิจของประเทศนั้น ๆ เพราะมีเงื่อนไขในบางประเทศเช่น สปป. ลาว ไม่ควรลงทุนเอง เราควรหาผู้ร่วมลงทุนในประเทศดังกล่าวซึ่งจะทำให้เราดำเนินธุรกิจได้ง่ายกว่า</li>
<li>สำรวจตลาด ทำวิจัยการตลาดถึงความน่าจะเป็นที่จะเกิดขึ้นหากเข้าไปลงทุน แม้มีที่ปรึกษาแล้ว ก็ยังต้องรอบคอบเพราะการลงทุนมีความเสี่ยง ซึ่งการสำรวจตลาด ทำวิจัย และการลงพื้นที่จริง จะทำให้ เห็นโอกาส และความเสี่ยง</li>
<li>เมื่อตัดสินใจที่จะลงทุน รวมถึงมั่นใจในความเป็นไปได้แล้ว ให้จัดสรรงบประมาณเพื่อการลงทุน หาที่มาของเงินลงทุน และต้องตระหนักว่า การลงทุนในต่างประเทศในกลุ่ม AEC บางประเทศ นอกจากจะศึกษาข้อมูลที่หาได้ ยังต้องเรียนรู้เรื่องการเมือง และผู้ทรงอิทธิพลนอกระบบอีก</li>
</ol>
<p>ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจเริ่มธุรกิจในประเทศกลุ่ม AEC ประเทศไหนก็ตาม ควรเป็นไปอย่างมืออาชีพ และไม่ประมาท เพราะทุกการลงทุนมีความเสี่ยง สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่ต้องการความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเริ่มธุรกิจในประเทศกลุ่ม AEC ลองเข้ามาติดต่อสอบถามกับทีมงานของ Scholar Accounting กันดูก่อน รับรองว่าคุณจะได้รับความรู้และข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img decoding="async" class="size-full wp-image-6139 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-5-2.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-5-2.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-5-2-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-5-2-768x644.png 768w" sizes="(max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8/">การเริ่มธุรกิจในประเทศกลุ่ม AEC</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แนวทางการขยายธุรกิจขนาดเล็ก</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%b2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Feb 2020 03:27:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=6103</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในตอนเริ่มต้นวางแผนธุรกิจนั้น เชื่อได้ว่าเจ้าของธุรกิจท [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%b2/">แนวทางการขยายธุรกิจขนาดเล็ก</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-6177 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/31.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/31.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/31-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/31-768x644.png 768w" sizes="(max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>ในตอนเริ่มต้นวางแผนธุรกิจนั้น เชื่อได้ว่าเจ้าของธุรกิจทุกคนจะต้องคาดหวังไว้ว่าธุรกิจจะต้องประสบความสำเร็จ ดังนั้นในช่วงเริ่มต้นนั้นผู้ประกอบการทุกคนจึงต้องเขียนแผนธุรกิจเป็นอย่างดี มีการวางระบบบัญชี, วางแผนภาษีในการดำเนินกิจการอย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่นและมีการจัดการที่มีประสิทธิภาพ นอกเหนือจากนี้ การทำธุรกิจยังต้องมีการจัดการด้านการขายและการตลาดเพื่อให้เข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้อย่างทั่วถึง ซึ่งความท้าทายอย่างหนึ่งของผู้ประกอบการก็คือการขยายขนาดของธุรกิจที่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะการเติบโตของธุรกิจไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่ต้องอาศัยความพยายามอย่างต่อเนื่องและใช้วิธีการที่มีประสิทธิภาพในการขยายธุรกิจที่มีดังต่อไปนี้</p>
<ol>
<li>ทำความเข้าใจลูกค้าให้ดี การที่ผู้ประกอบการจะสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่นิยมของลูกค้าและเกิดความต้องการซื้อเพิ่มขึ้นนั้นจะต้องทำความเข้าใจกับความต้องการของลูกค้าและกลุ่มเป้าหมายอย่างดีที่สุดก่อน โดยหนึ่งในวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการทำความเข้าใจสิ่งที่ลูกค้าต้องการก็คือการสำรวจและการวิจัยทางด้านการตลาด ผู้ประกอบการควรสำรวจความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่องและรับฟังความคิดเห็นของลูกค้าอย่างเต็มที่ แม้ว่าบางความคิดเห็นจะฟังดูโหดร้ายแต่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ประกอบการเข้าถึงความต้องการของลูกค้าได้อย่างดีที่สุด เพื่อที่จะทำให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่เหมาะสมกับความต้องการของตลาดในปัจจุบัน ยิ่งกว่านั้นมันจะช่วยทำให้บริษัทมองเห็นถึงจุดอ่อนของตนเองและเริ่มทำการปรับปรุงแก้ไขก่อนที่จะส่งผลเสียหายหลายอย่างตามมาในภายหลัง</li>
<li>สำรวจคู่แข่งและสถานการณ์การแข่งขันในตลาด วิธีการหนึ่งในการขยายขนาดธุรกิจอย่างรวดเร็วก็คือการเรียนรู้จากคู่แข่ง โดยผู้ประกอบการสามารถใช้การทดสอบเชิงเปรียบเทียบ เช่น เปรียบเทียบเว็บไซต์ของบริษัทที่มีการทำธุรกิจคล้ายคลึงหรือใกล้เคียงกับธุรกิจของเรา โดยการใช้เครื่องมือเพื่อเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกที่ทำให้ผู้ประกอบการสามารถเปรียบเทียบการออกแบบเว็บไซต์, เนื้อหา, ข้อความที่ใช้ รวมถึงรายละเอียดอื่น ๆ อย่างเช่น ช่องทางการทำตลาดเพื่อให้รู้ว่ากลยุทธ์ใดที่ใช้แล้วได้ผลและประสบความสำเร็จมากที่สุด จากนั้นจึงนำรายละเอียดของข้อมูลเชิงลึกดังกล่าวมาวางแผนธุรกิจของตนเอง ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีการขยายธุรกิจที่ทำได้รวดเร็วที่สุดและมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงเพราะกลยุทธ์ที่เลือกนำมาใช้นั้นได้รับการพิสูจน์จากบริษัทอื่นมาแล้วว่าใช้ได้ผลจริง</li>
<li>ใช้ Social media ให้เป็นประโยชน์ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในทุกวันนี้ Social media มีอิทธิพลอย่างมหาศาลต่อการรับรู้และความคิดของผู้คน ดังนั้นมันจึงเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการส่งต่อความคิดหรือเนื้อหาที่ธุรกิจต้องการนำเสนอไปยังผู้คนหลายร้อยหลายพันคนได้ในเพียงครั้งเดียวโดยที่เสียค่าใช้จ่ายน้อยมากเมื่อเทียบกับการทุ่มงบทำการตลาดแบบอื่น ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องมีการวางแผนธุรกิจเพื่อให้บริษัท, สินค้า และผลิตภัณฑ์ของบริษัทอยู่ในกระแสของ Social media อยู่เสมอ เพื่อกระตุ้นความสนใจและการมีส่วนร่วมของลูกค้าที่จะทำให้การขยายธุรกิจเป็นไปได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วมากขึ้น วิธีการที่ธุรกิจส่วนใหญ่ใช้กันก็คือการสร้าง Account ในแพลตฟอร์ม Social media ต่าง ๆ เพื่อสื่อสารกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายอย่างใกล้ชิด รวมถึงการใช้ Influencer หรือคนที่มีอิทธิพลใน Social media มาช่วยนำเสนอสินค้าและบริการซึ่งจะช่วยกระตุ้นความสนใจและเพิ่มยอดขายได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังทำให้บริษัทเป็นที่รู้จักในวงกว้างซึ่งจะช่วยให้ขยายขนาดกิจการได้อย่างรวดเร็ว</li>
<li>เพิ่มทุนในการดำเนินกิจการ การจะขยายขนาดของธุรกิจขนาดเล็กให้มีขนาดใหญ่ขึ้น มีการเติบโตมากขึ้นนั้น สิ่งสำคัญที่สุดก็คือเงินทุน ที่ต้องใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของตลาดได้มากขึ้น, นำเงินไปจ้างพนักงาน, ปรับปรุงพื้นที่ขาย และขยายสาขาใหม่เพื่อรองรับลูกค้าที่มีจำนวนมากขึ้น สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องใช้เงินทุนในการดำเนินการ ซึ่งวิธีการหาเงินทุนในการขยายกิจการทำได้ทั้งการนำผลกำไรที่ได้มาใช้ในการขยายกิจการ และอีกวิธีหนึ่งที่ใช้กันมากก็คือการขอสินเชื่อหรือกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน โดยบริษัทจะต้องมีการวางแผนบัญชีเพื่อให้รายการทางการเงินเป็นไปอย่างถูกต้อง มีการเดินบัญชีที่สม่ำเสมอ  และมีการวางแผนภาษีเพื่อการยื่นและชำระภาษีอย่างถูกต้องเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่สถาบันการเงินที่จะทำให้การอนุมัติวงเงินสินเชื่อเพื่อขยายธุรกิจขนาดเล็กเป็นไปได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว ซึ่งผู้ประกอบการสามารถเลือกใช้บริการที่ปรึกษาบัญชีเพื่อให้ระบบบัญชีเป็นไปอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และมีความน่าเชื่อถือ สามารถนำไปยื่นของสินเชื่อจากธนาคารและสถาบันการเงินต่าง ๆ เพื่อนำเงินมาลงทุนเพิ่มได้</li>
</ol>
<p>แนวทางการขยายธุรกิจขนาดเล็กนั้นสามารถทำได้ด้วยกันหลายวิธี ทั้งการวางแผนขยายธุรกิจด้วยการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่ถูกใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมายซึ่งจะช่วยเพิ่มยอดขายและเป็นโอกาสในการทำให้ธุรกิจมีการเติบโตมากยิ่งขึ้น รวมทั้งการวางแผนการตลาดและการใช้ Social media ให้เป็นประโยชน์ รวมทั้งการขอเพิ่มทุนในการขยายกิจการด้วยการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน  ซึ่งวิธีการหลังนี้ผู้ประกอบการต้องมีการวางแผนธุรกิจและมีการวางระบบบัญชีที่ถูกต้อง เพื่อให้ธุรกิจมีความน่าเชื่อถือและหากต้องการเพิ่มเงินทุนเพื่อการขยายกิจการโดยการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินผ่านได้อย่างง่ายดาย</p>
<p>สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่ต้องการความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางการขยายธุรกิจ ลองเข้ามาติดต่อสอบถามกับทีมงานของ Scholar Accounting กันดูก่อน รับรองว่าคุณจะได้รับความรู้และข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน<br />
<a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6181 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%b2/">แนวทางการขยายธุรกิจขนาดเล็ก</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>องค์ประกอบและขั้นตอนการทำแผนธุรกิจ</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Feb 2020 03:17:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชีสำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=6099</guid>

