<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บัญชีสำหรับผู้บริหาร Archives - Scholar</title>
	<atom:link href="https://www.scholaraccounting.com/tag/%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.scholaraccounting.com/tag/บัญชีสำหรับผู้บริหาร/</link>
	<description>แค่เว็บเวิร์ดเพรสเว็บหนึ่ง</description>
	<lastBuildDate>Sat, 07 Mar 2020 10:23:52 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.5</generator>

<image>
	<url>https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2019/12/scholar-favicon.png</url>
	<title>บัญชีสำหรับผู้บริหาร Archives - Scholar</title>
	<link>https://www.scholaraccounting.com/tag/บัญชีสำหรับผู้บริหาร/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>องค์ประกอบและขั้นตอนการทำแผนธุรกิจ</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Feb 2020 03:17:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชีสำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=6099</guid>

					<description><![CDATA[<p>การวางแผนธุรกิจเป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญในการดำเนินธ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2/">องค์ประกอบและขั้นตอนการทำแผนธุรกิจ</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="size-full wp-image-6156 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/11.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/11.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/11-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/11-768x644.png 768w" sizes="(max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>การวางแผนธุรกิจเป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการที่เปรียบเสมือนกับแผนที่ในการเดินทางที่จะทำให้ธุรกิจมองเห็นเป้าหมายที่ชัดเจนและมีแนวทางขั้นตอนต่าง ๆ ในการดำเนินธุรกิจที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการมุ่งเน้นที่เป้าหมายและสามารถวางแผนเพื่อรับมือความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นพร้อมทั้งสามารถปรับกลยุทธ์ต่าง ๆ ให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ได้อยู่ตลอดเวลา</p>
<p>องค์ประกอบของแผนธุรกิจประกอบไปด้วย</p>
<ol>
<li>บทสรุปใจความสำคัญของแผนธุรกิจซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่แสดงถึงคุณภาพของแผนโดยรวม โดยจะมีรายละเอียดของแนวคิดของธุรกิจ, โอกาสของธุรกิจ และกลยุทธ์ที่ใช้ ซึ่งส่วนนี้จะเป็นส่วนที่นำเสนอต่อผู้ร่วมลงทุนเพื่อประกอบการตัดสินใจอีกด้วย</li>
<li>ประวัติและความเป็นมาโดยย่อของบริษัท ซึ่งเป็นข้อมูลโดยทั่วไปของบริษัท รวมทั้งความตั้งใจในการดำเนินธุรกิจและเป้าหมายที่บริษัทต้องการให้เป็นในอนาคต</li>
<li>SWOT Analysis เป็นการวิเคราะห์สถานการณ์และปัจจัยสำคัญ ๆ ต่าง ๆ โดยใช้เครื่องมือ SWOT Analysis ที่ใช้ในการวิเคราะห์ (Strengths), จุดอ่อน (Weaknesses), โอกาส (Opportunities) และ อุปสรรค (Threats) ในการดำเนินธุรกิจ</li>
