<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วางแผนภาษี Archives - Scholar</title>
	<atom:link href="https://www.scholaraccounting.com/tag/%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.scholaraccounting.com/tag/วางแผนภาษี/</link>
	<description>แค่เว็บเวิร์ดเพรสเว็บหนึ่ง</description>
	<lastBuildDate>Tue, 25 Feb 2020 01:53:09 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2019/12/scholar-favicon.png</url>
	<title>วางแผนภาษี Archives - Scholar</title>
	<link>https://www.scholaraccounting.com/tag/วางแผนภาษี/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>การเริ่มธุรกิจในประเทศกลุ่ม AEC</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Feb 2020 03:35:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาของการทำบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=6108</guid>

					<description><![CDATA[<p>แนวทางการทำธุรกิจนั้น ไม่ว่าจะเป็นในไทยหรือในกลุ่มประเท [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8/">การเริ่มธุรกิจในประเทศกลุ่ม AEC</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="size-full wp-image-6178 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/32.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/32.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/32-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/32-768x644.png 768w" sizes="(max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>แนวทางการทำธุรกิจนั้น ไม่ว่าจะเป็นในไทยหรือในกลุ่มประเทศ AEC ล้วนมีหลักการพื้นฐานไม่ต่างกัน คือจะต้องมีการทำแผนธุรกิจ, วางระบบบัญชี และหาที่ปรึกษาบัญชี เพื่อป้องกันปัญหาของการทำบัญชี ส่วนรายละเอียดปลีกย่อย ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของประเทศนั้น ๆ ที่เราต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งต้องศึกษาให้ดีก่อนที่จะเริ่มธุรกิจ</p>
<p><strong>ประเทศไหนอนุญาตให้คนไทยไปทำธุรกิจได้</strong></p>
<p>ประเทศในกลุ่ม AEC มีความเหมือนและต่างกันในบางเรื่อง แต่การรวมกลุ่มก็เพื่อจะได้เอื้อประโยชน์แก่กันและกันในภูมิภาคนี้ ธุรกิจข้ามชาติก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้ทุกประเทศได้ขยายเครือข่าย เพื่อสร้างกำลังในกลุ่มประเทศ เพื่อเป็นอำนาจต่อรองในอนาคต การเปิดโอกาสให้มีการลงทุนจึงมีด้วยกันทุกประเทศ แต่ด้วยเหตุปัจจัยหลายอย่างทำให้การลงทุนมีความยากง่ายต่างกัน ลองมาดูว่า ประเทศไหนลงทุนยากง่ายต่างกันอย่างไร</p>
<p>ประเทศในกลุ่ม AEC ที่สามารถเข้าไปลงทุนได้ เรียงลำดับจากง่ายไปหายาก ดังนี้  สิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไน เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย กัมพูชา ลาว และเมียนมาร์ ส่วนไทยถูกจัดไว้ในอันดับที่ 3 รองจากมาเลเซีย ที่เปิดโอกาสให้ประเทศในกลุ่มเข้ามาลงทุนทำธุรกิจ</p>
<p><strong>สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจไปทำธุรกิจในกลุ่ม </strong><strong>AEC</strong></p>
<p>การลงทุนทำธุรกิจในประเทศให้เจริญเติบโตอย่างมั่นคงว่ายากแล้ว การทำธุรกิจในต่างประเทศยากกว่า เพราะมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้มากกว่าธุรกิจคือ เหตุปัจจัยต่าง ๆ ในเรื่องเหล่านี้</p>
<ol>
<li><strong>รู้จักแต่ละประเทศ </strong></li>
</ol>
<p><strong><u>อินโดนีเซีย</u></strong> ประชาชนเยอะก็จริง แต่ก็กีดกันการค้าพอสมควร และการตลาดแข่งขันสูง</p>
<p><strong><u>เมียนมาร์</u></strong> น่าลงทุนเกี่ยวกับสินค้าที่รัฐบาลอนุญาตให้ชาวต่างชาติทำ ซึ่งมีหลายกลุ่ม เช่น สินค้าเพื่อผลิตผลการเกษตร, เมล็ดพันธุ์พืช,  ปุ๋ย, ยาฆ่าแมลง, สินค้าประเภทอุปกรณ์การแพทย์ และสินค้าพวกวัสดุก่อสร้าง</p>
<p><strong><u>ฟิลิปปินส์</u></strong> มีภูมิประเทศที่เป็นเกาะ ค่าขนส่งแพง ถ้าจะทำควรตั้งโรงงานในเกาะที่สนใจเลย และที่นี่มีเขตเศรษฐกิจพิเศษ นักลงทุนจะได้รับการยกเว้นภาษี 6 ปี</p>
<p><strong><u>สปป.ลาว</u></strong> เป็นประเทศที่นักธุรกิจท้องถิ่นมีอิทธิพลสูง ถ้าจะลงทุนควรร่วมทุนไม่ใช่ไปลงทุนเองทั้งหมด</p>
<p><strong><u>เวียดนาม</u></strong> เป็นประเทศที่มีตลาดชนชั้นกลางขนาดใหญ่ สนใจเรื่องความงามและสุขภาพ การลงทุนต้องอิงภาครัฐ</p>
<p><strong><u>กัมพูชา</u></strong>  รัฐบาลเปิดเสรี เพื่อทำประเทศเป็นฐานการผลิตเพื่อการส่งออก</p>
<ol start="2">
<li><strong> กฎหมายในประเทศนั้น ๆ</strong> <strong>&#8211; กฎหมายเป็นสิ่งที่ผู้เข้าไปอาศัยต้องปฏิบัติตาม ยิ่งในประเทศที่มีความเคร่งครัดด้วยแล้ว จะมาทำอะไรตามใจอย่างไทย ๆ ไม่ได้ อาจส่งผลกระทบถึงธุรกิจทั้งทางตรงและทางอ้อม หากคิดจะไปลงทุนประเทศไหน นอกจากที่ปรึกษามีการ</strong><strong>วางแผนภาษี</strong><strong>ให้แล้ว ที่ปรึกษากฎหมายก็เป็นเรื่องสำคัญ</strong></li>
<li><strong> การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า</strong> <strong>&#8211; ทรัพย์สินทางปัญญา ก็เป็นอีกเรื่องที่คุณต้องเรียนรู้ เมื่อไปทำธุรกิจการค้าที่ต่างประเทศ แม้คุณจะมีการจดทะเบียนในประเทศแล้ว แต่ไปต่างประเทศก็ต้องศึกษาใหม่ เพราะแต่ละแห่งก็มักจะคุ้มครองเฉพาะธุรกิจในประเทศของตน </strong></li>
<li><strong>ศึกษาระบบการทำงานของประเทศนั้น ๆ </strong><strong>&#8211; แผนธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทยไม่ใช่ว่าจะนำไปใช้ได้กับทุกประเทศ เนื่องจากเงื่อนไขต่างกัน ค่านิยม ประเพณี วัฒนธรรม การดำรงชีวิต การจับจ่ายซื้อสินค้า รวมถึงลู่ทางการจัดจำหน่าย สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นอุปสรรคทั้งสิ้น</strong></li>
<li><strong>เงื่อนไขการลงทุน</strong> <strong>&#8211; การสนับสนุนการลงทุนของรัฐบาล มีส่วนเกี่ยวข้องที่จะทำให้ธุรกิจของคุณมีแนวโน้มไปต่อ หรือลงทุนแล้วต้องย้ายกลับประเทศ ถ้ารัฐบาลสนับสนุน คุณจะได้โอกาสพิเศษ</strong></li>
<li><strong>รู้กำลังของผู้บริโภคในท้องถิ่นที่คิดจะไปลงทุน</strong><strong> &#8211; เพื่อประเมินความเหมาะสมในการดำเนินธุรกิจ</strong></li>
</ol>
<p><strong>จะเห็นได้ว่า มีหลายสิ่งที่เป็นองค์ประกอบในการทำธุรกิจที่คุณจะต้องรู้ หากคุณไปทำธุรกิจยังต่างประเทศ เพื่อลงทุนแล้วไปต่อได้ นั่นคือสิ่งที่คุณต้องรู้เมื่อไปทำธุรกิจในต่างประเทศ </strong></p>
<p><strong> </strong><strong>เริ่มธุรกิจในประเทศกลุ่ม </strong><strong>AEC อย่างไร</strong></p>
<p>การเริ่มธุรกิจในประเทศกลุ่ม AEC นั้น ควรเริ่มต้นตรงไหนก่อน ระหว่างความสนใจของคุณ ความถนัด หรือประเทศที่ตอบโจทย์สิ่งที่คุณต้องการ ลองมาดูรายละเอียดกัน</p>
<ol>
<li>เลือกประเทศที่สนใจไปลงทุนทำธุรกิจ ภาพกว้าง ๆ ของแต่ละประเทศ มีความน่าสนใจน่าลงทุนต่างกัน</li>
<li>ธุรกิจที่คุณสนใจเหมาะกับประเทศนั้นหรือไม่ และเจาะลึกรายละเอียดลงไปว่า เหมาะกับเมืองใด รวมถึงรัฐบาลสนับสนุนหรือไม่</li>
<li>หาที่ปรึกษาเพื่อการลงทุนแบบไม่ผิดพลาด ซึ่งควรจะเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือผู้มีประสบการณ์มาก่อน ถึงจะเป็นที่ปรึกษาของคุณได้</li>
<li>ควรทำธุรกิจในลักษณะไหน ลงทุนเอง หรือร่วมทุนกับนักธุรกิจของประเทศนั้น ๆ เพราะมีเงื่อนไขในบางประเทศเช่น สปป. ลาว ไม่ควรลงทุนเอง เราควรหาผู้ร่วมลงทุนในประเทศดังกล่าวซึ่งจะทำให้เราดำเนินธุรกิจได้ง่ายกว่า</li>
<li>สำรวจตลาด ทำวิจัยการตลาดถึงความน่าจะเป็นที่จะเกิดขึ้นหากเข้าไปลงทุน แม้มีที่ปรึกษาแล้ว ก็ยังต้องรอบคอบเพราะการลงทุนมีความเสี่ยง ซึ่งการสำรวจตลาด ทำวิจัย และการลงพื้นที่จริง จะทำให้ เห็นโอกาส และความเสี่ยง</li>
<li>เมื่อตัดสินใจที่จะลงทุน รวมถึงมั่นใจในความเป็นไปได้แล้ว ให้จัดสรรงบประมาณเพื่อการลงทุน หาที่มาของเงินลงทุน และต้องตระหนักว่า การลงทุนในต่างประเทศในกลุ่ม AEC บางประเทศ นอกจากจะศึกษาข้อมูลที่หาได้ ยังต้องเรียนรู้เรื่องการเมือง และผู้ทรงอิทธิพลนอกระบบอีก</li>
</ol>
<p>ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจเริ่มธุรกิจในประเทศกลุ่ม AEC ประเทศไหนก็ตาม ควรเป็นไปอย่างมืออาชีพ และไม่ประมาท เพราะทุกการลงทุนมีความเสี่ยง สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่ต้องการความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเริ่มธุรกิจในประเทศกลุ่ม AEC ลองเข้ามาติดต่อสอบถามกับทีมงานของ Scholar Accounting กันดูก่อน รับรองว่าคุณจะได้รับความรู้และข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img decoding="async" class="size-full wp-image-6139 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-5-2.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-5-2.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-5-2-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-5-2-768x644.png 768w" sizes="(max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8/">การเริ่มธุรกิจในประเทศกลุ่ม AEC</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แนวทางการขยายธุรกิจขนาดเล็ก</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%b2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Feb 2020 03:27:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=6103</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในตอนเริ่มต้นวางแผนธุรกิจนั้น เชื่อได้ว่าเจ้าของธุรกิจท [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%b2/">แนวทางการขยายธุรกิจขนาดเล็ก</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-6177 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/31.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/31.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/31-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/31-768x644.png 768w" sizes="(max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>ในตอนเริ่มต้นวางแผนธุรกิจนั้น เชื่อได้ว่าเจ้าของธุรกิจทุกคนจะต้องคาดหวังไว้ว่าธุรกิจจะต้องประสบความสำเร็จ ดังนั้นในช่วงเริ่มต้นนั้นผู้ประกอบการทุกคนจึงต้องเขียนแผนธุรกิจเป็นอย่างดี มีการวางระบบบัญชี, วางแผนภาษีในการดำเนินกิจการอย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่นและมีการจัดการที่มีประสิทธิภาพ นอกเหนือจากนี้ การทำธุรกิจยังต้องมีการจัดการด้านการขายและการตลาดเพื่อให้เข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้อย่างทั่วถึง ซึ่งความท้าทายอย่างหนึ่งของผู้ประกอบการก็คือการขยายขนาดของธุรกิจที่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะการเติบโตของธุรกิจไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่ต้องอาศัยความพยายามอย่างต่อเนื่องและใช้วิธีการที่มีประสิทธิภาพในการขยายธุรกิจที่มีดังต่อไปนี้</p>