					<description><![CDATA[<p>การวางแผนธุรกิจเป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญในการดำเนินธ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2/">องค์ประกอบและขั้นตอนการทำแผนธุรกิจ</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6156 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/11.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/11.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/11-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/11-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>การวางแผนธุรกิจเป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการที่เปรียบเสมือนกับแผนที่ในการเดินทางที่จะทำให้ธุรกิจมองเห็นเป้าหมายที่ชัดเจนและมีแนวทางขั้นตอนต่าง ๆ ในการดำเนินธุรกิจที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการมุ่งเน้นที่เป้าหมายและสามารถวางแผนเพื่อรับมือความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นพร้อมทั้งสามารถปรับกลยุทธ์ต่าง ๆ ให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ได้อยู่ตลอดเวลา</p>
<p>องค์ประกอบของแผนธุรกิจประกอบไปด้วย</p>
<ol>
<li>บทสรุปใจความสำคัญของแผนธุรกิจซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่แสดงถึงคุณภาพของแผนโดยรวม โดยจะมีรายละเอียดของแนวคิดของธุรกิจ, โอกาสของธุรกิจ และกลยุทธ์ที่ใช้ ซึ่งส่วนนี้จะเป็นส่วนที่นำเสนอต่อผู้ร่วมลงทุนเพื่อประกอบการตัดสินใจอีกด้วย</li>
<li>ประวัติและความเป็นมาโดยย่อของบริษัท ซึ่งเป็นข้อมูลโดยทั่วไปของบริษัท รวมทั้งความตั้งใจในการดำเนินธุรกิจและเป้าหมายที่บริษัทต้องการให้เป็นในอนาคต</li>
<li>SWOT Analysis เป็นการวิเคราะห์สถานการณ์และปัจจัยสำคัญ ๆ ต่าง ๆ โดยใช้เครื่องมือ SWOT Analysis ที่ใช้ในการวิเคราะห์ (Strengths), จุดอ่อน (Weaknesses), โอกาส (Opportunities) และ อุปสรรค (Threats) ในการดำเนินธุรกิจ</li>
<li>วัตถุประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินธุรกิจ ซึ่งประกอบไปด้วยเป้าหมายเฉพาะด้าน อย่างเช่น เป้าหมายทางการเงิน, เป้าหมายทางด้านการตลาด และเป้าหมายตามกำหนดระยะเวลาที่ประกอบไปด้วย เป้าหมายระยะสั้น, เป้าหมายระยะกลางและเป้าหมายระยะยาว ซึ่งเป้าหมายของธุรกิจที่ควรเขียนไว้ในแผนธุรกิจ ควรเป็นเป้าหมายที่มีโอกาสที่จะบรรลุเป้าหมายได้ สามารถวัดผลได้อย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม และมีเป้าหมายที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน</li>
<li>แผนการตลาด เป็นการกำหนดกลยุทธ์และกิจกรรมทางการตลาดเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและนำเสนอสินค้าหรือบริการให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายมากที่สุดเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการไม่ว่าจะเป็นยอดขาย, ความนิยมในตัวสินค้าหรือบริการ หรือความเชื่อมั่นของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น</li>
<li>การจัดการทรัพยากรมนุษย์ ในการประกอบธุรกิจทุกประเภทนั้น คน ถือว่าเป็นกำลังหลักที่มีความสำคัญมากที่สุด ดังนั้นจึงต้องมีการวางแผนจัดหาและจัดสรรกำลังคนให้เหมาะสมกับงานที่ทำ</li>
<li>แผนการผลิตและ/หรือแผนปฏิบัติการ เป็นการวางแผนกระบวนการผลิตและการปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ ลดต้นทุนและมีการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ในการผลิตอย่างคุ้มค่ามากที่สุด</li>
<li>แผนการเงิน การดำเนินการทางการเงินของบริษัทมีอยู่ด้วยกัน 3 ส่วนคือ การหาเงิน, การตัดสินใจเพื่อการลงทุน และการดำเนินงานทางด้านการเงินต่าง ๆ เช่น การซื้อขาย, ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ซึ่งบริษัทจะต้องมีการวางแผนบัญชี โดยอาจขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาบัญชีเพื่อวางแผนจัดทำงบการเงินและบัญชีสำหรับผู้บริหาร เพื่อให้ทราบกิจกรรมทางการเงินของบริษัทเพื่อประกอบการตัดสินใจดำเนินงาน</li>
<li>แผนการดำเนินงาน โดยต้องมีการกำหนดกลยุทธ์ในด้านต่าง ๆ อย่างครบถ้วนโดยมีรายละเอียดของการดำเนินงานอย่างชัดเจน ซึ่งในส่วนนี้จะรวมถึงการวางแผนให้ครอบคลุมถึงปัญหาและความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างครอบคลุมและครบถ้วน</li>
</ol>
<p><strong>ขั้นตอนการทำแผนธุรกิจ</strong></p>
<p>การทำแผนธุรกิจนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ประกอบการมองเห็นเป้าหมายของธุรกิจที่ชัดเจน ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถกำหนดแนวทางในการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งวางแผนการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งขั้นตอนในการทำแผนธุรกิจที่ประสบความสำเร็จประกอบไปด้วยขั้นตอนต่าง ๆ ดังต่อไปนี้</p>
<ol>
<li>กำหนดวิสัยทัศน์ของบริษัทให้ชัดเจน เพื่อให้พนักงานและลูกค้าได้คำตอบที่ชัดเจนว่าบริษัทมีเป้าหมายอย่างไร และกำลังขับเคลื่อนธุรกิจไปในทิศทางไหนเพื่อเป็นการกำหนดเป้าหมายระยะยาวของการทำธุรกิจ</li>
<li>ศึกษาและทำความเข้าใจกับธุรกิจที่กำลังจะทำให้มากที่สุด โดยใช้เครื่องมือ SWOT เพื่อวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อน รวมทั้งโอกาสและอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจเพื่อใช้ในการคาดการณ์การเจริญเติบโตของธุรกิจ และทำให้สามารถวางแผนกลยุทธ์ได้อย่างเฉียบคมและมีประสิทธิภาพ</li>
<li>กำหนดเป้าหมายระยะสั้นที่สามารถปฏิบัติได้จริงเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างต่อเนื่องไปจนถึงเป้าหมายระยะกลางและระยะยาว ซึ่งเป้าหมายควรเป็นเป้าหมาย M.A.R.T (specific, measurable, actionable, reasonable, timely) ซึ่งมีความเฉพาะเจาะจง วัดผลได้ สามารถดำเนินการได้จริง มีความสมเหตุสมผลและทันต่อเวลา</li>
<li>เขียน Action plan หรือแผนปฏิบัติการซึ่งเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการวางแผนธุรกิจและการพัฒนากลยุทธ์ เพราะแม้ว่าจะมีการวิเคราะห์และวางแผนอย่างดีแค่ไหนก็ตาม แต่หากไม่มีการนำไปปฏิบัติจริง ทุกอย่างที่ทำมาก็ไร้ผล ดังนั้นจึงต้องเขียน Action plan ที่ใช้งานได้ จะต้องง่ายต่อการเปลี่ยนแปลงและอัพเดท แต่ต้องมีความเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับงานที่คุณกำลังทำ รวมทั้งระบุรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพยากรที่ใช้และวิธีการวัดผล</li>
<li>วางระบบบัญชี โดยปรึกษากับที่ปรึกษาบัญชีที่มีความสามารถและมีประสบการณ์สูง เพราะบริษัทจะต้องมีการวางแผนบัญชีที่สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท เพื่อที่ผู้ประกอบการจะได้รู้ถึงผลการดำเนินงานที่แท้จริงและรู้ถึงความเสี่ยงต่าง ๆ ในการดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้การวางระบบบัญชีที่ยังมีผลต่อเนื่องไปถึงการคำนวณภาษีที่ถูกต้อง ซึ่งจะทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและไม่มีปัญหาในเรื่องของการยื่นภาษีและได้จ่ายภาษีที่สมเหตุสมผล</li>
</ol>
<p>การทำแผนธุรกิจเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการจะต้องจัดทำขึ้นมาอย่างรอบคอบและมีรายละเอียดที่สำคัญอย่างครบถ้วน เพราะเป็นสิ่งที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนและวิเคราะห์ปัจจัยเกี่ยวข้องต่าง ๆ เพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยวัดถึงความเป็นไปได้ของธุรกิจที่จะลงทุนที่จะทำให้ผู้ประกอบการได้วางแผนการดำเนินธุรกิจและกลยุทธ์ต่าง ๆ เพื่อให้ธุรกิจประสบความสำเร็จและไปได้ถึงเป้าหมายได้อย่างที่ต้องการ</p>
<p>สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่ต้องการความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำแผนธุรกิจ ลองเข้ามาติดต่อสอบถามกับทีมงานของ Scholar Accounting กันดูก่อน รับรองว่าคุณจะได้รับความรู้และข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6138 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-4-1.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-4-1.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-4-1-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-4-1-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2/">องค์ประกอบและขั้นตอนการทำแผนธุรกิจ</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปัจจัยของการทำแผนธุรกิจและความสำคัญต่อการวางแผนธุรกิจระยะยาว</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Feb 2020 10:52:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=6090</guid>

					<description><![CDATA[<p>การทำแผนธุรกิจเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อการทำธุรกิจทุกปร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4/">ปัจจัยของการทำแผนธุรกิจและความสำคัญต่อการวางแผนธุรกิจระยะยาว</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6177 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/31.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/31.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/31-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/31-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>การทำแผนธุรกิจเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อการทำธุรกิจทุกประเภท เพราะเป็นการวิเคราะห์รายละเอียดและวางแผนการในการทำธุรกิจซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินกิจการในอนาคต ดังนั้นเจ้าของกิจการต้องมีการวางแผนธุรกิจและจัดทำแผนธุรกิจอย่างละเอียดเพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจการอย่างเป็นระบบและมีการจัดการที่ดีเพื่อความสำเร็จตามเป้าหมายที่ต้องการ</p>
<p>ปัจจัยของการทำแผนธุรกิจจะต้องประกอบไปด้วยส่วนประกอบที่สำคัญดังต่อไปนี้</p>
<ol>
<li>วัตถุประสงค์และเป้าหมายของธุรกิจ เป้าหมายของแต่ละบริษัทเป็นผลลัพธ์ที่ธุรกิจต้องการได้รับในช่วงระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งนอกเหนือจากรายได้และผลกำไรแล้ว บริษัทแต่ละแห่งก็มีเป้าหมายอื่น ๆ ที่สามารถตั้งไว้เพิ่มเติมได้เช่นเดียวกัน เช่น การขยายตัวของสาขาบริษัท, การเจริญเติบโตของกิจการ, ความรับผิดชอบต่อสังคม เป็นต้น</li>