<li>วัตถุประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินธุรกิจ ซึ่งประกอบไปด้วยเป้าหมายเฉพาะด้าน อย่างเช่น เป้าหมายทางการเงิน, เป้าหมายทางด้านการตลาด และเป้าหมายตามกำหนดระยะเวลาที่ประกอบไปด้วย เป้าหมายระยะสั้น, เป้าหมายระยะกลางและเป้าหมายระยะยาว ซึ่งเป้าหมายของธุรกิจที่ควรเขียนไว้ในแผนธุรกิจ ควรเป็นเป้าหมายที่มีโอกาสที่จะบรรลุเป้าหมายได้ สามารถวัดผลได้อย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม และมีเป้าหมายที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน</li>
<li>แผนการตลาด เป็นการกำหนดกลยุทธ์และกิจกรรมทางการตลาดเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและนำเสนอสินค้าหรือบริการให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายมากที่สุดเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการไม่ว่าจะเป็นยอดขาย, ความนิยมในตัวสินค้าหรือบริการ หรือความเชื่อมั่นของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น</li>
<li>การจัดการทรัพยากรมนุษย์ ในการประกอบธุรกิจทุกประเภทนั้น คน ถือว่าเป็นกำลังหลักที่มีความสำคัญมากที่สุด ดังนั้นจึงต้องมีการวางแผนจัดหาและจัดสรรกำลังคนให้เหมาะสมกับงานที่ทำ</li>
<li>แผนการผลิตและ/หรือแผนปฏิบัติการ เป็นการวางแผนกระบวนการผลิตและการปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ ลดต้นทุนและมีการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ในการผลิตอย่างคุ้มค่ามากที่สุด</li>
<li>แผนการเงิน การดำเนินการทางการเงินของบริษัทมีอยู่ด้วยกัน 3 ส่วนคือ การหาเงิน, การตัดสินใจเพื่อการลงทุน และการดำเนินงานทางด้านการเงินต่าง ๆ เช่น การซื้อขาย, ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ซึ่งบริษัทจะต้องมีการวางแผนบัญชี โดยอาจขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาบัญชีเพื่อวางแผนจัดทำงบการเงินและบัญชีสำหรับผู้บริหาร เพื่อให้ทราบกิจกรรมทางการเงินของบริษัทเพื่อประกอบการตัดสินใจดำเนินงาน</li>
<li>แผนการดำเนินงาน โดยต้องมีการกำหนดกลยุทธ์ในด้านต่าง ๆ อย่างครบถ้วนโดยมีรายละเอียดของการดำเนินงานอย่างชัดเจน ซึ่งในส่วนนี้จะรวมถึงการวางแผนให้ครอบคลุมถึงปัญหาและความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างครอบคลุมและครบถ้วน</li>
</ol>
<p><strong>ขั้นตอนการทำแผนธุรกิจ</strong></p>
<p>การทำแผนธุรกิจนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ประกอบการมองเห็นเป้าหมายของธุรกิจที่ชัดเจน ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถกำหนดแนวทางในการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งวางแผนการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งขั้นตอนในการทำแผนธุรกิจที่ประสบความสำเร็จประกอบไปด้วยขั้นตอนต่าง ๆ ดังต่อไปนี้</p>
<ol>
<li>กำหนดวิสัยทัศน์ของบริษัทให้ชัดเจน เพื่อให้พนักงานและลูกค้าได้คำตอบที่ชัดเจนว่าบริษัทมีเป้าหมายอย่างไร และกำลังขับเคลื่อนธุรกิจไปในทิศทางไหนเพื่อเป็นการกำหนดเป้าหมายระยะยาวของการทำธุรกิจ</li>
<li>ศึกษาและทำความเข้าใจกับธุรกิจที่กำลังจะทำให้มากที่สุด โดยใช้เครื่องมือ SWOT เพื่อวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อน รวมทั้งโอกาสและอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจเพื่อใช้ในการคาดการณ์การเจริญเติบโตของธุรกิจ และทำให้สามารถวางแผนกลยุทธ์ได้อย่างเฉียบคมและมีประสิทธิภาพ</li>