<ol>
<li>ทำความเข้าใจลูกค้าให้ดี การที่ผู้ประกอบการจะสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่นิยมของลูกค้าและเกิดความต้องการซื้อเพิ่มขึ้นนั้นจะต้องทำความเข้าใจกับความต้องการของลูกค้าและกลุ่มเป้าหมายอย่างดีที่สุดก่อน โดยหนึ่งในวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการทำความเข้าใจสิ่งที่ลูกค้าต้องการก็คือการสำรวจและการวิจัยทางด้านการตลาด ผู้ประกอบการควรสำรวจความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่องและรับฟังความคิดเห็นของลูกค้าอย่างเต็มที่ แม้ว่าบางความคิดเห็นจะฟังดูโหดร้ายแต่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ประกอบการเข้าถึงความต้องการของลูกค้าได้อย่างดีที่สุด เพื่อที่จะทำให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่เหมาะสมกับความต้องการของตลาดในปัจจุบัน ยิ่งกว่านั้นมันจะช่วยทำให้บริษัทมองเห็นถึงจุดอ่อนของตนเองและเริ่มทำการปรับปรุงแก้ไขก่อนที่จะส่งผลเสียหายหลายอย่างตามมาในภายหลัง</li>
<li>สำรวจคู่แข่งและสถานการณ์การแข่งขันในตลาด วิธีการหนึ่งในการขยายขนาดธุรกิจอย่างรวดเร็วก็คือการเรียนรู้จากคู่แข่ง โดยผู้ประกอบการสามารถใช้การทดสอบเชิงเปรียบเทียบ เช่น เปรียบเทียบเว็บไซต์ของบริษัทที่มีการทำธุรกิจคล้ายคลึงหรือใกล้เคียงกับธุรกิจของเรา โดยการใช้เครื่องมือเพื่อเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกที่ทำให้ผู้ประกอบการสามารถเปรียบเทียบการออกแบบเว็บไซต์, เนื้อหา, ข้อความที่ใช้ รวมถึงรายละเอียดอื่น ๆ อย่างเช่น ช่องทางการทำตลาดเพื่อให้รู้ว่ากลยุทธ์ใดที่ใช้แล้วได้ผลและประสบความสำเร็จมากที่สุด จากนั้นจึงนำรายละเอียดของข้อมูลเชิงลึกดังกล่าวมาวางแผนธุรกิจของตนเอง ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีการขยายธุรกิจที่ทำได้รวดเร็วที่สุดและมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงเพราะกลยุทธ์ที่เลือกนำมาใช้นั้นได้รับการพิสูจน์จากบริษัทอื่นมาแล้วว่าใช้ได้ผลจริง</li>
<li>ใช้ Social media ให้เป็นประโยชน์ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในทุกวันนี้ Social media มีอิทธิพลอย่างมหาศาลต่อการรับรู้และความคิดของผู้คน ดังนั้นมันจึงเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการส่งต่อความคิดหรือเนื้อหาที่ธุรกิจต้องการนำเสนอไปยังผู้คนหลายร้อยหลายพันคนได้ในเพียงครั้งเดียวโดยที่เสียค่าใช้จ่ายน้อยมากเมื่อเทียบกับการทุ่มงบทำการตลาดแบบอื่น ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องมีการวางแผนธุรกิจเพื่อให้บริษัท, สินค้า และผลิตภัณฑ์ของบริษัทอยู่ในกระแสของ Social media อยู่เสมอ เพื่อกระตุ้นความสนใจและการมีส่วนร่วมของลูกค้าที่จะทำให้การขยายธุรกิจเป็นไปได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วมากขึ้น วิธีการที่ธุรกิจส่วนใหญ่ใช้กันก็คือการสร้าง Account ในแพลตฟอร์ม Social media ต่าง ๆ เพื่อสื่อสารกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายอย่างใกล้ชิด รวมถึงการใช้ Influencer หรือคนที่มีอิทธิพลใน Social media มาช่วยนำเสนอสินค้าและบริการซึ่งจะช่วยกระตุ้นความสนใจและเพิ่มยอดขายได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังทำให้บริษัทเป็นที่รู้จักในวงกว้างซึ่งจะช่วยให้ขยายขนาดกิจการได้อย่างรวดเร็ว</li>
<li>เพิ่มทุนในการดำเนินกิจการ การจะขยายขนาดของธุรกิจขนาดเล็กให้มีขนาดใหญ่ขึ้น มีการเติบโตมากขึ้นนั้น สิ่งสำคัญที่สุดก็คือเงินทุน ที่ต้องใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของตลาดได้มากขึ้น, นำเงินไปจ้างพนักงาน, ปรับปรุงพื้นที่ขาย และขยายสาขาใหม่เพื่อรองรับลูกค้าที่มีจำนวนมากขึ้น สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องใช้เงินทุนในการดำเนินการ ซึ่งวิธีการหาเงินทุนในการขยายกิจการทำได้ทั้งการนำผลกำไรที่ได้มาใช้ในการขยายกิจการ และอีกวิธีหนึ่งที่ใช้กันมากก็คือการขอสินเชื่อหรือกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน โดยบริษัทจะต้องมีการวางแผนบัญชีเพื่อให้รายการทางการเงินเป็นไปอย่างถูกต้อง มีการเดินบัญชีที่สม่ำเสมอ  และมีการวางแผนภาษีเพื่อการยื่นและชำระภาษีอย่างถูกต้องเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่สถาบันการเงินที่จะทำให้การอนุมัติวงเงินสินเชื่อเพื่อขยายธุรกิจขนาดเล็กเป็นไปได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว ซึ่งผู้ประกอบการสามารถเลือกใช้บริการที่ปรึกษาบัญชีเพื่อให้ระบบบัญชีเป็นไปอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และมีความน่าเชื่อถือ สามารถนำไปยื่นของสินเชื่อจากธนาคารและสถาบันการเงินต่าง ๆ เพื่อนำเงินมาลงทุนเพิ่มได้</li>
</ol>
<p>แนวทางการขยายธุรกิจขนาดเล็กนั้นสามารถทำได้ด้วยกันหลายวิธี ทั้งการวางแผนขยายธุรกิจด้วยการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่ถูกใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมายซึ่งจะช่วยเพิ่มยอดขายและเป็นโอกาสในการทำให้ธุรกิจมีการเติบโตมากยิ่งขึ้น รวมทั้งการวางแผนการตลาดและการใช้ Social media ให้เป็นประโยชน์ รวมทั้งการขอเพิ่มทุนในการขยายกิจการด้วยการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน  ซึ่งวิธีการหลังนี้ผู้ประกอบการต้องมีการวางแผนธุรกิจและมีการวางระบบบัญชีที่ถูกต้อง เพื่อให้ธุรกิจมีความน่าเชื่อถือและหากต้องการเพิ่มเงินทุนเพื่อการขยายกิจการโดยการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินผ่านได้อย่างง่ายดาย</p>
<p>สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่ต้องการความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางการขยายธุรกิจ ลองเข้ามาติดต่อสอบถามกับทีมงานของ Scholar Accounting กันดูก่อน รับรองว่าคุณจะได้รับความรู้และข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน<br />
<a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6181 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%b2/">แนวทางการขยายธุรกิจขนาดเล็ก</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปัจจัยของการทำแผนธุรกิจและความสำคัญต่อการวางแผนธุรกิจระยะยาว</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Feb 2020 10:52:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=6090</guid>

					<description><![CDATA[<p>การทำแผนธุรกิจเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อการทำธุรกิจทุกปร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4/">ปัจจัยของการทำแผนธุรกิจและความสำคัญต่อการวางแผนธุรกิจระยะยาว</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6177 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/31.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/31.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/31-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/31-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>การทำแผนธุรกิจเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อการทำธุรกิจทุกประเภท เพราะเป็นการวิเคราะห์รายละเอียดและวางแผนการในการทำธุรกิจซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินกิจการในอนาคต ดังนั้นเจ้าของกิจการต้องมีการวางแผนธุรกิจและจัดทำแผนธุรกิจอย่างละเอียดเพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจการอย่างเป็นระบบและมีการจัดการที่ดีเพื่อความสำเร็จตามเป้าหมายที่ต้องการ</p>
<p>ปัจจัยของการทำแผนธุรกิจจะต้องประกอบไปด้วยส่วนประกอบที่สำคัญดังต่อไปนี้</p>
<ol>
<li>วัตถุประสงค์และเป้าหมายของธุรกิจ เป้าหมายของแต่ละบริษัทเป็นผลลัพธ์ที่ธุรกิจต้องการได้รับในช่วงระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งนอกเหนือจากรายได้และผลกำไรแล้ว บริษัทแต่ละแห่งก็มีเป้าหมายอื่น ๆ ที่สามารถตั้งไว้เพิ่มเติมได้เช่นเดียวกัน เช่น การขยายตัวของสาขาบริษัท, การเจริญเติบโตของกิจการ, ความรับผิดชอบต่อสังคม เป็นต้น</li>
<li>สินค้าหรือบริการที่ต้องการนำเสนอให้แก่ลูกค้า ก่อนที่จะเริ่มต้นการวางแผนใด ๆ บริษัทจะต้องรู้ว่าสินค้าหรือบริการที่จะนำเสนอให้แก่ลูกค้านั้นคืออะไร มีจุดแข็ง จุดเด่น จุดด้อยอย่างไรบ้าง คุณภาพของสินค้าเป็นอย่างไร การออกแบบหรือลักษณะของสินค้าหรือบริการเป็นแบบไหน เพื่อที่จะได้มองเห็นภาพรวมของธุรกิจที่กำลังจะทำได้ชัดเจนขึ้น</li>
<li>กลุ่มเป้าหมายของสินค้าหรือบริการของบริษัท เป็นสิ่งที่จะช่วยในการวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดที่เหมาะสม ซึ่งการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายนี้จะต้องทำการค้นหาและเก็บรวบรวมข้อมูลของกลุ่มเป้าหมายนี้อย่างละเอียดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นจึงทำการกำหนดแผนการตลาดเพื่อนำเสนอสินค้าและบริการให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากที่สุด</li>
<li>แผนการผลิต เป็นการวางแผนกระบวนการผลิตสินค้าให้สามารถผลิตสินค้าออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิตได้มาก สินค้าที่ผลิตออกมามีคุณภาพดีตามที่ต้องการ นอกจากนี้ยังต้องมีการกำหนดกำลังการผลิตและการสั่งซื้อวัตถุดิบให้เพียงพอต่อความต้องการในการผลิต</li>
<li>งบประมาณในการทำธุรกิจ, การวางแผนบัญชี, วางแผนภาษี การดำเนินกิจการจำเป็นต้องมีเงินลงทุนซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญอันดับแรก ๆ ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องมีการจัดเตรียมเงินทุนในการดำเนินงานอีกทั้งยังต้องมีการวางแผนหาแหล่งเงินทุนต่าง ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้ก็ยังต้องมีการวางระบบบัญชีและวางแผนภาษี ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกบริษัทจะต้องมีการวางแผนในเรื่องนี้อย่างรอบคอบ</li>