<li>สินค้าหรือบริการที่ต้องการนำเสนอให้แก่ลูกค้า ก่อนที่จะเริ่มต้นการวางแผนใด ๆ บริษัทจะต้องรู้ว่าสินค้าหรือบริการที่จะนำเสนอให้แก่ลูกค้านั้นคืออะไร มีจุดแข็ง จุดเด่น จุดด้อยอย่างไรบ้าง คุณภาพของสินค้าเป็นอย่างไร การออกแบบหรือลักษณะของสินค้าหรือบริการเป็นแบบไหน เพื่อที่จะได้มองเห็นภาพรวมของธุรกิจที่กำลังจะทำได้ชัดเจนขึ้น</li>
<li>กลุ่มเป้าหมายของสินค้าหรือบริการของบริษัท เป็นสิ่งที่จะช่วยในการวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดที่เหมาะสม ซึ่งการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายนี้จะต้องทำการค้นหาและเก็บรวบรวมข้อมูลของกลุ่มเป้าหมายนี้อย่างละเอียดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นจึงทำการกำหนดแผนการตลาดเพื่อนำเสนอสินค้าและบริการให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากที่สุด</li>
<li>แผนการผลิต เป็นการวางแผนกระบวนการผลิตสินค้าให้สามารถผลิตสินค้าออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิตได้มาก สินค้าที่ผลิตออกมามีคุณภาพดีตามที่ต้องการ นอกจากนี้ยังต้องมีการกำหนดกำลังการผลิตและการสั่งซื้อวัตถุดิบให้เพียงพอต่อความต้องการในการผลิต</li>
<li>งบประมาณในการทำธุรกิจ, การวางแผนบัญชี, วางแผนภาษี การดำเนินกิจการจำเป็นต้องมีเงินลงทุนซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญอันดับแรก ๆ ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องมีการจัดเตรียมเงินทุนในการดำเนินงานอีกทั้งยังต้องมีการวางแผนหาแหล่งเงินทุนต่าง ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้ก็ยังต้องมีการวางระบบบัญชีและวางแผนภาษี ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกบริษัทจะต้องมีการวางแผนในเรื่องนี้อย่างรอบคอบ</li>
<li>แผนการตลาดและช่องทางการจัดจำหน่าย เป็นกระบวนการที่จะนำสินค้าหรือบริการไปถึงมือลูกค้า ซึ่งบริษัทจะต้องทำการวิเคราะห์สถานการณ์และทำการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าเป้าหมายเพื่อวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดที่จะสร้างยอดขายและเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดให้เป็นไปตามเป้าหมายทางธุรกิจที่บริษัทตั้งเอาไว้</li>
<li>ทรัพยากรบุคคล พื้นฐานสำคัญมากอย่างหนึ่งของการทำธุรกิจก็คือ คน ดังนั้นบริษัทจึงต้องมีการจัดหากำลังคนที่มีความรู้ความสามารถและจัดหากำลังคนในการทำงานให้เพียงพอ อีกทั้งยังต้องรักษาพนักงานที่มีความรู้ความสามารถให้อยู่ทำงานให้กับบริษัทไปอีกนาน ๆ ซึ่งการวางแผนจัดการทรัพยากรบุคลนี้ถือได้ว่าเป็นปัจจัยหลักอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในการทำแผนธุรกิจ</li>
</ol>
<p><strong>ความสำคัญของแผนธุรกิจต่อการวางแผนธุรกิจระยะยาว</strong></p>
<p>การวางแผนธุรกิจมีอยู่ด้วยกันหลายระยะ ทั้งระยะสั้น, ระยะกลาง และระยะยาว ซึ่งการวางแผนแต่ละช่วงระยะเวลานั้นมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน หลายคนอาจคิดว่าหากมีการวางแผนในระยะสั้นและระยะปานกลางที่พอให้บริษัทสามารถยืนหยัดได้และสร้างกำไรได้ตามเป้าหมายที่ต้องการแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องมีการวางแผนในระยะยาว แต่ในความเป็นจริงแล้ว การวางแผนธุรกิจระยะยาวนั้นมีความสำคัญไม่แพ้กับการวางแผนระยะสั้นและระยะปานกลาง เพราะเป็นแผนที่ทำให้มองเห็นภาพรวมและเป้าหมายที่สูงสุดในการทำธุรกิจ ซึ่งการทำแผนธุรกิจมีความสำคัญต่อการวางแผนธุรกิจระยะยาวดังต่อไปนี้</p>
<ol>
<li>ช่วยลดความเสี่ยง การวางแผนธุรกิจจะช่วยทำให้บริษัทมุ่งเน้นที่เป้าหมายและสามารถวางแผนรับมือกับความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ดี การวางแผนธุรกิจระยะยาวจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถติดตามผลลัพธ์และทำการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ได้เมื่อจำเป็น</li>
<li>แผนธุรกิจระยะยาวช่วยในการจัดทำแผนปฏิบัติการ(Action plan) ที่มีประสิทธิภาพทำให้ธุรกิจมีการดำเนินงานได้อย่างราบรื่น ลดความซับซ้อนยุ่งยากในการดำเนินงาน ช่วยลดภาระในการตัดสินใจและลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจลงไปได้อย่างมาก</li>
<li>แผนธุรกิจช่วยให้ผู้ประกอบการได้ไอเดียใหม่ ๆ ในการทำธุรกิจหรือการแก้ปัญหา ซึ่งแผนธุรกิจที่มีการเขียนมาเป็นอย่างดีและมีความยืดหยุ่นจะช่วยให้บริษัทมีความคิดสร้างสรรค์และหาวิธีแก้ปัญหาใหม่ ๆ โดยเฉพาะในโลกธุรกิจที่มีความท้าทายใหม่ ๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา</li>
<li>แผนธุรกิจช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบความคิดของตนเองได้ก่อนว่ามีจุดอ่อนหรือมีช่องโหว่ใด ๆ ในแผนธุรกิจที่กำลังจะดำเนินการหรือไม่ จึงช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดความล้มเหลวและการสูญเสียเงิน, โอกาสและเวลาในการตัดสินใจผิดพลาด เนื่องจากแผนธุรกิจที่เขียนเอาไว้อย่างเป็นขั้นตอนจะทำให้สามารถตรวจสอบและทบทวนการตัดสินใจก่อนที่จะลงมือทำจริง</li>
<li>แผนธุรกิจช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถตัดสินใจได้ดีขึ้น เพราะการทำธุรกิจจะมีความท้าทายในเรื่องต่าง ๆ อยู่มากซึ่งการเขียนแผนธุรกิจจะช่วยให้ผู้ประกอบการมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายและกำจัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปเพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ได้อย่างคุ้มค่า</li>
<li>แผนธุรกิจช่วยให้การวางระบบบัญชีและวางแผนภาษีเป็นไปอย่างถูกต้องและรอบคอบ ซึ่งบริษัทสามารถวางแผนกับที่ปรึกษาบัญชีในการวางระบบบัญชี เพื่อทำบันทึกรายการทางการเงิน, การ วางแผนภาษีเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดและสามารถใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการตัดสินใจดำเนินธุรกิจต่อไปในระยะยาว</li>
</ol>
<p>การทำแผนธุรกิจเป็นสิ่งที่ทุกบริษัทจะต้องมี เพราะเป็นสิ่งที่จะทำให้มองเห็นเป้าหมายในการทำธุรกิจได้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งยังสามารถวางแผนรับมือกับปัญหาหรืออุปสรรคต่าง ๆ ที่รออยู่ข้างหน้าได้เป็นอย่างดี สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่ต้องการความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำแผนธุรกิจ ลองเข้ามาติดต่อสอบถามกับทีมงานของ Scholar Accounting กันดูก่อน รับรองว่าคุณจะได้รับความรู้และข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6180 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4/">ปัจจัยของการทำแผนธุรกิจและความสำคัญต่อการวางแผนธุรกิจระยะยาว</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>4 วิธีหาแหล่งเงินทุนเพื่อธุรกิจของคุณ และรวมแหล่งเงินทุนของ SME</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/4-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Feb 2020 10:42:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาของการทำบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=6086</guid>

					<description><![CDATA[<p>เงินทุน เป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้น ๆ ของการทำธุรกิจทุกประ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/4-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88/">4 วิธีหาแหล่งเงินทุนเพื่อธุรกิจของคุณ และรวมแหล่งเงินทุนของ SME</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6153 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/8.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/8.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/8-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/8-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>เงินทุน เป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้น ๆ ของการทำธุรกิจทุกประเภท ดังนั้นคนที่กำลังเขียนแผนธุรกิจเพื่อเริ่มทำกิจการทำธุรกิจหรือกำลังมีไอเดียดี ๆ ที่อยากนำมาทำเป็นธุรกิจจะต้องมองหาแหล่งเงินทุนเพื่อนำมาใช้ในการดำเนินกิจการ ซึ่งแหล่งเงินทุนในการทำธุรกิจนี้สามารถหาได้จากหลายแหล่งด้วยกันดังต่อไปนี้</p>
<ol>
<li>เงินเก็บ คนที่ทำงานมาหลายปีหรือมีเงินรายได้จากแหล่งอื่น ๆ ที่ได้ออมเงินเอาไว้เป็นจำนวนพอสมควร สามารถนำเงินจำนวนนี้มาลงทุนทำธุรกิจเพื่อให้เงินงอกเงยมากยิ่งขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการมือใหม่จะต้องมีการวางแผนบัญชีอย่างเป็นระบบโดยจะต้องมีเงินในส่วนของการลงทุนและเงินสดสำรองเพื่อใช้ในการหมุนเวียน</li>
<li>ขอยืมเงินจากคนรู้จัก ส่วนใหญ่มักจะเป็นการขอเงินหรือยืมเงินจากพ่อแม่, ญาติพี่น้อง และเพื่อนฝูงที่มีสถานะทางการเงินอยู่ในระดับที่จะช่วยเหลือได้ ซึ่งข้อดีของการหาเงินทุนด้วยวิธีนี้ก็คือ อาจมีดอกเบี้ยไม่สูงนักหรืออาจไม่เสียเลย แถมยังรู้สึกสบายใจกว่าเพราะเป็นเงินจากคนที่รู้จักกัน แต่ทั้งนี้เมื่อได้เงินจากแหล่งเงินทุนนี้มาทำธุรกิจแล้ว ก็ต้องวางระบบบัญชีให้ดีเพื่อที่จะได้นำเงินมาคืนให้โดยเร็วที่สุดเพื่อที่ผู้ให้ยืมจะได้ไม่เดือดร้อน</li>
<li>หาผู้ร่วมลงทุน หากต้องการทำธุรกิจและมีเงินไม่พอสามารถหาหุ้นส่วนหรือผู้ร่วมลงทุนมาร่วมทำธุรกิจด้วยกันได้ ซึ่งการหาหุ้นส่วนหรือผู้ร่วมลงทุนนี้ต้องมีการพูดคุยและแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบกันอย่างชัดเจน มีการทำสัญญาที่รอบคอบรัดกุม หากผู้ร่วมลงทุนต้องการลงทุนเป็นตัวเงินอย่างเดียวก็จะต้องมีการวางแผนบัญชีอย่างรอบคอบเพื่อที่จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องเงินกันในภายหลัง หากไม่มีประสบการณ์ในการทำบัญชีมากพอสามารถเลือกใช้บริการของสำนักงานบัญชี มืออาชีพซึ่งมีความรู้ความชำนาญในการทำบัญชีและจัดการเรื่องงบการเงินต่าง ๆ ได้ดีกว่า ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระในการทำเอกสารบัญชีและลดปัญหาของการทำบัญชีลงไปได้มาก</li>