<li>กำหนดเป้าหมายระยะสั้นที่สามารถปฏิบัติได้จริงเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างต่อเนื่องไปจนถึงเป้าหมายระยะกลางและระยะยาว ซึ่งเป้าหมายควรเป็นเป้าหมาย M.A.R.T (specific, measurable, actionable, reasonable, timely) ซึ่งมีความเฉพาะเจาะจง วัดผลได้ สามารถดำเนินการได้จริง มีความสมเหตุสมผลและทันต่อเวลา</li>
<li>เขียน Action plan หรือแผนปฏิบัติการซึ่งเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการวางแผนธุรกิจและการพัฒนากลยุทธ์ เพราะแม้ว่าจะมีการวิเคราะห์และวางแผนอย่างดีแค่ไหนก็ตาม แต่หากไม่มีการนำไปปฏิบัติจริง ทุกอย่างที่ทำมาก็ไร้ผล ดังนั้นจึงต้องเขียน Action plan ที่ใช้งานได้ จะต้องง่ายต่อการเปลี่ยนแปลงและอัพเดท แต่ต้องมีความเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับงานที่คุณกำลังทำ รวมทั้งระบุรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพยากรที่ใช้และวิธีการวัดผล</li>
<li>วางระบบบัญชี โดยปรึกษากับที่ปรึกษาบัญชีที่มีความสามารถและมีประสบการณ์สูง เพราะบริษัทจะต้องมีการวางแผนบัญชีที่สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท เพื่อที่ผู้ประกอบการจะได้รู้ถึงผลการดำเนินงานที่แท้จริงและรู้ถึงความเสี่ยงต่าง ๆ ในการดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้การวางระบบบัญชีที่ยังมีผลต่อเนื่องไปถึงการคำนวณภาษีที่ถูกต้อง ซึ่งจะทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและไม่มีปัญหาในเรื่องของการยื่นภาษีและได้จ่ายภาษีที่สมเหตุสมผล</li>
</ol>
<p>การทำแผนธุรกิจเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการจะต้องจัดทำขึ้นมาอย่างรอบคอบและมีรายละเอียดที่สำคัญอย่างครบถ้วน เพราะเป็นสิ่งที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนและวิเคราะห์ปัจจัยเกี่ยวข้องต่าง ๆ เพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยวัดถึงความเป็นไปได้ของธุรกิจที่จะลงทุนที่จะทำให้ผู้ประกอบการได้วางแผนการดำเนินธุรกิจและกลยุทธ์ต่าง ๆ เพื่อให้ธุรกิจประสบความสำเร็จและไปได้ถึงเป้าหมายได้อย่างที่ต้องการ</p>
<p>สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่ต้องการความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำแผนธุรกิจ ลองเข้ามาติดต่อสอบถามกับทีมงานของ Scholar Accounting กันดูก่อน รับรองว่าคุณจะได้รับความรู้และข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img decoding="async" class="size-full wp-image-6138 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-4-1.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-4-1.