<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สำนักงานบัญชีคุณภาพ Archives - Scholar</title>
	<atom:link href="https://www.scholaraccounting.com/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.scholaraccounting.com/tag/สำนักงานบัญชีคุณภาพ/</link>
	<description>แค่เว็บเวิร์ดเพรสเว็บหนึ่ง</description>
	<lastBuildDate>Sat, 22 Feb 2020 03:23:22 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2019/12/scholar-favicon.png</url>
	<title>สำนักงานบัญชีคุณภาพ Archives - Scholar</title>
	<link>https://www.scholaraccounting.com/tag/สำนักงานบัญชีคุณภาพ/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>Scholar Accounting’s success story</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/scholar-accountings-success-story/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 07:55:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชีบริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานบัญชีคุณภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=5855</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในปัจจุบันยังคงมีหลากหลายบริษัทที่จะต้องพบเจอกับปัญหาที [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/scholar-accountings-success-story/">Scholar Accounting’s success story</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="size-full wp-image-6166 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/21.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/21.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/21-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/21-768x644.png 768w" sizes="(max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>ในปัจจุบันยังคงมีหลากหลายบริษัทที่จะต้องพบเจอกับปัญหาที่หลากหลาย  โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องของระบบบัญชีและการทำบัญชีทุกรูปแบบ  บางบริษัทยังคงขาดบุคลากรที่คอยดูแลเรื่องของบัญชีโดยตรง  เมื่อเป็นเช่นนี้การแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด ก็คงจะไม่พ้นไปจากการค้นหาบริษัทที่เปิดให้บริการรับทำบัญชีระดับคุณภาพเข้ามาช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นการวางระบบบัญชี การวางแผนบัญชี และในส่วนอื่น ๆ อีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับการทำบัญชีอย่างครบถ้วน  ซึ่งในส่วนต่าง ๆ เหล่านี้ที่เกี่ยวข้องกับบัญชี   ทางเราสำนักงานบัญชีคุณภาพ  Scholar Accounting  มีความพร้อมที่เข้าไปช่วยเหลือและคอยแก้ไขในทุก ๆ ปัญหาเกี่ยวกับระบบบัญชีของทุกท่าน โดยที่ทุกท่านจะสามารถไว้วางใจและเชื่อมั่นผ่านการเลือกใช้บริการจาก Scholar Accounting ได้ทุกเมื่อเช่นเดียวกัน เนื่องจากทางเรายังคงมุ่งเน้นที่จะสร้างสรรค์และคอยดูแลระบบบัญชีทั้งหมดให้แก่ท่านอย่างละเอียดและสมบูรณ์  โดยเน้นย้ำไปกับการเริ่มต้นจากการวางรากฐานบัญชีที่ดีขึ้นให้ได้ก่อน  และส่วนนี้เองก็จะกลายเป็นส่วนที่สร้างความสำเร็จทางด้านการจัดทำบัญชีให้แก่ทุกท่านได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>การเริ่มต้นของ </strong><strong>Scholar  สำนักงานบัญชีคุณภาพ</strong></p>
<p>สำหรับสำนักงานบัญชี Scholar Accounting ได้เริ่มต้นจากการเป็นสำนักงานบัญชี  เอ็น เอ เอฟ มาก่อน  ซึ่งสำนักงานบัญชีเอ็น เอ เอฟ ได้เริ่มต้นเปิดให้บริการ ตั้งแต่ปี  2547   ซึ่งมีคุณนันทกาญจ์ ลิ้มเจริญ เป็นผู้นำในการก่อตั้งสำนักงานบัญชีนี้ขึ้นมา  และในระยะเวลาต่อมา Scholar Accounting ได้มีการพัฒนาและสร้างสรรค์ผลงานด้านการทำบัญชีอย่างต่อเนื่องเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์อันมีค่าด้วยความใส่ใจเป็นพิเศษ เพื่อให้ลูกค้าทุกคนได้รับความพึงพอใจมากที่สุด พร้อมทั้งได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น  บริษัท สกอลาร์ แอคเคาท์ติ้ง จำกัด ในปี 2556 และได้เปิดให้บริการเป็นที่ปรึกษาบัญชี   การวางแผนบัญชี และวางระบบบัญชี พร้อมทั้งให้บริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบัญชีตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ</p>
<p><strong>จุดเด่นของ </strong><strong>Scholar  ที่ไม่ใช่แค่เป็นที่ปรึกษาบัญชีเท่านั้น</strong></p>
<p>สำนักงานบัญชี Scholar Accounting ได้เปิดให้บริการมาอย่างยาวนานกว่า 17 ปี    ซึ่งทีมงานของเราทุกคนถือได้ว่าเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการจัดทำบัญชีและมีความรู้ที่ทันสมัย ผ่านการเรียนรู้ตามหลักสูตรอย่างเข้มข้น และลงลึกถึงรายละเอียดในทุกขั้นตอนของการจัดทำบัญชี โดยเฉพาะงานทางด้านการวางระบบบัญชี  , บัญชีบริหาร , การวางแผนบัญชีภาษีอากร,  การจัดการต้นทุน , การจดทะเบียนและการใช้โปรแกรมบัญชีแบบสำเร็จรูป ERP และ BOI  รวมไปถึงบริการบัญชีออนไลน์ในรูปแบบระบบการประมวลผลแบบคลาวด์  ซึ่งส่งผลทำให้ลูกค้าเกิดความสะดวกสบายได้มากยิ่งขึ้น  เพราะสามารถใช้งานได้ทั้งในระบบ Windows และ macOS รวมไปถึงสามารถใช้ได้ในหลายอุปกรณ์เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น Tablet หรือ Smartphone</p>
<p>โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา   Scholar  Accounting ได้พัฒนามาตรฐานการให้บริการด้านบัญชีอย่างต่อเนื่อง เพราะอยากให้สิ่งที่ดีที่สุดกับลูกค้าทุกคน ซึ่งจุดเด่นของ Scholar Accounting ที่ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง มีดังต่อไปนี้</p>
<ul>
<li>Scholar Accounting มีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ในงานด้านการจัดทำบัญชี</li>
<li>Scholar Accounting ออกแบบวางระบบบัญชีที่เหมาะสมสำหรับแต่ละกิจการ (On Demand Service)</li>
<li>Scholar Accounting ให้บริการทางบัญชีให้กับกิจการต่าง ๆ ในรูปแบบของการให้ความรู้ การเป็นพี่เลี้ยง และ การเป็นที่ปรึกษา (Education, Coaching, Consulting)</li>
<li>Scholar Accounting ได้รับการรับรองสำนักงานบัญชีคุณภาพ ตามมาตรฐาน ISO9001 ในปี 2013</li>
<li>Scholar Accounting ได้รับใบอนุญาตสำนักงานบัญชีตัวแทน (Tax Agent) จากกรมสรรพากร ในปี 2013</li>
</ul>
<p><strong>บริการดี ๆ จาก </strong><strong>Scholar ที่มาพร้อมกับการวางแผนและการวางระบบบัญชี </strong></p>
<p>สำหรับบริการหลัก ๆ ที่ Scholar Accounting ได้เปิดให้บริการถือได้ว่ามีหลากหลายรูปแบบและครบถ้วนทุกกระบวนการเกี่ยวกับการจัดทำและการดูแลบัญชี   ซึ่งบริการทางบัญชีที่ Scholar Accounting เปิดให้บริการ มีดังนี้</p>
<ul>
<li>การวางระบบบัญชี, บัญชีบริหาร</li>
<li>การบันทึกรายการบัญชี</li>
<li>บริการบัญชีอื่น ๆ</li>
<li>บริการตรวจสอบบัญชี</li>
<li>บริการจำหน่ายโปรแกรมบัญชี</li>
<li>บริการอบรมการใช้งานโปรแกรม</li>
<li>บริการเป็นที่ปรึกษาบัญชี</li>
<li>เป็นที่ปรึกษาและวางแผนภาษีทั้งภาษีนิติบุคคลและธรรมดา พร้อมทั้งภาษีอากรอื่น ๆ ร่วมด้วย</li>
<li>การขอคืนบัญชี</li>
<li>บริการงานทะเบียน</li>
<li>การจัดทำวีซ่าและหนังสืออนุญาต</li>
<li>บริการขอรับการส่งเสริมการลงทุน</li>
<li>บริการสำรวจและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการ รวมไปถึงการเขียนแผนธุรกิจ</li>
<li>การจัดหาแหล่งเงินทุน</li>
</ul>
<p><strong>ความสำเร็จของ </strong><strong>Scholar ที่ยืนยันได้ว่าเราคือ “สำนักงานบัญชีคุณภาพ” อย่างแท้จริง!</strong></p>
<p>ในส่วนของความสำเร็จของ Scholar Accounting ที่จะสามารถยืนยันได้ว่าเราคือ “สำนักงานบัญชีคุณภาพ” อย่างแท้จริงได้นั้น  ไม่ใช่แค่ผลงานทางด้านการให้บริการ  แต่เรายังคงเป็นสำนักงานบัญชีคุณภาพที่ได้รับการการันตีและยืนยันจากผลงานและรางวัลต่าง ๆ ที่เราได้มา  ดังต่อไปนี้</p>
<ul>
<li>Scholar Accounting ได้เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี ตั้งแต่วันที่ 19/07/2556 เป็นต้นมา</li>
<li>Scholar Accounting ยังคงได้รับการรับรองสำนักงานบัญชีคุณภาพตามมาตรฐาน ISO9001 ในปี 2013</li>
<li>Scholar Accounting ได้รับใบอนุญาตสำนักงานบัญชีตัวแทนโดยกรมสรรพากร ในปี 2013</li>
<li>Scholar Accounting ได้รับอนุมัติให้เป็นบริษัทที่ปรึกษาสาขาการเงิน ด้านบัญชีและภาษีอากร โดยศูนย์ข้อมูลที่ปรึกษาไทย กระทรวงการคลัง ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2558</li>
<li>ในส่วนของลูกค้าที่เลือกใช้โปรแกรมบัญชีอินเตอร์เน็ตของเรามีมากกว่า 50 รายขึ้นไป</li>
<li>พนักงานทุกตำแหน่งของ Scholar ล้วนแล้วแต่ได้รับการอบรมอย่างครบถ้วนอย่างน้อย 12 ชั่วโมงต่อปี</li>
</ul>
<p>ทั้งหมดนี้ถือได้ว่าเป็นเรื่องราวความสำเร็จของ Scholar Accounting สำนักงานบัญชีคุณภาพ  ที่พร้อมจะให้บริการและให้คำแนะนำอย่างเอาใจใส่แก่กิจการต่าง ๆ รวมไปถึงกลุ่มลูกค้าทุกกลุ่มที่ไว้วางใจและอยากจะเลือกใช้บริการจากทางเรา ซึ่งในระยะเวลาที่ผ่านมา Scholar Accounting ได้มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาบริการให้ดียิ่งขึ้น  เพราะทางเราไม่ใช่แค่ที่ปรึกษาบัญชีเท่านั้น แต่ทางเรายังคงใส่ใจไปกับการวางรากฐานระบบบัญชีที่ดีตั้งแต่ต้นจนจบ  เพื่อให้ลูกค้าของเรามั่นใจว่าจะได้พบกับระบบการจัดทำและการดูแลบัญชีที่ดีเยี่ยม เราพร้อมที่จะให้คำแนะนำและให้คำปรึกษาแก่ทุกท่านตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ ไม่ว่าจะเป็นบริการในรูปแบบไหนจากทางเรา เรายินดีที่จะช่วยดูแลลูกค้าทุกท่านเสมอไป</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img decoding="async" class="size-full wp-image-6180 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-768x644.png 768w" sizes="(max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/scholar-accountings-success-story/">Scholar Accounting’s success story</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผู้ประกอบการต้องรู้ &#8220;ธุรกรรมเป็นลักษณะพิเศษ&#8221; ที่ธนาคารต้องแจ้งต่ออธิบดีกรมสรรพากร ดีเดย์ มี.ค. 2563</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89-%e0%b8%98%e0%b8%b8/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 07:44:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชีบริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีขายของออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีผู้ค้าออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีย้อนหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีร้านค้า]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีร้านค้าออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีแม่ค้าออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานบัญชีคุณภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=5838</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในปี 2563 กรมสรรพากรมีการออกกฎเอาไว้ว่า ธุรกิจต่าง ๆ ไม [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89-%e0%b8%98%e0%b8%b8/">ผู้ประกอบการต้องรู้ &#8220;ธุรกรรมเป็นลักษณะพิเศษ&#8221; ที่ธนาคารต้องแจ้งต่ออธิบดีกรมสรรพากร ดีเดย์ มี.ค. 2563</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-6194 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/48.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/48.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/48-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/48-768x644.png 768w" sizes="(max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>ในปี 2563 กรมสรรพากรมีการออกกฎเอาไว้ว่า ธุรกิจต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นออนไลน์หรือออฟไลน์จะต้องมีการยื่นธุรกรรมเป็นลักษณะพิเศษให้กับทางกรมสรรพากร โดยเป็นหน้าที่ของธนาคารที่จะต้องทำการยื่นข้อมูลดังกล่าว ซึ่งจะเริ่มต้นตั้งแต่เดือน มีนาคม พ.ศ.2563 เป็นต้นไป สำหรับจุดประสงค์หลักของการมีธุรกรรมเป็นลักษณะพิเศษก็เพื่อเพิ่มการจัดเก็บภาษีให้ได้ประสิทธิภาพ ช่วยลดความเสียเปรียบได้เปรียบของคนที่ยื่นภาษีอย่างถูกต้องกับบางกลุ่มที่หาทางเลี่ยงภาษี แนวทางนี้จะช่วยให้การรายงานข้อมูลผ่านธนาคารส่งตรงไปยังกรมสรรพากรได้อย่างถูกต้องแบบไม่มีคลาดเคลื่อน</p>
<p><strong>ทำความเข้าใจ ทำไมต้องเรียกว่า &#8220;ธุรกรรมเป็นลักษณะพิเศษ&#8221; ?</strong></p>
<p>ธุรกรรมเป็นลักษณะพิเศษ เป็นการร่างกฎหมายใหม่ขึ้นมา เพื่อนำไปใช้รองรับการจ่ายภาษีของผู้ประกอบการ รวมไปถึงการทำเอกสารทางธุรกรรมที่เริ่มมีการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการชำระเงิน ตอบสนองการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่สังคมไร้เงินสด รัฐบาลเรียกระบบการชำระเงินดังกล่าวว่า &#8220;National e-Payment Master Plan&#8221; หรือการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ  โดยธุรกรรมที่เข้าข่ายเป็น “ธุรกรรมเป็นลักษณะพิเศษ” มีดังนี้</p>
<ul>
<li>การทำธุรกรรมจากการ &#8220;ฝาก&#8221; หรือ &#8220;รับโอนเงิน&#8221; จากทุกบัญชีที่ได้รับรวมกันเกิน 3,000 ครั้งขึ้นไป</li>