<li>ขอสินเชื่อจากธนาคาร หรือกู้ยืมเงินจากธนาคารที่มีการปล่อยสินเชื่อเพื่อการทำธุรกิจโดยเฉพาะ โดยผู้ประกอบการจะต้องมีการเขียนแผนธุรกิจที่ชัดเจนและรัดกุมเพื่อนำเสนอธุรกิจที่กำลังจะทำให้ธนาคารหรือสถาบันการเงินเกิดความสนใจ อีกทั้งยังต้องเตรียมหลักทรัพย์ค้ำประกันตามที่ธนาคารกำหนด ที่สำคัญคือต้องมีการวางแผนบัญชีเพื่อจัดทำงบการเงินให้ถูกต้อง ชัดเจน ซึ่งหากผู้ประกอบการไม่มีความรู้เรื่องบัญชีควรให้สำนักงานบัญชีมืออาชีพเป็นผู้ดูแลในเรื่องนี้เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด</li>
</ol>
<p>จะเห็นได้ว่าวิธีการหาเงินทุนมาทำธุรกิจนั้นมีอยู่ด้วยกันหลายวิธี ซึ่งหากคุณเป็นผู้ประกอบการ SME ที่กำลังมองหาแหล่งเงินทุนสำหรับ SME ในประเทศไทย เรามีแหล่งเงินทุนดี ๆ มานำเสนอเพื่อเป็นตัวช่วยในการทำธุรกิจของคุณดังต่อไปนี้</p>
<ul>
<li>สินเชื่อ SME คนตัวเล็ก เป็นสินเชื่อระยะยาวที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐที่เน้นสนับสนุนกิจการขนาดเล็กที่มีการจ้างงานไม่เกิน 50 คนหรือมีมูลค่าสินทรัพย์ถาวรที่ไม่รวมที่ดินไม่เกิน 50 ล้านบาท วงเงินสูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท ระยะเวลาผ่อนชำระไม่เกิน 7 ปี ซึ่งผู้กู้ต้องมีการวางแผนบัญชีอย่างเป็นระบบเพราะต้องส่งข้อมูลให้กับกองทุนตามรอบบัญชีทุกปี</li>
<li>โครงการค้ำประกันสินเชื่อรายย่อยสร้างอาชีพจาก บยส. หรือ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ที่ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการหรือพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยที่ต้องการขอสินเชื่อเพื่อมาทำธุรกิจ ซึ่งมีข้อดีคือไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในปีแรกเพราะรัฐบาลจะเป็นผู้รับชำระให้ และในปีต่อ ๆ ไปจะคิดค่าธรรมเนียมค้ำประกันต่อปีในอัตราร้อยละ 1-2 โดยมีวงเงินค้ำประกันตั้งแต่ 20,000 – 200,000 บาท ระยะเวลาค้ำประกันสูงสุดไม่เกิน 10 ปี</li>
<li>โครงการสินเชื่อประชารัฐเพื่อ SMEs จาก SMI หรือ สถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต ที่ให้วงเงินสูงสุด 2 ล้านบาท ผ่อนชำระนาน 7 ปี ซึ่งผู้ประกอบการสามารถติดต่อขอสินเชื่อในโครงการได้จากธนาคารหลัก 14 แห่งใกล้บ้าน</li>
<li>สินเชื่อสำหรับส่งเสริมธุรกิจนวัตกรรม จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ เป็นสินเชื่อปลอดดอกเบี้ยที่ให้วงเงินสนับสนุนไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อโครงการ เพื่อเป็นการส่งเสริมผู้ประกอบการที่มีไอเดียธุรกิจนวัตกรรมที่กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาต้นแบบหรือกำลังเข้าสู่กระบวนการผลิต หากผู้ประกอบการคนไหนมีไอเดียดี ๆ ในการเริ่มต้นธุรกิจที่ต้องใช้นวัตกรรม สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือจากโครงการนี้ได้เลย</li>
<li>สินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการจากธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ เป็นสินเชื่อที่ธนาคารปล่อยให้กับผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจที่กำลังต้องการเงินทุนมาดำเนินกิจการ ซึ่งเงื่อนไขในการพิจารณาจะมีความแตกต่างกันไปแล้วแต่ธนาคาร แต่สิ่งที่ผู้ประกบการจะต้องเตรียมตัวให้ดีคือ หลักทรัพย์ในการค้ำประกัน, แผนธุรกิจที่เขียนขึ้นมาอย่างดีและมีความชัดเจน รวมทั้งงบการเงินที่ผู้ประกอบการอาจขอความช่วยเหลือจากสำนักงานบัญชีเพื่อให้ทำบัญชีและงบการเงินอย่างถูกต้องครบถ้วนเพื่อประกอบการขอสินเชื่อและเพื่อจะได้ไม่มีปัญหาของการทำบัญชีในภายหลัง</li>
</ul>
<p>เมื่อได้รู้ข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับแหล่งเงินทุนในการทำธุรกิจอย่างนี้แล้ว ผู้ประกอบการมือใหม่และเจ้าของธุรกิจที่กำลังมองหาแหล่งเงินทุนอยู่ก็คงจะไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทุนอีกต่อไป เพราะมีวิธีการหาเงินทุนและแหล่งเงินทุนมากมายที่สามารถไปติดต่อเพื่อนำเงินมาลงทุนกับธุรกิจต่อไปได้ สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่ต้องการความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแหล่งเงินทุนเพื่อทำธุรกิจ ลองเข้ามาติดต่อสอบถามกับทีมงานของ Scholar Accounting กันดูก่อน รับรองว่าคุณจะได้รับความรู้และข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6179 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/33.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/33.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/33-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/33-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/4-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88/">4 วิธีหาแหล่งเงินทุนเพื่อธุรกิจของคุณ และรวมแหล่งเงินทุนของ SME</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ต้องทำอย่างไร หากหลักค้ำประกันไม่พอ</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b9%89/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Feb 2020 10:35:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชีสำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาของการทำบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=6082</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินของธุรกิจประเภทต่าง ๆ  ม [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b9%89/">ต้องทำอย่างไร หากหลักค้ำประกันไม่พอ</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6187 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/41.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/41.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/41-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/41-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>ในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินของธุรกิจประเภทต่าง ๆ  มักจะเจอกับปัญหาใหญ่ที่ทำให้การขอกู้จากธนาคารหรือสถาบันการเงินต่าง ๆ ไม่ได้รับการพิจารณา นั่นก็คือ “การมีหลักทรัพย์ค้ำประกันไม่เพียงพอ” แม้จะมีการวางแผนธุรกิจ หรือการจัดวางระบบบัญชีของธุรกิจ จนทำให้มีข้อมูลของผลประกอบการที่แสดงให้เห็นว่ามีผลกำไรในการดำเนินงานเสนอต่อสถาบันการเงินอย่างครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว แต่ก็ไม่สามารถได้รับการพิจารณาอนุมัติได้ ปัญหานี้มีแนวทางแก้ไขหรือไม่อย่างไร เรามาติดตามกัน…</p>
<p><strong>หลักทรัพย์ค้ำประกัน คืออะไร</strong></p>
<p>ก่อนอื่นผู้ประกอบการต้องทำความเข้าใจก่อนว่าหลักทรัพย์ค้ำประกันคืออะไร เนื่องจากหลักทรัพย์ที่สถาบันการเงินหรือธนาคารต่าง ๆ ใช้เป็นหลักค้ำประกันเงินกู้มีหลายประเภท รวมทั้งเงื่อนไขในการใช้หลักค้ำประกันอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินนั้น ๆ และขึ้นอยู่กับประเภทของสินเชื่อหรือวงเงินที่ผู้กู้ต้องการ</p>
<p>สำหรับความหมายของหลักทรัพย์ค้ำประกันหรือสินทรัพย์ค้ำประกัน หมายถึง ทรัพย์สินซึ่งมีมูลค่าที่ลูกหนี้หรือผู้ประกอบการนำมาใช้ค้ำประกัน เพื่อเป็นหลักประกันเงินกู้ให้แก่สถาบันการเงิน โดยผู้ขอสินเชื่อต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้น ๆ ซึ่งอาจเป็นอสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน อาคาร บ้านเรือน หรือสินทรัพย์ประเภทสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ รถยนต์ เป็นต้น<strong> </strong></p>
<p><strong>ความสำคัญและบทบาทของหลักทรัพย์ค้ำประกัน</strong></p>
<p>หลักทรัพย์ค้ำประกันไม่ได้มีความสำคัญหรือมีบทบาทเฉพาะใช้ค้ำประกันวงเงินกู้กับสถาบันการเงินเท่านั้น แต่ยังแก้ปัญหาของการทำบัญชีทำให้การบริหารธุรกิจเกิดสภาพคล่อง เช่น การให้สินเชื่อแก่ลูกค้าโดยนำหลักทรัพย์มาเป็นหลักค้ำประกัน ในส่วนของการใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ให้กับสถาบันการเงิน นอกจากเป็นการสร้างความมั่นใจและสร้างความน่าเชื่อถือของผู้กู้แก่สถาบันการเงินแล้ว สินเชื่อมีหลักประกันหรือ Secured loans ยังเป็นสินเชื่อที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า เมื่อเทียบกับสินเชื่อแบบที่ไม่มีหลักประกัน องค์กรธุรกิจหรือผู้ประกอบการที่มีการวางแผนธุรกิจไว้อย่างเป็นระบบ จะขอสินเชื่อที่มีหลักประกันซึ่งเป็นสินเชื่อระยะยาว เพื่อให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจในหลาย ๆ ด้าน เช่น ง่ายและสะดวกต่อการขยายธุรกิจ, ทำให้เกิดสภาพคล่องในการดำเนินงาน และเสียดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำ<strong> </strong></p>
<p><strong>อะไร ใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้บ้าง</strong></p>
<p>ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ โดยเฉพาะนักธุรกิจมือใหม่จะเข้าใจว่าหลักทรัพย์ค้ำประกันการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ ประเภท ที่ดิน อาคาร หรือใช้บุคคลค้ำประกัน แต่ในรายละเอียดและหลักเกณฑ์เกี่ยวกับหลักทรัพย์ค้ำประกันของธนาคารและสถาบันการเงินต่าง ๆ สามารถใช้ได้ทั้งอสังหาริมทรัพย์และสังหาริมทรัพย์ แต่ต้องเป็นตามเงื่อนไขที่สถาบันการเงินกำหนด เช่น</p>
<ul>
<li>อสังหาริมทรัพย์ เช่น อาคาร บ้านที่พักอาศัย โฉนดที่ดิน หรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง</li>
<li>รถยนต์หรือเครื่องจักร</li>
<li>ใช้หลักทรัพย์ที่เป็นเงินฝากประเภทใดประเภทหนึ่งที่มีอยู่กับธนาคารเป็นหลักค้ำประกัน</li>
<li>พันธบัตรทั้งของรัฐบาลและเอกชน</li>
<li>หน่วยลงทุนของกองทุนที่มีนโยบายลงทุนใน Bond หรือตั๋วเงินคลัง</li>
<li>หลักทรัพย์ที่อยู่ในความต้องการของตลาด เช่น หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ หุ้นกู้ หรือตราสารหนี้</li>
</ul>
<p><strong>ต้องทำอย่างไร หากหลักค้ำประกันไม่พอ</strong></p>