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-4-1-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-4-1-768x644.png 768w" sizes="(max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2/">องค์ประกอบและขั้นตอนการทำแผนธุรกิจ</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ต้องทำอย่างไร หากหลักค้ำประกันไม่พอ</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b9%89/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Feb 2020 10:35:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชีสำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาของการทำบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=6082</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินของธุรกิจประเภทต่าง ๆ  ม [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b9%89/">ต้องทำอย่างไร หากหลักค้ำประกันไม่พอ</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-6187 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/41.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/41.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/41-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/41-768x644.png 768w" sizes="(max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>ในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินของธุรกิจประเภทต่าง ๆ  มักจะเจอกับปัญหาใหญ่ที่ทำให้การขอกู้จากธนาคารหรือสถาบันการเงินต่าง ๆ ไม่ได้รับการพิจารณา นั่นก็คือ “การมีหลักทรัพย์ค้ำประกันไม่เพียงพอ” แม้จะมีการวางแผนธุรกิจ หรือการจัดวางระบบบัญชีของธุรกิจ จนทำให้มีข้อมูลของผลประกอบการที่แสดงให้เห็นว่ามีผลกำไรในการดำเนินงานเสนอต่อสถาบันการเงินอย่างครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว แต่ก็ไม่สามารถได้รับการพิจารณาอนุมัติได้ ปัญหานี้มีแนวทางแก้ไขหรือไม่อย่างไร เรามาติดตามกัน…</p>
<p><strong>หลักทรัพย์ค้ำประกัน คืออะไร</strong></p>
<p>ก่อนอื่นผู้ประกอบการต้องทำความเข้าใจก่อนว่าหลักทรัพย์ค้ำประกันคืออะไร เนื่องจากหลักทรัพย์ที่สถาบันการเงินหรือธนาคารต่าง ๆ ใช้เป็นหลักค้ำประกันเงินกู้มีหลายประเภท รวมทั้งเงื่อนไขในการใช้หลักค้ำประกันอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินนั้น ๆ และขึ้นอยู่กับประเภทของสินเชื่อหรือวงเงินที่ผู้กู้ต้องการ</p>
<p>สำหรับความหมายของหลักทรัพย์ค้ำประกันหรือสินทรัพย์ค้ำประกัน หมายถึง ทรัพย์สินซึ่งมีมูลค่าที่ลูกหนี้หรือผู้ประกอบการนำมาใช้ค้ำประกัน เพื่อเป็นหลักประกันเงินกู้ให้แก่สถาบันการเงิน โดยผู้ขอสินเชื่อต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้น ๆ ซึ่งอาจเป็นอสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน อาคาร บ้านเรือน หรือสินทรัพย์ประเภทสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ รถยนต์ เป็นต้น<strong> </strong></p>
<p><strong>ความสำคัญและบทบาทของหลักทรัพย์ค้ำประกัน</strong></p>
<p>หลักทรัพย์ค้ำประกันไม่ได้มีความสำคัญหรือมีบทบาทเฉพาะใช้ค้ำประกันวงเงินกู้กับสถาบันการเงินเท่านั้น แต่ยังแก้ปัญหาของการทำบัญชีทำให้การบริหารธุรกิจเกิดสภาพคล่อง เช่น การให้สินเชื่อแก่ลูกค้าโดยนำหลักทรัพย์มาเป็นหลักค้ำประกัน ในส่วนของการใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ให้กับสถาบันการเงิน นอกจากเป็นการสร้างความมั่นใจและสร้างความน่าเชื่อถือของผู้กู้แก่สถาบันการเงินแล้ว สินเชื่อมีหลักประกันหรือ Secured loans ยังเป็นสินเชื่อที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า เมื่อเทียบกับสินเชื่อแบบที่ไม่มีหลักประกัน องค์กรธุรกิจหรือผู้ประกอบการที่มีการวางแผนธุรกิจไว้อย่างเป็นระบบ จะขอสินเชื่อที่มีหลักประกันซึ่งเป็นสินเชื่อระยะยาว เพื่อให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจในหลาย ๆ ด้าน เช่น ง่ายและสะดวกต่อการขยายธุรกิจ, ทำให้เกิดสภาพคล่องในการดำเนินงาน และเสียดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำ<strong> </strong></p>