<li>การทำธุรกรรมจากการ &#8220;ฝาก&#8221; หรือ &#8220;รับโอนเงิน&#8221; จากทุกบัญชีที่ได้รับรวมกันตั้งแต่ 200 ครั้งขึ้นไป โดยมีการฝากและรับโอนเงินรวมกันตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป</li>
</ul>
<p>หากผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคลหรือคนธรรมดาที่ไม่ได้จดทะเบียนบริษัท เข้าข่ายการฝากและโอนเงินแบบนี้ ทางธนาคารก็จะทำการส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรเพื่อป้องกันการเลี่ยงภาษี และช่วยให้มีการจ่ายภาษีอย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตามร่างกฎหมายดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการร่าง คาดว่าจะเริ่มใช้ครั้งแรกในวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2563 ตอนนี้กรมสรรพากรเปิดโอกาสให้ประชาชน สามารถเข้าไปแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมกันได้ที่ www.rd.go.th/publish/27837.0.html และอ่านข้อมูลร่าง พรบ.ดังกล่าวให้เข้าใจ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น</p>
<p><strong>ผู้ประกอบการต้องเตรียมตัวรับมืออย่างไร ?</strong></p>
<p>การปรับตัวด้วยการจัดการบัญชีบริหารให้มีความถูกต้อง เพื่อช่วยให้เห็นตัวเลขที่แน่ชัด แม้ว่าใครจะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม ผู้ประกอบการและเหล่าสำนักงานบัญชีคุณภาพที่ได้รับการว่าจ้างก็จะต้องปรับตัวและพร้อมเดินหน้าไปกับการเปลี่ยนแปลงนี้ เพื่อให้เกิดความทันยุคทันสมัย เข้าใจระบบการจ่ายภาษีที่จะต้องมีความโปร่งใส ไม่บิดเบือนตัวเลข การจ่ายภาษีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แน่นอนว่าคนที่ไม่ยอมปฏิบัติตาม ก็เตรียมรับมือกับบทลงโทษด้วยค่าปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หากยังไม่ทำตาม จะมีค่าล่าช้าปรับเพิ่มอีกไม่เกินวันละ 1 หมื่นบาทด้วย</p>
<p>ร่างกฎหมายนี้ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นกับนิติบุคคลหรือคนที่ค้าขายออนไลน์เท่านั้น แต่จะมีการนำไปใช้ครอบคลุมกับทุกคนในประเทศไทยที่มีลักษณะทางธุรกรรมเคลื่อนไหวเหมือนที่กล่าวไปข้างต้น ไม่ว่าจะเป็นแม่ค้าขายส้มตำ หรือคนทำการค้าออนไลน์ ไปจนถึงคนที่ทำอาชีพอิสระ ล้วนก็ต้องถูกตรวจสอบด้วยกันทั้งหมด มองในแง่ดีก็ถือว่า เป็นประโยชน์กับคนที่จ่ายภาษีอย่างถูกต้องและป้องกันพวกชอบเอารัดเอาเปรียบ ที่ชอบหาทางเลี่ยงภาษี</p>
<p><strong>ชำแหละบทบาทของธุรกรรมเป็นลักษณะพิเศษ สิ่งที่คนทำธุรกิจต้องเข้าใจ</strong></p>
<p>ชำแหละข้อมูลว่าด้วยกฎหมายธุรกรรมเป็นลักษณะพิเศษเพิ่มกันสักหน่อย จะได้ช่วยให้ทุกคนที่ต้องเสียภาษีเป็นหน้าที่อยู่แล้วได้เข้าใจกระบวนการทำงานมากขึ้น</p>
<p>ย้ำกันอีกครั้งว่าการเคลื่อนไหวการเงินดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ ถ้าหากมีการรับเงินเข้าบัญชีอิเล็กทรอนิกส์เกิน 200 ครั้งต่อปี และยอดรวมกัน 2 ล้านบาทขึ้นไป หรือ กรณีที่มีการรับเงินเกิน 3,000 ครั้งต่อไปขึ้นไป โดยรวมเอาทุกบัญชีมาพิจารณาก็แปลว่าเข้าข่ายด้วยกันทั้งนั้น ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้บังคับเฉพาะคนที่ขายของออนไลน์ แต่เกี่ยวข้องกับทุกคนที่มีบัญชีธนาคารที่มีการทำธุรกรรมเกิดขึ้น ถ้ามีการโอนเงินระหว่างบัญชีตัวเองสลับไปสลับมา ในส่วนนี้ยังไม่สรุปว่าจะเข้าข่ายไหม เพราะกฎหมายยังอยู่ในขั้นตอนการร่าง แต่สิ่งสำคัญคือเงินที่โอนเข้ามาหากถูกเรียกตรวจสอบแล้ว บอกไม่ได้ว่าเงินนั้นมาจากไหน ก็เสี่ยงที่จะโดนข้อหาเลี่ยงภาษีได้</p>
<p>ดังนั้นผู้ประกอบการที่ต้องการทำธุรกิจให้โปร่งใส ควรมีการวางแผนบัญชีรายรับและรายจ่ายของบริษัทให้เป็นไปอย่างถูกต้อง ถ้าขี้เกียจทำ ก็มีที่ปรึกษาบัญชีมากมายให้ลองเลือกใช้บริการ โดยเฉพาะสำนักงานบัญชีคุณภาพ ที่สามารถเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระ ลดความยุ่งยากตรงนี้ลงไป ส่วนใครที่บอกว่าอยากจะเลี่ยงภาษีด้วยการไม่ใช้วิธีจ่ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ แต่ใช้การรับเงินสดแทน บอกเลยว่าจะมีปัญหากับการขอสินเชื่อในอนาคต เพราะธนาคารกำลังจะเปลี่ยนเข้าสู่ระบบบัญชีเล่มเดียวอย่างเต็มตัว ใครอยากวางแผนธุรกิจให้ยั่งยืน เติบโตได้อย่างมั่นคงแล้วล่ะก็ ควรเสียภาษีให้ถูกต้อง</p>
<p>กฎหมายว่าด้วยธุรกรรมลักษณะพิเศษ ถูกร่างขึ้นมาเพื่อเป็นการบอกให้คนไทยรู้ถึงหน้าที่ของตัวเองที่ต้องทำกันอยู่แล้ว เพราะเมื่อมีรายได้ก็ต้องเสียภาษี แต่ถ้าหากไม่มีรายได้ตามข้อกำหนด ก็ไม่จำเป็นต้องจ่าย เข้าใจกันง่าย ๆ ก็คือการสร้างความเป็นธรรมให้กับธุรกิจทุกราย ไม่ว่าจะเป็นรายย่อยหรือรายใหญ่นั่นเอง สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่กำลังต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับธุรกรรมเป็นลักษณะพิเศษ ลองเข้ามาติดต่อสอบถามกับ Scholar Accounting  เพื่อรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดทำบัญชี รับรองว่าคุณจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับธุรกรรมเป็นลักษณะพิเศษอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6182 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/36.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/36.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/36-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/36-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89-%e0%b8%98%e0%b8%b8/">ผู้ประกอบการต้องรู้ &#8220;ธุรกรรมเป็นลักษณะพิเศษ&#8221; ที่ธนาคารต้องแจ้งต่ออธิบดีกรมสรรพากร ดีเดย์ มี.ค. 2563</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ลักษณะและปัจจัยของการวางระบบบัญชีภายใน</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a7/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 07:17:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าทำบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานบัญชีคุณภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=5824</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อการวางระบบบัญชีภายในเป็นเรื่องสำคัญในการได้ข้อมูลท [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a7/">ลักษณะและปัจจัยของการวางระบบบัญชีภายใน</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6156 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/11.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/11.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/11-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/11-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>เมื่อการวางระบบบัญชีภายในเป็นเรื่องสำคัญในการได้ข้อมูลทางบัญชีและการเงินมาใช้ในการขับเคลื่อนธุรกิจไปสู่ความสำเร็จ ดังนั้นการวางระบบบัญชีจึงเป็นเรื่องที่ผู้บริหารกิจการควรเข้ามาเรียนรู้ เพื่อทำให้การดำเนินธุรกิจจะได้ไม่สะดุดไปกับปัญหางานในด้านบัญชีของบริษัท</p>
<p><strong>ข้อเท็จจริงและข้อพึงปฏิบัติที่ควรทราบเกี่ยวกับการวางระบบบัญชีภายใน</strong></p>
<p>เรื่องที่ควรรู้และระมัดระวังก็นับเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญสำหรับการวางระบบบัญชีเช่นเดียวกัน แม้กิจการจะมีที่ปรึกษาบัญชีแล้วก็ตาม แต่หากได้รู้เรื่องเหล่านี้ไว้ ก็นับเป็นสิ่งที่ดีในการช่วยวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกันก่อนการวางแผนบัญชี</p>
<ol>
<li>การวางระบบบัญชี ควรทำให้เหมาะสมกับกิจการของตนเอง ไม่เลียนแบบหรือทำตามผู้อื่น ในสิ่งที่ไม่เหมาะกับธุรกิจของตน</li>
<li>การวางระบบบัญชี ให้คำนึงถึงวัตถุประสงค์หลักสำคัญที่ต้องการจริง ๆ ทั้งนี้ต้องมีการประชุมกันให้ชัดเจนในระหว่างการเก็บข้อมูลมาวิเคราะห์</li>
<li>ระหว่างระบบบัญชีที่ยอดเยี่ยมตามทฤษฎีกับระบบบัญชีที่เหมาะสมกับกิจการในการป้องกันการทุจริต ในแบบที่สองแม้จะไม่ตรงตามตำรา แต่ก็สมควรเลือกใช้มากกว่า</li>
<li>ในการวางระบบบัญชีภายใน จำเป็นต้องมีกำหนดการทำรายงานนำเสนอในช่วงเวลาที่เหมาะสมไว้ล่วงหน้า และทำให้ได้ตามกำหนด เพื่อประโยชน์ต่อการใช้ข้อมูลในการบริหารงาน</li>
<li>มีความเป็นไปได้ว่า ระบบบัญชีที่ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกัน นับเป็นระบบบัญชีที่ดีที่สุด จึงควรรับฟังความเห็นของผู้ปฏิบัติงานด้วยในการปรับปรุง เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้ทำได้อย่างถูกต้องและใช้ระบบบัญชีในการควบคุมบริหารอย่างเต็มประสิทธิภาพ</li>
<li>ระบบบัญชีที่ดีในช่วงเวลาหนึ่ง อาจไม่ดีที่สุดเมื่อเหตุการณ์เปลี่ยนไป ผู้ปฏิบัติงานจึงควรได้รับการปลูกฝังให้พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลง โดยไม่รู้สึกว่าเป็นความผิดของตนเอง เพราะจะทำให้ขาดกำลังใจในการทำงาน</li>
<li>การวางระบบบัญชีในปัจจุบันควรเลือกใช้เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมในการบันทึกข้อมูลตั้งแต่ต้น เพื่อไม่ให้เกิดแรงกระเพื่อมในอนาคตเพราะยิ่งต่อ ๆ ไปเมืองไทยยิ่งมีแนวโน้มการใช้เทคโนโลยีช่วยในการทำงานมากขึ้น</li>
<li>ระบบบัญชีสำเร็จรูป อาจไม่ได้ตอบโจทย์ของกิจการแบบ 100% แต่เมื่อเทียบกับการลงทุนเขียนโปรแกรมเฉพาะอาจจะดีกว่า หรือออกแบบวางระบบบัญชีเพื่อให้สอดคล้องกับโปรแกรมสำเร็จรูปให้มากที่สุด</li>
</ol>
<p><strong>ลักษณะของการวางระบบบัญชีที่ดี</strong></p>
<p>1.การวางระบบบัญชีที่ดีต้องสามารถสะท้อนให้เห็นแนวคิดในการบริหารกิจการว่ามีความรอบคอบ รัดกุมแค่ไหน</p>
<p>2.ระบบบัญชีที่ดี ต้องมีกลไกในการควบคุมความเสี่ยงเรื่องข้อผิดพลาดในการทำงาน และป้องกันช่องทางการรั่วไหลของสถานะการเงินขององค์กรได้ คือ มีระบบตรวจสอบซึ่งกันและกัน ไม่เปิดช่องว่างให้ใครคนใดคนหนึ่งทุจริตหรือควบคุมเรื่องใดเรื่องหนึ่งเพียงคนเดียว</p>
<p>3.ลักษณะของระบบบัญชีที่ดีต้องตอบโจทย์การชำระภาษีรายเดือน รายปี ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่มีการคลาดเคลื่อน หรือแก้ไขข้อผิดพลาดเฉพาะเทศกาล</p>
<p>4.ระบบบัญชีที่ดี ต้องตอบโจทย์ผู้บริหารในการบริหารจัดการข้อมูลได้</p>
<p>5.ระบบบัญชีที่ดีต้องมีลักษณะสะท้อนให้เห็นภาพจริงของกิจการเพื่อใช้ข้อมูลต่อสู้ทางธุรกิจกับคู่แข่งได้</p>
<p>6.ระบบบัญชีที่ดีต้องทำให้ผู้ปฏิบัติงานเห็นภาพการดำเนินการด้านบัญชีตั้งแต่ต้นจนสุดปลายทางได้ จะได้ช่วยกันทำให้เป็นระบบที่มีคุณภาพ รับผิดชอบร่วมกัน ไม่ใช่เฉพาะของฝ่ายบัญชี</p>
<p>7.ระบบบัญชีที่ดีต้องมีการวางระบบที่สามารถทบทวน เก็บข้อมูลประเภทต่าง ๆ ที่ต้องการได้ทุกช่วงเวลาที่ต้องการ</p>
<p>8.ระบบบัญชีที่ดี ต้องสอดคล้องกับการบริหารบัญชี บริหารการเงิน บริหารทรัพย์สิน เงินลงทุน ลูกหนี้ เจ้าหนี้ และองค์ประกอบอื่นที่เกี่ยวข้องกับการรักษาเสถียรภาพของธุรกิจได้</p>
<p>9.ระบบบัญชีที่ดีต้องมีการควบคุมความเสี่ยงของธุรกิจได้ในตัว ไม่พลั้งเผลอก่อให้เกิดเงินเฟ้อในกิจการ หรือภาวะการเงินตึงตัว</p>
<p><strong>ปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เกิดการวางระบบบัญชีภายในที่ดี</strong></p>
<ol>
<li>ผู้ทำหน้าที่วางระบบบัญชีภายใน จำเป็นต้องรู้ข้อมูลในบริษัทอย่างครบถ้วน และตามความเป็นจริง จึงจะวางระบบได้ดี</li>
<li>ผู้วางระบบบัญชี ต้องวางระบบบัญชีให้ง่ายต่อการปฏิบัติงานของทุกฝ่าย คือ ง่ายต่อการเรียนรู้ และสามารถปฏิบัติตามระบบได้อย่างง่าย ๆ มีขั้นตอน รวมไปถึงมีรายละเอียดที่สามารถทำความเข้าใจได้ด้วยตัวเอง หรือแม้ต้องมีการเปลี่ยนผ่านงานสู่คนอื่นก็ทำต่อได้เลย</li>
<li>ผู้วางระบบบัญชี ต้องคำนึงถึงขั้นตอนการเดินเอกสาร การรับรองความถูกต้องของเอกสาร ต้องมีระบุเอาไว้ เพื่อไม่ต้องตามแก้ไขในอนาคต</li>
<li>ผู้วางระบบบัญชีต้องวางผังบัญชี กำหนดรหัสบัญชี อย่างรัดกุม วางเป็นผังมาตรฐานที่สามารถเพิ่มขยายหรือลดได้ โดยไม่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงใหม่ทั้งระบบ</li>
<li>ผู้วางระบบต้องออกแบบฟอร์มเอกสาร สมุดบัญชีต่าง ๆ ต้องมีการกำหนดให้มีรายละเอียดสอดคล้องกับความต้องการของกฎหมาย รวมถึงคำนึงถึงความต้องการรายงานที่ผู้บริหารต้องการทราบด้วย</li>
</ol>