<p>ปัญหาใหญ่ของผู้ประกอบการในการยื่นกู้แบงค์หรือทำเรื่องขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ก็คือหลักทรัพย์ค้ำประกันไม่เพียงพอกับวงเงินกู้ที่ต้องการ แม้การวางแผนธุรกิจจะประสบความสำเร็จ ผลการดำเนินงานมีกำไร สิ่งนี้จะบ่งบอกถึงความสามารถในการชำระหนี้ที่สามารถตรวจสอบข้อมูลตัวเลขได้จากการเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงินประจำปี แต่เนื่องจากไม่เป็นไปตามเงื่อนไขหรือหลักเกณฑ์ที่สถาบันการเงินกำหนดไว้ การยื่นขอกู้สินเชื่อจึงไม่ผ่านการพิจารณาอนุมัติ</p>
<p>กรณีนี้ ควรทำอย่างไรเมื่อหลักค้ำประกันไม่พอ เมื่อผู้ประกอบการได้ศึกษาความหมาย ความสำคัญและบทบาทของหลักทรัพย์ค้ำประกัน รวมทั้งทราบว่าอะไรใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้บ้าง ก็จะทำให้ทราบแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยสอบถามหรือตรวจสอบรายละเอียดกับสถาบันการเงิน เพื่อหาหลักทรัพย์ค้ำประกันมาเสริม เช่น ใช้บุคคลค้ำประกันเพิ่ม ใช้เงินฝากที่มีอยู่ในบัญชีธนาคาร หรือใช้พันธบัตรและหลักทรัพย์อื่น ๆ ที่กล่าวมาแล้ว เป็นหลักประกันเสริมเพื่อให้เพียงพอกับวงเงินที่ผู้กู้ต้องการและเป็นไปตามเงื่อนไขของสถาบันการเงิน โอกาสได้รับอนุมัติสินเชื่อก็เป็นไปได้มาก</p>
<p>การยื่นกู้หรือขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน เป็นการวางแผนธุรกิจที่ถือเป็นเรื่องปกติของทุกการลงทุน แต่สิ่งสำคัญที่จะทำให้การยื่นกู้ประสบความสำเร็จได้รับการอนุมัติสินเชื่อตามวงเงินที่ต้องการ ก็คือองค์กรธุรกิจควรมีข้อมูลเตรียมพร้อมก่อนไปขอสินเชื่อ โดยเฉพาะธุรกิจที่มีการจัดทำบัญชีสำหรับผู้บริหาร ซึ่งสามารถใช้ข้อมูลที่มีอยู่วางแผนและจัดเตรียมเอกสารและจัดหาหลักทรัพย์ค้ำประกันให้เพียงพอกับวงเงินกู้ที่ต้องการ</p>
<p>บทความนี้น่าจะทำให้เจ้าของกิจการหลาย ๆ คนเข้าใจแล้วว่าต้องทำอย่างไร หากหลักทรัพย์ค้ำประกันไม่เพียงพอในการขอสินเชื่อ สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่ต้องการความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมก่อนไปขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ลองเข้ามาติดต่อสอบถามกับทีมงานของ Scholar Accounting กันดูก่อน รับรองว่าคุณจะได้รับความรู้และข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6180 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b9%89/">ต้องทำอย่างไร หากหลักค้ำประกันไม่พอ</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รู้เขารู้เราก่อนยื่นกู้แบงค์</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b9/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Feb 2020 09:03:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=6021</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; การทำธุรกรรมทางการเงินกับธนาคารหรือสถาบันการเงิน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b9/">รู้เขารู้เราก่อนยื่นกู้แบงค์</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6189 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/43.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/43.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/43-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/43-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>การทำธุรกรรมทางการเงินกับธนาคารหรือสถาบันการเงินต่าง ๆ ผู้ประกอบการจะต้องปฎิบัติตามเงื่อนไขของสถาบันการเงินหรือธนาคารเหล่านั้น ซึ่งแต่ละแห่งจะมีเงื่อนไขและรายละเอียดที่แตกต่างกันไป เมื่อมีการวางระบบบัญชีและมีการเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงินไว้เป็นปัจจุบัน ก็จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการในการจัดทำเอกสารสำหรับเตรียมยื่นกู้ขอสินเชื่อต่อธนาคาร และเพื่อให้การพิจารณาอนุมัติเป็นไปอย่างรวดเร็ว ผู้กู้จะต้องศึกษาเงื่อนไขของแต่ละสถาบันให้เข้าใจก่อนยื่นเอกสาร เพื่อเป็นการป้องกันความผิดพลาดที่อาจทำให้การพิจารณาอนุมัติล่าช้าออกไป<strong><br />
</strong></p>
<p><strong>ก่อนยื่นกู้แบงค์ เราต้องรู้อะไรบ้าง</strong></p>
<p>ผู้ประกอบการเกือบจะทุกธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจเจ้าของคนเดียวที่มีขนาดเล็กและธุรกิจ SME ซึ่งส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินมาลงทุนมากกว่าใช้เงินสดที่มีอยู่ โดยจุดประสงค์หลักในการขอสินเชื่อของเจ้าของธุรกิจเหล่านี้ ได้แก่</p>
<ul>
<li>กู้แบงค์หรือยื่นกู้ต่อสถาบันการเงินเพื่อนำเงินมาขยายธุรกิจ เนื่องจากคาดหวังเรื่องผลกำไรที่คิดว่าจะได้รับเพิ่มมากขึ้นจากการนำเงินมาขยายธุรกิจ</li>
<li>การขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินมาลงทุนแทนการใช้เงินสด แนวทางนี้ถือเป็นการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน เพราะการมีวงเงินสินเชื่อช่วยให้มีสภาพคล่องทางการเงิน และยังป้องกันความผิดพลาด หากการบริหารธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จผู้ประกอบการหรือนักธุรกิจก็สามารถนำเงินสดที่มีอยู่ไปลงทุนธุรกิจประเภทอื่น ๆ ได้อีก</li>
<li>การขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินมาลงทุน เป็นการสร้างเครดิตให้กับธุรกิจ เพราะก่อนที่จะได้รับอนุมัติวงเงิน สถาบันการเงินต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์และเมื่อเห็นว่าองค์กรธุรกิจที่ยื่นกู้มานั้นมีศักยภาพสามารถชำระหนี้คืนได้ จึงอนุมัติวงเงินสินเชื่อให้ และนอกจากองค์กรธุรกิจจะได้รับอนุมัติวงเงินแล้ว การพิจารณาอนุมัติยังเป็นการสร้างเครดิตให้กับธุรกิจอีกทางหนึ่งด้วย</li>
<li>องค์กรธุรกิจส่วนใหญ่นอกจากจะมีที่ปรึกษาบัญชี บางองค์กรอาจมีที่ปรึกษาภาษี ซึ่งการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินยังมีเรื่องของภาษีเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น เมื่อกู้เงินจากแบงค์มาแล้วค่าใช้จ่ายของดอกเบี้ย ผู้ประกอบการสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้</li>
</ul>
<p>การพิจารณาในมุมของผู้ประกอบการเกี่ยวกับการยื่นกู้แบงค์หรือขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ถือเป็น</p>
<p>การ “รู้เรา” ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ นอกจากเรื่องการจัดเตรียมเอกสารและการศึกษาเงื่อนไขของแต่ละสถาบันที่มีความแตกต่างกันแล้ว ยังช่วยให้ผู้ประกอบการรายใหม่ได้รับรู้จุดประสงค์หลักในการขอสินเชื่อของนักลงทุน เพราะไม่ได้คาดหวังเฉพาะวงเงินที่จะได้รับอนุมัติเท่านั้น แต่เป็นการวางแผนธุรกิจที่เอื้อประโยชน์ต่อการบริหารธุรกิจในหลาย ๆ ด้าน</p>
<p><strong>เอกสารและสิ่งที่สถาบันการเงินต้องการเมื่อยื่นกู้</strong></p>
<p>เมื่อต้องการยื่นกู้หรือขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ผู้กู้จะต้องเรียนรู้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขของแต่ละสถาบัน ซึ่งเปรียบเสมือน “รู้เขา” เนื่องจากหลักเกณฑ์ของสถาบันการเงินแต่ละแห่งมีรายละเอียดและเงื่อนไข รวมทั้งเอกสารที่ต้องการใช้แตกต่างกัน ดังนั้นสิ่งที่ผู้ประกอบการจะต้องเตรียมพร้อมได้แก่</p>
<p><strong>1.การวางแผนธุรกิจ</strong></p>
<p>แม้ผู้ประกอบการหรือผู้บริหารจะมีการวางแผนธุรกิจไว้แล้ว แต่เมื่อมีการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ก็จะต้องจัดทำบัญชีผู้บริหารเพื่อนำรายละเอียดมาจัดทำโครงการเสนอต่อสถาบันการเงินเพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการพิจารณาสินเชื่อ เช่น</p>
<ul>
<li>รายละเอียดลักษณะและขนาดของธุรกิจที่ดำเนินอยู่ เป็นอย่างไร</li>
<li>ผลการดำเนินงานของธุรกิจเป็นอย่างไร การเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงินของกิจการจะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับข้อนี้</li>
<li>กลุ่มลูกค้าของธุรกิจคือใคร</li>
</ul>
<p><strong>2.เตรียมหลักทรัพย์ค้ำประกัน</strong></p>
<p>การขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินต่าง ๆ เงื่อนไขสำคัญของสถาบันการเงินก็คือต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ก่อนยื่นกู้แบงค์ ผู้ประกอบการจะต้องจัดเตรียมหลักทรัพย์หรือสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับหลักทรัพย์ที่สถาบันการเงินต้องการก่อนว่าใช้อะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ หรือตัวบุคคล</p>
<p><strong>3.รักษาประวัติทางการเงิน</strong></p>
<p>การปล่อยสินเชื่อของทุกสถาบันการเงิน สิ่งแรกที่จะต้องพิจารณาก็คือความสามารถของผู้กู้ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลหรือนิติบุคคลรวมถึงหลักค้ำประกันกรณีใช้ตัวบุคคล โดยสถาบันการเงินจะทำการตรวจสอบประวัติการทางเงินของผู้กู้และบุคคลค้ำประกันจากเครดิตบูโร รวมถึงประวัติการชำระหนี้ต่าง ๆ ประกอบการพิจารณา ดังนั้นการสร้างวินัยทางการเงินที่ดีจะช่วยให้การอนุมัติสินเชื่อทำได้สะดวกและรวดเร็ว</p>
<p><strong>4.จัดเตรียมเอกสารให้พร้อม</strong></p>
<p>การจัดเตรียมเอกสารให้พร้อมและครบถ้วนสมบูรณ์ เอกสารในการขอสินเชื่อโดยทั่วไปจะประกอบด้วย</p>
<ul>
<li>เอกสารแสดงรายได้ เช่น ข้อมูลตัวเลขจากการวางระบบบัญชีที่จัดทำไว้เป็นปัจจุบันหรือสลิปเงินเดือนของบุคคลค้ำประกัน</li>
<li>หลักฐานการเคลื่อนไหวของบัญชีเงินฝากของกิจการ หรือของตัวบุคคลย้อนหลัง 6 เดือน</li>
<li>สมุดบัญชีรายรับ-รายจ่ายของกิจการ เอกสารสั่งซื้อสินค้า ใบส่งของ เอกสารแสดงการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม</li>
<li>เอกสารแสดงตน เช่น สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนสมรส หนังสือรับรองการจดทะเบียนของกิจการ เช่น ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท</li>
<li>หลักฐานอื่น ๆ เช่น เอกสารแสดงหลักประกัน สำเนาใบแสดงภาษีเงินได้ งบการเงินของกิจการปีล่าสุด หากเป็นกิจการที่มีการเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงินประจำปีอยู่แล้วก็จะจัดเตรียมเอกสารในข้อนี้ได้ง่าย หากไม่มีการจัดทำงบการเงินของกิจการอาจขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาบัญชี หรือที่ปรึกษาภาษี ซึ่งมีบริษัทเปิดให้บริการด้านนี้โดยเฉพาะ</li>
</ul>