<p><strong>อะไร ใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้บ้าง</strong></p>
<p>ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ โดยเฉพาะนักธุรกิจมือใหม่จะเข้าใจว่าหลักทรัพย์ค้ำประกันการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ ประเภท ที่ดิน อาคาร หรือใช้บุคคลค้ำประกัน แต่ในรายละเอียดและหลักเกณฑ์เกี่ยวกับหลักทรัพย์ค้ำประกันของธนาคารและสถาบันการเงินต่าง ๆ สามารถใช้ได้ทั้งอสังหาริมทรัพย์และสังหาริมทรัพย์ แต่ต้องเป็นตามเงื่อนไขที่สถาบันการเงินกำหนด เช่น</p>
<ul>
<li>อสังหาริมทรัพย์ เช่น อาคาร บ้านที่พักอาศัย โฉนดที่ดิน หรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง</li>
<li>รถยนต์หรือเครื่องจักร</li>
<li>ใช้หลักทรัพย์ที่เป็นเงินฝากประเภทใดประเภทหนึ่งที่มีอยู่กับธนาคารเป็นหลักค้ำประกัน</li>
<li>พันธบัตรทั้งของรัฐบาลและเอกชน</li>
<li>หน่วยลงทุนของกองทุนที่มีนโยบายลงทุนใน Bond หรือตั๋วเงินคลัง</li>
<li>หลักทรัพย์ที่อยู่ในความต้องการของตลาด เช่น หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ หุ้นกู้ หรือตราสารหนี้</li>
</ul>
<p><strong>ต้องทำอย่างไร หากหลักค้ำประกันไม่พอ</strong></p>
<p>ปัญหาใหญ่ของผู้ประกอบการในการยื่นกู้แบงค์หรือทำเรื่องขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ก็คือหลักทรัพย์ค้ำประกันไม่เพียงพอกับวงเงินกู้ที่ต้องการ แม้การวางแผนธุรกิจจะประสบความสำเร็จ ผลการดำเนินงานมีกำไร สิ่งนี้จะบ่งบอกถึงความสามารถในการชำระหนี้ที่สามารถตรวจสอบข้อมูลตัวเลขได้จากการเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงินประจำปี แต่เนื่องจากไม่เป็นไปตามเงื่อนไขหรือหลักเกณฑ์ที่สถาบันการเงินกำหนดไว้ การยื่นขอกู้สินเชื่อจึงไม่ผ่านการพิจารณาอนุมัติ</p>
<p>กรณีนี้ ควรทำอย่างไรเมื่อหลักค้ำประกันไม่พอ เมื่อผู้ประกอบการได้ศึกษาความหมาย ความสำคัญและบทบาทของหลักทรัพย์ค้ำประกัน รวมทั้งทราบว่าอะไรใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้บ้าง ก็จะทำให้ทราบแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยสอบถามหรือตรวจสอบรายละเอียดกับสถาบันการเงิน เพื่อหาหลักทรัพย์ค้ำประกันมาเสริม เช่น ใช้บุคคลค้ำประกันเพิ่ม ใช้เงินฝากที่มีอยู่ในบัญชีธนาคาร หรือใช้พันธบัตรและหลักทรัพย์อื่น ๆ ที่กล่าวมาแล้ว เป็นหลักประกันเสริมเพื่อให้เพียงพอกับวงเงินที่ผู้กู้ต้องการและเป็นไปตามเงื่อนไขของสถาบันการเงิน โอกาสได้รับอนุมัติสินเชื่อก็เป็นไปได้มาก</p>
<p>การยื่นกู้หรือขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน เป็นการวางแผนธุรกิจที่ถือเป็นเรื่องปกติของทุกการลงทุน แต่สิ่งสำคัญที่จะทำให้การยื่นกู้ประสบความสำเร็จได้รับการอนุมัติสินเชื่อตามวงเงินที่ต้องการ ก็คือองค์กรธุรกิจควรมีข้อมูลเตรียมพร้อมก่อนไปขอสินเชื่อ โดยเฉพาะธุรกิจที่มีการจัดทำบัญชีสำหรับผู้บริหาร ซึ่งสามารถใช้ข้อมูลที่มีอยู่วางแผนและจัดเตรียมเอกสารและจัดหาหลักทรัพย์ค้ำประกันให้เพียงพอกับวงเงินกู้ที่ต้องการ</p>