<li>แผนการตลาดและช่องทางการจัดจำหน่าย เป็นกระบวนการที่จะนำสินค้าหรือบริการไปถึงมือลูกค้า ซึ่งบริษัทจะต้องทำการวิเคราะห์สถานการณ์และทำการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าเป้าหมายเพื่อวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดที่จะสร้างยอดขายและเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดให้เป็นไปตามเป้าหมายทางธุรกิจที่บริษัทตั้งเอาไว้</li>
<li>ทรัพยากรบุคคล พื้นฐานสำคัญมากอย่างหนึ่งของการทำธุรกิจก็คือ คน ดังนั้นบริษัทจึงต้องมีการจัดหากำลังคนที่มีความรู้ความสามารถและจัดหากำลังคนในการทำงานให้เพียงพอ อีกทั้งยังต้องรักษาพนักงานที่มีความรู้ความสามารถให้อยู่ทำงานให้กับบริษัทไปอีกนาน ๆ ซึ่งการวางแผนจัดการทรัพยากรบุคลนี้ถือได้ว่าเป็นปัจจัยหลักอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในการทำแผนธุรกิจ</li>
</ol>
<p><strong>ความสำคัญของแผนธุรกิจต่อการวางแผนธุรกิจระยะยาว</strong></p>
<p>การวางแผนธุรกิจมีอยู่ด้วยกันหลายระยะ ทั้งระยะสั้น, ระยะกลาง และระยะยาว ซึ่งการวางแผนแต่ละช่วงระยะเวลานั้นมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน หลายคนอาจคิดว่าหากมีการวางแผนในระยะสั้นและระยะปานกลางที่พอให้บริษัทสามารถยืนหยัดได้และสร้างกำไรได้ตามเป้าหมายที่ต้องการแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องมีการวางแผนในระยะยาว แต่ในความเป็นจริงแล้ว การวางแผนธุรกิจระยะยาวนั้นมีความสำคัญไม่แพ้กับการวางแผนระยะสั้นและระยะปานกลาง เพราะเป็นแผนที่ทำให้มองเห็นภาพรวมและเป้าหมายที่สูงสุดในการทำธุรกิจ ซึ่งการทำแผนธุรกิจมีความสำคัญต่อการวางแผนธุรกิจระยะยาวดังต่อไปนี้</p>
<ol>
<li>ช่วยลดความเสี่ยง การวางแผนธุรกิจจะช่วยทำให้บริษัทมุ่งเน้นที่เป้าหมายและสามารถวางแผนรับมือกับความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ดี การวางแผนธุรกิจระยะยาวจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถติดตามผลลัพธ์และทำการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ได้เมื่อจำเป็น</li>
<li>แผนธุรกิจระยะยาวช่วยในการจัดทำแผนปฏิบัติการ(Action plan) ที่มีประสิทธิภาพทำให้ธุรกิจมีการดำเนินงานได้อย่างราบรื่น ลดความซับซ้อนยุ่งยากในการดำเนินงาน ช่วยลดภาระในการตัดสินใจและลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจลงไปได้อย่างมาก</li>
<li>แผนธุรกิจช่วยให้ผู้ประกอบการได้ไอเดียใหม่ ๆ ในการทำธุรกิจหรือการแก้ปัญหา ซึ่งแผนธุรกิจที่มีการเขียนมาเป็นอย่างดีและมีความยืดหยุ่นจะช่วยให้บริษัทมีความคิดสร้างสรรค์และหาวิธีแก้ปัญหาใหม่ ๆ โดยเฉพาะในโลกธุรกิจที่มีความท้าทายใหม่ ๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา</li>
<li>แผนธุรกิจช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบความคิดของตนเองได้ก่อนว่ามีจุดอ่อนหรือมีช่องโหว่ใด ๆ ในแผนธุรกิจที่กำลังจะดำเนินการหรือไม่ จึงช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดความล้มเหลวและการสูญเสียเงิน, โอกาสและเวลาในการตัดสินใจผิดพลาด เนื่องจากแผนธุรกิจที่เขียนเอาไว้อย่างเป็นขั้นตอนจะทำให้สามารถตรวจสอบและทบทวนการตัดสินใจก่อนที่จะลงมือทำจริง</li>
<li>แผนธุรกิจช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถตัดสินใจได้ดีขึ้น เพราะการทำธุรกิจจะมีความท้าทายในเรื่องต่าง ๆ อยู่มากซึ่งการเขียนแผนธุรกิจจะช่วยให้ผู้ประกอบการมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายและกำจัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปเพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ได้อย่างคุ้มค่า</li>
<li>แผนธุรกิจช่วยให้การวางระบบบัญชีและวางแผนภาษีเป็นไปอย่างถูกต้องและรอบคอบ ซึ่งบริษัทสามารถวางแผนกับที่ปรึกษาบัญชีในการวางระบบบัญชี เพื่อทำบันทึกรายการทางการเงิน, การ วางแผนภาษีเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดและสามารถใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการตัดสินใจดำเนินธุรกิจต่อไปในระยะยาว</li>
</ol>
<p>การทำแผนธุรกิจเป็นสิ่งที่ทุกบริษัทจะต้องมี เพราะเป็นสิ่งที่จะทำให้มองเห็นเป้าหมายในการทำธุรกิจได้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งยังสามารถวางแผนรับมือกับปัญหาหรืออุปสรรคต่าง ๆ ที่รออยู่ข้างหน้าได้เป็นอย่างดี สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่ต้องการความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำแผนธุรกิจ ลองเข้ามาติดต่อสอบถามกับทีมงานของ Scholar Accounting กันดูก่อน รับรองว่าคุณจะได้รับความรู้และข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6180 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4/">ปัจจัยของการทำแผนธุรกิจและความสำคัญต่อการวางแผนธุรกิจระยะยาว</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ค่าจ้างนักบัญชี ภาษี vs ค่าจ้างสำนักงานบัญชีเพื่อดูแลสุขภาพทางการเงินของคุณ</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5-%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5-vs-%e0%b8%84%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 09:49:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนภาษี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=5928</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; การทำบัญชีให้ถูกต้องครบถ้วนเป็นเรื่องสำคัญที่ทุก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5-%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5-vs-%e0%b8%84%e0%b9%88/">ค่าจ้างนักบัญชี ภาษี vs ค่าจ้างสำนักงานบัญชีเพื่อดูแลสุขภาพทางการเงินของคุณ</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6174 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/28.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/28.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/28-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/28-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>การทำบัญชีให้ถูกต้องครบถ้วนเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนต้องให้ความใส่ใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่จะต้องมีการจัดทำบัญชีอย่างถูกต้องโดยนักบัญชีมืออาชีพเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการบันทึกรายการทางการเงิน ซึ่งทางเลือกในการวางระบบบัญชีมีอยู่ด้วยกันหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการใช้โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูป หรือจ้างนักบัญชีมืออาชีพมาทำการวางแผนบัญชีและวางแผนเรื่องภาษี ซึ่งทั้ง 2 รูปแบบต่างก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป เจ้าของกิจการจึงต้องตัดสินใจให้ดีว่าจะเลือกจ้างในรูปแบบไหนถึงจะเหมาะสมกับธุรกิจของตนเอง</p>
<p>ในปัจจุบันองค์กรธุรกิจส่วนใหญ่มักเลือกจ้างนักบัญชีหรือจ้างสำนักงานบัญชีเพื่อทำรายการบัญชีและภาษี เพราะมีความรู้ความชำนาญและมีความเป็นมืออาชีพในด้านการทำบัญชี สามารถเป็นที่ปรึกษาบัญชีและที่ปรึกษาภาษีได้ แต่ทั้งสองแบบนี้ก็มีความแตกต่างกันหลายอย่างโดยเฉพาะ ค่าจ้างนักบัญชี ภาษี และ ค่าจ้างสำนักงานบัญชีเพื่อดูแลสุขภาพทางการเงิน เจ้าของกิจการต้องพิจารณาให้ดีว่าจะเลือกใช้วิธีไหนดีในการจัดทำบัญชีของกิจการ</p>
<p><strong>ค่าจ้างนักบัญชี ในการจัดทำบัญชีและภาษี</strong></p>
<p>นักบัญชีที่จะมาดูแลจัดทำรายงานทางการเงินและวางแผนภาษีให้กับบริษัทนั้น จะต้องเป็นนักบัญชีที่เรียนจบมาทางด้านบัญชีหรือบริหารธุรกิจและมีความรู้ความสามารถในการทำบัญชีเป็นอย่างดีแล้ว อีกทั้งยังต้องมีคุณสมบัติสำคัญคือ ความซื่อสัตย์และความรับผิดชอบ อีกทั้งยังต้องมีความรอบคอบในการจัดทำรายงานทางการเงินของกิจการและการวางแผนภาษีเพราะหากเกิดความผิดพลาดใด ๆ ขึ้นมาจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อบริษัท ซึ่งค่าจ้างนักบัญชี ภาษี นั้นอยู่ในอัตราโดยประมาณดังต่อไปนี้</p>
<ul>
<li>ประสบการณ์ 0-1 ปี ค่าจ้างต่อเดือน 10,000 – 12,000 บาท</li>
<li>ประสบการณ์ 1-2 ปี ค่าจ้างต่อเดือน 15,000 – 20,000 บาท</li>
<li>ประสบการณ์ 2-3 ปี ค่าจ้างต่อเดือน 20,000 – 25,000 บาท</li>
</ul>
<p>หากบริษัทมีการทำธุรกรรมเป็นจำนวนมากก็จำเป็นต้องจ้างพนักงานบัญชีหลายคน ทำให้ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย และยิ่งหากเป็นนักบัญชีเก่ง ๆ ที่มีประสบการณ์มาก ค่าจ้างต่อเดือนก็จะยิ่งสูงมากขึ้นไปอีก ทั้งนี้ต้องไม่ลืมว่านอกเหนือจากค่าจ้างนักบัญชีแล้ว ยังต้องมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเครื่องคอมพิวเตอร์และโปรแกรมทำบัญชี ซึ่งอาจจะต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ของโปรแกรมเป็นรายเดือนหรือรายปีตามจำนวนไลเซนส์ที่ใช้งานอีกด้วย</p>
<p><strong>ค่าจ้างสำนักงานบัญชี ในการจัดทำบัญชีและภาษี</strong></p>
<p>ปัจจุบันนี้มีสำนักงานบัญชีให้บริการรับทำบัญชีและวางแผนภาษีอยู่ด้วยกันมากมายหลายแห่ง ซึ่งสำนักงานบัญชีเหล่านี้จะมีความพร้อมทั้งทางด้านทรัพยากรบุคคลและโปรแกรมต่าง ๆ สำหรับการทำบัญชีซึ่งช่วยลดภาระของบริษัทในการจัดหาทรัพยากรเหล่านี้ลงไปได้มาก อีกทั้งสำนักงานบัญชีที่มีชื่อเสียงก็จะมีนักบัญชีเก่ง ๆ มากมายรวมทั้งที่ปรึกษาบัญชีและที่ปรึกษาภาษีที่มีประสบการณ์สูงจึงเพิ่มความมั่นใจได้มากว่าจะได้รับรายงานทางการเงินที่ถูกต้องและมีการวางแผนภาษีที่ดี ซึ่งค่าจ้างในการจ้างสำนักงานบัญชีเพื่อดูแลสุขภาพทางการเงินของคุณขึ้นอยู่กับความซับซ้อนในการทำเอกสารและความยากง่ายของรายงานรวมทั้งปริมาณของรายการทางการเงินของบริษัท โดยสำนักงานบัญชีจะมีการคิดค่าบริการตามประเภทของธุรกิจเนื่องจากกิจการแต่ละประเภทมีรายละเอียดของเอกสารที่แตกต่างกัน โดยคิดในอัตราดังต่อไปนี้</p>
<p><strong><u>บัญชีสำหรับธุรกิจบริการ </u></strong></p>
<ul>
<li>จำนวนเอกสาร 1-40 ชุด คิดอัตราค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 1,000 – 1,500 บาท ต่อเดือน</li>
<li>จำนวนเอกสาร 41-80 ชุด คิดอัตราค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 1,500 – 2,000 บาท ต่อเดือน</li>