<p>การขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินหรือธนาคารต่าง ๆ ตามแผนธุรกิจของผู้ประกอบการนั้น เป็นการทำธุรกรรมทางการเงินที่อาจมีข้อผูกมัดกันในระยะยาว การจัดทำเอกสารยื่นเพื่อยื่นกู้แบงค์และการพิจารณาอนุมัติจึงต้องศึกษาให้รู้เขารู้เราเพื่อให้ผ่านการอนุมัติจากสถาบันการเงินได้อย่างรวดเร็ว สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่กำลังต้องการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ลองเข้ามาติดต่อสอบถามกับ Scholar Accounting  กันดูก่อน รับรองว่าคุณจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เพื่อนำไปใช้ในการขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6180 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b9/">รู้เขารู้เราก่อนยื่นกู้แบงค์</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บริหารสต๊อกอย่างไร ให้ถูกต้อง</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b9%8a%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%96/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Feb 2020 08:55:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาของการทำบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=6017</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; การบริหารธุรกิจ เมื่อจัดวางระบบบัญชีหรือมีการจัด [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b9%8a%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%96/">บริหารสต๊อกอย่างไร ให้ถูกต้อง</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6196 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/50.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/50.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/50-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/50-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>การบริหารธุรกิจ เมื่อจัดวางระบบบัญชีหรือมีการจัดทำบัญชีรูปแบบง่าย ๆ โดยมีที่ปรึกษาบัญชีให้คำแนะนำ จากการมีแผนธุรกิจอย่างเป็นระบบตั้งแต่เริ่มกิจการ ก็จะทำให้รับรู้ข้อมูลของผลประกอบการ รู้ตัวเลขจำนวนสินค้าในสต็อคจากการลงทะเบียนสินค้าอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งตัวเลขต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นคือตัวบ่งชี้ได้อย่างชัดเจนว่าธุรกิจมีการบริหารสต็อกถูกต้องหรือไม่ หากพบว่ามีสินค้าค้างสต๊อคคงเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก ต้องตรวจสอบว่าเป็นปัญหาของการทำบัญชี หรือบริหารสต็อกไม่ถูกต้อง<strong> </strong></p>
<p><strong>แนวคิดในการบริหารสต๊อกให้ถูกต้อง</strong></p>
<p>กรณีบริหารธุรกิจประสบความสำเร็จ  มีตัวเลขที่บ่งบอกผลประกอบการว่ามีกำไร สินค้าขายดีจนทำให้มีผลกำไรเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ธุรกิจยังขาดสภาพคล่อง จำนวนเงินสดที่ใช้หมุนเวียนมีน้อยลง ปัญหานี้ผู้ประกอบการต้องค้นหาสาเหตุให้รู้ว่ามีความผิดพลาดในส่วนใด  เช่น เกิดจากการวางแผนบัญชีผิดพลาด หรือเกิดจากการบริหารสต็อก สำหรับแนวคิดที่ผู้ประกอบการสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารสต็อกอย่างถูกต้องโดยไม่ต้องกลัวขาดทุนหรือขาดสภาพคล่อง ทำได้ ดังนี้</p>
<p><strong>    1.จัดทำทะเบียนสินค้าและลงบัญชีให้เป็นปัจจุบัน</strong></p>
<p>การจัดทำทะเบียนสินค้าผู้ประกอบการไม่ต้องกังวลหรือกลัวความยุ่งยากในการจัดทำบัญชีเพราะคิดว่าไม่มีความรู้มาก่อน  หากวางระบบบัญชีไว้แล้ว เพียงลงบัญชีคุมสินค้าไว้เพื่อให้รู้ว่าปัจจุบันมียอดสินค้าคงเหลือเหลือมากน้อยเพียงใด ก็จะทำให้บริหารสินค้าคงเหลือได้อย่างถูกต้อง นอกจากนั้นตัวเลขในบัญชียังช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารการตลาดได้ง่าย เพราะรู้ว่าสินค้าขายดีได้แก่อะไร และสินค้าประเภทไหนที่ต้องปรับปรุงและพัฒนาหรือต้องรีบนำออกมาจัดโปรโมชั่นเพื่อระบายสินค้าให้เร็วที่สุด</p>
<p><strong>     2.จัดหมวดหมู่สินค้า</strong></p>
<p>การจัดหมวดหมู่สินค้าไม่ได้มีจุดประสงค์เพียงเพื่อทำให้ค้นหาสินค้าได้ง่ายขึ้นเท่านั้น การวางแผนธุรกิจที่ดีผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับการแยกสินค้าที่ชำรุด หีบห่อและบรรจุภัณฑ์มีตำหนิ หรือเป็นสินค้าค้างสต๊อกที่ใกล้จะหมดอายุ แยกไว้เพื่อป้องกันความผิดพลาดไม่นำออกไปจำหน่ายให้กับลูกค้า นอกจากนั้นสินค้าเหล่านี้ยังสามารถนำมาจัดโปรโมชั่นหรือบริหารด้านการตลาดทำให้มีรายได้และมียอดจำหน่ายสินค้าเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><strong>     3.ติดบาร์โค้ดหรือรหัส</strong></p>
<p>การติดบาร์โค้ดหรือรหัสสินค้า ส่งผลดีต่อการบริหารธุรกิจและบริหารสต็อคสินค้าทางอ้อม เนื่องจากป้องกันปัญหาของการทำบัญชีหรือทำทะเบียนสินค้าผิดพลาด เช่น สินค้าบางประเภทคล้ายคลึงกัน บรรจุอยู่ในหีบห่อรูปแบบเดียวกัน แต่อาจคนละสูตรส่วนผสม ทำให้มีราคาแพงกว่า หากไม่ใช่ผู้ดูแลรับผิดชอบคลังสินค้าโดยตรงก็อาจจะมีหยิบสลับหรือคิดเงินผิดพลาดได้ การติดรหัสสินค้า หรือบาร์โค้ดช่วยให้ผู้ประกอบการจัดการสต๊อกได้ง่ายขึ้น</p>
<p><strong>     4.บริหารสต๊อกสินค้าด้วยการนำสินค้ามาลดราคา</strong></p>
<p>การบริหารสต๊อกที่สามารถสร้างรายได้ในช่วงระยะเวลาที่ต้องการเพื่อสร้างยอดขาย เช่น ในช่วงเทศกาลวันสำคัญต่าง ๆ โดยนำสินค้าในสต๊อกมาจัดโปรโมชั่น นำมาลดราคา หรือจัดกิจกรรม ลด แลก แจก แถม เมื่อลูกค้าเกิดความสนใจก็จะเป็นการกระตุ้นยอดขายทำให้สินค้าในสต๊อกเคลื่อนไหวและมีการหมุนเวียนสินค้าทำให้ไม่มีสินค้าตกค้าง ข้อดีของการบริหารสต๊อกสินค้าด้วยวิธีนี้ ยังเป็นกลยุทธ์ด้านการตลาดที่ทำให้ประสบความสำเร็จในการเพิ่มยอดขายได้อย่างรวดเร็ว</p>
<p><strong>    5.ตรวจนับสินค้าในสต๊อกอย่างสม่ำเสมอ</strong></p>
<p>เมื่อได้วางระบบบัญชีมีการจัดทำทะเบียนสินค้าและลงบัญชีทุกวันทำ ให้ตัวเลขสินค้าที่อยู่ในสต๊อคเป็นปัจจุบัน ต้องมีการตรวจนับสต๊อกอย่างสม่ำเสมอ ข้อดีของการตรวจนับสินค้าในสต๊อก มีดังนี้</p>
<p>1.ทำให้ผู้ประกอบการรู้ว่าสินค้าคงเหลือในสต๊อก คงเหลือครบถ้วนตามตัวเลขที่ระบุไว้ในทะเบียนสินค้า</p>
<p>2.ทำให้ผู้ประกอบการรู้ว่ามีสินค้าเก่าค้างสต๊อกใกล้หมดอายุ หรือเป็นสินค้าที่มีตำหนิ หรือชำรุดมากน้อยเพียงใด</p>
<p>3.ทำให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารสต๊อกสินค้าด้วยการจัดโปรโมชั่นหรือขายลดราคา เพื่อทำกิจกรรมด้านการตลาด</p>
<p>4.ส่งผลดีต่อการบริหารธุรกิจ และบริหารการเงิน โดยสั่งซื้อสินค้ามาเก็บไว้ในสต๊อกในปริมาณที่เหมาะสมและเพียงสำหรับจำหน่ายไม่ทำให้ทุนจมอยู่กับสินค้าในสต็อก</p>
<p>การบริหารสต๊อกอย่างถูกต้อง ยังขึ้นอยู่กับการวางระบบบัญชี หรือการวางแผนบัญชี ทำให้มีข้อมูลตัวเลขที่สามารถนำมาบริหารเพื่อกระจายสินค้าหรือหมุนเวียนสินค้าออกไปให้ได้มากที่สุด นอกจากลดปัญหาสินค้าเก่าค้างสต๊อก หรือชำรุดเสียหายและหมดอายุ ยังเป็นการบริหารทำให้เกิดสภาพคล่องและมีผลกำไรเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่ต้องการความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริหารสต็อกที่ถูกต้อง ลองเข้ามาติดต่อสอบถามกับทีมงานของ Scholar Accounting กันดูก่อน รับรองว่าคุณจะได้รับความรู้และข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6180 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b9%8a%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%96/">บริหารสต๊อกอย่างไร ให้ถูกต้อง</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แนวทางการแก้ปัญหา เมื่อการปิดงบการเงินบริษัทล่าช้า ยื่นไม่ทันเวลาที่กำหนด!</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 10:23:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชีสำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาของการทำบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=5939</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; การจัดทำวางแผนบัญชีให้เป็นไปตามกฎหมาย อาจทำให้ผู [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88-2/">แนวทางการแก้ปัญหา เมื่อการปิดงบการเงินบริษัทล่าช้า ยื่นไม่ทันเวลาที่กำหนด!</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6147 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/2.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/2.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/2-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/2-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>การจัดทำวางแผนบัญชีให้เป็นไปตามกฎหมาย อาจทำให้ผู้ประกอบการหลายๆคนรู้สึกงงๆ กับสิ่งที่ต้องทำเพิ่มเข้ามานอกเหนือจากความรู้ที่ตัวเองมี ยิ่งไม่มีความถนัดในเรื่องตัวเลขด้วยแล้ว ยิ่งทำให้วุ่นวายกันไปใหญ่ แต่หนึ่งในหน้าที่ของผู้ประกอบการที่มีการจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดอย่างถูกต้อง คือทำการเก็บข้อมูล ทั้งส่วนของบัญชีรายรับ รายจ่าย บัญชีสินทรัพย์ หนี้สิน บัญชีสินค้า ต่างๆ มากมายที่ช่างดูซับซ้อนวุ่นวาย ถ้าจะนั่งทำส่วนนี้คนเดียวทั้งหมดคงไม่ไหว เพราะการปิดงบและยื่นงบจะต้องทำให้ทันเวลา ไม่งั้นจะถือว่ามีความผิดบัญชีทางกฎหมายกันได้เลยทีเดียว</p>
<p>สิ่งที่พบเจอกันอยู่บ่อยๆ คืองบบัญชีต่างๆ ที่เกิดขึ้นในบริษัท มีการจดทะเบียนแบบเป็นเรื่องเป็นราว มักจะทำให้เหล่าผู้ประกอบการรู้ปวดหัวกับตัวเลข ที่ไม่ใช่แค่เรื่องทุนและกำไรเท่านั้น แต่ยังมีข้อมูลบัญชีในส่วนอื่นที่ซับซ้อนชวนปวดหัว ต้องมานั่งแยกย่อยอีกมากมาย ถ้าใครไม่มีความรู้เรื่องการทำบัญชีมาก่อน แน่นอนว่าสิ่งนี้เหมือนกับตัวก่อกวนชั่วโมงการทำงานอย่างอื่นดีๆ นี่เอง</p>