<p>บทความนี้น่าจะทำให้เจ้าของกิจการหลาย ๆ คนเข้าใจแล้วว่าต้องทำอย่างไร หากหลักทรัพย์ค้ำประกันไม่เพียงพอในการขอสินเชื่อ สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่ต้องการความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมก่อนไปขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ลองเข้ามาติดต่อสอบถามกับทีมงานของ Scholar Accounting กันดูก่อน รับรองว่าคุณจะได้รับความรู้และข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6180 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b9%89/">ต้องทำอย่างไร หากหลักค้ำประกันไม่พอ</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แนวทางการแก้ปัญหา เมื่อการปิดงบการเงินบริษัทล่าช้า ยื่นไม่ทันเวลาที่กำหนด!</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 10:23:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชีสำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาของการทำบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=5939</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; การจัดทำวางแผนบัญชีให้เป็นไปตามกฎหมาย อาจทำให้ผู [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88-2/">แนวทางการแก้ปัญหา เมื่อการปิดงบการเงินบริษัทล่าช้า ยื่นไม่ทันเวลาที่กำหนด!</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6147 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/2.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/2.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/2-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/2-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>การจัดทำวางแผนบัญชีให้เป็นไปตามกฎหมาย อาจทำให้ผู้ประกอบการหลายๆคนรู้สึกงงๆ กับสิ่งที่ต้องทำเพิ่มเข้ามานอกเหนือจากความรู้ที่ตัวเองมี ยิ่งไม่มีความถนัดในเรื่องตัวเลขด้วยแล้ว ยิ่งทำให้วุ่นวายกันไปใหญ่ แต่หนึ่งในหน้าที่ของผู้ประกอบการที่มีการจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดอย่างถูกต้อง คือทำการเก็บข้อมูล ทั้งส่วนของบัญชีรายรับ รายจ่าย บัญชีสินทรัพย์ หนี้สิน บัญชีสินค้า ต่างๆ มากมายที่ช่างดูซับซ้อนวุ่นวาย ถ้าจะนั่งทำส่วนนี้คนเดียวทั้งหมดคงไม่ไหว เพราะการปิดงบและยื่นงบจะต้องทำให้ทันเวลา ไม่งั้นจะถือว่ามีความผิดบัญชีทางกฎหมายกันได้เลยทีเดียว</p>
<p>สิ่งที่พบเจอกันอยู่บ่อยๆ คืองบบัญชีต่างๆ ที่เกิดขึ้นในบริษัท มีการจดทะเบียนแบบเป็นเรื่องเป็นราว มักจะทำให้เหล่าผู้ประกอบการรู้ปวดหัวกับตัวเลข ที่ไม่ใช่แค่เรื่องทุนและกำไรเท่านั้น แต่ยังมีข้อมูลบัญชีในส่วนอื่นที่ซับซ้อนชวนปวดหัว ต้องมานั่งแยกย่อยอีกมากมาย ถ้าใครไม่มีความรู้เรื่องการทำบัญชีมาก่อน แน่นอนว่าสิ่งนี้เหมือนกับตัวก่อกวนชั่วโมงการทำงานอย่างอื่นดีๆ นี่เอง</p>