<li>จำนวนเอกสาร 81-120 ชุด คิดอัตราค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 2,000 – 2,500 บาท ต่อเดือน</li>
<li>จำนวนเอกสารตั้งแต่ 121-500 ชุด คิดอัตราค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 3,000 – 5,000 บาท ต่อเดือน</li>
</ul>
<p><strong><u>บัญชีสำหรับธุรกิจซื้อมาขายไปภายในประเทศ</u></strong></p>
<ul>
<li>จำนวนเอกสาร 1-40 ชุด คิดอัตราค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 1,500 – 2,000 บาท ต่อเดือน</li>
<li>จำนวนเอกสาร 41-80 ชุด คิดอัตราค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 2,000 – 2,500 บาท ต่อเดือน</li>
<li>จำนวนเอกสาร 81-120 ชุด คิดอัตราค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 2,500 – 3,500 บาท ต่อเดือน</li>
<li>จำนวนเอกสารตั้งแต่ 121-500 ชุด คิดอัตราค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 3,500 – 5,500 บาท ต่อเดือน</li>
</ul>
<p><strong><u>บัญชีสำหรับอุตสาหกรรมการผลิต</u></strong></p>
<ul>
<li>จำนวนเอกสาร 1-40 ชุด คิดอัตราค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 2,000 – 2,500 บาท ต่อเดือน</li>
<li>จำนวนเอกสาร 41-80 ชุด คิดอัตราค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 3,000 – 3,500 บาท ต่อเดือน</li>
<li>จำนวนเอกสาร 81-120 ชุด คิดอัตราค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 3,500 – 4,500 บาท ต่อเดือน</li>
<li>จำนวนเอกสารตั้งแต่ 121-500 ชุด คิดอัตราค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 4,500 – 6,000 บาท ต่อเดือน</li>
</ul>
<p>อัตราค่าบริการของสำนักงานบัญชีสำหรับเป็นที่ปรึกษาบัญชีและที่ปรึกษาภาษีดังที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงข้อมูลอย่างคร่าว ๆ เท่านั้น ซึ่งหากต้องการทราบรายละเอียดของค่าบริการตามจริงสามารถสอบถามได้ที่สำนักงานบัญชีที่สนใจ</p>
<p><strong>ค่าจ้างนักบัญชี ภาษี </strong><strong>vs ค่าจ้างสำนักงานบัญชีเพื่อดูแลสุขภาพทางการเงินของคุณ</strong></p>
<p>ข้อดีของการจ้างนักบัญชีคือ มีความต่อเนื่องในการทำงานและหากได้นักบัญชีเก่ง ๆ มาก็จะช่วยเรื่องการวางแผนบัญชีและวางแผนภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ข้อเสียก็คือนักบัญชีเก่ง ๆ นั้นหาได้ยาก อีกทั้งยังต้องมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเครื่องคอมพิวเตอร์และโปรแกรมในการทำบัญชีอีกต่างหาก</p>
<p>ในขณะที่การจ้างสำนักงานบัญชีนั้นมีข้อดีคือ มีนักบัญชีเก่ง ๆ และมีประสบการณ์สูงช่วยในการจัดทำบัญชีและวางแผนภาษี ค่าจ้างต่อเดือนก็คิดในอัตราเหมาจ่าย ไม่ต้องเสียค่าอุปกรณ์และค่าโปรแกรมจึงช่วยลดต้นทุนของบริษัท และไม่มีปัญหาในเรื่องของความซื่อสัตย์เพราะสำนักงานบัญชีจะทำงานอย่างมืออาชีพและตรงไปตรงมา</p>
<p>เมื่อได้เห็นข้อมูลค่าจ้างของนักบัญชีเปรียบเทียบกับการใช้บริการสำนักงานบัญชีแล้ว เจ้าของกิจการก็สามารถนำไปเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการตัดสินใจว่าจะเลือกจ้างทำบัญชีแบบไหนดี  สำหรับเจ้าของกิจการท่านใดที่กำลังสนใจใช้บริการสำนักงานบัญชี แต่ยังไม่รู้ว่าจะใช้บริการจากที่ไหนดี ลองเข้ามาติดต่อสอบถามข้อมูลกับ Scholar Accounting กันดูก่อน รับรองว่าคุณจะได้บริษัทรับทำบัญชีดี ๆ มาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6182 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/36.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/36.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/36-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/36-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5-%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5-vs-%e0%b8%84%e0%b9%88/">ค่าจ้างนักบัญชี ภาษี vs ค่าจ้างสำนักงานบัญชีเพื่อดูแลสุขภาพทางการเงินของคุณ</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แหล่งหานักบัญชีเก่งๆ</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%86-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 09:44:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชีสำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาของการทำบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=5925</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; สำหรับเจ้าของธุรกิจ คงเข้าใจดีว่าการจัดทำบัญชีนั [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%86-2/">แหล่งหานักบัญชีเก่งๆ</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6165 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/20.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/20.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/20-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/20-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>สำหรับเจ้าของธุรกิจ คงเข้าใจดีว่าการจัดทำบัญชีนั้นมีความสำคัญต่อกิจการขนาดไหน เนื่องจากข้อมูลทางบัญชีนั้นสามารถนำไปจัดทำเป็นบัญชีสำหรับผู้บริหาร เพื่อใช้ตรวจสอบผลการดำเนินงานของบริษัท รวมไปถึงนำมาใช้ปรับปรุงแก้ไขแผนธุรกิจของกิจการให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนต้องอาศัยข้อมูลทางบัญชีทั้งสิ้น ฉะนั้น หากเกิดปัญหาของการทำบัญชีขึ้นมา อาจจะส่งผลเสียต่อกิจการได้ การได้นักบัญชีเก่ง ๆ มาช่วยวางระบบบัญชีและวางแผนภาษี จึงเป็นความต้องการสำหรับทุกกิจการ เพราะงานบัญชีเป็นงานที่ละเอียดมาก ข้อมูลทุกอย่างต้องถูกต้อง และต้องตรงต่อเวลาอีกด้วย แต่การจะหานักบัญชีที่เก่ง ๆ นั้นต้องอาศัยประสบการณ์และการสังเกตพอสมควรเลยทีเดียว  ซึ่งแนวทางในการค้นหานักบัญชีเก่ง ๆ จะมีรายละเอียดที่น่าสนใจอย่างไรบ้างนั้น เราลองมาติดตามดูกัน….</p>
<p><strong>คุณสมบัติของนักบัญชีเก่งเป็นอย่างไร</strong></p>
<p>นักบัญชีที่เก่งจะไม่ใช่เป็นเพียงพนักงานระดับปฏิบัติการคนหนึ่งของกิจการ แต่จะเป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งขององค์กรเลยทีเดียว ดังนั้น คนเก่งที่กิจการต้องการจึงต้องเก่งในหลายด้าน ดังนี้</p>
<ol>
<li>มีความรอบรู้ในหลักวิชาการทางบัญชีแบบครบวงจร คือ รอบรู้ในเรื่องของบัญชี และต้องเข้าใจลักษณะของกิจการอย่างผู้บริหาร ถึงจะสามารถนำความรู้ด้านระบบบัญชีมาใช้กับกิจการได้อย่างเหมาะสมและเป็นประโยชน์สูงสุด</li>
<li>มีความสามารถในการบริหารจัดการงานบัญชีอย่างเป็นระบบ งานบัญชีนั้นมีหลายระดับ ตั้งแต่ระดับปฏิบัติการ, การลงบัญชีรายวัน, บัญชีแยกประเภท รวมไปถึงบัญชีสินค้า ซึ่งนักบัญชีที่เก่งจะต้องมี ความละเอียดรอบคอบ เนื่องจากข้อมูลด้านตัวเลขเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนไม่ได้</li>
<li>เป็นคนใฝ่รู้ มีพัฒนาการด้านองค์ความรู้ทางบัญชีอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงเปิดใจรับความรู้ด้านเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่นำมาประยุกต์ใช้กับการวางระบบบัญชี ดังนั้นนักบัญชีที่เก่งจะต้องมีการติดตามข่าวสารด้านการบัญชี ตลอดจนความรู้ด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งความรู้ใหม่ ๆ เหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อการวางระบบบัญชีของกิจการเป็นอย่างมากเลยทีเดียว</li>
<li>เป็นคนที่มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่อย่างซื่อตรงและจงรักภักดีต่อองค์กร คนเก่งจะเป็นประโยชน์ต่อกิจการก็ต่อเมื่อนำความรู้ความสามารถนั้นมาใช้เพื่อกิจการ ไม่ใช่นำความรู้มาใช้อย่างพลิกแพลงเพื่อเก็บผลประโยชน์เข้าตัวเอง ดังนั้น ความซื่อสัตย์และความจงรักภักดีต่อองค์กรจึงเป็นเรื่องสำคัญ คนเก่งที่ขายข้อมูลให้คู่แข่งหรือนำข้อมูลออกไปเผยแพร่จนกิจการได้รับความเสียหาย ย่อมไม่ใช่คนเก่งที่กิจการต้องการ นอกจากนั้นยังต้องมีความอดทน ตรงเวลา โดยเฉพาะงานด้านบัญชีจะมีช่วงงานเร่ง งานด่วน ซึ่งต้องทำให้เสร็จตรงเวลาในช่วงปิดบัญชี หรือช่วงเวลาที่กิจการจะต้องยื่นงบการเงินต่อกรมสรรพากรเพื่อเสียภาษีตามที่กฎหมายได้ระบุไว้ เป็นต้น</li>
<li>มีความสามารถทางการสื่อสาร งานบัญชีนั้นจะต้องทำงานร่วมกับหลาย ๆ ฝ่ายในองค์กร ดังนั้น นักบัญชีที่ดีจะต้องสามารถอธิบายข้อมูลทางบัญชีที่เป็นเรื่องยากสำหรับคนทั่วไปให้เป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายได้ ดังนั้นทักษะด้านการสื่อสารจึงถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ</li>
<li>มีทัศนคติที่ดีเยี่ยมต่องานที่ตัวเองรับผิดชอบ งานด้านบัญชีมักจะมีปัญหาเกิดขึ้นเสมอในช่วงเวลาที่ดำเนินการจัดทำบัญชี นักบัญชีที่เก่งจะมองปัญหาว่าไม่ใช่ปัญหา ซึ่งเป็นเรื่องที่สามารถแก้ไขได้ และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ทันเวลาอยู่เสมอ</li>
<li>มนุษยสัมพันธ์ดี ไม่ว่าจะเป็นในระดับครอบครัวหรือสังคม คนที่ทำงานในตำแหน่งที่สำคัญไม่ควรมีปัญหาครอบครัวหรือปัญหาด้านการปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานด้วยกัน เพราะเรื่องวุ่นวายในชีวิตจะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง</li>
</ol>
<p><strong>นักบัญชีเก่งๆ ต้องการอะไรในชีวิต</strong></p>
<p>สำหรับเจ้าของกิจการส่วนใหญ่มักจะตั้งความหวังอยู่เสมอว่าจะต้องได้นักบัญชีที่เก่งมาทำงานให้แก่กิจการของตนเอง แต่ปัญหาก็คือจะไปหาคนเหล่านั้นได้จากที่ไหน ปัจจัยอย่างหนึ่งที่ช่วยได้คือ การวิเคราะห์ให้รู้ว่า คนเหล่านั้นต้องการอะไรในชีวิต เพื่อจะรู้แนวทางที่จะจูงใจนักบัญชีเก่ง ๆ เหล่านี้มาร่วมงานกับองค์กร</p>
<ol>
<li>คนเก่งและดีย่อมแสวงหาโอกาสที่จะพัฒนาตัวเองอย่างเป็นระบบ ไม่มีคนเก่งคนไหนอยากย่ำอยู่กับที่ ทุกคนหาความเจริญก้าวหน้าอยู่เสมอ เงินเดือนที่สูงและการทำงานกับบริษัทที่มีความมั่นคง จะช่วยสนับสนุนให้ชีวิตมีความก้าวหน้าได้</li>
<li>บรรยากาศการทำงานที่มีความสุข เนื่องจากงานบัญชีเป็นงานที่ค่อนข้างเครียด ดังนั้นนักบัญชีจึงต้องการทำงานในบรรยากาศที่ดีและมีความสบายใจเพื่อให้งานออกมาอย่างมีประสิทธิภาพและไม่เกิดความผิดพลาด บริษัทจึงต้องสร้างบรรยากาศที่ดีและมีสิ่งแวดล้อมที่สนับสนุนการทำงานเพื่อให้นักบัญชีเก่ง ๆ อยากทำงานที่บริษัทนี้ไปอีกนาน ๆ</li>
</ol>
<p><strong>จะหานักบัญชีเก่งๆ ได้จากไหน</strong></p>