<p>การวางแผนบัญชีที่ดี ต้องคำนึงถึงลักษณะและปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมให้มีการวางระบบบัญชีภายในที่ดี และหากไม่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง ควรมีที่ปรึกษาบัญชีจากสำนักงานบัญชีคุณภาพที่พิจารณาแล้วว่า เหมาะสมและเข้าใจกิจการและเป็นมืออาชีพพอมาช่วยดำเนินการแทน สำหรับเจ้าของธุรกิจ ท่านใดที่กำลังต้องการข้อมูลเกี่ยวกับการวางระบบบัญชีภายในเพิ่มเติม ลองเข้ามาติดต่อสอบถามกับ Scholar Accounting เพื่อรับคำปรึกษาและขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดทำบัญชี รับรองว่าคุณจะได้ข้อมูลเกี่ยวกับการวางระบบบัญชีภายในที่เป็นประโยชน์อย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6138 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-4-1.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-4-1.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-4-1-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-4-1-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a7/">ลักษณะและปัจจัยของการวางระบบบัญชีภายใน</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ค่าปรับภาษีนิติบุคคลที่หลายๆคนไม่เคยรู้</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b8%b5/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 07:04:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าทำบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานบัญชีคุณภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=5821</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; นิติบุคคล  (Juristic Persons)  หมายถึง บุคคลที่ก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b8%b5/">ค่าปรับภาษีนิติบุคคลที่หลายๆคนไม่เคยรู้</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6167 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/22.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/22.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/22-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/22-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" />นิติบุคคล  (Juristic Persons)  หมายถึง บุคคลที่กฎหมายสมมติให้มีสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบได้ตามกฏหมายเหมือนบุคคลธรรมดา และสามารถกระทำการใดๆได้เช่นเดียวกับ บุคคลธรรมดา เช่น มีความสามารถในการทำนิติกรรมสัญญา มีสิทธิในการเป็นเจ้าของ ทรัพย์สินต่างๆ มีหน้าที่ในการเสียภาษี และเป็นเจ้าหนี้หรือลูกหนี้ได้</p>
<p>กระนั้นนิติบุคคลก็ไม่สามารถกระทำการเหมือนกับบุคคลธรรมดาได้ทุกเรื่อง เช่น สิทธิในการจดทะเบียนสมรส สิทธิทางการเมือง เนื่องจากนิติบุคคลเป็นเพียงบุคคลสมมติที่ไม่มีชีวิต ร่างกาย และสติปัญญาเหมือนกับบุคคลธรรมดา</p>
<p><strong><u>สภาพนิติบุคคลจะเริ่มต้นเมื่อไหร่?</u></strong></p>
<p>&#8211; ถ้าเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายเอกชน สภาพนิติบุคคลเริ่มต้นตั้งแต่จดทะเบียนตามกฎหมาย</p>
<p>&#8211; ถ้าเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายมหาชน สภาพนิติบุคคลเริ่มต้นตั้งแต่พระราชบัญญัติที่จัดตั้งนิติบุคคลนั้นมีผลบังคับใช้</p>
<p><strong><u>ผู้แทนนิติบุคคลคืออะไร? </u></strong></p>
<p>ดังนั้นเมื่อนิติบุคคลไม่สามารถกระทำการบางอย่างได้เหมือนบุคคลธรรมดา จึงจำเป็นต้องแต่งตั้ง “ผู้แทนนิติบุคคล” เพื่อให้ทำหน้าที่ได้เช่นเดียวกับบุคคลธรรมดา</p>
<p><u>ผู้แทนนิติบุคคล</u> คือ ผู้ทำหน้าที่แสดงเจตนาแทนตัวนิติบุคคล อาจมีคนเดียวหรือหลายคนก็ได้ตามที่กฎหมาย ข้อบังคับ หรือตราสารจัดตั้งจะกำหนดไว้</p>
<p><u>ตัวแทนนิติบุคคล</u> หรือตัวแทน คือ ผู้ทำหน้าที่แทนตัวการ ตามสัญญาตัวแทน</p>
<p><strong><u>ประเภทของนิติบุคคล</u></strong></p>
<p>นิติบุคคลออกเป็น 2 ประเภท คือ</p>
<ol>
<li>นิติบุคคลที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มีด้วยกัน 5 ประเภท ได้แก่</li>
</ol>
<ul>
<li>บริษัทจำกัด</li>
<li>ห้างหุ้นส่วนจำกัด</li>
<li>ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน</li>
<li>สมาคม</li>
<li>มูลนิธิ</li>
</ul>
<ol start="2">
<li>นิติบุคคลที่บัญญัติไว้ในกฎหมายมหาชนอื่นๆซึ่งมีเป็นจำนวนมาก เช่น วัด จังหวัด กระทรวง ทบวง กรม องค์การมหาชน เป็นต้น</li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><u>ภาษีที่ “นิติบุคลล” ต้องจ่าย </u></strong></p>
<p>เมื่อมีการจดทะเบียนบริษัทหรือจดทะเบียนทำธุรกิจขึ้นมาเป็นนิติบุคคลประเภทใดแล้วก็ตาม ย่อมต้องมี “ภาษี” ของเจ้าของการทำธุรกิจในรูปแบบ “นิติบุคคล” ตามมานั่นเอง</p>
<p>ไม่ว่านิติบุคคลจะประกอบธุรกิจใดๆ การวางแผนธุรกิจถือเป็นเรื่องจำเป็น เช่นเดียวกับการวางแผนภาษีและมีที่ปรึกษาภาษีที่ดี ก็จะเป็นตัวช่วยให้ภาษีทุกบาททุกสตางค์ที่เสียไปคุ้มค่าที่สุด</p>
<p>ภาษีที่นิติบุคคลที่จดทะเบียนในรูปแบบต่างๆ จะต้องจ่ายให้กับรัฐ มี 5 ชนิดภาษี ดังต่อไปนี้</p>
<ol>
<li>ภาษีเงินได้นิติบุคคล</li>
</ol>
<p>คือ ภาษีที่เรียกเก็บจากนิติบุคคลที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีตามกฎหมายภาษีอากรที่ชือว่า &#8220;ประมวลรัษฎากร&#8221;</p>
<p>ผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามประมวลรัษฏากร ได้แก่ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ และหมายความรวมถึงนิติบุคคลอื่นๆ ที่ไม่ได้จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์</p>
<p>แบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลนั้นจะมี 2 แบบ ก็คือ</p>
<p>(1) แบบแสดงรายการ ภ.ง.ด. 50 สำหรับภาษีสำหรับรอบบัญชีที่ต้องยื่นภายใน 150 วันหลังจากวันที่ปิดบัญชี</p>
<p>(2) แบบแสดงรายการ ภ.ง.ด. 51 ที่ต้องยื่นภายใน 2 เดือนหลังจากรอบบัญชีครึ่งปีด้วยครับ</p>
<ol start="2">
<li>ภาษีหัก ณ ที่จ่าย</li>
</ol>
<p>คือ ภาษีที่คน “จ่าย” ที่จดทะเบียนเป็นบริษัทหรือนิติบุคคลต้อง “หัก” ไว้ก่อนที่จะจ่ายเงินให้กับคนรับที่เป็นนิติบุคคลหรือคนธรรมดาก็ได้</p>
<p>ทุกครั้งที่มีการชำระภาษีหัก ณ ที่จ่าย ต้องออกหนังสือรับรองการหัก ณ ที่ จ่าย เพื่อใช้เป็นหลักฐานยื่นกับกรมสรรพากรว่าได้ถูกหักภาษีไว้จำนวนหนึ่งแล้ว เพื่อให้การเสียภาษีสิ้นปีมีจำนวนน้อยลงหรือไม่ต้องเสียเวลา</p>
<p>ทั้งนี้นิติบุคคลจะต้องแสดงแบบยื่นรายการภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.53) ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป</p>
<ol start="3">
<li>ภาษีมูลค่าเพิ่ม</li>
</ol>
<p>คือ ภาษีที่เก็บจากมูลค่าส่วนที่เพิ่มขึ้นจากการขายสินค้าและการให้บริการประเภทต่างๆ โดยเรียกเก็บจากผู้ประกอบการและผู้นำเข้า ผู้ผลิต ผู้ให้บริการผู้ขายส่ง ผู้ขายปลีก ส่งออก ผู้นำเข้า ซึ่งมีรายได้ต่อปีตั้งแต่ 1,800,000 บาทขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ตาม</p>
<p>ทั้งนี้นิติบุคคลจะต้องแสดงแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) ทุกวันที่ 15 ของเดือนถัดไป</p>
<ol start="4">
<li>ภาษีธุรกิจเฉพาะ</li>
</ol>
<p>คือ ภาษีตามประมวลรัษฎากรอีกประเภทหนึ่ง ที่จัดเก็บจากการประกอบกิจการเฉพาะอย่างแทนภาษีการค้าที่ถูกยกเลิก เช่น กิจการธนาคารพาณิชย์ โรงรับจำนำ หรือการขายอสังหาริมทรัพย์</p>
<p>ทั้งนี้นิติบุคคลจะต้องแสดงแบบแสดงรายการภาษีธุรกิจเฉพาะ (ภ.ธ.40) และในกรณีทั่วไปของธุรกิจ เมื่อมีการขายอสังหาริมทรัพย์หรือการให้กู้ยืมเงินจะเสียภาษีที่อัตรา 3.3% (รวมอัตราภาษีท้องถิ่น)</p>
<ol start="5">
<li>อากรแสตมป์</li>
</ol>
<p>คือภาษีตามประมวลรัษฎากรอีกประเภทหนึ่ง จะเรียกเก็บเมื่อมีการทำ “ตราสาร” ระหว่างกัน 28 ลักษณะ ตามที่กำหนดไว้ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์</p>
<p>“ตราสาร” ตามประมวลรัษฎากรหมายถึงเอกสารหรือสัญญาที่ต้องเสียอากรแสตมป์ ตามที่กำหนดไว้ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ เช่น ตราสารเช่าซื้อทรัพย์สิน</p>
<p><strong><u>ค่าปรับภาษีนิติบุคคลประเภทต่างๆ </u></strong></p>
<p>เมื่อมีการเสียภาษีชนิดต่างๆ ตามประเภทนิติบุคคลนั้นๆ แล้ว หากการชำระภาษีไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดก็อาจต้องมีการเสียค่าปรับตามแต่ประเภทของภาษีชนิดต่างๆ ด้วย โดยค่าปรับจากกรมสรรพากรของภาษีแต่ละประเภทก็แตกต่างกันไป ดังนี้</p>
<ol>
<li>ค่าปรับภาษีเงินได้นิติบุคคล</li>
</ol>
<p>1.1 ค่าปรับเงินเพิ่มภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภงด.50, ภงด.51) กรณียื่นเกินกำหนดเวลา</p>
<ul>
<li>กรณียื่นเกินกำหนดเวลาภายใน 7 วัน ค่าปรับแบบ 1,000 บาท</li>
<li>กรณียื่นเกินกำหนดเวลามากกว่า 7 วัน ค่าปรับแบบ 2,000 บาท</li>
<li>กรณียื่นงบการเงินเกินกำหนดเวลา ค่าปรับ 2,000 บาท พร้อมทั้งชำระเงินเพิ่ม</li>
</ul>
<p>1.2 เงินเพิ่ม คำนวณจากยอดต้องชำระ (ถ้ามี) * 1.5% ต่อเดือน (เศษของเดือนนับเป็น 1 เดือน)</p>
<p>**กรณียื่นแบบ ภงด.50 จะต้องยื่นพร้อมงบการเงิน แนบประกอบการยื่นแบบดังกล่าว</p>
<ol start="2">
<li>ค่าปรับภาษีหัก ณ ที่จ่าย</li>
</ol>
<p>2.1 ค่าปรับเงินเพิ่มภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภงด.1, 3, 53) ต้องชำระเป็นเงินสดเท่านั้น</p>
<ul>
<li>กรณียื่นเกินกำหนดเวลาภายใน 7 วัน ค่าปรับแบบ 100 บาท</li>
<li>กรณียื่นเกินกำหนดเวลามากกว่า 7 วัน ค่าปรับแบบ 200 บาท</li>
</ul>
<p>2.2 เงินเพิ่ม คำนวณจากยอดต้องชำระ (ถ้ามี) * 1.5% ต่อเดือน (เศษของเดือนนับเป็น 1 เดือน)</p>
<ol start="3">
<li>ค่าปรับภาษีมูลค่าเพิ่ม</li>
</ol>
<p>3.1 ค่าปรับเงินเพิ่มภภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภพ. 30) ต้องชำระเป็นเงินสดเท่านั้น</p>
<ul>
<li>กรณียื่นเกินกำหนดเวลาภายใน 7 วัน ค่าปรับแบบ 300 บาท</li>
<li>กรณียื่นเกินกำหนดเวลามากกว่า 7 วัน ค่าปรับแบบ 500 บาท</li>
</ul>
<p>3.2 เงินเพิ่ม คำนวณจากยอดต้องชำระ (ถ้ามี) * 1.5% ต่อเดือน (เศษของเดือนนับเป็น 1 เดือน)</p>
<p>การเสียเบี้ยปรับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภพ. 30) แบ่งได้ 2 กรณี คือ</p>
<p>(1.) กรณียื่นแบบเพิ่มเติมภายในกำหนดเวลา (ต้องมีการยื่นแบบปกติมาก่อนถึงจะยื่นเพิ่มเติมได้) จะเสียเบี้ยปรับ 1 เท่าของจำนวนภาษี</p>
<p>(2.) กรณีไม่เคยยื่นหรือยื่นเกินกำหนดเวลา จะเสียเบี้ยปรับ 2 เท่าของจำนวนภาษี</p>
<p><strong>คำนวณเบี้ยปรับ ดังนี้</strong></p>
<ul>
<li>ถ้าชำระภายใน 15 วัน คิด 2% ของเบี้ยปรับตามกรณี (1) หรือ (2)</li>
<li>ถ้าชำระภายหลัง 15 วันแต่ไม่เกิน 30 วัน คิด 5% ของเบี้ยปรับตามกรณี (1) หรือ (2)</li>
<li>ถ้าชำระภายหลัง 30 วันแต่ไม่เกิน 60 วัน คิด 10% ของเบี้ยปรับตามกรณี (1) หรือ (2)</li>
<li>ถ้าชำระภายหลัง 60 วันนับจากวันพ้นกำหนดชำระภาษี คิด 20% ของเบี้ยปรับตามกรณี (1) หรือ (2)</li>
</ul>
<ol start="4">
<li>ค่าปรับภาษีธุรกิจ</li>
</ol>
<p>4.1 ค่าปรับเงินเพิ่มภาษีธุรกิจ (ภธ. 40) ต้องชำระเป็นเงินสดเท่านั้น</p>
<ul>
<li>กรณียื่นเกินกำหนดเวลาภายใน 7 วัน ค่าปรับแบบ 300 บาท</li>
<li>กรณียื่นเกินกำหนดเวลามากกว่า 7 วัน ค่าปรับแบบ 500 บาท</li>
</ul>
<p>4.2 เงินเพิ่ม คำนวณจากยอดต้องชำระ (ถ้ามี) * 1.5% ต่อเดือน (เศษของเดือนนับเป็น 1 เดือน)</p>
<p>การเสียเบี้ยปรับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภพ. 30) แบ่งได้ 2 กรณี คือ</p>
<p>(1.) กรณียื่นแบบเพิ่มเติมภายในกำหนดเวลา (ต้องมีการยื่นแบบปกติมาก่อนถึงจะยื่นเพิ่มเติมได้) จะเสียเบี้ยปรับ 1 เท่าของจำนวนภาษี</p>
<p>(2.) กรณีไม่เคยยื่นหรือยื่นเกินกำหนดเวลา จะเสียเบี้ยปรับ 2 เท่าของจำนวนภาษี</p>
<p><strong>คำนวณเบี้ยปรับ ดังนี้</strong></p>
<ul>
<li>ถ้าชำระภายใน 15 วัน คิด 2% ของเบี้ยปรับตามกรณี (1) หรือ (2)</li>
<li>ถ้าชำระภายหลัง 15 วันแต่ไม่เกิน 30 วัน คิด 5% ของเบี้ยปรับตามกรณี (1) หรือ (2)</li>
<li>ถ้าชำระภายหลัง 30 วันแต่ไม่เกิน 60 วัน คิด 10% ของเบี้ยปรับตามกรณี (1) หรือ (2)</li>
<li>ถ้าชำระภายหลัง 60 วันนับจากวันพ้นกำหนดชำระภาษี คิด 20% ของเบี้ยปรับตามกรณี (1) หรือ (2)</li>
</ul>
<ol start="5">
<li>ค่าปรับอากรแสตมป์</li>
</ol>
<ul>
<li>หากเป็นกรณียื่นตราสารที่กระทำในประเทศไทยต่อเจ้าพนักงานสรรพากรเพื่อเสียอากรภายใน 15 วันนับแต่วันที่มีหน้าที่ต้องปิดแสตมป์ให้ครบถ้วน ก็เสียเพียงค่าอากรแสตมป์ตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด และไม่ต้องเสียเงินเพิ่มอากรอีก</li>
<li>หากพบว่าไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ให้ครบถ้วนเกินกว่า 15 วันแต่ไม่เกิน 90 วันนับแต่วันที่มีหน้าที่ต้องปิดแสตมป์ให้ครบถ้วน ต้องเสียเงินเพิ่มอากรเป็น 2 เท่าของจำนวนอากร หรือเป็นเงิน 4 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า</li>
<li>หากพบว่าไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ให้ครบถ้วนเกินกว่า 90 วันที่มีหน้าที่ต้องปิดแสตมป์ให้ครบถ้วน ต้องเสียเงินเพิ่มอากรเป็น 5 เท่าของจำนวนอากร หรือเป็นเงิน 10 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า</li>
<li>กรณีที่ปิดอากรไม่ครบ ต้องเสียเงินเพิ่มอากรเป็น 6  เท่าของจำนวนอากร หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า</li>
<li>กรณีที่ไม่ปิดอากรเลย ต้องเสียเงินเพิ่มอากรเป็น 6 เท่าของจำนวนอากร หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า</li>
</ul>
<p>นอกจากค่าปรับเรื่องการยื่นภาษีประเภทต่างๆ ล่าช้าแล้ว อีกเรื่องหนึ่งที่นิติบุคคลต้องพึงระวังนั่นก็คือค่าปรับจากการส่งงบการเงินล่าช้า โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน ดังนี้</p>
<ol>
<li><strong>ค่าปรับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์</strong>หรือ หมายเรียกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ) ซึ่งต้องยื่นภายใน 5 เดือน ตามเกณฑ์แล้วต้องยื่นภายใน 1 เดือน นับจากวันประชุมผู้ถือหุ้นใหญ่ โดยต้องประชุมภายใน 4 เดือน จึงนับยาวรวมกันเป็น 5 เดือน ดังนั้นงบการเงินที่มีรอบปีบัญชีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปี จะต้องยื่นภายในวันที่ 31พฤษภาคมของปีถัดไป</li>