<p>ด้วยเหตุนี้หลังจากการตั้งบริษัทอย่างเป็นทางการขึ้นมา ผู้ประกอบการหลายๆคนอาจจะมองหาคอร์สอบรมบัญชีสำหรับผู้ประกอบการเพื่อที่จะจัดการวางแผนและบริหารบัญชีด้วยตนเอง จะต้องมีการมองหานักบัญชีเอาไว้สักคน หรือบริษัทที่ปรึกษาบัญชี เพื่อเป็นผู้ช่วยเหลือทำการปิดงบประมาณบัญชีให้ ส่วนตัวเองก็ทำหน้าที่เพียงแค่ยื่นรายละเอียดให้กับที่ปรึกษาบัญชี จัดการให้เรียบร้อยก็แค่นั้น สิ่งเหล่านี้จะมีผลต่อการเสียภาษี ทำให้บริษัทดำเนินการไปอย่างถูกต้องและสมบูรณ์แบบมากที่สุด แต่ปัญหาที่มักพบได้บ่อยครั้งคือการปิดงบไม่ทัน ยื่นงบไม่ทันเวลา ใครอยากรู้แนวทางแก้ปัญหา ลองมาดูกันว่าต้องจัดการวางแผนอย่างไร จะได้ไม่พลาดอีกในการปิดงบรอบหน้า!</p>
<p><strong>เข้าใจหน้าที่ของการเป็นผู้ประกอบการอย่างถูกต้องก่อน</strong></p>
<p>ยกระดับจนกลายเป็นผู้ประกอบการ มีบริษัทห้างร้านจดทะเบียนอย่างถูกต้อง ควรเข้าใจหน้าที่การทำงานของตัวเองก่อน ไม่ว่าเป็นห้างหุ้นส่วน หรือการจดทะเบียนในรูปแบบบริษัทก็ตาม จะต้องทำการปิดบัญชี รวบรวมข้อมูลการเงินต่างๆ การปิดงบให้ทันในรอบระยะเวลาของการเปิดบัญชีตั้งแต่วันแรก หรือใช้การนับแบบระยะ 12 เดือนในการปิดบัญชีก็ได้ ถ้าเกินกว่านี้ก็จะต้องยอมรับกับบทลงโทษตามกฎหมายเป็นการเสียค่าปรับ ยกตัวอย่างง่ายๆ กรณีที่ต้องการปิดบัญชีแบบเป็นรอบ ถ้ามีการเปิดบัญชีครั้งแรกวันที่ 1 มีนาคม รอบการปิดก็จะต้องเป็น 1 มีนาคมของเดือนถัดไป  ใครไม่อยากโดนส่วนนี้ก็ควรรู้หน้าที่ของตัวเอง จัดหาที่ปรึกษาบัญชีมาช่วยเหลือ</p>
<p>โดยหลักใหญ่ของผู้ประกอบการที่ต้องทำเพื่อปิดงบการเงินและยื่นภาษีให้ถูกต้องนั้น มีขั้นตอนที่้ต้องรู้ดังต่อไปนี้ คือ</p>
<p><strong>1.</strong><strong>ปิดบัญชีบริษัทให้ทันตามกำหนดของกฎหมาย</strong> &#8211; การปิดบัญชีให้ทันสำหรับบริษัทใหม่ ครั้งแรกควรจะต้องให้อยู่ในรอบ 12 เดือน นับเอาตั้งแต่วันแรกของการเริ่มทำบัญชี พอปิดบัญชีรอบแรกเสร็จ ก็ให้นับเอาวันปิดบัญชีดังกล่าวเป็นรอบในการปิดครั้งต่อไป นอกจากบางบริษัทที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรจากสารวัตรบัญชีว่าเปลี่ยนรอบการปิดได้ ในส่วนนี้อธิบายให้ละเอียดคือ ปิดเดือนไหนก็ได้ แต่จะต้องไม่เกินเดือนที่ 12 ซึ่งในรอบถัดๆ ไป ก็จะต้องปิดในเดือนเดียวกันตลอด นอกจากจะไปทำเรื่องขอเปลี่ยนแปลงใหม่อีก</p>
<p><strong>2.</strong><strong>ทำงบการเงินให้เรียบร้อย</strong> &#8211; ส่วนนี้ถือว่าเป็นรายละเอียดปลีกย่อยที่น่าปวดหัวพอสมควรสำหรับคนที่ไม่มีความรู้ เพราะงบการเงินที่ต้องทำการจัดสรร จะต้องประกอบไปด้วยการแสดงงบรายรับ รายจ่าย กำไร-ขาดทุน ต้นทุนสินค้า บัญชีรายวัน บัญชีหนี้สิน บัญชีเปรียบเทียบงบการเงิน และส่วนอื่นๆ ที่นำมาแยกประเภทตามเหมาะสมอีกมากมาย</p>
<p><strong>3.</strong><strong>จะต้องยื่นงบการเงินให้มีการตรวจสอบ</strong> &#8211; หลังจากที่ปิดงบบัญชีเรียบร้อยแล้ว จะต้องจัดการให้มีผู้สอบบัญชีอย่างน้อยที่สุด 1 คน การเลือกคือต้องเป็นผู้ที่จบมาด้านนี้โดยตรง มีความละเอียดรอบคอบ เพราะจะต้องทำการเซ็นรับรองงบการเงินแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น โดยขั้นตอนนี้หลังจากเรียบร้อยแล้ว จะต้องนำไปเสนอกับที่ประชุมผู้ถือหุุ้นต่อให้แล้วเสร็จภายใน 4 เดือน มีการเตรียมเอกสารเป็นสำเนางบการเงินส่งมอบให้ผู้ถือหุ้นก่อนล่วงหน้าวันประชุมจริง อย่างน้อยที่สุดก่อนการประชุม 3 วัน</p>