<p>ทุกบริษัทต่างก็ต้องการนักบัญชีเก่ง ๆ มาทำงานด้วยทั้งนั้น แต่การจะหานักบัญชีเก่ง ๆ มาร่วมงานก็เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลยเพราะคนเก่งนั้นมีน้อยและมีบริษัทมากมายที่อยากได้คนเหล่านี้ไปร่วมงาน ดังนั้นเราจะมาแนะนำช่องทางในการหานักบัญชีเก่ง ๆ มาให้ได้ทราบกัน ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถหานักบัญชีที่มีความสามารถมาทำงานด้วยได้เร็วและง่ายขึ้น อีกทั้งยังมั่นใจได้ว่าเป็นนักบัญชีที่มีความสามารถสูงอย่างแน่นอน</p>
<ol>
<li><strong>Headhunters</strong> <strong>–</strong> บริษัท Headhunters เป็นมืออาชีพในด้านการหาคนเก่งที่เหมาะกับงาน เพราะบริษัทเหล่านี้จะมีฐานข้อมูลของคนทำงานทุกระดับและคอนเนคชั่นต่าง ๆ ที่กว้างขวาง อีกทั้งยังมีประสบการณ์สูงในการหาคนทำงานให้เหมาะกับงาน ทำให้การหานักบัญชีเก่ง ๆ เป็นเรื่องที่ไม่ยากเลย</li>
<li><strong>เพื่อนที่เก่ง ๆ ในวงการบัญชีแนะนำ</strong> <strong>–</strong> คนเก่งย่อมจะรู้จักกับคนเก่งด้วยกัน ดังนั้นการให้เพื่อนที่เก่ง ๆ ช่วยแนะนำนักบัญชีที่มีทักษะสูงให้จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ได้ผลดีไม่น้อย เพราะคนเก่งเหล่านี้จะมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกันอยู่เป็นประจำ ซึ่งบริษัทใหญ่ ๆ ที่มีชื่อเสียงสมัยนี้นิยมใข้วิธีนี้กันในการรับคนเข้ามาทำงานกันเป็นจำนวนมาก</li>
<li><strong>สำนักงานบัญชี</strong><strong> –</strong> สำนักงานบัญชีที่มีชื่อเสียงเป็นแหล่งรวมของนักบัญชีเก่ง ๆ ฝีมือดี เพราะไม่ว่าใครต่างก็ต้องการทำงานในบริษัทที่มีชื่อเสียงเพื่อเป็นการสร้างเครดิตให้กับตนเองและบริษัทเองก็ต้องการรักษาชื่อเสียงและมาตรฐานของตนเองเช่นกัน ดังนั้นจึงต้องเข้มงวดในการรับคนเข้ามาทำงาน นักบัญชีที่ทำงานในบริษัทเหล่านี้จึงการันตีได้ส่วนหนึ่งว่ามีทักษะและความสามารถสูง</li>
<li><strong>ปัญญาประดิษฐ์ </strong><strong>(AI) –</strong> เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าในปัจจุบันทำให้มีการพัฒนาระบบ AI ที่มีความสามารถในการค้นหาคนทำงานที่มีความสามารถและเหมาะสมกับงาน รวมถึงการหานักบัญชีเก่ง ๆ ตามคุณสมบัติที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการใช้ AI ช่วยหานักบัญชีที่มีทักษะสูงจะทำให้ประหยัดเวลาในการค้นหาและทำให้ได้คนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมได้เร็วขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาสัมภาษณ์และประหยัดค่าใช้จ่ายในการจ้าง Headhunter หรือลงประกาศรับสมัครงาน</li>
</ol>
<p>นักบัญชีเก่ง ๆ ที่กิจการต้องการ ไม่ใช่เก่งด้วยความรู้หรือมีความสามารถเท่านั้น แต่ต้องเก่งในด้านการบริหารจัดการ รวมไปถึงมีจรรยาบรรณของนักบัญชีที่ดีอีกด้วย ซึ่งสามารถหาได้หากคุณยกระดับกิจการของคุณให้ได้ตามมาตรฐานที่นักบัญชีเก่ง ๆ เหล่านั้นต้องการ ในโอกาสหน้าหากเราไปเจอข้อมูลหรือความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องราวของวงการบัญชีเช่นนี้อีก ทาง Scholar Accounting ก็จะหยิบมาทำเป็นสรุปแบบสั้น ๆ ง่าย ๆ มาให้อ่านกันอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6181 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%86-2/">แหล่งหานักบัญชีเก่งๆ</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วัตถุประสงค์ของงาน วางแผนภาษี กับวางระบบบัญชี</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%96%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 09:27:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[การเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาของการทำบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนภาษี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=5909</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; สิ่งที่สำคัญมาก ๆ สำหรับการทำบัญชี นั่นคือเรื่อง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%96%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81/">วัตถุประสงค์ของงาน วางแผนภาษี กับวางระบบบัญชี</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6191 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/45.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/45.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/45-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/45-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>สิ่งที่สำคัญมาก ๆ สำหรับการทำบัญชี นั่นคือเรื่องของการกำหนด Objective หรือสิ่งเราที่ต้องการจากการทำบัญชีของบริษัท โดยก่อนที่เราจะทำการวางระบบบัญชีหรือวางแผนภาษีนั้น เราจะต้องกำหนดวัตถุประสงค์ให้นักบัญชีได้รู้ก่อนว่าเราต้องการอะไรจากการวางระบบบัญชีและวางแผนภาษี จากนั้นนักบัญชีก็จะออกแบบระบบบัญชีและวางแผนภาษีที่เหมาะสมมาให้กับองค์กรของเรา</p>
<p><strong>การวางแผนภาษีกับการวางระบบบัญชีคืออะไร</strong></p>
<p>การวางแผนภาษี หมายถึง การเตรียมการที่จะกำหนดแนวทางปฏิบัติเพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในด้านต่าง ๆ อย่างคุ้มค่า และวางแผนไม่ให้ทำในสิ่งที่ผิดพลาดจนทำให้ต้องเสียค่าปรับหรือต้องจ่ายเงินชำระค่าภาษีมากเกินความจำเป็น</p>
<p>การวางระบบบัญชี หมายถึง การกำหนดรูปแบบ ขั้นตอน ตลอดจนวิธีการสำหรับจัดเก็บข้อมูลทางบัญชีและการเงินอย่างเป็นระบบ ซึ่งการวางระบบบัญชีที่ดีนั้นจะช่วยทำให้เราสามารถนำข้อมูลทางบัญชีไปใช้ประโยชน์ในการคำนวณภาษีที่จะต้องชำระให้แก่กรมสรรพากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><strong>วัตถุประสงค์ของการวางแผนภาษี</strong></p>
<p>ในการวางแผนภาษีนั้น เราจะต้องกำหนดวัตถุประสงค์ของการวางแผนภาษีในครั้งนี้ว่า เป้าหมายของเราต้องการอะไรจากการวางแผนภาษี ซึ่งวัตถุประสงค์ของการวางแผนภาษีจะมีอะไรบ้างนั้น มาติดตามกัน…</p>
<ol>
<li><strong> เข้าใจขั้นตอนต่าง ๆ ในการเสียภาษีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย</strong><strong>: </strong>การวางแผนภาษีนั้น จะช่วยให้เราได้ศึกษาล่วงหน้าเกี่ยวกับการชำระภาษีของกิจการได้อย่างถูกต้องและครบถ้วนตามกฎหมาย เพราะสิ่งนี้เป็นหน้าที่ที่ทุกกิจการที่เป็นนิติบุคคลต้องกระทำตามที่กฎหมายระบุบังคับไว้ การวางแผนภาษีจึงเป็นสิ่งที่ดีที่จะทำให้มีการศึกษาอย่างรอบคอบว่า กฎหมายกำหนดไว้อย่างไร เพื่อลดความเสี่ยงต่อการโดนค่าปรับจากกรมสรรพากร</li>
<li><strong> วางแผนลดหย่อนภาษีให้เกิดประโยชน์สูงสุด</strong><strong>: </strong>การวางแผนภาษีนั้น จะช่วยกำหนดแนวทางปฏิบัติเพื่อให้กิจการได้รับประโยชน์สูงสุดจากการลดหย่อนภาษี ดังนั้น การวางแผนภาษีจึงเป็นเรื่องสำคัญที่เจ้าของธุรกิจไม่ควรละเลย เพราะจะช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายโดยที่ไม่ต้องเสียภาษีเกินจำเป็น</li>
<li><strong> ลดความผิดพลาดต่าง ๆ ในการชำระภาษี</strong><strong>:</strong> การวางแผนภาษีที่ดีจะช่วยลดความผิดพลาดและความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เช่น การถูกเรียกภาษีย้อนหลัง, ถูกปรับเนื่องจากชำระภาษีไม่ถูกต้อง หรือถูกปรับเนื่องจากส่งงบให้กรมสรรพากรล่าช้า การวางแผนให้พร้อมถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ในการหลีกเลี่ยงปัญหาของการทำบัญชีและปัญหาของการเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงินที่อาจจะตามมาในภายหลัง</li>
<li><strong> ลดขั้นตอนต่าง ๆ ที่ไม่จำเป็น</strong><strong>: </strong>การวางแผนภาษีที่ดีนั้น จะช่วยลดขั้นตอนในการปฏิบัติงานที่ไม่จำเป็นลงได้ ทำให้ประหยัดเวลา ประหยัดแรงงาน รวมไปถึงประหยัดงบประมาณอีกด้วย</li>
</ol>
<p><strong>วัตถุประสงค์ของงานวางระบบบัญชี</strong></p>
<p>ในการวางระบบบัญชีนั้น เราจะต้องกำหนดวัตถุประสงค์ของการวางระบบบัญชีในครั้งนี้ว่า เป้าหมายของเราต้องการอะไรจากการวางระบบบัญชี ซึ่งวัตถุประสงค์ของการวางระบบบัญชีจะมีอะไรบ้างนั้น มาติดตามกัน…<br />
<strong>1. จับเก็บเอกสารและข้อมูลทางบัญชีอย่างเป็นระบบ:</strong> การวางระบบบัญชีจะช่วยให้เราจัดเก็บข้อมูลทางการเงินและบัญชีได้อย่างเป็นระบบ มีการบันทึกข้อมูลทางเอกสารที่เป็นแบบฟอร์มที่ออกแบบมาให้เห็นความเคลื่อนไหวการทำงานของกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับการเงินได้ รวมไปถึงทำให้เห็นภาพรวมของกิจการทั้งหมดจากรายงานทางการเงินประจำเดือนและประจำปี</p>
<ol start="2">
<li><strong> นำข้อมูลทางบัญชีมาตรวจสอบผลการดำเนินงานของกิจการ</strong><strong>:</strong> การวางระบบบัญชีจะทำให้เราได้ข้อมูลทางการเงินมาใช้เป็นเครื่องมือในการวัดประสิทธิภาพการทำงานของกิจการในแต่ละช่วงเวลาได้</li>
<li><strong> นำข้อมูลทางบัญชีมาตรวจสอบสถานะทางการเงินของกิจการ</strong><strong>:</strong> การวางระบบบัญชีจะทำให้เราได้ข้อมูลทางการเงินที่สามารถนำมาใช้ตรวจสอบสถานะทางการเงินของกิจการได้ ซึ่งจะทำให้เราเห็นถึงข้อบกพร่องที่จะต้องทำการปรับปรุงแก้ไขให้ทันท่วงทีก่อนที่จะเกิดความเสียหายกับกิจการ</li>
<li><strong>ลดความเสี่ยงในการยื่นภาษีล่าช้า:</strong> การวางระบบบัญชีที่ดีจะช่วยให้กิจการดำเนินไปอย่างราบรื่น คลายกังวลในเรื่องของการยื่นภาษีที่ล่าช้า ที่จะทำให้กิจการต้องเสี่ยงต่อการโดนค่าปรับจากกรมสรรพากร</li>
</ol>
<p><strong>ข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากการวางระบบบัญชี และวางแผนภาษี</strong></p>
<p>จะเห็นได้ว่าการวางแผนภาษีและการวางระบบบัญชีนั้นมีประโยชน์มากมายต่อกิจการ แต่ก็มีบางครั้งแม้วางแผน วางระบบแล้ว ก็ยังเกิดข้อผิดพลาดขึ้นได้ เนื่องจากสาเหตุต่อไปนี้</p>
<ol>
<li>ผู้วางระบบบัญชีไม่ได้รับข้อมูลที่แท้จริงของกิจการ จนทำให้มีการวิเคราะห์และจัดการวางแผนผิดพลาด ระบบบัญชีที่ถูกออกแบบมาจึงขาดประสิทธิภาพ</li>
<li>เกิดจากความไม่ใส่ใจของผู้ปฏิบัติงาน ต้องเข้าใจว่าระบบที่ดี จำเป็นต้องมีการปฏิบัติตามระบบที่ดีด้วย จึงจะได้ผลที่ดีตามที่ประเมินเอาไว้</li>
<li>ในส่วนของการวางแผนบัญชีและวางแผนภาษีนั้น แม้จะมีการวางแผนมาเป็นอย่างดีแล้ว แต่ก็ต้องได้รับความร่วมมือจากผู้ปฏิบัติงานในการปฏิบัติให้ถูกต้อง เพื่อจะได้มีเอกสารและข้อมูลทางบัญชีเอาใช้งานตามแผนที่วางไว้เช่นกัน</li>
</ol>