</ol>
<p><strong>1.1   อัตราค่าปรับกรณียื่นงบการเงินล่าช้าไม่เกิน 2 เดือน</strong></p>
<table width="719">
<tbody>
<tr>
<td width="71">ลำดับที่</td>
<td width="223">ประเภทผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี</td>
<td width="152">ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี</td>
<td width="170">กรรมการผู้จัดการ/</p>
<p>หุ้นส่วนผู้จัดการ</td>
<td width="103">รวม</td>
</tr>
<tr>
<td width="71">1</td>
<td width="223">ทุกประเภท ยกเว้นกิจการร่วมค้า</td>
<td width="152">600</td>
<td width="170">600</td>
<td width="103">1,200</td>
</tr>
<tr>
<td width="71">2</td>
<td width="223">กิจการร่วมค้า</td>
<td width="152">600</td>
<td width="170">&#8211;</td>
<td width="103">600</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><strong>1.2</strong><strong>   อัตราค่าปรับกรณียื่นงบการเงินล่าช้าเกินกว่า  2 เดือน แต่ไม่เกิน  4  เดือน</strong></p>
<table width="720">
<tbody>
<tr>
<td width="71">ลำดับที่</td>
<td width="223">ประเภทผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี</td>
<td width="156">ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี</td>
<td width="169">กรรมการผู้จัดการ/</p>
<p>หุ้นส่วนผู้จัดการ</td>
<td width="101">รวม</td>
</tr>
<tr>
<td width="71">1</td>
<td width="223">ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน</td>
<td width="156">1,200</td>
<td width="169">1,200</td>
<td width="101">2,400</td>
</tr>
<tr>
<td width="71">2</td>
<td width="223">บริษัทจำกัด</td>
<td width="156">2,400</td>
<td width="169">2,400</td>
<td width="101">4,800</td>
</tr>
<tr>
<td width="71">3</td>
<td width="223">นิติบุคคลต่างประเทศ</td>
<td width="156">6,000</td>
<td width="169">6,000</td>
<td width="101">12,000</td>
</tr>
<tr>
<td width="71">4</td>
<td width="223">บริษัทมหาชนจำกัด</td>
<td width="156">12,000</td>
<td width="169">12,000</td>
<td width="101">24,000</td>
</tr>
<tr>
<td width="71">5</td>
<td width="223">กิจการร่วมค้า</td>
<td width="156">6,000</td>
<td width="169">&#8211;</td>
<td width="101">6,000<strong> </strong></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><strong>1.3</strong>  <strong>อัตราค่าปรับกรณียื่นงบการเงินล่าช้าเกินกว่า 4  เดือน แต่ไม่เกิน  6  เดือน</strong></p>
<table width="724">
<tbody>
<tr>
<td width="71">ลำดับที่</td>
<td width="224">ประเภทผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี</td>
<td width="157">ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี</td>
<td width="170">กรรมการผู้จัดการ/</p>
<p>หุ้นส่วนผู้จัดการ</td>
<td width="102">รวม</td>
</tr>
<tr>
<td width="71">1</td>
<td width="224">ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน</td>
<td width="157">2,400</td>
<td width="170">2,400</td>
<td width="102">4,800</td>
</tr>
<tr>
<td width="71">2</td>
<td width="224">บริษัทจำกัด</td>
<td width="157">4,800</td>
<td width="170">4,800</td>
<td width="102">9,600</td>
</tr>
<tr>
<td width="71">3</td>
<td width="224">นิติบุคคลต่างประเทศ</td>
<td width="157">12,000</td>
<td width="170">12,000</td>
<td width="102">24,000</td>
</tr>
<tr>
<td width="71">4</td>
<td width="224">บริษัทมหาชนจำกัด</td>
<td width="157">24,000</td>
<td width="170">24,000</td>
<td width="102">48,000</td>
</tr>
<tr>
<td width="71">5</td>
<td width="224">กิจการร่วมค้า</td>
<td width="157">12,000</td>
<td width="170">&#8211;</td>
<td width="102">12,000<strong> </strong></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><strong>1.4</strong>     <strong>อัตราค่าปรับกรณียื่นงบการเงินล่าช้าเกินกว่า  6  เดือนขึ้นไป หรือไม่ยื่นงบการเงิน</strong></p>
<table width="727">
<tbody>
<tr>
<td width="72">ลำดับที่</td>
<td width="225">ประเภทผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี</td>
<td width="157">ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี</td>
<td width="170">กรรมการผู้จัดการ/</p>
<p>หุ้นส่วนผู้จัดการ</td>
<td width="102">รวม</td>
</tr>
<tr>
<td width="72">1</td>
<td width="225">ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน</td>
<td width="157">3,600</td>
<td width="170">3,600</td>
<td width="102">7,200</td>
</tr>
<tr>
<td width="72">2</td>
<td width="225">บริษัทจำกัด</td>
<td width="157">6,000</td>
<td width="170">6,000</td>
<td width="102">12,000</td>
</tr>
<tr>
<td width="72">3</td>
<td width="225">นิติบุคคลต่างประเทศ</td>
<td width="157">18,000</td>
<td width="170">18,000</td>
<td width="102">36,000</td>
</tr>
<tr>
<td width="72">4</td>
<td width="225">บริษัทมหาชนจำกัด</td>
<td width="157">36,000</td>
<td width="170">36,000</td>
<td width="102">72,000</td>
</tr>
<tr>
<td width="72">5</td>
<td width="225">กิจการร่วมค้า</td>
<td width="157">18,000</td>
<td width="170">&#8211;</td>
<td width="102">18,000</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<ol start="2">
<li><strong>ค่าปรับจากกรมสรรพากร</strong> กรณียื่นแบบแสดงรายการ ภ.ง.ด. 50 สำหรับภาษีสำหรับรอบบัญชีที่ต้องยื่นภายใน 150 วันหลังจากวันที่ปิดบัญชี แบ่งเป็นค่าปรับและเงินเพิ่ม ดังนี้</li>
</ol>
<p>2.1 ค่าปรับเงินเพิ่มภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภงด.50, ภงด.51) กรณียื่นเกินกำหนดเวลา</p>
<ul>
<li>กรณียื่นเกินกำหนดเวลาภายใน 7 วัน ค่าปรับแบบ 1,000 บาท</li>
<li>กรณียื่นเกินกำหนดเวลามากกว่า 7 วัน ค่าปรับแบบ 2,000 บาท</li>
<li>กรณียื่นงบการเงินเกินกำหนดเวลา ค่าปรับ 2,000 บาท พร้อมทั้งชำระเงินเพิ่ม</li>
</ul>
<p>2.2 เงินเพิ่ม คำนวณจากยอดต้องชำระ (ถ้ามี) * 1.5% ต่อเดือน (เศษของเดือนนับเป็น 1 เดือน)</p>
<p>อีกสิ่งที่นิติบุคคลต้องละเลยไม่ได้นั่นก็คือการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการบัญชี ประจำปี 2543 ซึ่งมีค่าปรับสำหรับการไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับต่างๆ ดังนี้</p>
<table width="622">
<tbody>
<tr>
<td width="43">ลำดับที่</td>
<td width="279">ประเภทผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี</td>
<td width="151">จำนวนค่าปรับ</td>
<td width="149">ผู้รับโทษ</td>
</tr>
<tr>
<td width="43">1</td>
<td width="279">ไม่จัดให้มีการทำบัญชีตามพระราชบัญญัติ กำหนดและตามวันเริ่มทำบัญชีที่กำหนด</td>
<td width="151">30,000 และค่าปรับอีกวันละ 1,000 บาท</td>
<td width="149">ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี</td>
</tr>
<tr>
<td width="43">2</td>
<td width="279">ไม่จัดทำงบการเงินและยื่นงบการเงิน<br />
ภายในเวลาที่กำหนด</td>
<td width="151">50,000</td>
<td width="149">ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี</td>
</tr>
<tr>
<td width="43">3.</td>
<td width="279">ไม่จัดให้งบการเงินได้รับการตรวจสอบ<br />
และ แสดงความเห็นโดย<br />
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต</td>
<td width="151">20,000</td>
<td width="149">ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี</td>
</tr>
<tr>
<td width="43">4.</td>
<td width="279">ไม่ส่งมอบเอกสารที่ต้องใช้ประกอบ<br />
การลงบัญชี ให้แก่ผู้ทำบัญชีให้ถูกต้อง</td>
<td width="151">10,000</td>
<td width="149">ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี</td>
</tr>
<tr>
<td width="43">5.</td>
<td width="279">ไม่จัดให้มีผู้ทำบัญชีซึ่งเป็นผู้มี<br />
คุณสมบัติตามที่อธิบดีกำหนด</td>
<td width="151">10,000</td>
<td width="149">ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี</td>
</tr>
<tr>
<td width="43">6.</td>
<td width="279">ไม่จัดทำบัญชีเพื่อให้มีการแสดงผล<br />
การดำเนินงาน ฐานะการเงินหรือ<br />
การเปลี่ยนแปลงฐานะการเงิน<br />
ตามความเป็นจริง และตามมาตรฐาน<br />
การบัญชี</td>
<td width="151">10,000</td>
<td width="149">ผู้กระทำความผิด</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>การเรียนรู้เรื่องภาษีนิติบุคคลถือเป็นสิ่งจำเป็นของนิติบุคคลและผู้ที่ประกอบธุรกิจ เช่นเดียวกับการวางแผนธุรกิจ หากวางแผนภาษีดี หรือมีที่ปรึกษาภาษี ที่ปรึกษาบัญชี หรือมีสำนักงานบัญชีคุณภาพที่ดีไว้คอยให้คำแนะนำ ก็รับรองได้ว่าภาษีทุกเม็ดจะไม่มีค่าปรับเข้ามากล้ำกรายอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6181 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b8%b5/">ค่าปรับภาษีนิติบุคคลที่หลายๆคนไม่เคยรู้</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วัตถุประสงค์ของการวางระบบบัญชี</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%96%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 06:47:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าทำบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานบัญชีคุณภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=5815</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อมีการจัดตั้งกิจการเชิงพาณิชย์ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%96%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3/">วัตถุประสงค์ของการวางระบบบัญชี</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6158 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/13.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/13.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/13-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/13-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>เมื่อมีการจัดตั้งกิจการเชิงพาณิชย์ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบใด สิ่งที่กิจการนั้น ๆ จะต้องทำในลำดับต้น ๆ ก่อนเปิดดำเนินงานอย่างเต็มรูปแบบก็คือ การวางระบบบัญชีที่จะใช้กับองค์กรของตน  ซึ่งเรื่องการวางระบบบัญชีนั้น นับเป็นปัญหาและความยุ่งยากสำหรับเจ้าของกิจการที่ไม่เข้าใจ ดังนั้น ในยุคที่ธุรกิจเปิดตัวง่ายขึ้น จึงมีฝั่งผู้เชี่ยวชาญด้านนี้จากสำนักงานบัญชีคุณภาพเข้ามาเป็นที่ปรึกษาบัญชีซึ่งจะช่วยในเรื่องของการวางแผนบัญชี โดยมีค่าทำบัญชีเป็นเครื่องตอบแทน ทำให้เจ้าของกิจการไม่ต้องติดขัดเรื่องบัญชีอีกต่อไป</p>
<p><strong>การวางระบบบัญชีคืออะไร</strong></p>
<p>การวางระบบบัญชี คือ การกำหนดรูปแบบ ขั้นตอน ตลอดจนวิธีการสำหรับจัดเก็บข้อมูลทางบัญชีและการเงินอย่างเป็นระบบ เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้วัดผลการดำเนินการในรอบระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่งการวางระบบบัญชีที่ดีนั้นจะช่วยให้เราสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในด้านบริหารและการขอสินเชื่อจากธนาคารมาทำธุรกิจ รวมไปถึงใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการคำนวณภาษีที่จะต้องชำระให้แก่กรมสรรพากรได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย</p>
<h4>วัตถุประสงค์ของการนำระบบบัญชีมาใช้ในองค์กร</h4>
<h4>            1. การวางระบบบัญชีจะช่วยให้เราจัดเก็บข้อมูลทางการเงินและบัญชีได้เป็นระบบ มีการบันทึกข้อมูลทางเอกสารที่มีแบบฟอร์มที่ออกแบบมาให้มีข้อเท็จจริงที่สามารถสื่อให้เห็นความเคลื่อนไหวการทำงานของกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับการเงินได้ ทำให้เห็นภาพรวมของกิจการทั้งหมดจากรายงานทางการเงินประจำเดือนและประจำปี</h4>
<h4>                2. การวางระบบบัญชีจะทำให้เราสามารถใช้ข้อมูลทางการเงินมาเป็นเครื่องมือในการวัดประสิทธิภาพการทำงานในแต่ละช่วงเวลาได้ ข้อมูลทางการเงินและบัญชีสามารถวัด KPI ประสิทธิภาพการทำงานได้</h4>
<h4>                3. การวางระบบบัญชีจะช่วยให้เรารู้สถานะทางการเงินของกิจการได้เป็นอย่างดี ทำให้เห็นถึงข้อบกพร่องที่จะต้องทำการปรับปรุงแก้ไขให้ทันท่วงทีก่อนที่จะเกิดความเสียหายกับกิจการ</h4>
<ol start="4">
<li>4. เนื่องจากส่วนหนึ่งของการวางระบบบัญชี จะต้องมีการแบ่งหน้าที่ กำหนดทิศทางการเดินทางของเอกสารที่ผ่านการจัดทำ การรับรองตรวจสอบของหลายฝ่ายเพื่อเช็คความถูกต้อง การวางระบบบัญชีจึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการประเมินคุณภาพการทำงานของบุคลากรและเช็คความซื่อสัตย์ต่อองค์กร ช่วยให้การบริหารงานบุคคลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถจัดคนลงตำแหน่งงานได้เหมาะสม</li>