<p>ด้วยเหตุนี้หลังจากการตั้งบริษัทอย่างเป็นทางการขึ้นมา ผู้ประกอบการหลายๆคนอาจจะมองหาคอร์สอบรมบัญชีสำหรับผู้ประกอบการเพื่อที่จะจัดการวางแผนและบริหารบัญชีด้วยตนเอง จะต้องมีการมองหานักบัญชีเอาไว้สักคน หรือบริษัทที่ปรึกษาบัญชี เพื่อเป็นผู้ช่วยเหลือทำการปิดงบประมาณบัญชีให้ ส่วนตัวเองก็ทำหน้าที่เพียงแค่ยื่นรายละเอียดให้กับที่ปรึกษาบัญชี จัดการให้เรียบร้อยก็แค่นั้น สิ่งเหล่านี้จะมีผลต่อการเสียภาษี ทำให้บริษัทดำเนินการไปอย่างถูกต้องและสมบูรณ์แบบมากที่สุด แต่ปัญหาที่มักพบได้บ่อยครั้งคือการปิดงบไม่ทัน ยื่นงบไม่ทันเวลา ใครอยากรู้แนวทางแก้ปัญหา ลองมาดูกันว่าต้องจัดการวางแผนอย่างไร จะได้ไม่พลาดอีกในการปิดงบรอบหน้า!</p>
<p><strong>เข้าใจหน้าที่ของการเป็นผู้ประกอบการอย่างถูกต้องก่อน</strong></p>
<p>ยกระดับจนกลายเป็นผู้ประกอบการ มีบริษัทห้างร้านจดทะเบียนอย่างถูกต้อง ควรเข้าใจหน้าที่การทำงานของตัวเองก่อน ไม่ว่าเป็นห้างหุ้นส่วน หรือการจดทะเบียนในรูปแบบบริษัทก็ตาม จะต้องทำการปิดบัญชี รวบรวมข้อมูลการเงินต่างๆ การปิดงบให้ทันในรอบระยะเวลาของการเปิดบัญชีตั้งแต่วันแรก หรือใช้การนับแบบระยะ 12 เดือนในการปิดบัญชีก็ได้ ถ้าเกินกว่านี้ก็จะต้องยอมรับกับบทลงโทษตามกฎหมายเป็นการเสียค่าปรับ ยกตัวอย่างง่ายๆ กรณีที่ต้องการปิดบัญชีแบบเป็นรอบ ถ้ามีการเปิดบัญชีครั้งแรกวันที่ 1 มีนาคม รอบการปิดก็จะต้องเป็น 1 มีนาคมของเดือนถัดไป  ใครไม่อยากโดนส่วนนี้ก็ควรรู้หน้าที่ของตัวเอง จัดหาที่ปรึกษาบัญชีมาช่วยเหลือ</p>
<p>โดยหลักใหญ่ของผู้ประกอบการที่ต้องทำเพื่อปิดงบการเงินและยื่นภาษีให้ถูกต้องนั้น มีขั้นตอนที่้ต้องรู้ดังต่อไปนี้ คือ</p>
<p><strong>1.</strong><strong>ปิดบัญชีบริษัทให้ทันตามกำหนดของกฎหมาย</strong> &#8211; การปิดบัญชีให้ทันสำหรับบริษัทใหม่ ครั้งแรกควรจะต้องให้อยู่ในรอบ 12 เดือน นับเอาตั้งแต่วันแรกของการเริ่มทำบัญชี พอปิดบัญชีรอบแรกเสร็จ ก็ให้นับเอาวันปิดบัญชีดังกล่าวเป็นรอบในการปิดครั้งต่อไป นอกจากบางบริษัทที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรจากสารวัตรบัญชีว่าเปลี่ยนรอบการปิดได้ ในส่วนนี้อธิบายให้ละเอียดคือ ปิดเดือนไหนก็ได้ แต่จะต้องไม่เกินเดือนที่ 12 ซึ่งในรอบถัดๆ ไป ก็จะต้องปิดในเดือนเดียวกันตลอด นอกจากจะไปทำเรื่องขอเปลี่ยนแปลงใหม่อีก</p>
<p><strong>2.</strong><strong>ทำงบการเงินให้เรียบร้อย</strong> &#8211; ส่วนนี้ถือว่าเป็นรายละเอียดปลีกย่อยที่น่าปวดหัวพอสมควรสำหรับคนที่ไม่มีความรู้ เพราะงบการเงินที่ต้องทำการจัดสรร จะต้องประกอบไปด้วยการแสดงงบรายรับ รายจ่าย กำไร-ขาดทุน ต้นทุนสินค้า บัญชีรายวัน บัญชีหนี้สิน บัญชีเปรียบเทียบงบการเงิน และส่วนอื่นๆ ที่นำมาแยกประเภทตามเหมาะสมอีกมากมาย</p>
<p><strong>3.</strong><strong>จะต้องยื่นงบการเงินให้มีการตรวจสอบ</strong> &#8211; หลังจากที่ปิดงบบัญชีเรียบร้อยแล้ว จะต้องจัดการให้มีผู้สอบบัญชีอย่างน้อยที่สุด 1 คน การเลือกคือต้องเป็นผู้ที่จบมาด้านนี้โดยตรง มีความละเอียดรอบคอบ เพราะจะต้องทำการเซ็นรับรองงบการเงินแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น โดยขั้นตอนนี้หลังจากเรียบร้อยแล้ว จะต้องนำไปเสนอกับที่ประชุมผู้ถือหุุ้นต่อให้แล้วเสร็จภายใน 4 เดือน มีการเตรียมเอกสารเป็นสำเนางบการเงินส่งมอบให้ผู้ถือหุ้นก่อนล่วงหน้าวันประชุมจริง อย่างน้อยที่สุดก่อนการประชุม 3 วัน</p>
<p><strong>4.</strong><strong>ยื่นภาษีให้ตรงตามกำหนด</strong> &#8211; การยื่นภาษีพื้นฐานหน้าที่ของเหล่าผู้ประกอบการอยู่แล้ว การยื่นภาษีจะต้องทำ &#8220;ทุกสิ้นเดือน&#8221; กำหนดเอาไว้ว่าจะต้องไม่เกินวันที่ 15 ของเดือนถัดไป</p>
<p>หน้าที่ทั้งหมดที่กล่าวไปข้างต้นนี้ยังรวมไปถึงการยื่นบัญชีหรือเรียกว่าการส่งงบบัญชี หลังจากที่ได้รับการตรวจสอบแล้วในที่ประชุมผู้ถือหุ้น แจ้งผ่านระบบออนไลน์ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยต้องแล้วเสร็จภายใน 1 เดือน นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมบริษัทควรมีผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาบัญชีที่สามารถช่วยเหลือ และให้คำแนะนำได้ แม้จะเป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการทั้งหมดอยู่แล้ว แต่การมีช่วยย่อมดีกว่าเสมอ</p>
<p><strong>สาเหตุ</strong><strong>ยอดฮิต</strong> <strong>ทำไมบริษัทจำกัดจึงมักปิดงบการเงินไม่ค่อยทัน</strong></p>
<p>Dead line มาถึงช่วงที่ต้องส่งงบการเงินแล้ว แต่ดูเหมือนผู้ประกอบการยังไม่พร้อมการปิดงบใดๆ เลย เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยในบริษัทและห้างหุ้นส่วนที่จดทะเบียนแล้ว ไม่ใช่แค่เรื่องความเป็นมือใหม่ในการก่อตั้งบริษัทเท่านั้น แต่ยังมีปัจจัยแวดล้อมอย่างอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่ของพนักงานบัญชีในบริษัทที่ไม่มีความเป็นมืออาชีพ หรือเจ้าของบริษัทเองที่ล่าช้าในการมอบข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ ทำให้เอกสารไม่สมบูรณ์จนปิดงบไม่ทันเวลานั่นเอง บางครั้งผู้ประกอบการก็เตรียมเอกสารให้เจ้าหน้าที่บัญชีจัดการครบถ้วนแล้ว ทว่าเจ้าหน้าการเงินไม่มีความเป็นมืออาชีพ กลายเป็นว่าสุดท้ายส่งก็ปิดงบการเงินไม่ทันอยู่ดี หรือหลายๆบริษัทอาจเจอปัญหาที่ว่า หลังจากที่มีการจ้างงานสำนักงานบัญชีให้ปิดงบการเงินให้แล้วสำนักงานปิดตัวไป ติดต่อไม่ได้ พนักงานที่ทำบัญชีให้หรือผู้สอบบัญชีถูกเปลี่ยน ทำให้เอกสารการเงินสูญหาย พอไม่ครบถ้วนก็ต้องเริ่มต้นไปทำกันใหม่ ทำให้เสียเวลา การปิดงบล่าช้ามากขึ้นไปอีก</p>
<p>นอกจากนี้ยังพบว่าบางธุรกิจค้างจ่ายค่าทำบัญชี พนักงานบัญชีเลยไม่ทำการส่งงบการเงิน  มีบางรายการที่ตกลงกับผู้ทำบัญชีหรือผู้สอบบัญชีไม่ได้ ทำให้การปิดงบยังไม่สามารถทำได้ตามมา และเหตุที่หนักสุดคือบริษัทที่ปรึกษาบัญชีดังกล่าวดันถูกดำเนินคดีถึงขั้นยึดทรัพย์ ทำให้เอกสารของผู้ประกอบการสูญหายตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุผลใด การส่งงบไม่ทัน ทำให้หลายๆบริษัทต้องเจอกับปัญหาด้านกฎหมายตามมา</p>
<p>เรื่องแบบนี้แก้ไขได้ ด้วยความรอบคอบของผู้ประกอบการเอง เพราะหลักๆ ที่จะเป็นปัญหาเมื่อมีสาเหตุข้างต้นเกิดขึ้นก็คือข้อมูลด้านการต่างๆ ที่เป็นเอกสารสูญหายไป แก้ด้วยการเก็บเอกสารทางบัญชีเอาไว้ที่บริษัทของผู้ประกอบการเองทั้งหมด ไม่ฝากให้สำนักงานบัญชีรับผิดชอบ เวลาเกิดปัญหาที่คาดเดาไม่ได้ขึ้นมา ก็จะได้มีเอกสารเตรียมพร้อมเอาไปขอยื่นปิดงบบัญชีการเงินกับสำนักงานบัญชีแหล่งอื่นได้ทัน</p>
<p><strong>ผลกระทบหากปิดงบหรือยื่นงบการเงินไม่ทัน จะเกิดปัญหาอะไรตามมา ?</strong></p>
<p>ความล่าช้าที่ไม่สามารถยื่นงบการเงินไม่ทัน หรือเกินช่วงเวลาที่กำหนดเอาไว้ตามกฎหมาย จะต้อง &#8220;เสียค่าปรับ&#8221; ตามจำนวนที่ระบุเอาไว้แล้ว โดยสัญญาณเตือนนั้นจะถูกส่งมาในรูปแบบของหมายเรียกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถ้ายังไม่ยอมแก้ไขยื่นงบตามกฎหมายให้เรียบร้อย อาจจะต้องจ่ายค่าปรับสูงถึง 50,000 บาท กันเลยทีเดียว</p>
<p>ในส่วนค่าปรับจะต้องแบ่งจ่ายให้กับ 2 หน่วยงาน คือกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมสรรพากร แน่นอนว่าเงินที่เสียไปไม่ใช่น้อย เพราะมีส่วนที่ต้องชำระเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือน จากยอดที่ต้องชำระจริงด้วย ถ้าติดกันเป็นแบบรายปี ก็จะต้องคูณเข้าไปปีละ 12 เดือนเลยทีเดียว นับไปนับมา ก็ดูจะไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยงนี้เท่าใดนัก อีกทั้งในปัจจุบันกฎหมายยังเพิ่มมาอีกว่า บริษัทไหนที่ไม่ยอมยื่นงบการเงินภายใน 3 ปีติดๆ กัน ถือว่าหมดสิทธิ์ดำเนินกิจการอีกด้วย</p>
<p><strong>แนวทางแก้ปัญหาสำหรับบริษัทที่ปิดงบหรือยื่นงบไม่ทันเวลา</strong><strong>ให้ออกมาราบรื่น</strong></p>
<p>การปิดบัญชีไม่ทัน จะต้องเจอกับค่าปรับเป็นหมายเรียกแจ้งมาตามที่กล่าวเอาไว้ด้านบน กรณีเช่นนี้หลังจากได้รับหมายเรียกแล้ว ให้รีบทำการหาผู้ช่วยจัดทำบัญชีโดยไวที่สุด เพื่อให้งบการเงินอัพเดตเป็นบัญชีปัจจุบัน หมายเรียกนี้จะมีอายุความประมาณ 1 ปี ไม่ว่าจะเป็นของกรมพัฒนาการค้า หรือสรรพกร ให้รีบทำการยื่น เพราะยื่นเร็วในระยะเวลาที่กำหนด ก็จะเสียค่าปรับเพียงแค่ 2,000 บาทเท่านั้น แต่หากล่าช้าไปกว่านี้แล้วล่ะก็ ต้องดูตามข้อกฎหมายที่มีแจ้งเอาไว้อยู่แล้ว ยิ่งนานก็ยิ่งเสียค่าปรับมาก ดังนั้นทางที่ดีเมื่อได้หมายเรียกมา ให้รีบจัดการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ทัน</p>
<p>เมื่อมีการยื่นข้อมูลการเงินที่เป็นปัจจุบันแล้ว ก็ยังไม่ได้หมายความว่าหมายเรียกจะหมดอายุความ เพราะความผิดนี้มีอายุถึง 5 ปี ถ้าผู้ประกอบการไม่อยากนั่งกังวล ก็ให้ทำการจ่ายค่าปรับให้แก่กรมพัฒนาการค้าทั้งหมด 12,000 บาท เพื่อปิดเรื่อง โดยขั้นตอนนี้จะต้องเข้าไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนเข้าไปจ่ายค่าปรับ เพื่อให้รายชื่อถูกเอาออกจากลิสต์บริษัทที่ไม่ส่งงบการเงินประจำปี กลายเป็นต้องเสียทั้งค่าอนุมัติงบการเงินล่าช้า พ่วงไปกับค่ายื่นงบล่าช้าอีก เผลอๆ อาจเจอหมายเรียกค่าปรับสูงสุดถึง 50,000 บาทได้เลยทีเดียว</p>
<p>ส่วนกลุ่มผู้ประกอบการที่ต้องการหยุดการดำเนินธุรกิจ มองเห็นว่าเงินที่ต้องเอาไปปิดเรื่องเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงอยู่พอสมควร ถามว่า ถ้าไม่อยากไปพบตำรวจ เพราะไม่ต้องการทำเรื่องเสียค่าปรับจะได้ไหม? ลองเปรียบเทียบน้ำหนักกันดูว่าถ้าหากเป็นธุรกิจที่เปิดบริษัทเอาไว้เฉยๆ ไม่ได้มีการดำเนินกิจการอะไร ถ้าไม่ไปปิดเรื่อง ข้อดีก็คือไม่ต้องจ่ายค่าปรับ ไม่ต้องปิดบัญชีตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ต้องเสียค่าทำบัญชี ให้กับที่ปรึกษาบัญชี เพราะโดยปกติค่าปิดงบอาจจะดูแพงสำหรับใครหลายๆคน แต่หากลองดูข้อเสียกรณีที่ไม่ยอมเข้าไปพบตำรวจ ไม่ปิดงบการเงิน ค่าใช้จ่ายจะสูงกว่ามาก เป็นความเสี่ยงชนิดที่ไม่คุ้มค่า ให้จำไว้ว่าหากมีเหตุต้องขึ้นโรงขึ้นศาลมา รายชื่อคุณจะลิสต์อยู่ในระบบของตำรวจ กลายเป็นคนที่หมายเรียกไปซะงั้น ส่วนนี้ก็ต้องแก้ไขด้วยการไปขอเจรจา แล้วทางตำรวจก็จะให้เดินทางไปจ่ายค่าปรับที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรณีที่ปล่อยทิ้งไว้จนมีหมายมาถึงเป็นครั้งที่สอง รอบนี้จะไม่ใช่แค่หมายเรียกให้ไปเจรจาแล้ว จะเป็นหมายจับ พอไม่ไปรายงานตัว ก็จะกลายเป็นหมายศาล เป็นคดีความวุ่นวาย เสียน้อยเสียยากตามมา</p>