<p>บทความนี้น่าจะทำให้เจ้าของกิจการหลาย ๆ คนเข้าใจแล้วว่าการกำหนดวัตถุประสงค์ของการวางระบบบัญชีและการวางแผนภาษีนั้นสำคัญเพียงใด ในโอกาสหน้าหากเราไปเจอข้อมูลหรือความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการจัดทำบัญชีเช่นนี้อีก ทาง Scholar Accounting ก็จะหยิบมาทำเป็นสรุปแบบสั้น ๆ ง่าย ๆ มาให้อ่านกันอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-6139 size-full" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-5-2.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-5-2.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-5-2-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-5-2-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%96%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81/">วัตถุประสงค์ของงาน วางแผนภาษี กับวางระบบบัญชี</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นักบัญชีกับนักบัญชีภาษีคนเดียวกันไหม</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 09:12:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชีสำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนภาษี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=5906</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; กิจการในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กของคนร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9/">นักบัญชีกับนักบัญชีภาษีคนเดียวกันไหม</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6163 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/18.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/18.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/18-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/18-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>กิจการในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กของคนรุ่นใหม่ มักอาศัยสำนักงานบัญชีและที่ปรึกษาบัญชี เข้ามาช่วยในการวางระบบบัญชี การวางแผนภาษี และการวางแผนบัญชี รวมไปถึงการจัดทำรายงานบัญชีสำหรับผู้บริหารให้กับกิจการกันมากขึ้น ซึ่งหนึ่งในคำถามยอดฮิตของคนทั่วไปที่มักจะได้ยินอยู่เสมอ นั่นก็คือ <strong>“นักบัญชี”</strong> กับ <strong>“นักบัญชีภาษี” </strong>นั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร แน่นอนว่านักบัญชีทั้งสองแบบย่อมมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง ซึ่งความแตกต่างที่ว่านี้…จะแตกต่างกันอย่างไรนั้น เราจะมาเจาะลึกถึงรายละเอียดของนักบัญชีทั้งสองแบบนี้กัน</p>
<p><strong>นักบัญชีกับนักบัญชีภาษีเหมือนหรือต่างกันอย่างไร</strong></p>
<p>เราลองมาเปรียบเทียบนักบัญชีทั้งสองแบบนี้กันดูว่านักบัญชีแต่ละแบบมีความแตกต่างกันอย่างไร</p>
<p>นักบัญชี หมายถึง เจ้าหน้าที่หรือพนักงานที่ทำงานเกี่ยวกับบัญชี ตั้งแต่เก็บรวบรวมเอกสารและบันทึกรายการตามระบบบัญชี และอาจรวมไปถึงการประสานงานกับพนักงานแผนกอื่น ๆ ที่ทำงานเชื่อมโยงกันในเรื่องที่เกี่ยวกับบัญชี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการกระจายงาน หรือการกำหนดบทบาทหน้าที่ของแต่ละกิจการด้วย ในบางครั้งแค่บันทึกบัญชีรายวัน ก็ได้ชื่อว่าเป็นนักบัญชีแล้ว</p>
<p>ส่วนนักบัญชีภาษี หมายถึง นักบัญชีที่ทำหน้าที่ครอบคลุมในเรื่องที่เกี่ยวกับภาษีอากรของกิจการ ซึ่งกฎหมายภาษีที่นักบัญชีภาษีต้องเรียนรู้คือ กฎหมายภาษีตามประมวลรัษฎากร เพราะเกี่ยวเนื่องกับเรื่องของเงินเดือนพนักงาน, การหักภาษี ณ ที่จ่าย, เงินสมทบกองทุน รวมไปถึงต้องยื่นส่งงบการเงินต่อกรมสรรพากรให้ทันตามที่กฎหมายได้ระบุไว้</p>
<p>จะเห็นได้ว่าถ้าพิจารณาในมุมของขอบเขตความรับผิดชอบแล้ว นักบัญชีภาษีจะต้องมีความรับผิดชอบในเรื่องที่เกี่ยวกับภาษีอากรของกิจการ แต่นักบัญชีทั่วไปอาจไม่ต้องทำงานที่เกี่ยวข้องในด้านของภาษีเลยก็ได้</p>
<p><strong>นักบัญชีกับนักบัญชีภาษีควรเป็นคนเดียวกันไหม</strong><strong><br />
</strong>เจ้าของกิจการอาจจะสงสัยว่าระหว่างจ้างนักบัญชีคนเดียวทำหน้าที่เป็นทั้งนักบัญชีและนักบัญชีภาษี หรือจ้างแยกกันอย่างไหนดีกว่ากัน แบบไหนคุ้มกว่ากัน แน่นอนว่าทั้งสองแบบนั้นก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งรูปแบบการจ้างนักบัญชีทั้งสองวิธีนี้มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันอย่างไรบ้างนั้น มาติดตามกัน….</p>
<p>ถ้าเป็นคนเดียวกัน มีข้อดีคือ กิจการประหยัดค่าจ้างและนักบัญชีสามารถบริหารจัดการบัญชีและภาษีไปในทิศทางเดียวกันได้ ส่วนข้อเสียนั้น ได้แก่ ภาวะความกดดันที่อาจเกิดขึ้นกับตัวนักบัญชีเอง เนื่องจากงานล้นมือ รวมถึงงานบางอย่างจำกัดด้วยเวลา เมื่อหันไปทำงานอย่างหนึ่งให้ทัน อาจทำให้ข้ามรายละเอียดงานส่วนอื่นไป ทำให้คุณภาพของผลงานที่ทำออกมามีมาตรฐานต่ำกว่าที่ควรจะเป็น</p>
<p>ส่วนข้อดีของการใช้นักบัญชีกับนักบัญชีภาษีเป็นคนละคนก็คือ แต่ละคนได้เอาใจใส่เฉพาะงานที่ตนเองรับผิดชอบ และมุ่งพัฒนาในงานด้านเดียว โอกาสผิดพลาดในการทำงานน้อยลง อีกทั้งการใช้คนสองคนทำงานช่วยตรวจสอบซึ่งกันและกัน จะช่วยให้ผลงานที่ทำออกมามีคุณภาพดี ส่วนข้อเสียก็คือ ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น และปัญหาความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นได้ หากทำงานไม่เข้าใจกัน</p>
<p><strong>ทักษะที่จำเป็นต้องมีของนักบัญชีและนักบัญชีภาษี</strong><strong><br />
</strong>เมื่อเรื่องของภาษีเข้ามาเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจตามข้อบังคับของกฎหมายไทย เจ้าของกิจการเมื่อจ้างพนักงานบัญชีเข้ามาทำบัญชีของกิจการแล้ว มักคาดหวังว่า นักบัญชีจะต้องทำได้ทุกเรื่องที่ทางกิจการต้องการ คือคาดหวังว่า นักบัญชีจะต้องมีความรู้ ความสามารถและมีคุณธรรม ในส่วนของความรู้ความสามารถนั้น เจ้าของกิจการมุ่งหวังว่านักบัญชีต้องมีความรู้ต่อไปนี้</p>
<ol>
<li><strong>ด้านการบัญชี</strong> เรื่องนี้แน่นอนว่า จ้างนักบัญชีก็ต้องหวังเรื่องความรู้ด้านนี้ นักบัญชีจะต้องสามารถทำบัญชีได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน รวมไปถึงประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบัญชีได้ ถ้าจ้างที่ปรึกษาบัญชีก็คาดหวังว่าจะทำงานเป็นที่ปรึกษาได้ดีในการรักษาผลประโยชน์ของกิจการให้ได้มากที่สุด</li>
<li><strong> ด้านคอมพิวเตอร์</strong> เนื่องจากปัจจุบันการบันทึกบัญชีมักใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางบัญชีเข้ามาช่วย ผู้จ้างจึงคาดหวังว่านักบัญชีที่จ้างมาจะสามารถทำงานตามโปรแกรมที่ทางกิจการมีได้อย่างราบรื่น รวมถึงหากจะต้องปรับเพิ่มในอนาคตก็สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้</li>
<li><strong> ความรู้ทางด้านภาษีอากร</strong> กิจการที่เป็นนิติบุคคลมีหน้าที่ต้องเสียภาษีตามกฎหมาย เจ้าของกิจการมักคาดหวังว่านักบัญชีจะต้องสามารถรับภาระในเรื่องของการติดต่อชำระภาษีได้อย่างถูกต้องตามที่กฎหมายระบุไว้ เพื่อไม่ให้โดนค่าปรับย้อนหลัง</li>
<li><strong>ความรู้ความสามารถด้านภาษาต่างประเทศ</strong> ถ้าให้เลือกระหว่างนักบัญชีที่มีความสามารถด้านภาษาอังกฤษอย่างดีกับคนที่ได้เฉพาะภาษาไทย แน่นอนว่า เจ้าของกิจการต้องเลือกคนที่รู้หลายภาษา เพราะหากจำเป็นต้องใช้ก็ไม่ต้องอาศัยล่ามที่อาจทำให้การสื่อสารไม่ชัดเจนเพราะความรู้ด้านบัญชีเป็นความรู้เฉพาะทาง มีศัพท์เทคนิคเฉพาะอยู่มากมาย</li>
</ol>
<p>ดังนั้น การจะสรุปว่านักบัญชีและนักบัญชีภาษีควรเป็นคนเดียวกันหรือไม่ จึงควรขึ้นอยู่กับเงื่อนไขต่าง ๆ  เช่น ขนาดของกิจการ ปริมาณงาน และความสามารถของพนักงานบัญชีนั่นเอง ในโอกาสหน้าหากเราไปเจอข้อมูลหรือความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องราวของวงการบัญชีเช่นนี้อีก ทาง Scholar Accounting ก็จะหยิบมาทำเป็นสรุปแบบสั้น ๆ ง่าย ๆ มาให้อ่านกันอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6182 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/36.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/36.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/36-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/36-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9/">นักบัญชีกับนักบัญชีภาษีคนเดียวกันไหม</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โปรแกรมบัญชีที่เหมาะกับกิจการ</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 09:06:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชีบริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=5898</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; สิ่งที่สำคัญในการวางระบบบัญชีอย่างหนึ่งก็คือ การ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1/">โปรแกรมบัญชีที่เหมาะกับกิจการ</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6190 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/44.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/44.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/44-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/44-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>สิ่งที่สำคัญในการวางระบบบัญชีอย่างหนึ่งก็คือ การเลือกโปรแกรมบัญชีมาใช้ในกิจการ เลือกแบบไหน อย่างไร จึงจะเหมาะกับกิจการของคุณ ใช้ไปแล้วไม่ทำให้การบริหารกิจการเกิดความขัดข้อง เมื่อมีปัญหาแล้วสามารถแก้ไขได้ทันเวลา ซึ่งการเลือกโปรแกรมบัญชีที่เหมาะสมกับกิจการ ควรมีหลักในการเลือกอย่างไรบ้างนั้น เราลองมาติดตามดูกัน</p>
<p><strong>เทคนิคการเลือกโปรแกรมบัญชีให้ตอบโจทย์การใช้งานของกิจการ</strong></p>
<p>การเลือกโปรแกรมบัญชีที่ตรงกับความต้องการของกิจการมาใช้งานนั้น จะช่วยให้งานบัญชีในกิจการของคุณมีความถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็ว แถมยังช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ไปได้มากเลยทีเดียว ซึ่งเคล็ดลับการเลือกโปรแกรมบัญชีที่เหมาะสมกับกิจการ จะมีรายละเอียดอย่างไรบ้างนั้น มาติดตามกัน…</p>