<li>5. การวางระบบบัญชีที่ดีจะช่วยให้กิจการดำเนินไปอย่างราบรื่น คลายกังวลในเรื่องของการยื่นภาษีที่ล่าช้า ที่จะทำให้กิจการต้องเสี่ยงต่อการโดนค่าปรับจากกรมสรรพากร</li>
</ol>
<h4>ความสำคัญของการวางระบบบัญชีที่มีต่อธุรกิจ</h4>
<ol>
<li>การวางระบบบัญชีนับเป็นหัวใจของธุรกิจทุกกิจการ เนื่องจากภายใต้กฎหมายภาษี บังคับให้ธุรกิจต้องทำบัญชี แสดงผลประกอบการ และชำระภาษีตามกฎหมายกำหนด การวางระบบบัญชีที่ดีจะช่วยลดปัญหาในการคำนวณภาษีที่มีความยุ่งยากไปได้มากเลยทีเดียว</li>
</ol>
<h4>                2. ระบบบัญชีที่ดีจะช่วยให้กิจการมีข้อมูลที่แสดงให้เห็นผลการดำเนินงานได้ถูกต้อง ชัดเจน และสามารถใช้ข้อมูลนั้นไปบริหารจัดการในอนาคตได้ตรงหรือใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุด แต่ถ้าระบบบัญชีไม่ดี ข้อมูลคลาดเคลื่อน การนำรายงานข้อมูลที่คลาดเคลื่อนไปวิเคราะห์ ดำเนินงานต่อ อาจก่อให้มีความเสียหายเกิดขึ้นกับกิจการไม่มากก็น้อย การวางระบบบัญชีจึงมีความสำคัญต่อธุรกิจเป็นอย่างยิ่ง</h4>
<ol start="3">
<li>3. ธุรกิจเป็นกิจการที่ทำเพื่อหวังผลกำไร ข้อมูลทางการเงินและบัญชีเป็นเครื่องชี้ให้เห็นผลการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม ระบบที่ดีย่อมแสดงข้อมูลได้ถูกต้อง ครบถ้วน</li>
<li>4. ระบบบัญชีที่ดี ทำให้สามารถเช็คผลงาน ตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานและผลการดำเนินงานของธุรกิจได้เป็นระยะ โดยไม่ต้องรอสิ้นปีก่อน เช่น ระบบเจ้าหนี้ รายรับค้างรับ หนี้กำลังจะสูญ เป็นต้น ระบบบัญชีที่ดีจึงมีความสำคัญสำหรับธุรกิจ เพราะรู้ข้อผิดพลาดเป็นระยะก็แก้ไขได้ทันท่วงที</li>
<li>ระบบบัญชีที่ดีจะช่วยให้ผู้ประกอบการวิเคราะห์ข้อมูลทางบัญชีได้ง่ายขึ้น เพื่อนำไปใช้ในการ ตัดสินใจที่สำคัญของธุรกิจ เช่น การขยายกิจการ หรือ การเพิ่มวงเงินลงทุน รวมไปถึงการตัดสินใจในการติดต่อการค้ากับลูกหนี้บางราย เราก็ใช้ข้อมูลทางการเงินจากระบบบัญชีเช่นกัน</li>
<li>ระบบบัญชีที่ดีจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่กิจการนั้น ๆ ได้เป็นอย่างดี การแจ้งข้อมูลต่อสาธารณะชนในแต่ละช่วงเวลาสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสมกับเวลา เป็นเครดิตกับคู่ค้า หรือแม้แต่การจะได้พนักงานดี ๆ ที่เห็นความมั่นคงของกิจการเข้ามาร่วมงานเพิ่มเติม</li>
<li>การวางระบบบัญชีที่ดี จะช่วยให้กิจการปลอดจากการมีปัญหากับทางราชการ ช่วยให้การดำเนินงานมีความราบรื่น ไม่ต้องมาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อต้องถูกตรวจสอบ เพราะทำไว้อย่างดี มีมาตรฐานเสมอ</li>
</ol>
<p>จะเห็นได้ว่าการวางระบบบัญชีนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความมั่นคงให้กับกิจการในทุกแง่มุม หากกิจการใดก็ตามมีการวางระบบบัญชีที่เหมาะสมแล้ว ก็สามารถมั่นใจได้ว่าจะหมดกังวลในเรื่องของการทำบัญชีอย่างแน่นอน  สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่กำลังต้องการสำนักงานบัญชีไปช่วยวางระบบบัญชีให้กับองค์กร ลองเข้ามาติดต่อสอบถามกับ Scholar Accounting  เพื่อขอรับคำปรึกษาและคำแนะนำดี ๆ จากผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดทำบัญชี รับรองว่าคุณจะได้บริษัทรับทำบัญชีดี ๆ มาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6179 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/33.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/33.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/33-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/33-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%96%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3/">วัตถุประสงค์ของการวางระบบบัญชี</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปัจจัยที่มีผลต่อการขอคืนภาษีเงินได้นิติบุคคล</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%84/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 06:43:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าทำบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานบัญชีคุณภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=5811</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความเชื่อผิดๆ ที่ส่งต่อกันมารุ่นสู่รุ่นของผู้ประกอบการห [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%84/">ปัจจัยที่มีผลต่อการขอคืนภาษีเงินได้นิติบุคคล</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6176 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/30.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/30.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/30-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/30-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>ความเชื่อผิดๆ ที่ส่งต่อกันมารุ่นสู่รุ่นของผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจคือ <strong>ถ้าไม่อยากถูกกรมสรรพากรตรวจสอบห้ามขอคืนภาษีโดยเด็ดขาด</strong> ส่วนหนึ่งของความเชื่อนี้อาจจะด้วยเพราะว่าเมื่อไหร่ที่ยื่นความประสงค์ขอคืนภาษีแล้วนั้น หมายความว่าบริษัทหรือกิจการยินดีที่จะให้กรมสรรพากรเข้ามาตรวจสอบว่าไม่มีภาระภาษีใดๆ คงอยู่หรือยังไม่ได้ชำระ เพราะถ้าหากกรมสรรพากรตรวจสอบแล้วพบว่ายังชำระภาษีอากรไม่ครบถ้วน ก็จะถูกเรียกเก็บหรือนำไปหักลบกลบในส่วนที่ขอคืนไว้ หรือซ้ำร้ายไปกว่านั้นคือการที่กรมสรรพากรตรวจสอบแล้วกลับต้องเสียภาษีเพิ่มอีกหลายเท่าจากการพบการกระทำที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับระบบบัญชีนั่นเอง</p>
<p>ฉะนั้น ความจริงเกี่ยวกับการขอคืนภาษีนิติบุคคลคือ สามารถยื่นความประสงค์ขอคืนได้ และแม้ว่าผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจใดๆ ก็ตามอยากตัดปัญหาด้วยการไม่ขอรับคืนเพราะไม่ต้องการให้กรมสรรพากรเข้ามาตรวจสอบ เพราะไม่ชอบความยุ่งยากและไม่อยากเตรียมเอกสาร อย่างไรก็ตามในปัจจุบันนี้ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้เลย เพราะกรมสรรพากรจะทำการตรวจสอบจากการงบการเงินที่ผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจที่ยื่นไว้นั่นเอง หากพบว่ามีรายการที่ภาษีเกินไว้แต่ไม่ขอคืน กรมสรรพากรจะมีนโยบายในการเรียกผู้ประกอบการหรือเจ้าของกิจการนั้นมาตรวจสอบเพื่อคืนภาษีให้ และยังตรวจสอบด้วยว่ามีการปิดบังบัญชีหรือไม่จึงเป็นสาเหตุให้ไม่กล้าที่จะขอคืนภาษี</p>
<p>ทั้งนี้เหตุผลที่สามารถคืนภาษีเงินได้นิติบุคคลต้องพิจารณาว่าภาษีที่จะขอคืนนั้นคือ ภาษีที่เกิดจากการจ่ายภาษีหัก ณ ที่จ่าย ซึ่งเป็นภาษีที่ถูกหักไว้ล่วงหน้า เป็นภาษีที่กรมสรรพากรกำหนดให้นิติบุคคลทุกครั้งที่มีการจ่ายเงินค่าบริการให้แก่ใครก็ตามจะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย เพื่อนำส่งกรมสรรพากร นั่นหมายความว่าถ้าเป็นบุคคลธรรมดาเราจ่ายค่าบริการก็ไม่จำเป็นจะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ซึ่งอัตราภาษี ณ ที่จ่าย ที่สำคัญมีดังนี้</p>
<ul>
<li>ค่าบริการ หักภาษี ณ ที่จ่าย 3%</li>
<li>ค่าขนส่ง หักภาษี ณ ที่จ่าย 1%</li>
<li>ค่าโฆษณา หักภาษี ณ ที่จ่าย 2%</li>
<li>ค่าเช่า หักภาษี ณ ที่จ่าย 5%</li>
</ul>
<p>ปัจจัยที่มีผลต่อการคืนภาษี ประกอบไปด้วย</p>
<p>1.จำนวนภาษีที่ชำระเกิน</p>
<p>2.ขนาดกิจการและประเภทกิจการ</p>
<p>3.ประเภทสำนักงานสอบบัญชี</p>
<p>4.จำนวนภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ยื่นเพิ่มเติม</p>
<p>5.การเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล</p>
<p>เรื่องภาษีอากรเป็นเรื่องที่อยู่คู่กับโลกธุรกิจขาดจากกันไม่ได้ หากจะพูดอย่างเข้าใจง่ายๆ ก็คือใครก็ตามที่มีเงินได้ย่อมพึงต้องชำระภาษีแก่รัฐถือเรื่องเป็นปกติธรรมดา เช่นเดียวกับการถูกตรวจสอบภาษี ทว่าเกิดจากองค์ประกอบหลายอย่าง อาทิ ประเภทธุรกิจ ความบกพร่องของงบการเงินที่วิเคราะห์ตรวจพบในเบื้องต้น ความมีชื่อเสียงหรือภาพพจน์ของกิจการ ซึ่งปัจจัยต่างๆ มีความไม่เท่ากันในแต่ละสถานการณ์ จึงต้องวิเคราะห์เป็นกรณีหากถูกตรวจสอบขึ้นมา นี่คือเหตุผลที่หลายๆบริษัทจะต้องมีการวางแผนภาษีที่ดี โดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดที่ไม่คุ้มเสีย</p>
<p>วิธีการของกรมสรรพากรในการตรวจสอบภาษี ได้แก่ การออกตรวจเยี่ยมและแนะนำผู้ประกอบการต่างๆ , การตรวจการปฏิบัติงานทั่วไปในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม , การตรวจนับสต็อกสินค้า ซึ่งจะเป็นช่องทางหนึ่งที่จะอุดช่องโหว่ของการหลีกเลี่ยงภาษีอากร , การสอบยันใบกำกับภาษีเพื่อจะพิสูจน์ว่าเป็นใบกำกับภาษีปลอมหรือไม่ , การตรวจคืนภาษีซึ่งจะทำกับบุคคลธรรมดาในแบบบุคคลทั่วไปที่พบเจอทั้งกรณีที่คืนภาษีก่อนตรวจสอบและขอตรวจสอบความถูกต้องภายหลังได้เช่นกัน , การออกหมายเรียกตรวจสอบภาษี สำหรับวิธีการนี้กรมสรรพากรอาศัยอำนาจตามมาตรา 19 23 88/4 และ 123 แห่งประมวลรัษฎากร โดยสั่งให้ผู้เสียภาษีส่งมอบบัญชี และเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ให้กับเจ้าพนักงานได้ทำการตรวจสอบหรือไต่สวนภาษีอากรทุกประเภท ซึ่งข้อนี้อาจมีสาเหตุมาจากการที่เจ้าพนักงานวิเคราะห์แบบแสดงรายการภาษีแล้วปรากฏว่าบุคคลหรือนิติบุคคลได้ชำระภาษีอากรต่าง ๆ ไม่ถูกต้องครบถ้วน , การตรวจค้น ทำการยึด และอายัดบัญชีรวมถึงเอกสาร กรณีนี้ถือเป็นเรื่องร้ายแรงที่สุด เพราะกรมสรรพากรจะส่งเจ้าพนักงานเข้าตรวจค้นรื้อเอกสารและสามารถยึดอายัดเอกสารต่างๆ ที่มีการหลีกเลี่ยงภาษี จึงมักเป็นรายที่มีการหนีภาษีอย่างมากมายและชัดเจน</p>
<p>ดังนั้น เมื่อถูกเรียกตรวจสอบแล้วสิ่งที่ควรปฏิบัติได้แก่ การเตรียมเอกสารให้พร้อม ตรวจสอบว่ากรมสรรพากรต้องการตรวจสอบภาษีอะไร เป็นการตรวจสอบภาษีเงินได้นิติบุคคล หรือ VAT และขอเอกสารใดบ้าง รวมถึงเรียกไปพบเมื่อไหร่ ที่สำคัญคือ ควรไปพบเมื่อพร้อม ไม่ควรไปตามที่สรรพากรนัด เช่น นัดให้ไปพบในวันอังคาร เวลา 09.30 น. ห้ามรับเวลาที่สรรพากรเป็นคนระบุเด็ดขาด  แต่ให้เลือกเวลาที่ผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจพร้อมทั้งตนเองและเอกสารที่โปร่งใส ครบถ้วน และตรวจสอบได้นั่นเอง ซึ่งวิธีการเปลี่ยนเวลาเข้าพบให้เปลี่ยนด้วยวิธีการที่กรมสรรพากรไม่อาจปฏิเสธได้ โดยการสำเนานัดหมาย ระบุเวลา และส่ง EMS พร้อมไปรษณีย์ตอบรับไป ซึ่งวิธีนี้เจ้าหน้าที่จะไม่สามารถต่อรองกับได้เลยว่าว่างหรือไม่ว่าง เพราะเมื่อรับจดหมายแล้วนั่นคือเวลานัดและเป็นหน้าที่ที่เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติตามนั่นเอง</p>
<p>ทั้งนี้ผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจต้องมอบหมายให้ผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเรื่องภาษี เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างราบรื่น ซึ่งผู้วางแผนภาษีนั้นต้องให้ความสนใจในเอกสารหลักฐานทางบัญชีตามกฎหมายเกี่ยวกับบัญชีของกระทรวงพาณิชย์ กรมทะเบียนการค้า กองบัญชีธุรกิจที่ได้กำหนดประเภทของเอกสารที่ใช้ประกอบการบันทึกบัญชี รวมไปถึงเอกสารที่สรรพากรยอมรับถือเป็นหลักฐานที่ใช้พิสูจน์ได้ว่าใครเป็นผู้รับเงินสามารถนำไปคำนวณกำไรสุทธิได้ จะต้องศึกษารูปแบบของเอกสาร สัญญาต่างๆ ให้ชัดเจน ดังนั้น การวางแผนภาษีอากรที่ดีจะต้องพร้อมเสนอที่จะให้สรรพากรเรียกตรวจสอบภาษีอากร เพราะการวางแผนภาษีไม่ใช่การหลีกเลี่ยงภาษีหรือการหนีภาษี แต่เป็นการเสียภาษีให้ครบถ้วนถูกต้องประหยัดภาษี และกิจการได้รับประโยชน์สูงสุดในการเสียภาษีอากร ดังนั้นเมื่อกิจการถูกสรรพากรเรียกตรวจสอบภาษีจะต้องมีความพร้อมในด้านเอกสารหลักฐานทางบัญชีและภาษีอากรตลอดจนบรรดาหลักฐานต่าง ๆ ในการเสียภาษีให้ถูกต้องครบถ้วนตลอดเวลา หากเมื่อยื่นขอคืนภาษีแล้วนั้นก็จะสามารถทำได้อย่างสะดวกใจและได้รับความสะดวกสบายในการดำเนินการ</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6181 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%84/">ปัจจัยที่มีผลต่อการขอคืนภาษีเงินได้นิติบุคคล</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำไมจึงควรวางแผนภาษีอากร</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 06:39:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าทำบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานบัญชีคุณภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=5808</guid>

					<description><![CDATA[<p>“วางแผนน้อย&#8230;เหนื่อยมาก วางแผนมาก&#8230;เหนื่อยน้อ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b2/">ทำไมจึงควรวางแผนภาษีอากร</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6169 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/23.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/23.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/23-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/23-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>“วางแผนน้อย&#8230;เหนื่อยมาก วางแผนมาก&#8230;เหนื่อยน้อย” ถือเป็นบทสรุปของคำว่า <strong>การวางแผนภาษีอากร </strong><strong>(</strong><strong>Tax Planning)</strong> ได้อย่างดี เพราะการวางแผนหมายถึงการประกอบกิจกรรมที่มีการกำหนดวัตถุประสงค์ เป้าหมาย นโยบาย และวิธีปฏิบัติที่ดีที่สุดไว้ล่วงหน้า เพื่อเป็นแนวทางสำหรับดำเนินงานให้บรรลุผล โดยกำหนดว่าจะต้องทำอะไร ให้ใคร ทำเมื่อใด ที่ไหน ทำอย่างไร โดยใคร ทบทวนอย่างไร เพื่อให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ตามความรับผิดชอบที่ได้รับ ซึ่งการวางแผนสามารถนำมาใช้กับทุกเรื่องได้ในชีวิต อย่างเช่นเรื่องการวางแผนภาษีอากร</p>