<p>อีกกลุ่มบริษัทจะเป็นพวกที่จดทะเบียนเป็นบริษัทแล้ว แต่ต้องการจดยกเลิก ทำให้ไม่มีเอกสารปิดงบครั้งที่แล้วเอามาใช้เป็นตัวเปรียบเทียบ การยื่นขอภายในปีนี้จึงไม่ได้ทำ แถมเลยกำหนดด้วย และบริษัทก็ยกเลิกการทำกิจการไปแล้วเช่นกัน ทางออกคือ ถ้าไม่อยากไปติดต่อกับสำนักงานบัญชีเดิม ก็ต้องเริ่มแก้ไขด้วยตัวเองเพื่อให้ทุกอย่างเรียบร้อย ตั้งแต่คัดเอางบการเงินปีที่ยื่นล่าสุดที่กรมพัฒนากิจการค้าหรือที่กรมสรรพากรก็ได้ จัดการทำงบการเงินของปีที่ยังไม่แล้วเสร็จให้เรียบร้อย จากนั้นก็ยื่นข้อมูล โดยเอาส่วนของงบการเงินที่ไปคัดมาใช้เป็นข้อมูลพื้นฐาน ถ้ายื่นล่าช้าก็ต้องทำใจว่าต้องเสียค่าปรับเบื้องต้น พอเรียบร้อยแล้วก็จะสามารถทำการจดยกเลิกบริษัทได้ตามต้องการ</p>
<p>โดยสรุปแบบย่อความจากทั้งหมด เรื่องของการแก้ปัญหาปิดงบไม่ทัน หรือยื่นงบไม่ทันก็ตาม เมื่อได้รับหมายเรียกครั้งแรกก็ควรที่จะเข้าไปจัดการยื่นงบให้เรียบร้อย และทำข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน แนะนำให้ใช้บริการจากสำนักงานบัญชีคุณภาพที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเป็นผู้ช่วยเหลือ เพื่อความรวดเร็วและแม่นยำ การยื่นงบจะได้ไม่ล่าช้ามากเกินไป ทำให้เสียค่าปรับแค่ในส่วนล่าช้าเท่านั้น</p>
<p>ถ้ามีที่ปรึกษาบัญชีที่มีความสามารถเป็นผู้ช่วยให้กิจการของคุณดำเนินไปได้ด้วยดีแล้วล่ะก็ เจ้าของธุรกิจก็อย่าลืมที่จะทำการเตรียมเอกสารรายรับ รายจ่าย ทั้งหมดที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีให้พร้อม เพื่อความรวดเร็วในการปิดงบ และช่วยให้บัญชีถูกบันทึกอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ด้วย</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6138 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-4-1.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-4-1.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-4-1-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-4-1-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88-2/">แนวทางการแก้ปัญหา เมื่อการปิดงบการเงินบริษัทล่าช้า ยื่นไม่ทันเวลาที่กำหนด!</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เพิ่มกำไร ลดสินค้าค้างสต็อก ด้วยการบริหารสต็อกที่ถูกต้อง</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 10:11:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชีสำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาของการทำบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=5931</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความสำเร็จของการบริหารธุรกิจเกือบทุกประเภท นอกจากมีแผนธ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa/">เพิ่มกำไร ลดสินค้าค้างสต็อก ด้วยการบริหารสต็อกที่ถูกต้อง</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6177 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/31.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/31.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/31-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/31-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>ความสำเร็จของการบริหารธุรกิจเกือบทุกประเภท นอกจากมีแผนธุรกิจวางไว้เพื่อเป็นกรอบในการบริหารงานแล้ว ยังขึ้นอยู่กับการวางระบบบัญชีที่ดีด้วย ปัญหาที่ผู้ประกอบการอาจเคยได้ยินหรือเคยประสบมากับธุรกิจของตนเอง ก็คือ “ขายดีแต่ไม่มีกำไร” และยังมีปัญหาสินค้าค้างสต็อก สินค้าหมดอายุหรือมีสินค้าที่บรรจุภัณฑ์หีบห่อชำรุดเสียหายค้างอยู่ในสต็อกเป็นจำนวนมาก ปัญหาเหล่านี้เกิดจากอะไรได้บ้างนั้น เรามาติดตามกัน….</p>
<p><strong>ปัญหาสินค้าค้างสต็อก และข้อผิดพลาดในการบริหาร</strong></p>
<p>ปัญหาสินค้าคงคลังไม่เคลื่อนไหว และมีสินค้าหมดอายุหรือสินค้าชำรุดเสียหายค้างอยู่ในสต็อกนั้น ถือเป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อการบริหารงานในหลาย ๆ ด้าน ทั้งการวางระบบบัญชีและปัญหาของการทำบัญชี จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่เรียกว่า “กิจการขาดทุนกำไร” เพราะมียอดซื้อขายที่มีตัวเลขแสดงผลกำไร แต่ในบัญชีสำหรับผู้บริหารหรือการเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงิน แสดงตัวเลขให้รู้ว่าผลการดำเนินงานนั้น ไม่ได้รับผลกำไรตามที่ควรจะเป็น  สำหรับปัญหาสินค้าค้างสต็อก และข้อผิดพลาดในการบริหาร เกิดได้จากสาเหตุใหญ่ ๆ ดังต่อไปนี้</p>
<p><strong>1.ธุรกิจไม่มีการวางระบบบัญชี</strong></p>
<p>ปัญหาของการทำบัญชี ผู้ประกอบการส่วนหนึ่ง มักเข้าใจผิดว่าเป็นระบบที่เหมาะสำหรับกิจการหรือธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้น ส่วนกิจการเจ้าของคนเดียวหรือร้านค้าปลีกรวมไปถึงธุรกิจ SME บางประเภท อาจไม่ได้ให้ความสำคัญกับการจัดทำบัญชี เนื่องจากกลัวเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะต้องจัดจ้างพนักงานที่มีความรู้มาจัดทำบัญชี  ปัญหาในข้อนี้อาจทำให้มีสินค้าคงเหลือค้างอยู่ในสต็อกเป็นจำนวนมากเนื่องจากขาดข้อมูลทางบัญชี  ทำให้มีต้นทุนในการดำเนินงานสูงหรือต้องมีเงินทุนหมุนเวียนมากขึ้น  และปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นได้ก็คือ มีสินค้าหมดอายุหรือสินค้าเสื่อมสภาพอยู่ในสต็อก ส่งผลทำให้ธุรกิจขาดทุนมากขึ้นหรือมีผลกำไรน้อยลง</p>
<p>ความสำคัญของการวางระบบบัญชี ก็คือทำให้ผู้ประกอบการมีแหล่งข้อมูลของธุรกิจ ซึ่งตัวเลขต่าง ๆ จะแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปของกิจการ เช่น มีสินค้าคงเหลืออยู่ในคลังหรือในสต็อกที่ต้องรีบบริหารเพื่อระบายสินค้ามีจำนวนเท่าไหร่ หรือ มีสินค้าใกล้หมดอายุต้องรีบนำออกมาจัดโปรโมชั่นมากน้อยเพียงใด สำหรับการจัดทำบัญชีให้เป็นระบบ ในความเป็นจริง อาจจัดทำบัญชีหรือบันทึกบัญชีแบบง่าย ๆ ตามความเข้าใจที่ผู้ประกอบการสามารถทำได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องมีความรู้ด้านการจัดทำบัญชีมาก่อน  หรืออาจจัดจ้างบริษัทหรือจ้างสำนักงานบัญชีมาวางระบบบัญชีให้ในเบื้องต้น ซึ่งวิธีนี้จะได้รูปแบบบัญชีที่ตรงตามมาตรฐานและเหมาะสมกับขนาดของธุรกิจนั้น ๆ<strong> </strong></p>
<p><strong>2.จัดทำบัญชีไม่เป็นปัจจุบัน</strong></p>
<p>บางกิจการอาจมีการวางระบบบัญชี หรือมีบัญชีสำหรับผู้บริหารอยู่แล้ว แต่ไม่มีการบันทึกบัญชีให้เป็นปัจจุบัน ไม่มีการจดบันทึกรายรับรายจ่ายในแต่ละวัน และไม่มีการจัดทำบัญชีแยกประเภทซึ่งส่งผลให้การจัดทำทะเบียนสินค้าผิดพลาดหรือมียอดคงเหลือในสต็อกไม่เป็นปัจจุบันและไม่ตรงกับความเป็นจริง ปัญหาของการบันทึกบัญชีไม่เป็นปัจจุบัน ขาดการจัดทำบัญชีอย่างสม่ำเสมอ ข้อมูลตัวเลขที่ได้มักมีความคลาดเคลื่อน ก็จะส่งผลให้การบริหารธุรกิจมีความผิดพลาดตามไปด้วย</p>
<p><strong>3.การบริหารบกพร่องไม่มีการตรวจนับสินค้า</strong></p>
<p>ความบกพร่องในการบริหารที่ไม่มีการตรวจนับสินค้า นอกจากเป็นผลมาจากไม่จัดทำบัญชีทำให้ไม่มีตัวเลขให้ตรวจสอบ การไม่วางแผนธุรกิจให้มีการตรวจนับสินค้า ผู้ประกอบการจะไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าสินค้าชนิดไหนประเภทใดขายดี สินค้าชนิดใดขายไม่ดี และเป็นสินค้าตกค้างใกล้หมดอายุ หรือเป็นสินค้าเสื่อมคุณภาพที่ควรคัดแยกออก ผลเสียที่เกิดจากการไม่ตรวจนับสินค้าก็คือทำให้กำไรส่วนหนึ่งจมอยู่กับสินค้า  เมื่อการเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงินเรียบร้อย ตัวเลขแสดงผลกำไรออกมาก็จะไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะต้องหักสินค้าคงเหลือทำให้เงินสดลดลงไป ปัญหานี้เรียกกันว่า “ผลประกอบการขาดทุนกำไร”</p>
<p><strong>การบริหารสต็อกที่ถูกต้อง ช่วยเพิ่มผลกำไร</strong></p>
<p>การบริหารกิจการให้ประสบความสำเร็จ ส่วนหนึ่งมาจากการมีแผนธุรกิจ และการจัดวางระบบบัญชี ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้ช่วยให้การบริหารสต็อกสินค้ามีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ทำให้ผู้ประกอบการสามารถระบายสินค้าออกไปอย่างเป็นระบบ ทั้งจัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม หรือทำกิจกรรมด้านการตลาดในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อระบายสินค้าที่ใกล้หมดอายุ ช่วยลดปัญหาสินค้าเสื่อมสภาพหรือหมดอายุก่อนวางขาย ส่วนสินค้าตกค้างที่ตรวจพบยังสามารถเร่งขายออกไปเพื่อให้ได้เงินสดเข้ามาแทน นอกจากนั้นตัวเลขที่ได้จากการจัดทำบัญชี ยังช่วยให้ผู้ประกอบการคำนวณต้นทุนสินค้าได้ถูกต้อง และมีโอกาสได้รับผลกำไรเพิ่มมากขึ้น<strong> </strong></p>
<p><strong>บทสรุป</strong></p>
<p>กิจการที่ประสบความสำเร็จ จากการบริหารสต็อกอย่างถูกต้อง  จะช่วยลดสินค้าค้างสต็อกและทำให้มีผลกำไรเพิ่มมากขึ้น ส่วนสำคัญมาจากข้อมูลตัวเลขที่เกิดจากการแผนธุรกิจ และจัดวางระบบบัญชีของกิจการ ทำให้มีตัวเลขทางบัญชีสำหรับผู้บริหาร นำไปใช้ในการบริหารสต็อกได้อย่างถูกต้อง และทำให้สินค้ามีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยหลักสำคัญในการจัดทำบัญชีสำหรับผู้ประกอบการก็คือการบันทึกบัญชีทุกวัน  เพื่อให้ข้อมูลตัวเลขที่นำไปใช้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ</p>
<p>บทความนี้น่าจะทำให้เจ้าของกิจการหลาย ๆ คนเข้าใจการบริหารสต็อกมากยิ่งขึ้น ซึ่งการบริหารสต็อกที่ดีนั้นจะช่วยเพิ่มผลกำไรให้กับกิจการของคุณได้อย่างแน่นอน สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่ต้องการความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริหารสต็อกที่ถูกต้อง เพื่อลดสินค้าค้างสต็อก ลองเข้ามาติดต่อสอบถามกับทีมงานของ Scholar Accounting กันดูก่อน รับรองว่าคุณจะได้รับความรู้และข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6179 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/33.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/33.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/33-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/33-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa/">เพิ่มกำไร ลดสินค้าค้างสต็อก ด้วยการบริหารสต็อกที่ถูกต้อง</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