<p><strong>เคล็ดลับการเลือกโปรแกรมบัญชี ข้อที่ </strong><strong>1 </strong>โปรแกรมบัญชีที่เลือกใช้ จะต้องให้ผลลัพธ์ที่เป็นข้อมูลทางบัญชีที่เป็นไปตามที่กฎหมายระบุ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม, การแสดงงบการเงิน และงบกำไรขาดทุน เพื่อช่วยให้การชำระภาษีนิติบุคคลประจำปีเป็นไปด้วยความสะดวก</p>
<p><strong>เคล็ดลับการเลือกโปรแกรมบัญชี ข้อที่ </strong><strong>2</strong> โปรแกรมบัญชีที่เลือกใช้ต้องมีความเป็นมาตรฐาน นักบัญชีทั่วไปสามารถเข้าถึงวิธีการทำงานได้ในแบบที่เข้าใจตรงกันและตอบโจทย์การทำงานได้ดีที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคนี้ที่ธุรกิจนิยมจ้างสำนักงานบัญชีมาเป็นที่ปรึกษาบัญชี และในบางครั้งก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงสำนักงานบัญชีที่จะเข้ามาดูแลในเรื่องของการวางระบบบัญชีและวางแผนภาษี ดังนั้นโปรแกรมบัญชีจึงควรมีความเป็นมาตรฐานและเรียนรู้ที่จะใช้งานได้ไม่ยาก</p>
<p><strong>เคล็ดลับการเลือกโปรแกรมบัญชี ข้อที่ </strong><strong>3</strong> โปรแกรมบัญชีที่เลือกใช้ ต้องเป็นระบบที่ง่ายในการศึกษา เนื่องจากบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการใช้โปรแกรมบัญชีนั้น มีอยู่หลายกลุ่มในกิจการ ตั้งแต่ระดับปฏิบัติการชั้นต้นจนถึงผู้บริหารที่ต้องใช้บัญชีบริหาร การเรียกดูข้อมูลต้องง่ายต่อการใช้งาน โปรแกรมที่ยากอาจแสดงถึงความสามารถของโปรแกรมเมอร์ก็จริง แต่อาจไม่เหมาะสำหรับคนที่ไม่ได้มีพื้นฐานด้านบัญชีแบบเชี่ยวชาญในระดับที่จะเข้าใจบัญชีได้อย่างลึกซึ้ง</p>
<p><strong>เคล็ดลับการเลือกโปรแกรมบัญชี ข้อที่ </strong><strong>4</strong> โปรแกรมบัญชีจะต้องมีความยืดหยุ่น เมื่อมีการแก้ไขกฎหมายใด ๆ ขึ้นมา โปรแกรมบัญชีที่ดีจะต้องสามารถอัพเดตการทำงานให้ทันสมัยอยู่เสมอ รองรับกฎหมายที่จะออกมาใหม่ในอนาคต ซึ่งถ้าเป็นโปรแกรมบัญชีที่ขาดความยืดหยุ่น พอใช้ไปได้สักพักนึงแล้วกฎหมายใหม่ออกมา ก็ต้องซื้อโปรแกรมใหม่อีกรอบ ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้จะสร้างภาระให้แก่กิจการอีกทางหนึ่ง</p>
<p><strong>7 สิ่งดี ๆ ที่จะเกิดขึ้นเมื่อคุณเลือกโปรแกรมบัญชีที่ใช่สำหรับกิจการของคุณ</strong></p>
<p>เราเชื่อว่าเจ้าของกิจการจำนวนไม่น้อย คงจะรู้สึกไม่มั่นใจที่จะใช้โปรแกรมบัญชี เพราะ คิดว่าการใช้บริการสำนักงานบัญชีน่าจะมีประสิทธิภาพมากกว่าการใช้งานโปรแกรมบัญชีสำเร็จรูป แต่เราขอแนะนำให้คุณลองเปิดใจที่จะเรียนรู้โปรแกรมบัญชีกันดูก่อน เพราะคุณอาจจะเจอสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นกับกิจการของคุณ ส่วนสิ่งดี ๆ คืออะไรนั้น มาดูกันเลย!!</p>
<p><strong>สิ่งดี ๆ ข้อที่ </strong><strong>1 </strong>โปรแกรมบัญชี มีความถูกต้องและแม่นยำ ลดการเกิด human error ได้เป็นอย่างดี</p>
<p><strong>สิ่งดี ๆ ข้อที่ </strong><strong>2 </strong>ในกรณีเร่งด่วน ผู้บริหารสามารถเรียกดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว เพื่อนำมาใช้ปรับปรุงแก้ไขแผนธุรกิจของกิจการ ให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>สิ่งดี ๆ ข้อที่ </strong><strong>3 </strong>โปรแกรมบัญชีที่เป็น Cloud Computing Software จะคอยอัพเกรดซอฟแวร์เวอร์ชันใหม่ ๆ ให้ตลอดเวลา ทำให้คุณได้โปรแกรมบัญชีที่ทันสมัยไว้ใช้งานและที่สำคัญคุณไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติมอีกเลยในการอัพเกรดซอฟแวร์</p>
<p><strong>สิ่งดี ๆ ข้อที่ </strong><strong>4 </strong>โปรแกรมบัญชีที่ดีจะถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย และอำนวยความสะดวกในการจัดทำข้อมูลทางบัญชีในรูปแบบต่าง ๆ</p>
<p><strong>สิ่งดี ๆ ข้อที่ </strong><strong>5 </strong>โปรแกรมบัญชีที่ดีจะมีระบบการจัดเก็บข้อมูลทางบัญชีอย่างเป็นระเบียบ เรียกใช้ข้อมูลได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลามาเปิดแฟ้มหาข้อมูลจากเอกสารให้ยุ่งยากกันอีกต่อไป</p>
<p><strong>สิ่งดี ๆ ข้อที่ </strong><strong>6 </strong>โปรแกรมบัญชีสามารถจัดทำรายงานทางบัญชีได้ทันที ในแบบปัจจุบันและย้อนหลังได้อย่างรวดเร็ว เพื่อนำมาใช้ตัดสินใจในการวางแผนบัญชีหรือวางแผนภาษีของกิจการโดยไม่จำเป็นต้องใช้เวลานาน</p>
<p><strong>สิ่งดี ๆ ข้อที่ </strong><strong>7 </strong>การเลือกผู้ให้บริการซอฟแวร์บัญชีที่ดี จะทำให้เราได้รับบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม สามารถติดต่อได้อย่างสะดวกหลายช่องทาง รวมไปถึงคอยให้คำแนะนำในการใช้งานโปรแกรมบัญชี และมากไปกว่านั้นอาจจะถึงขั้นจัดอบรมการใช้งานโปรแกรมบัญชีกันเลยทีเดียว</p>
<p>การเลือกโปรแกรมบัญชีที่เหมาะกับกิจการของคุณนั้น อาจไม่ใช่โปรแกรมที่มีการออกแบบมาอย่างซับซ้อน เลิศหรู  หรือมีราคาแพงที่สุดในท้องตลาด เพราะนอกจากราคาจะสูงเกินจำเป็นและมาตรฐานสูงเกินกว่าที่กิจการต้องการแล้ว นับเป็นเรื่องฟุ่มเฟือย เพราะซื้อมาก็ใช้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า …แต่โปรแกรมบัญชีที่เหมาะกับกิจการของคุณที่สุดก็คือ โปรแกรมบัญชีที่มี feature ต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อกิจการ และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของระบบบัญชีในองค์กรได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงมีบริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม ตอบโจทย์ของกิจการได้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต</p>
<p>สำหรับเจ้าของกิจการท่านใดที่กำลังมองหาโปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปที่ทันสมัยมาใช้งาน ทาง Scholar Accounting ก็มีบริการโปรแกรมบัญชีออนไลน์ที่มีระบบการประมวลผลแบบ Cloud Computing พร้อมด้วยทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในด้านการจัดทำบัญชีมาคอยดูแลและให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด รับรองว่าคุณจะได้รับโปรแกรมบัญชีที่เหมาะสมกับองค์กรของคุณอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6179 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/33.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/33.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/33-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/33-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1/">โปรแกรมบัญชีที่เหมาะกับกิจการ</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หน้าที่ของผู้ประกอบการต้องรู้เมื่อเป็นบริษัท, ห้างหุ้นส่วน</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 09:04:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนภาษี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=5894</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำหรับคนที่ต้องการเป็นเจ้าของกิจการ นอกจากจะต้องมีความร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/">หน้าที่ของผู้ประกอบการต้องรู้เมื่อเป็นบริษัท, ห้างหุ้นส่วน</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6166 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/21.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/21.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/21-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/21-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>สำหรับคนที่ต้องการเป็นเจ้าของกิจการ นอกจากจะต้องมีความรอบรู้ในเรื่องของกิจการที่ทำแล้ว ความรู้อื่น ๆ ที่จำเป็นต้องมีเพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่สอบตกตั้งแต่เริ่มกิจการก็คือ ต้องรู้ว่ากิจการของคุณเป็นกิจการประเภทไหน ไม่ว่าจะเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน เพราะทั้งสองอย่างมีหน้าที่และความรับผิดชอบตามกฎหมายแตกต่างกัน ซึ่งสิ่งที่ผู้ประกอบการควรรู้เกี่ยวกับการเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนั้น จะมีรายละเอียดที่น่าสนใจอย่างไรบ้าง เราลองมาติดตามกัน….</p>
<p><strong>เปรียบเทียบ บริษัทจำกัด กับ ห้างหุ้นส่วน แตกต่างกันอย่างไรและแบบไหนดีกว่ากัน</strong></p>
<p>หนึ่งในคำถามยอดฮิตที่มักจะได้ยินอยู่เสมอสำหรับผู้ประกอบการมือใหม่ นั่นก็คือ ระหว่างห้างหุ้นส่วนกับบริษัทจำกัดนั้น การเปิดกิจการแบบไหนดีกว่ากันและมีความแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งแน่นอนว่าการเปิดกิจการทั้งสองแบบนั้นดีและมีประโยชน์ด้วยกันทั้งคู่ แต่การเปิดกิจการทั้งสองแบบนี้ ย่อมมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง เราลองมาเปรียบเทียบกิจการทั้งสองแบบนี้กันดูว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร</p>
<p><strong>จำนวนผู้ร่วมลงทุน</strong><strong>:</strong> การเปิดกิจการในรูปแบบของห้างหุ้นส่วนนั้น จะต้องมีผู้ร่วมลงทุนหรือหุ้นส่วนอย่างน้อย 2 คนขึ้นไป ส่วนในแบบของบริษัทนั้น จะต้องมีผู้ร่วมลงทุนหรือหุ้นส่วนอย่างน้อย 3 คน</p>
<p><strong>รูปแบบของการลงทุน</strong><strong>: </strong>การเปิดกิจการในรูปแบบของห้างหุ้นส่วนนั้น สามารถลงทุนด้วย เงิน, ทรัพย์สิน และแรงงาน เป็นทุนจดทะเบียนได้ ส่วนในแบบของบริษัทนั้น จะต้องเป็นการลงทุนด้วยเงินเท่านั้น โดยผู้ร่วมลงทุนจะต้องแบ่งเงินออกเป็นหุ้น (Capital Stock) ซึ่งแต่ละหุ้นจะต้องมีมูลค่าเท่า ๆ กัน</p>
<p><strong>การแบ่งผลกำไรของบริษัทให้ผู้ร่วมลงทุน </strong><strong>: </strong>การเปิดกิจการในรูปแบบของห้างหุ้นส่วนนั้น จะมีการแบ่งผลกำไรตามอัตราส่วนที่หุ้นส่วนแต่ละคนเอาเงินมาลงทุน ส่วนในรูปแบบของบริษัทจำกัดนั้น จะมีการจัดสรรผลกำไรในรูปแบบของเงินปันผล ตามจำนวนหุ้นที่หุ้นส่วนแต่ละคนถืออยู่</p>
<p><strong>ความรับผิดชอบต่อหนี้สิน </strong><strong>: </strong>การเปิดกิจการในรูปแบบของห้างหุ้นส่วนนั้น คนที่เป็นหุ้นส่วน แบบไม่จำกัดความรับผิดชอบนั้น จะต้องร่วมกันรับผิดชอบต่อหนี้สินอย่างไม่จำกัดจำนวน ส่วนคนที่เป็นหุ้นส่วนที่จำกัดความรับผิดชอบจะรับผิดชอบไม่เกินเงินที่ตัวเองเอามาลงทุนในห้างหุ้นส่วน ซึ่งแตกต่างจากบริษัทจำกัดที่หุ้นส่วนแต่ละคนจะรับผิดชอบไม่เกินเงินที่ตัวเองเอามาลงทุนในหุ้นเท่านั้น</p>
<p><strong>ค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนบริษัท </strong><strong>: </strong>ห้างหุ้นส่วนจะเสียค่าธรรมเนียมในการจัดตั้งกิจการเพียง 1000 บาทเท่านั้น ในขณะที่บริษัทจำกัด จะเสียค่าธรรมเนียมในการจัดตั้งกิจการถึง 5000 บาทเลยทีเดียว</p>