<p>แล้วทำไมต้องวางแผนด้วย&#8230;นั่นเพราะ การวางแผนภาษีอากรคือการกำหนดแนวทางปฏิบัติในการเสียภาษี ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่ต่างต้องมีหน้าที่ในการเสียภาษี ซึ่งการวางแผนภาษีอากรมีประโยชน์หลายประการ อันดับแรกเลยคือทำให้เสียภาษีได้อย่างถูกต้อง และถ้าหากเกิดความผิดพลาดใดขึ้น การวางแผนนี้ยังช่วยป้องกันโทษและความรับผิดอันเกิดจากการเสียภาษีที่ผิดพลาดนั้นด้วย นอกจากนี้สำหรับนิติบุคคลยังเป็นการลดต้นทุน ซึ่งทำให้เกิดแนวทางปฏิบัติที่จะทำให้ประหยัดภาษีได้สูงสุด ทั้งนี้ประโยชน์จากการวางแผนภาษีอากรยังส่งผลในเรื่องของการรักษาสถานะทางการเงินของผู้เสียภาษีอีกด้วย</p>
<p>ดังนั้น ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจึงแบ่งได้ 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทบุคคลธรรมดาที่กฎหมายกำหนดให้นำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่างๆ แล้วมาเป็นฐานในการคำนวนภาษี โดยใช้เกณฑ์เงินสด  (cash  basis)  เป็นตัวตั้ง  ขณะที่อัตราภาษีใช้อัตราก้าวหน้า ซึ่งผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประกอบด้วยบุคคลธรรมดา , ห้างหุ้นส่วนสามัญ , คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล , ผู้ถึงแก่ความตายในระหว่าปีภาษี และกองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง</p>
<p>ขณะที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีอีกประเภทหนึ่งคือ ประเภทนิติบุคคลที่ทั่วไปกำหนดให้เก็บภาษีจากกำไรสุทธิ โดยเก็บรอบระยะเวลาบัญชีละ 2 ครั้ง  เสียภาษีในอัตราคงที่ 30%  เว้นแต่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน หรือกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น กำไรที่เกิดขึ้นนี้ใช้เกณฑ์สิทธิ์หรือเกณฑ์ในการรับรู้รายได้ทันที เมื่อมีการขายหรือการให้บริการ โดยไม่คำนึงว่าจะมีการชำระเงินค่าสินค้าหรือบริการหรือไม่ ซึ่งผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลประกอบด้วยบริษัทจำกัด , บริษัทมหาชนจำกัด , ห้างหุ้นส่วนจำกัด , ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล , กิจการร่วมค้า  และมูลนิธิหรือสมาคม</p>
<p>ทั้งนี้ผู้เสียภาษีแต่ละประเภทยังแบ่งย่อยลงไปเป็นองค์กรธุรกิจและอาชีพที่แตกต่างกันออกไป  ซึ่งต่างก็มีอัตราภาษี ค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนที่แตกต่างกัน จึงควรศึกษาแต่ละธุรกิจแต่ละอาชีพให้ถ่องแท้และชัดเจนก่อนจะดำเนินการวางแผนธุรกิจ รวมทั้งการวางแผนภาษีที่จะต้องทำความเข้าใจประเภทของภาษีที่ต้องชำระให้ถูกต้องซึ่งมีอยู่ 5 ประเภท เพื่อให้ได้ประโยชน์ทางภาษีและนำไปสู่การได้เปรียบทางต้นทุนเพื่อประโยชน์ให้ได้สูงสุด</p>
<p>1.<strong>ภาษีเงินได้นิติบุคคล</strong> <strong>: </strong>เป็นภาษีที่เรียกเก็บจากนิติบุคคลที่ทำธุรกิจที่จดทะเบียนธุรกิจในรูปแบบของบริษัทฯ หรือในรูปแบบห้างหุ้นส่วน ซึ่งจะมีแบบแสดงภาษีเงินได้นิติบุคคลอยู่ด้วยกันสองแบบ ได้แก่ แบบแสดงรายการ ภ.ง.ด.50 ภาษีสำหรับรอบบัญชีที่ต้องยื่นภายใน 150 วันหลังจากวันที่ปิดระบบบัญชี และแบบแสดงรายการ ภ.ง.ด.51 ที่ต้องยื่นภายในสองเดือนหลังรอบบัญชีภาษีครึ่งปี</p>
<p>2.<strong>ภาษีหัก ณ ที่จ่าย</strong><strong> : </strong>เป็นภาษีที่ถูกหักไว้ล่วงหน้า และสามารถที่จะขอคืนภาษีได้ โดยกฎหมายกำหนดให้คนที่จ่ายเงินให้กับกิจการหรือคู่ค้าที่ซื้อของจากเรานั้น มีหน้าที่หักภาษีไว้เมื่อมีการจ่าย ซึ่งเป็นไปตามประเภทของเงินได้ และตามอัตราภาษีที่กำหนดไว้</p>
<p>3.<strong>ภาษีมูลค่าเพิ่ม</strong><strong> : </strong>เป็นภาษีที่ใกล้ตัวประชาชนทุกคน เพราะทุกครั้งที่มีการจับจ่ายใช้สอยซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคจะต้องจ่ายภาษีประเภทนี้โดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า ผู้ผลิต ผู้ให้บริการ ฯลฯ ทั้งบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ทีมีรายได้ตั้งแต่ 1.8 ล้านบาทต่อไปขึ้นไป มีหน้าที่ที่จะต้องนำภาษีมูลค่าเพิ่มที่ได้จากการขายสินค้าและบริการ ซึ่งจริง ๆ แล้วก็คือเงินของผู้ซื้อสินค้าและบริการไปเสียให้กับรัฐ</p>
<p>4.<strong>ภาษีธุรกิจเฉพาะ</strong><strong> : </strong>เป็นภาษีเรียกเก็บจากธุรกิจที่เฉพาะเจาะจงซึ่งได้แก่ กิจการธนาคารพาณิชย์ โรงรับจำนำ อสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น</p>
<p>5.<strong>อากรแสตมป์</strong> <strong>: </strong>เป็นภาษีอีกประเภทหนึ่งตามประมวลรัษฎากร ซึ่งจะเรียกเก็บเมื่อมีการทำตราสารระหว่างกัน 28 ลักษณะ ตามที่กำหนดไว้ในบัญชีอากรแสตมป์ โดยจะใช้การขีดฆ่าแสดงถึงการใช้แสตมป์ดังกล่าว</p>
<p>ทั้งนี้นั้นข้อควรรู้สำหรับการวางแผนภาษีอากรที่จะให้ได้ผลคือการลงมือทำทันทีที่เริ่มต้นประกอบธุรกิจ และจะต้องเป็นไปต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการวางแผนภาษีอากรต้องอาศัยบุคลากรที่มีความเกี่ยวข้องและมีความรู้ความเข้าใจ เพราะการวางแผนภาษีอากร (Tax Planning) ไม่ใช่เป็นการหลบเลี่ยงภาษี (Tax Avoidance) หรือหนีภาษี (Tax Evasion)  ก่อนที่จะมีการวางแผนภาษีนั้นไม่ใช่เพียงความรู้เรื่องภาษีประเภทต่างๆ แล้ว ยังต้องมีความเข้าใจในวัตถุประสงค์ของการวางแผนภาษีอากรด้วย ตามหลักเกณฑ์ต่อไปนี้</p>
<ul>
<li><strong>ถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมาย</strong></li>
</ul>
<p>ในการวางแผนภาษีอากรผู้วางแผนจะต้องมีความรู้ความเข้าใจตัวบทกฎหมายอย่างชัดเจนถูกต้อง ไม่หลงลืมประเด็นหนึ่งประเด็นใดในตัวบทกฎหมายภาษีอากร นอกจากนี้จะต้องศึกษาคำพิพากษาและข้อหารือของกรมสรรพากรประกอบการวางแผนภาษีอากรให้รัดกุมครบถ้วน โดยทำให้กิจการเสียภาษีโดยประหยัดและถูกต้อง ซึ่งสิ่งที่ผู้วางแผนภาษีควรคำนึงถึงก็คือ อย่ามองแง่ใดแง่หนึ่งเพียงแง่เดียว จะต้องมองรายละเอียดของภาษีอากรที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจนและถูกต้อง</p>
<ul>
<li><strong>ต้องได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีสูงสุด</strong></li>
</ul>
<p>ควรศึกษาข้อกฎหมายที่จะทำให้กิจการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีสูงสุด โดยการกำหนดทางเลือกในการนำเงื่อนไขทางกฎหมายมาใช้ให้กิจการได้รับประโยชน์สูงสุดและถูกกฎหมายอีกด้วย เช่น รายได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล การส่งเสริมการขายกับภาษีมูลค่าเพิ่มที่ได้รับการยกเว้น เป็นต้น</p>
<ul>
<li><strong>ปลอดภัยจากภาระที่อาจจะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า</strong></li>
</ul>
<p>การวางแผนภาษีอากรจะต้องคำนึงถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตด้วย เพราะหากมุมมองของผู้วางแผนขาดความรอบคอบในการศึกษาตัวบทกฎหมายได้อย่างถูกต้องนั้น อาจก่อให้เกิดปัญหาได้ในอนาคต เช่น การถูกสรรพากรเรียกตรวจสอบและประเมินภาษี ทำให้กิจการมีราจ่ายเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด เป็นต้น</p>
<ul>
<li><strong>มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนและสมเหตุผล</strong></li>
</ul>
<p>เมื่อมีการวางแผนภาษีอากรในเรื่องหนึ่งเรื่องใดจะต้องมีการยกกฎหมายมาอ้างอิงให้ชัดเจน ผู้วางแผนภาษีอากรสามารถตอบคำถามในปัญหาต่างๆ ในประมวลรัษฎากร คำพิพากษา ข้อหารือของกรมสรรพากร หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องสามารถหาคำตอบได้เป็นที่ยอมรับของฝ่ายจัดการหรือฝ่ายบริหารอย่างไม่มีข้อสงสัย และเชื่อถือได้ในข้อมูลที่นำมาอ้างอิงเพื่อการวางแผนภาษีอากร</p>
<ul>
<li><strong>ช่วยในการลดต้นทุน</strong></li>
</ul>
<p>กิจการที่มีการวางแผนภาษีอากรจะทำให้กิจการสามารถลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นออกไป เช่น การขอรับสิทธิส่งเสริมการลงทุนทำให้กิจการได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล การยกเว้นภาษีอากรสำหรับส่วนแบ่งกำไรหรือเงินปันผล การประกอบกิจการในเขตอุตสาหกรรมส่งออก ซึ่งเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 การจัดซื้อทรัพย์สินที่ใช้ในการวิจัยและพัฒนาที่ได้รับสิทธิในการคำนวณค่าเสื่อมราคามากกว่าปกติ เป็นต้น นอกจากจะช่วยในการลดต้นทุนของกิจการแล้วยังช่วยในการเพิ่มกำไรสุทธิของกิจการให้สูงขึ้นโดยการอาศัยการวางแผนภาษีอากรอีกด้วย</p>
<p>ดังนั้น หากผู้วางแผนภาษีอากรไม่ได้ศึกษาเรื่องของหลักการบัญชีทั่วไปหรือมาตรฐานการบัญชีที่ออกโดยสมาคมนักบัญชีที่ออกโดยสมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย ซึ่งไม่ได้ให้ความสำคัญของระบบเอกสาร ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการวางระบบบัญชี อาจจะทำให้การวางแผนภาษีล้มเหลวไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ผู้วางแผนภาษีอากรต้องตระหนักถึงเอกสารหลักฐานในการบันทึกบัญชีตามกฎหมายเกี่ยวกับบัญชีของกระทรวงพาณิชย์ กรมทะเบียนการค้า กองบัญชีธุรกิจที่ได้กำหนดประเภทของเอกสารที่ใช้ประกอบการบันทึกบัญชี รวมไปถึงเอกสารที่สรรพากรยอมรับถือเป็นหลักฐานที่ใช้พิสูจน์ได้ว่าใครเป็นผู้รับเงินสามารถนำไปคำนวณกำไรสุทธิได้ และจะต้องศึกษารูปแบบของเอกสารสัญญาต่าง ๆ ให้ชัดเจน รวมไปถึงปัญหาจากหลักการบัญชีหรือมาตรฐานการบัญชีมีหลักเกณฑ์แตกต่างไปจากประมวลรัษฎากรในวิธีปฏิบัติในการคำนวณเพื่อเสียภาษีอากร จะทำให้การวางแผนภาษีอากรไม่สมบูรณ์ จนอาจเกิดผลกระทบจากข้อผิดพลาดอันได้แก่ ต้องเสียภาษีเพิ่มเติม ต้องเสียเบี้ยปรับ และอาจจะต้องรับโทษทางอาญา ทั้งปรับและจำคุก ท้ายที่สุดแล้วอาจถึงขั้นสูญเสียธุรกิจที่สร้างสมมาก็เป็นได้</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6180 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b2/">ทำไมจึงควรวางแผนภาษีอากร</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ค่าจ้างที่ปรึกษาบัญชีที่เหมาะสม</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%97/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 06:34:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีขายของออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีผู้ค้าออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีย้อนหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีร้านค้า]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีร้านค้าออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีแม่ค้าออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานบัญชีคุณภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=5805</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธุรกิจในปัจจุบันเกิดได้ง่ายขึ้น เพราะมีช่องทางออนไลน์เข [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%97/">ค่าจ้างที่ปรึกษาบัญชีที่เหมาะสม</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6177 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/31.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/31.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/31-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/31-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>ธุรกิจในปัจจุบันเกิดได้ง่ายขึ้น เพราะมีช่องทางออนไลน์เข้ามารองรับ และการเริ่มต้นทำธุรกิจใหม่ ๆ นั้นไม่ต้องลงทุนสูงเหมือนในอดีต  แต่สิ่งหนึ่งที่อาจจะเป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับผู้ประกอบการก็คือ กฎหมายที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจดทะเบียน การเสียภาษี และอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากการขาย ฯลฯ แต่ก็โชคดีที่ว่า มีสิ่งที่เข้ามาตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้กับผู้ประกอบการ นั่นก็คือ สำนักงานบัญชีคุณภาพที่จะเข้ามาช่วยตั้งแต่การวางระบบบัญชี วางแผนบัญชี และให้คำแนะนำทางด้านบัญชี เป็นต้น</p>
<p><strong>ที่ปรึกษาบัญชีจำเป็นต่อกิจการอย่างไร</strong></p>
<p>เนื่องจากผู้ประกอบการทางพาณิชย์ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายตั้งแต่ริเริ่มทำธุรกิจ สิ่งที่ต้องคำนึงถึงก็คือ หน้าที่ในการปฏิบัติตามกฎหมาย จดทะเบียนร้านค้า/ธุรกิจ และในระหว่างนั้นต้องคำนึงถึงภาระรับผิดชอบเรื่อง การชำระภาษี ในระหว่างเดือน รายปี การจัดทำบัญชี งบดุล ฯลฯ หากไม่ปฏิบัติตามที่กฎหมายระบุไว้ จะมีความผิดต้องเสียค่าปรับ ฉะนั้น สิ่งที่ต้องทำควบคู่ไปกับการทำธุรกิจ คือ การศึกษาเรื่องกฎหมายและภาษี สำหรับกิจการขนาดเล็กหรือธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้น การจ้างสมุห์บัญชี ผู้ชำนาญการในเรื่องเหล่านี้ ทำให้ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายสูงมาก ซึ่งไม่คุ้มกับการลงทุน การเลือกจ้างที่ปรึกษาบัญชีจากสำนักงานบัญชีคุณภาพ นอกจากได้ผลงานระดับมืออาชีพแล้ว ยังจ่ายค่าทำบัญชีถูกกว่าการจ้างพนักงานประจำมาก</p>
<p><strong>ความสำคัญของการจ้างที่ปรึกษาบัญชี</strong></p>
<p>สิ่งที่แตกต่างกันระหว่าง การจ้างที่ปรึกษาบัญชี กับ การไม่จ้างที่ปรึกษาบัญชี มีดังนี้</p>
<ol>
<li>งานบัญชีเป็นความรู้เฉพาะทาง ต้องทำให้ถูกต้องตามหลักการภายใต้กฎหมายกำหนด ที่ปรึกษาบัญชีจะช่วยศึกษาเรื่องนี้แทนคุณ ทำให้คุณประหยัดเวลาในการเรียนรู้เรื่องบัญชี ป้องกันความผิดพลาด ลดความเสี่ยงที่จะทำผิดกฎหมาย</li>
<li>การเลือกใช้ที่ปรึกษาบัญชีที่มีความชำนาญเฉพาะด้านช่วยลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดที่ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่พึงประสงค์ เช่น การถูกปรับกรณีไม่ชำระภาษีตามวาระ การถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง เป็นต้น</li>
<li>ที่ปรึกษาบัญชีมืออาชีพ จะติดตาม update ศึกษากฎหมายและระเบียบปฏิบัติที่เกี่ยวข้องอยู่เสมอ ทำให้กิจการของคุณไม่พลาดที่จะปฏิบัติได้ถูกต้อง</li>
<li>ที่ปรึกษาบัญชีช่วยรับภาระในเรื่องที่คุณไม่รู้ ทำให้คุณสามารถดำเนินธุรกิจตามที่คุณถนัดได้เต็มที่ โดยไม่ต้องมาหนักใจในเรื่องที่ไม่ถนัด</li>
</ol>
<p><strong>ขอบเขตการทำงานของที่ปรึกษาบัญชี</strong></p>
<p>ในการทำงานแบบมืออาชีพของสำนักงานบัญชีคุณภาพ มักให้บริการครบทั้งระบบ ดังนี้</p>
<ol>
<li>ให้คำปรึกษาแนะนำเรื่องการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท กิจการทางการค้ากับกระทรวงพาณิชย์</li>
<li>ให้คำปรึกษาเรื่องการวางแผนบัญชีและการวางแผนภาษีกิจการ ช่วยวางระบบบัญชีทั้งองค์กร ให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับการเติบโตของกิจการ</li>
<li>ให้บริการจัดทำบัญชีของกิจการ ตั้งแต่บัญชีรายวัน บัญชีรับ-จ่าย ทรัพย์สิน ตลอดจนสรุปงบประจำปี</li>
<li>ช่วยดำเนินการ จัดทำเอกสาร ยื่นชำระภาษีที่เกี่ยวข้องกับกิจการ รายเดือน รายปี คือ ตั้งแต่ต้นจนถึงชำระภาษีนิติบุคคล ฯลฯ</li>
<li>ให้ความรู้ แก้ปัญหา ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับบัญชีและภาษีในระหว่างดำเนินกิจการ</li>
</ol>
<p><strong> </strong><strong>ค่าจ้างที่ปรึกษาบัญชีที่เหมาะสม</strong></p>
<p>คำว่า “เหมาะสม” สำหรับค่าจ้างที่ปรึกษาบัญชี นั้น หากจะให้ระบุราคาที่จ้างแบบตายตัวว่า เดือนละเท่าไหร่ คงยากอยู่สักหน่อย ทั้งนี้เนื่องจากการทำหน้าที่ของที่ปรึกษาบัญชีของกิจการแต่ละแห่งนั้น อยู่ภายใต้รายละเอียดดังนี้</p>
<ol>
<li>จำนวนเอกสาร ประเด็นนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละกิจการว่ามีเอกสารที่ต้องจัดทำบัญชีมากน้อยเพียงใด</li>
<li>ลักษณะของงานที่ต้องรับผิดชอบ ส่วนใหญ่สิ่งที่ที่ปรึกษาบัญชีต้องรับผิดชอบ มีตั้งแต่การจัดทำบัญชีรายวัน บัญชีรายรับ-รายจ่าย ประจำเดือน การยื่นเอกสารชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีหัก ณ ที่จ่ายรายเดือน</li>
<li>คุณสมบัติของที่ปรึกษาบัญชี เนื่องจากที่ปรึกษาบัญชีมีด้วยกันหลายลักษณะ สำนักงานบัญชีคุณภาพระดับไหน มีนักบัญชีชำนาญการโดยตรง หรือเป็นผู้ประสานงาน ผู้ตรวจสอบต่างหาก</li>
</ol>
<p>เงื่อนไขทั้ง 3 ประการดังกล่าว จะมีผลต่อค่าจ้างของที่ปรึกษาบัญชี ซึ่งส่วนใหญ่จะตกลงกันตามความพึงพอใจของทั้งสองฝ่าย ฝ่ายที่ปรึกษาบัญชีจะกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำของตัวเองเอาไว้ ฝ่ายกิจการก็เช่นกันจะกำหนดงบประมาณที่สามารถจ่ายให้ที่ปรึกษาบัญชี</p>
<ol start="4">
<li>รูปแบบของสำนักงานบัญชีโดยทั่วไปนั้น จะแบ่งออกเป็น ฟรีแลนซ์, สำนักงานบัญชีขนาดเล็ก (พนักงาน 1-5 คน), สำนักงานขนาดกลาง (พนักงาน 5-20 คน) และสำนักงานขนาดใหญ่ (พนักงานมากกว่า 20 คน)</li>
<li>5. อัตราค่าจ้างที่ปรึกษาบัญชีที่พบทั่วไป จะพบค่าจ้างตั้งแต่ 1,500 บาทต่อเดือนขึ้นไป ส่วนจำนวนเท่าใดจึงจะเหมาะสมขึ้นอยู่กับเงื่อนไขต่าง ๆ มาประกอบกัน งานราคาถูกเช่น เดือนละ 1,500 บาท อาจเหมาะสมสำหรับกิจการเล็ก ๆ เริ่มต้นใหม่ เอกสารน้อย จัดทำโดยที่ปรึกษาบัญชีระดับทั่วไปที่อาจยังไม่ชำนาญการมากนัก แต่สำหรับที่ปรึกษาบัญชีในระดับที่เป็นนักบัญชีชำนาญการ รับทำบัญชีตลอดปี จะคิดอัตราค่าจ้างเดือนละ 3,000 บาทขึ้นไป เนื่องจากระดับความรับผิดชอบต่อวิชาชีพของตัวเองทำให้มีระดับความละเอียดในการทำงานแบบมืออาชีพที่สูงกว่าที่ปรึกษาบัญชีราคาถูกทั่วไป เป็นต้น</li>
</ol>
<p><strong>หมายเหตุ </strong><strong>:</strong> ค่าจ้างที่ปรึกษามักคิดค่าจ้างเป็นรายเดือน แยกต่างหากจากการจัดทำงบดุลและเอกสารยื่นเสียภาษีประจำปี</p>
<p><strong>สิ่งที่หลายๆ คนมักเข้าใจผิด สาเหตุของการจ่ายเกินราคาโดยไม่รู้ตัว</strong></p>
<p>ผู้ประกอบการหลาย ๆ คน โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่เป็นชาวต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจในเมืองไทย มักจะมีการติดต่อทนายความทำเรื่องต่าง ๆ ตามกฎหมายให้ ซึ่งทนายความพวกนั้นจะแนะนำสำนักงานบัญชีให้เลย ซึ่งเจ้าของธุรกิจชาวต่างชาติเหล่านั้นมักคิดว่าเป็นวิธีที่สะดวกดี ไม่ต้องไปค้นหาสำนักงานบัญชีด้วยตัวเอง ซึ่งถ้ามาในรูปแบบนี้…จะทำให้ผู้ประกอบการเสียค่าใช้จ่ายในการทำบัญชีมากขึ้น เพราะเมื่อมีการผ่านคนกลางหลาย ๆ ทอด ก็จะเกิดการคิดค่าหัวคิวกันหลาย ๆ ทอดนั่นเอง ทำให้ในที่สุดแล้วค่าบริการจัดทำบัญชีมีค่าใช้จ่ายที่สูงลิบลิ่ว ทางที่ดีเราควรศึกษาและเปรียบเทียบราคาจากหลาย ๆ สำนักงานบัญชี ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกสำนักงานบัญชีที่ดีที่สุดมาทำบัญชีให้กับบริษัทเรา แม้ว่าค่าทำบัญชีและคุณภาพงานนั้นจะเพิ่มขึ้นไปด้วยกัน แต่ก็ควรที่จะศึกษาให้ดีเพื่อไม่ให้โดนโก่งราคา สำหรับข้อแนะนำในการมองหาสำนักงานบัญชีคุณภาพนั้น ก่อนที่จะจ้างสำนักงานบัญชี เราควรไปเยี่ยมชมสำนักงาน ดูการทำงาน และเจ้าของบริษัทก่อน เพราะการจ้างครั้งหนึ่งจะเป็นการจ้างระยะยาว หากพบว่าสำนักงานคิดค่าบริการที่แพงเกินจริง เราจะได้เลี่ยงไปใช้สำนักงานบัญชีอื่นที่คิดค่าบริการที่สมเหตุสมผล จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจในภายหลังที่ต้องจ่ายค่าบริการอันแสนจะแพงโดยที่ไม่ได้เช็คราคาค่าบริการให้ดีก่อน</p>
<p>ในการตัดสินใจเลือกที่ปรึกษาบัญชีสำหรับกิจการของคุณไม่ว่าจะเป็นกิจการขนาดเล็ก ขนาดกลาง หรือใหญ่ การเลือกใช้บริการจากสำนักงานบัญชีคุณภาพ จะช่วยปลดความกังวลให้คุณได้ 100% เนื่องจากสำนักงานบัญชีคุณภาพเองต้องรักษาเครดิตการทำงาน เพื่อความมั่นคงของกิจการ การกำหนดอัตราค่าจ้างที่ปรึกษาบัญชีจะมีมาตรฐานที่วางไว้แล้ว ซึ่งเป็นค่าจ้างที่เหมาะสมตามที่ได้ประเมินและวางมาตรฐานของสำนักงาน ส่วนเจ้าของกิจการจะมองว่าเหมาะสมหรือไม่ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและข้อตกลงของทั้งสองฝ่าย สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่กำลังมองหาที่ปรึกษาบัญชีดี ๆ ในราคาสมเหตุสมผล ลองเข้ามาติดต่อสอบถามกับ Scholar Accounting  เพื่อพูดคุยรายละเอียดเบื้องต้นกับผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดทำบัญชีดูก่อน รับรองว่าคุณจะได้อีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจในการเลือกที่ปรึกษาบัญชีดี ๆ สำหรับกิจการของคุณอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6181 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%97/">ค่าจ้างที่ปรึกษาบัญชีที่เหมาะสม</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ข้อควรรู้ก่อนเริ่มหาบริษัทวางแผนภาษี</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%a3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 06:31:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีขายของออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีผู้ค้าออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีย้อนหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีร้านค้า]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีร้านค้าออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีแม่ค้าออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานบัญชีคุณภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=5802</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากพิจารณาฐานข้อมูลภาษีกรมสรรพากร ณ วันที่ 24 ตุลาคม 25 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%a3/">ข้อควรรู้ก่อนเริ่มหาบริษัทวางแผนภาษี</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6159 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/14.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/14.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/14-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/14-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>หากพิจารณาฐานข้อมูลภาษีกรมสรรพากร ณ วันที่ 24 ตุลาคม 2560 หรือปีภาษี 2558 นั้นพบว่ามีผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจโดยแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่คือ กลุ่มที่ประกอบกิจการในรูปของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (ยื่น ภ.ง.ด.50) และกลุ่มที่ประกอบกิจการในรูปของบุคคลธรรมดา (ยื่น ภ.ง.ด.90) อยู่ในระบบภาษีเพียง 2.09 ล้านรายเท่านั้น ถือเป็นตัวเลขที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความสำคัญต่อภาษีอากร รวมไปถึงการวางระบบบัญชีเพื่อให้การบริหารบัญชีและวางแผนภาษีอากรถูกต้องสอดคล้องกัน อาจจะด้วยเพราะเรื่องภาษีอากรเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและยากเรื่องหนึ่งที่ทำให้ผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจกังวลใจ</p>
<p>ภาษีหลักๆ ที่ผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจจะต้องรู้จักและเข้าใจเป็นอย่างดีประกอบไปด้วย 8 ภาษี ดังนี้</p>
<p><strong>1.ภาษีเงินได้นิติบุคคล</strong> : ผู้ที่ต้องชำระคือนิติบุคคลตามมาตร 39 ซึ่งมีเงินได้พึงประเมินและมีหน้าที่เสียภาษีทุกรอบระยะเวลาบัญชี โดยจะต้องทำการปรับปรุงรายจ่ายตามงบการเงินให้เป็นรายจ่ายทางภาษี วิธีการคำนวณภาษีคือ กำไรสุทธิคูณด้วยอัตราภาษี จะได้ผลลัพธ์เป็นภาษีเงินได้</p>
<p>(กำไรสุทธิ X อัตราภาษี = ภาษีเงินได้)</p>
<ul>
<li>อัตราภาษีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล คิดภาษีร้อยละ 20</li>
<li>อัตราภาษีวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม คิดเป็นกำไรสุทธิ หากน้อยกว่า 300,000 บาท จะได้รับการยกเว้น และตั้งแต่ 300,000 – 1,000,000 คิดเป็นร้อยละ 15 หรือ 1,000,000 ขึ้นไป ร้อยละ 20</li>
</ul>
<p><strong>2.ภาษีมูลค่าเพิ่ม</strong> : ผู้มีหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ได้แก่ ผู้ประกอบการที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี , ผู้ประกอบกิจการที่ต้องมีการซื้อสินค้าหรือรับบริการที่อยู่บังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และผู้ประกอบการที่อยู่นอกประเทศไทยและได้ขายสินค้าหรือให้บริการภายในประเทศเป็นปกติหรือมีตัวแทนอยู่ในประเทศไทย โดยมีวิธีการการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม คือการจ่ายร้อยละ 7 ของราคาสินค้า ผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจจะต้องยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีผ่านระบบออนไลน์ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปไม่ว่าเดือนนั้นจะมีรายรับหรือไม่ก็ตาม</p>
<p><strong>3.ภาษีธุรกิจเฉพาะ</strong> :  เป็นภาษีที่ผู้ประกอบการต้องเสียภาษีทุกเดือน โดยกิจการที่ต้องเสียภาษีคือกิจการธนาคาร ธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ และประกอบกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ , กิจการรับประกันชีวิต , กิจการโรงจำนำ , การค้าอสังหาริมทรัพย์ , การขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์และการซื้อขายคืนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงธุรกิจแฟ็กเตอริง โดยมีอัตราภาษีที่แตกต่างกันไปตามกิจการ</p>
<p><strong>4.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน </strong><strong>:</strong> เป็นภาษีเฉพาะทรัพย์สินที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร สำหรับทรัพย์สินที่อยู่ในต่างจังหวัดต้องติดต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อยื่นชำระภาษีได้  สำหรับผู้ที่ต้องเสียภาษีประเภทนี้คือเจ้าของกรรมสิทธิ์ในโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง โดยการยื่นแบบเพื่อขอประเมินภาษีภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีที่สำนักงานเขตหรือสำนักการคลัง</p>
<p><strong>5.ภาษีสรรพสามิต</strong>  : ประกอบด้วยภาษีน้ำมัน อัตราภาษีขึ้นอยู่กับชนิดน้ำมัน โดยโครงสร้างราคาน้ำมันขึ้นอยู่กับแนวนโยบายการบริหารภาษี หรือนโยบายพลังงานของภาครัฐ</p>