<p><strong>หน้าที่ของ บริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วน ในการจัดทำบัญชี</strong></p>
<p>บริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด มีหน้าที่ในการจัดทำบัญชีตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 ดังนี้</p>
<ol>
<li>จัดทำ<strong><u>บัญชีรายวัน,​ บัญชีแยกประเภท,​ บัญชีสินค้า และบัญชีประเภทอื่นๆ</u> </strong>ตามที่กฎหมายระบุ โดยให้เริ่มตั้งแต่วันที่จดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วน</li>
<li>บริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนจะต้องมีผู้จัดทำบัญชีอย่างน้อย1 คน ที่คอยมาดูแลและรับผิดชอบงานบัญชีของกิจการ ซึ่งอาจจะเป็นพนักงานประจำที่มีคุณสมบัติครบถ้วน หรือสำนักงานบัญชีที่เข้ามาดูแลในเรื่องของการวางระบบบัญชี, การวางแผนบัญชี และการวางแผนภาษีให้แก่กิจการ</li>
<li>ส่งเอกสารที่ใช้เป็นข้อมูลในการลงบัญชีให้แก่ผู้จัดทำบัญชี เพื่อให้ผู้จัดทำบัญชีเอาไปทำรายงานแสดงผลการดำเนินงานและฐานะทางการเงินของกิจการ เช่น งบดุล, งบกำไรขาดทุน, งบกระแสเงินสด เป็นต้น ซึ่งเอกสารเหล่านี้สามารถเอาไปใช้ตัดสินใจในการวางแผนธุรกิจได้อีกด้วย</li>
<li>จัดทำงบการเงินอย่างน้อย 1 ครั้ง ทุกรอบ 12 เดือน ซึ่งประกอบด้วย งบกำไรขาดทุน, งบแสดงฐานะทางการเงิน, หมายเหตุประกอบงบการเงิน และงบการเงินเปรียบเทียบปีก่อน</li>
<li>บริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนจะต้องปิดบัญชีครั้งแรกให้ได้ภายใน 12 เดือน นับตั้งแต่วันเริ่มทำบัญชี และปิดบัญชีครั้งต่อไปทุกรอบ 12 เดือน นับแต่วันปิดบัญชีครั้งก่อน</li>
<li>ส่งงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หลังจากที่ผู้สอบบัญชีตรวจสอบเสร็จเรียบร้อยและแสดงความเห็นลงในงบการเงินแล้ว ภายใน 5 เดือนนับแต่วันปิดบัญชี</li>
<li>เก็บเอกสารทางบัญชีไว้ที่สำนักงานของกิจการและจะต้องเก็บรักษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี</li>
</ol>
<p>ในตอนนี้ผู้ประกอบการคงจะพอเห็นภาพคร่าว ๆ กันแล้วว่าจะต้องทำอะไรกันบ้าง เมื่อเปิดกิจการในรูปแบบของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจำกัด และเพื่อให้เข้าใจแนวทางปฏิบัติมากยิ่งขึ้น ผู้ประกอบการสามารถติดต่อสอบถามกับเจ้าหน้าที่ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือลองเข้ามาสอบถามกับทีมงานที่ปรึกษาบัญชีของ Scholar Accounting กันดูก่อน รับรองว่าคุณจะได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6180 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/">หน้าที่ของผู้ประกอบการต้องรู้เมื่อเป็นบริษัท, ห้างหุ้นส่วน</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การดำเนินการเมื่อเอกสารบัญชีและภาษีสูญหาย</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 08:26:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชีบริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=5877</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอกสารบัญชีและภาษี มีความสำคัญสำหรับธุรกิจเป็นอย่างยิ่ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b2/">การดำเนินการเมื่อเอกสารบัญชีและภาษีสูญหาย</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6157 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/12.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/12.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/12-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/12-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>เอกสารบัญชีและภาษี มีความสำคัญสำหรับธุรกิจเป็นอย่างยิ่ง เพราะต้องใช้ในการบันทึกบัญชี ตลอดจนชำระภาษีต่อกรมสรรพากรตามกฎหมาย นอกจากนี้กฎหมายยังระบุไว้ด้วยว่า ทุกกิจการพาณิชย์มีหน้าที่ต้องรักษาเอกสารบัญชีและภาษี ดังนั้น…นอกเหนือจากการให้ความสำคัญกับการวางระบบบัญชี,​ การวางแผนภาษี และการจัดทำบัญชีบริหารแล้ว ยังต้องให้ความสำคัญต่อการจัดเก็บเอกสารให้ดีด้วย ถึงแม้จะมีความตั้งใจเก็บรักษาเป็นอย่างดีแล้วก็ตาม แต่ก็ยังเกิดปัญหาเรื่องเอกสารบัญชีและภาษีสูญหายได้ เราจึงควรศึกษาไว้ล่วงหน้าว่า หากเกิดกรณีเช่นนี้เราจะดำเนินการอย่างไรต่อไป</p>
<p><strong>สาเหตุที่ทำให้เกิดกรณีเอกสารบัญชีและภาษีสูญหาย</strong></p>
<p>การทำเอกสารบัญชีและภาษีสูญหาย สามารถเกิดขึ้นได้จากสาเหตุต่าง ๆ มากมาย เหตุการณ์เช่นนี้มักกระทบกับ การวางแผนธุรกิจ, การวางแผนภาษีของกิจการ และการจัดทำบัญชีบริหาร ซึ่งสาเหตุของการทำเอกสารทางบัญชีสูญหาย มีดังนี้</p>
<ul>
<li><em>เกิดจากสาเหตุที่ไม่คาดคิด เพราะเป็นเหตุสุดวิสัย เช่น น้ำท่วมฉับพลัน โดยไม่ปรากฏเค้าลางมาก่อน ทำให้ไม่ได้เก็บเอกสารล่วงหน้า</em></li>
<li>เอกสารสูญหายจากเหตุไฟไหม้ ซึ่งเกิดจากความประมาทผิดพลาดของผู้อื่นที่ป้องกันไม่ได้ หรือเกิดจากความบกพร่องของหน่วยงานเอง</li>
<li>เอกสารเสียหายจากการทำลายของปลวก</li>
<li>เอกสารสูญหายจากการโยกย้ายสถานที่ของกิจการ</li>
<li>สำนักงานบัญชีที่เข้ามาดูแล ทำเอกสารสูญหาย</li>
</ul>
<p><strong>ขั้นตอนที่ต้องดำเนินการเมื่อเอกสารบัญชีและภาษีสูญหาย</strong></p>
<p>ก่อนอื่นต้องเข้าใจตรงกันว่า การทำเอกสารบัญชีและภาษีสูญหายนั้น ไม่ถือว่าเป็นความผิดของกิจการ แต่สิ่งที่ต้องทำก็คือ ปฏิบัติตามที่ระบุไว้ใน พรบ. การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 15-16 ให้ถูกต้อง ดังนี้</p>
<p>ในมาตรา 15 ระบุหน้าที่ของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีว่า ถ้าพบว่าเอกสารบัญชีและภาษีสูญหาย “จะต้องแจ้งต่อสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกำหนดภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบหรือควรทราบถึงการสูญหายหรือเสียหายนั้น”</p>
<p>ส่วนในมาตรา 16 เป็นบทบัญญัติเพื่อป้องกันการเจตนาทำให้เอกสารสูญหาย จึงระบุว่าหาก “สารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีตรวจพบว่าบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีที่เป็นสาระสำคัญแก่การจัดทำบัญชีสูญหายหรือถูกทำลาย หรือปรากฏว่าบัญชีและเอกสารดังกล่าวมิได้เก็บไว้ในที่ปลอดภัย ให้สันนิษฐานว่าผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีมีเจตนาทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น หรือทำให้สูญหายหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งบัญชีหรือเอกสารนั้น” ถึงอย่างนั้นก็ยังให้โอกาสในการพิสูจน์ความสุจริตของตนเองว่า “ตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่กรณีแล้ว”</p>
<p>กล่าวคือ เมื่อพบว่ามีเอกสารบัญชีและภาษีสูญหายจะต้องดำเนินการตามพรบ.การบัญชี พ.ศ.2543 ประกอบกับประกาศของกรมการค้า เรื่อง “หลักเกณฑ์และวิธีการในการขออนุญาตและการอนุญาตให้เก็บรักษาบัญชี และเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีไว้ ณ สถานที่อื่นและการแจ้งบัญชี หรือเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชี สูญหายหรือเสียหาย พ.ศ.2543” ข้อ 4 ที่ระบุหลักเกณฑ์และวิธีการพร้อมแบบ ส.บช.2 ไว้ว่า ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีที่ประสงค์จะแจ้งบัญชีหรือเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีสูญหายหรือเสียหาย พร้อมด้วยหลักฐานเอกสารตามระบุ แล้วไปยื่นต่อสารวัตรบัญชีประจำสำนักงานบัญชีประจำท้องที่ หรือยื่นต่อสารวัตรใหญ่บัญชี สำนักงานกลางบัญชี ตามแต่กรณี</p>
<p>แนวทางในการดำเนินการเมื่อเอกสารทางบัญชีสูญหาย สามารถสรุปเป็นขั้นตอนได้ดังต่อไปนี้</p>
<ol>
<li>ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ต้องมีการสำรวจก่อนว่าเอกสารที่สูญหายหรือเสียหายเป็นเอกสารชนิดใด ของปีไหนและเดือนใด พร้อมถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน (กรณีที่เอกสารสูญหาย) รวมไปถึงจดบันทึกเพื่อทำสรุปข้อมูลเอกสารที่สูญหายหรือได้รับความเสียหาย</li>
<li>ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีแจ้งความกับตำรวจ เพื่อลงบันทึกประจำวันและออกใบแจ้งความ เนื่องจากเอกสารทางบัญชีถือว่าเป็นเอกสารสำคัญของกิจการ และจะต้องมีเอกสารหลักฐานประกอบการแจ้งความ ดังนี้
<ul>
<li>สำเนาหลักฐานของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี</li>
<li>ภาพถ่ายสถานที่เกิดเหตุ กรณีบัญชีหรือเอกสารประกอบการลงบัญชีเสียหาย</li>
<li>หลักฐานที่แสดงได้ว่ามีการสูญหาย/เสียหายจริง</li>
<li>หนังสือมอบอำนาจ กรณีที่ผู้มีอำนาจลงแทนนิติบุคคลมอบหมายให้ผู้อื่นทำแทน</li>
</ul>
</li>
<li>ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องแจ้งต่อกรมสรรพากรและกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ทราบถึงความเสียหายหรือสูญหายนั้น</li>
<li>หลังจากที่ได้แจ้งต่อกรมสรรพากรและกรมพัฒนาธุรกิจการค้าแล้ว เราอาจจะให้ที่ปรึกษาบัญชีช่วยติดต่อประสานงานขอเอกสารต่าง ๆ มาใช้แทนเอกสารที่สูญหายไปแล้วได้ เช่น ใบกำกับภาษีขาย, ใบกำกับภาษีซื้อ, สำเนาใบกำกับภาษีขาย เป็นต้น</li>
</ol>
<p>การเก็บรักษาเอกสารทางบัญชีจะต้องเก็บไว้ไม่ต่ำกว่า 5 ปี หากเกิดกรณีสูญหายด้วยเหตุอันสุดวิสัยก็ไม่ต้องกังวลใจจนมากมาย เพียงแต่ดำเนินการให้ถูกต้องตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ เอกสารทางบัญชีของกิจการนั้น ๆ ก็จะกลับมาสมบูรณ์ พร้อมเป็นหลักฐานในการดำเนินกิจการได้ในปีต่อ ๆ ไป</p>
<p>บทความนี้น่าจะทำให้เจ้าของกิจการหลาย ๆ คนเข้าใจว่าควรจะทำอย่างไร เมื่อเอกสารทางบัญชีและภาษีสูญหาย ในโอกาสหน้าหากเราไปเจอข้อมูลหรือความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการจัดทำบัญชีเช่นนี้อีก<br />
ทาง Scholar Accounting ก็จะหยิบมาทำเป็นสรุปแบบสั้น ๆ ง่าย ๆ มาให้อ่านกันอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6179 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/33.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/33.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/33-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/33-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b2/">การดำเนินการเมื่อเอกสารบัญชีและภาษีสูญหาย</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