<p><strong>6.ภาษีรถ</strong> : หากกิจการดังกล่าวมีการใช้รถบรรทุกขนาดกลางขึ้นไปในการขนส่งสินค้า โดยมีน้ำหนัก 15,300 กิโลกรัมเมื่อบรรทุกสินค้า เจ้าของรถยนต์มีหน้าที่เสียภาษีรถประจำทุกปีซึ่งคิดตามน้ำหนักรถยนต์ ส่วนเอกสารประกอบการยื่นชำระได้แก่ หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถหรือสำเนา หลักฐานการจัดให้มีประกันภัย และรถขนส่งทุกประเภทต้องผ่านการตรวจสภาพก่อนเสียภาษี โดยต้องยื่นชำระภาษีภายในระยะเวลไม่เกิน 90 วัน ก่อนสิ้นอายุภาษี</p>
<p><strong>7.เงินสมทบกองทุนประกันสังคม</strong><strong> </strong>: สำหรับนายจ้างที่มีลูกจ้างต้องมีการจ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคม โดยนายจ้างมีหน้าที่นำส่งสมทบทั้งส่วนของนายจ้างและลูกจ้างภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป สำหรับฐานค่าจ้างในการคำนวณเงินสมทบ ต้องไม่ต่ำกว่าเดือนละ 1,650 บาท และสูงสุดไม่เกินเดือนละ 15,000 บาท</p>
<p><strong>8.เงินสมทบกองทุนเงินทดแทน</strong><strong> :</strong> สำหรับกิจการที่มีลูกจ้างตามที่กำหนด นายจ้างมีหน้าที่นำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนเงินทดแทน ภายในวันที่ 31 มกราคมของทุกปี คิดร้อยละ 0.2 – 1.0 ของค่าจ้าง ฐานค่าจ้างในการคำนวณเงินสมทบต้องไม่เกิน 240,000 บาทต่อคนต่อปี ผู้ประกอบการต้องส่งเงินสมทบและรายงานค่าจ้างปีที่ผ่านมาภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์</p>
<p>ทั้งนี้ผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจควรศึกษาความรู้ความเข้าใจเรื่องกรวางแผนภาษีและการชำระภาษีให้ดีและถูกต้อง เนื่องจากหากละเลยการชำระภาษีเป็นเวลานานจะถูกตรวจสอบและมีการเรียกเก็บภาษีย้อนหลังเป็นจำนวนมาก อาจทำให้เสียชื่อเสียงในด้านความรับผิดชอบอีกด้วย ซึ่งเรื่องภาษีอากรไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายบัญชีเพียงฝ่ายเดียว หากแต่เป็นความรับผิดชอบของทุกคนในกิจการที่ได้ร่วมกันบริหารงานของกิจการ เพราะปัญหานี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้ในทุกแผนก เช่น ฝ่ายบัญชีและการเงิน , ฝ่ายการตลาด , ฝ่ายบุคคล , ฝ่ายผลิต , ฝ่ายจัดซื้อ เป็นต้น รวมถึงทุกระดับการบริหารงานด้วย ไม่ว่าจะเป็น CEO หรือฝ่ายกฎหมายด้วย จึงต้องมีการปรึกษาและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกัน เพื่อป้องกันปัญหาทางภาษีอากรที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต</p>
<p>วิธีการหนึ่งที่ช่วยป้องกันหรือลดทอนปัญหาข้อผิดพลาดที่นิยมในปัจจุบันและใช้ได้ผลเป็นอย่างดีก็คือ <strong>การใช้บริการจากบริษัทที่ปรึกษาและวางแผนภาษีให้เข้ามาดูแลเกี่ยวกับบัญชีและภาษีอากร</strong> เพราะบริการจากบริษัทวางแผนภาษีนั้นสามารถช่วยให้ผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจตัดสินใจเลือกปฏิบัติตามแนวทางที่ถูกต้อง เป็นการลดความเสี่ยงทางภาษี (tax exposure) ทำให้ประหยัดภาษีมากที่สุดตามกรอบข้อกฎหมายของกรมสรรพากร นั่นเพราะการเสียภาษีโดยมีการวางแผนภาษีที่ดีสามารถประหยัดภาษีกว่าการยื่นแบบโดยไม่มีความรู้หรือยื่นผิดพลาด ซึ่งความผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั้นอาจทำให้ถูกออกหนังสือเชิญพบ หรือหมายเรียก มีโอกาสถูกประเมินภาษีเพิ่ม เบี้ยปรับเพิ่ม และจ่ายเงินเพิ่มจำนวนมาก หากเกิดกรณีนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อสถานะการเงินของบริษัท</p>
<p>นอกจากนี้แล้วการใช้บริการจากบริษัทที่ปรึกษาและวางแผนภาษียังมีข้อดีก็คือ ผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจได้ทราบข้อมูลทางการเงินจากการบันทึกบัญชีอย่างถูกต้องและครบถ้วน ทำให้การยื่นภาษีเป็นไปตามรอบระยะเวลาในปฏิทินภาษี โดยที่ผู้ประกอบกิจการหรือเจ้าของธุรกิจไม่ต้องการกังวลในการยื่นแบบภาษีประเภทต่างๆ เพื่อใช้ในการคาดคะเนในการบริหารจัดการกิจการได้อย่างมีประสิทธิภาพ การที่บริษัทไม่มีการวางระบบบัญชีที่มีมาตราฐานและไม่มีความรู้ในเรื่องบัญชีที่ดีพอย่อมทำให้เกิดปัญหาตามมาในอนาคต และส่งผลกระทบระยะยาวต่อการดำเนินงานต่างๆ</p>
<p>ดังนั้น สิ่งที่ผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจควรรู้ก่อนตัดสินใจเลือกบริษัทวางแผนภาษีก็คือ การเลือกบริษัทที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในเรื่องบัญชี เพราะเป็นการบ่งบอกว่าบริษัทนั้นๆ จะรู้วิธีการในการตัดสินใจว่าควรแก้ไขปัญหาหรือรับมือกับปัญหาของลูกค้าได้อย่างไรและเหมาะสมที่สุด ที่สำคัญ บริษัทวางแผนภาษีจะต้องเป็นเสมือนเพื่อนคู่คิดจึงจะทำให้ผู้ประกอบการวางแผนธุรกิจเพื่อเดินต่อไปข้างหน้าโดยไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังใดๆ เพราะบริษัทวางแผนภาษีที่ดีจะต้องทำการแก้ไขข้อผิดพลาดในอดีตที่เคยเกิดขึ้นได้ และทำให้ปัจจุบันดำเนินการเรื่องภาษีอากรไปอย่างถูกต้อง สามารถนำผลการวางแผนที่ดีนั้นไปใช้ในอนาคตได้ ซึ่งมีสถิติอ้างอิงที่น่าสนใจที่พบว่าค่าใช้จ่ายสำหรับการใช้บริการจากบริษัทวางแผนภาษีนั้นไม่เกิน 10% ของภาษีที่ประหยัดได้ (tax savings from tax planning &amp; compliance) จึงจะเรียกว่าเกิดความคุ้มค่าในการจ้างที่ปรึกษาภาษี</p>
<p>สิ่งสำคัญที่จะต้องคำนึงถึงก็คือ ผู้วางแผนภาษีอากรจะต้องมีความรู้ทั้งทางด้านภาษีอากรและบัญชี เพื่อให้การวางแผนภาษีอากรกับการจัดทำบัญชีถูกต้องและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กิจการตั้งเอาไว้ ปกติแล้วการวางแผนภาษีอากรนิยมวางแผนภาษีก่อนเริ่มดำเนินกิจการ หรืออาจจะวางแผนภาษีอากรเมื่อกิจการได้ดำเนินงานไปได้ในระยะหนึ่ง หรือเลือกที่จะวางแผนภาษีสำหรับต้นปีบัญชี (รอบระยะเวลาบัญชี) เพื่อให้การปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง แม่นยำ ลดข้อผิดพลาดได้เป็นอย่างดี  เพราะการวางระบบบัญชีที่ดีย่อมส่งผลที่ดีต่อแผนธุรกิจตามไปด้วย</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6182 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/36.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/36.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/36-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/36-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%a3/">ข้อควรรู้ก่อนเริ่มหาบริษัทวางแผนภาษี</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สำนักงานบัญชีจำเป็นไหม หากมีโปรแกรมทำบัญชี</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 06:27:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าทำบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานบัญชีคุณภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=5796</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในปัจจุบันนอกจากสำนักงานบัญชีคุณภาพที่มีให้เลือกจ้างกัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1/">สำนักงานบัญชีจำเป็นไหม หากมีโปรแกรมทำบัญชี</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6194 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/48.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/48.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/48-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/48-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>ในปัจจุบันนอกจากสำนักงานบัญชีคุณภาพที่มีให้เลือกจ้างกันมากมายแล้ว ผู้ประกอบการยังสามารถทำบัญชีด้วยตัวเองได้ง่ายขึ้น เพราะมีโปรแกรมทำบัญชีที่สร้างขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์การทำงานในด้านนี้โดยเฉพาะ ซึ่งมีทั้งโปรแกรมฟรีและแบบเสียเงิน มีระบบการทำงานแตกต่างกันออกไป ทำให้ผู้ประกอบการบางคนเริ่มมีความคิดที่ว่าการจ้างสำนักงานบัญชีในปัจจุบันยังจำเป็นอยู่อีกไหม เพราะเคยเจอปัญหาน่าปวดหัวกับสำนักงานที่ไม่มีคุณภาพมาแล้ว ถ้ามีโปรแกรมเข้ามาช่วยแบบนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องเสียเงินไปจ้างสำนักงานบัญชี แล้วหันมานั่งทำข้อมูลต่าง ๆ ด้วยตัวเอง จะดีกว่าหรือไม่ ? ก่อนตอบคำถาม ลองมาวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้กันก่อน เพื่อที่จะได้รู้ว่าแบบไหนคุ้มค่ามากกว่ากัน</p>
<p><strong>การทำงานเบื้องต้นของโปรแกรมบัญชี</strong></p>
<p>โปรแกรมระบบบัญชี จะสามารถจัดทำบัญชีได้ในระดับ<u>เบื้องต้น</u>เท่านั้น เครื่องมือตัวนี้ไม่สามารถทำทุกอย่างแทนพนักงานบัญชีได้ทั้งหมด และไม่สามารถช่วยงานในทุกส่วนของบริษัทได้ โดยทั่วไปจะมีทั้งโปรแกรมที่แจกให้ใช้งานได้ฟรีและโปรแกรมที่ต้องเสียเงินซื้อมามีทั้งขายขาดกับแบบที่ต้องจ่ายเป็นรายเดือนหรือรายปี แต่เฉลี่ยแล้วก็ถูกกว่าการจ้างสำนักงานบัญชี ซึ่งโปรแกรมบัญชีจะมีระบบบันทึกข้อมูลการขายสินค้า ตรวจสอบประวัติการขาย มีระบบสินค้าคงคลังที่ดูการเคลื่อนไหวของสินค้า ตรวจสอบยอดเงินคงเหลือ มีระบบบันทึกรายรับและรายจ่ายประจำวัน ซึ่งถูกบรรจุเอาไว้ในโปรแกรมสำเร็จรูปเป็นที่เรียบร้อย</p>
<p><strong>ถ้าผู้ประกอบการจะทำบัญชีเองโดยใช้โปรแกรมบัญชี มีอะไรต้องจัดการบ้าง?</strong></p>
<p>อย่างที่บอกไปแล้วว่าโปรแกรมระบบบัญชี แม้จะดีแค่ไหนก็ไม่สามารถเป็นทุกอย่างแทนผู้เชี่ยวชาญในด้านการจัดทำบัญชีได้ เพราะการทำงานจะเป็นระบบเบื้องต้นสำหรับทำงานเอกสารบัญชีเท่านั้น กรณีที่ผู้ประกอบการอยากลดต้นทุน ไม่อยากจ้างที่ปรึกษาบัญชีหรือท้อกับการมองหาสำนักงานบัญชีคุณภาพ การตัดสินใจทำบัญชีด้วยตัวเองโดยดึงเอาโปรแกรมบัญชีเข้ามาช่วย ตั้งแต่โปรแกรมง่าย ๆ ขั้นพื้นฐานอย่าง Excel หรือโปรแกรมยอดนิยมทั่วไปอย่าง Formula การทำงานเหล่านี้จะไม่ใช่เรื่องยากมากนัก หากผู้ประกอบการมีเวลาศึกษาข้อมูลการทำงานของโปรแกรม และมีเวลาสำหรับการจัดการข้อมูลต่าง ๆ ที่ต้องจดบันทึกเข้าสู่โปรแกรม ซึ่งถ้าอยากจะให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และเกิดข้อผิดพลาดน้อยที่สุดแล้วล่ะก็…ควรจะใช้โปรแกรมทำบัญชี ที่สำนักงานบัญชีแนะนำ เนื่องจากสำนักงานบัญชีเหล่านี้รู้โครงสร้าง และรู้ความต้องการของบริษัทลูกค้าเป็นอย่างดี</p>
<p>ขั้นตอนถัดมาที่ผู้ประกอบการจะต้องทำนอกเหนือจากส่วนที่โปรแกรมจัดการให้ไม่ได้ นั่นก็คือการจัดส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร ประกอบด้วย ภาษีที่ต้องยื่นประจำเดือน ทั้งแบบ ภ.พ. 30, ภ.ง.ด. 3, ภ.ง.ด. 53, ภ.ง.ด.1, ประกันสังคม ฯลฯ ภาษีมูลค่าเพิ่ม จากนั้นก็ต้องมีส่วนของภาษีครึ่งปี คือ ภ.ง.ด.51, ภ.ง.ด.50 และ ภ.ง.ด.1ก แล้วก็ต้องมีการยื่นงบการเงินประจำปีให้กรรมสรรพาการและกรมพัฒนาการค้าด้วย</p>
<p>นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยของเอกสารอีกมากมาย หากเป็นธุรกิจขนาดเล็ก ก็อาจจะสามารถทำได้ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรง แต่หากวันหนึ่งที่ธุรกิจขยายตัวขึ้น ความซับซ้อนด้านบัญชีก็ต้องเพิ่มขึ้นตามมา ซึ่งตรงจุดนี้เองที่เป็นเหตุผลที่เราจะต้องมีสำนักงานบัญชีคอยดูแลอีกชั้นหนึ่ง</p>
<p><strong>เปรียบเทียบหน้าที่ระหว่างสำนักงานบัญชี VS. โปรแกรมบัญชี ให้เห็นแบบชัดๆ</strong></p>
<p>ข้อมูลที่ได้จากการจัดทำบัญชีจะเป็นตัวสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นไปของธุรกิจของคุณในปัจจุบันที่กำลังเกิดขึ้น ข้อมูลบัญชียังสามารถนำไปใช้เปรียบเทียบกับผลการเติบโตทางธุรกิจระหว่างปีที่ผ่าน ๆ มาได้ด้วย ดังนั้นการจัดทำบัญชีจึงต้องมีความถูกต้อง ไม่คลาดเคลื่อน ถ้าผู้ประกอบการไม่ได้เรียนจบในด้านบัญชีมาโดยตรง ยังไงก็ไม่วายต้องมานั่งปวดหัวกับการวางระบบบัญชีด้วยตัวเองถ้าเลือกที่จะไม่จ้างสำนักงานบัญชี ซึ่งหากจ้างสำนักงานบัญชีคุณภาพมาเป็นผู้ช่วย ปัญหาทั้งหมดนี้จะถูกยกออกไปหมด เพราะหน้าที่ตั้งแต่ให้คำปรึกษาไปจนถึงยื่นภาษี ปิดงบการเงิน และทำหน้าที่ตรวจสอบบัญชีให้ครบวงจร การมอบหน้าที่เหล่านี้ที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยรายละเอียดปลีกย่อยมากมายให้สำนักงานบัญชี ย่อมดีกว่าการนั่งทำบัญชีด้วยตัวเอง โดยที่ผู้ประกอบการยังจะได้เทคนิคในการวางแผนภาษีและข้อมูลด้านกฎหมายอีกด้วย</p>
<p>แต่ถ้าคุณสนใจที่จะใช้โปรแกรมบัญชีเข้ามาช่วยในการจัดทำบัญชีของกิจการแล้วล่ะก็… แม้หลายๆคนอาจมองว่านั่นเป็นเพียงโครงสร้างขั้นพื้นฐานที่ยังไงก็ต้องมานั่งกรอกข้อมูลเองอยู่ดี แถมเอกสารต่าง ๆ ก็ต้องรวบรวมนำส่งให้กรมสรรพากรให้ตรงเวลาด้วย ถ้าไม่ใช่มืออาชีพก็เสี่ยงที่ข้อมูลการเงินจะคลาดเคลื่อนไม่ถูกต้อง ส่งงบการเงินล่าช้า ทำให้ต้องเสียค่าปรับกันอีก แต่ในความเป็นจริงแล้ว การใช้โปรแกรมทำบัญชีแบบที่มีสำนักงานบัญชีคอยให้คำแนะนำ และสนับสนุนอยู่อย่างใกล้ชิดเข้ามาช่วย ก็ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีเช่นกัน</p>
<p>สุดท้ายนี้หากคุณอยากรู้ว่าสำนักงานบัญชีและโปรแกรมบัญชีสามารถจัดทำบัญชีแบบไหนให้คุณได้บ้าง ลองเข้ามาขอคำแนะนำเบื้องต้นกับผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีของ Scholar Accounting ดู แล้วคุณจะรู้ว่าการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ผสานกับการดูแลของสำนักงานบัญชีอย่างใกล้ชิดจะช่วยจัดทำบัญชีของกิจการคุณได้ดีเพียงใด</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6180 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1/">สำนักงานบัญชีจำเป็นไหม หากมีโปรแกรมทำบัญชี</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