<p><strong>4.</strong><strong>ยื่นภาษีให้ตรงตามกำหนด</strong> &#8211; การยื่นภาษีพื้นฐานหน้าที่ของเหล่าผู้ประกอบการอยู่แล้ว การยื่นภาษีจะต้องทำ &#8220;ทุกสิ้นเดือน&#8221; กำหนดเอาไว้ว่าจะต้องไม่เกินวันที่ 15 ของเดือนถัดไป</p>
<p>หน้าที่ทั้งหมดที่กล่าวไปข้างต้นนี้ยังรวมไปถึงการยื่นบัญชีหรือเรียกว่าการส่งงบบัญชี หลังจากที่ได้รับการตรวจสอบแล้วในที่ประชุมผู้ถือหุ้น แจ้งผ่านระบบออนไลน์ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยต้องแล้วเสร็จภายใน 1 เดือน นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมบริษัทควรมีผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาบัญชีที่สามารถช่วยเหลือ และให้คำแนะนำได้ แม้จะเป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการทั้งหมดอยู่แล้ว แต่การมีช่วยย่อมดีกว่าเสมอ</p>
<p><strong>สาเหตุ</strong><strong>ยอดฮิต</strong> <strong>ทำไมบริษัทจำกัดจึงมักปิดงบการเงินไม่ค่อยทัน</strong></p>
<p>Dead line มาถึงช่วงที่ต้องส่งงบการเงินแล้ว แต่ดูเหมือนผู้ประกอบการยังไม่พร้อมการปิดงบใดๆ เลย เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยในบริษัทและห้างหุ้นส่วนที่จดทะเบียนแล้ว ไม่ใช่แค่เรื่องความเป็นมือใหม่ในการก่อตั้งบริษัทเท่านั้น แต่ยังมีปัจจัยแวดล้อมอย่างอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่ของพนักงานบัญชีในบริษัทที่ไม่มีความเป็นมืออาชีพ หรือเจ้าของบริษัทเองที่ล่าช้าในการมอบข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ ทำให้เอกสารไม่สมบูรณ์จนปิดงบไม่ทันเวลานั่นเอง บางครั้งผู้ประกอบการก็เตรียมเอกสารให้เจ้าหน้าที่บัญชีจัดการครบถ้วนแล้ว ทว่าเจ้าหน้าการเงินไม่มีความเป็นมืออาชีพ กลายเป็นว่าสุดท้ายส่งก็ปิดงบการเงินไม่ทันอยู่ดี หรือหลายๆบริษัทอาจเจอปัญหาที่ว่า หลังจากที่มีการจ้างงานสำนักงานบัญชีให้ปิดงบการเงินให้แล้วสำนักงานปิดตัวไป ติดต่อไม่ได้ พนักงานที่ทำบัญชีให้หรือผู้สอบบัญชีถูกเปลี่ยน ทำให้เอกสารการเงินสูญหาย พอไม่ครบถ้วนก็ต้องเริ่มต้นไปทำกันใหม่ ทำให้เสียเวลา การปิดงบล่าช้ามากขึ้นไปอีก</p>
<p>นอกจากนี้ยังพบว่าบางธุรกิจค้างจ่ายค่าทำบัญชี พนักงานบัญชีเลยไม่ทำการส่งงบการเงิน  มีบางรายการที่ตกลงกับผู้ทำบัญชีหรือผู้สอบบัญชีไม่ได้ ทำให้การปิดงบยังไม่สามารถทำได้ตามมา และเหตุที่หนักสุดคือบริษัทที่ปรึกษาบัญชีดังกล่าวดันถูกดำเนินคดีถึงขั้นยึดทรัพย์ ทำให้เอกสารของผู้ประกอบการสูญหายตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุผลใด การส่งงบไม่ทัน ทำให้หลายๆบริษัทต้องเจอกับปัญหาด้านกฎหมายตามมา</p>
<p>เรื่องแบบนี้แก้ไขได้ ด้วยความรอบคอบของผู้ประกอบการเอง เพราะหลักๆ ที่จะเป็นปัญหาเมื่อมีสาเหตุข้างต้นเกิดขึ้นก็คือข้อมูลด้านการต่างๆ ที่เป็นเอกสารสูญหายไป แก้ด้วยการเก็บเอกสารทางบัญชีเอาไว้ที่บริษัทของผู้ประกอบการเองทั้งหมด ไม่ฝากให้สำนักงานบัญชีรับผิดชอบ เวลาเกิดปัญหาที่คาดเดาไม่ได้ขึ้นมา ก็จะได้มีเอกสารเตรียมพร้อมเอาไปขอยื่นปิดงบบัญชีการเงินกับสำนักงานบัญชีแหล่งอื่นได้ทัน</p>
<p><strong>ผลกระทบหากปิดงบหรือยื่นงบการเงินไม่ทัน จะเกิดปัญหาอะไรตามมา ?</strong></p>
<p>ความล่าช้าที่ไม่สามารถยื่นงบการเงินไม่ทัน หรือเกินช่วงเวลาที่กำหนดเอาไว้ตามกฎหมาย จะต้อง &#8220;เสียค่าปรับ&#8221; ตามจำนวนที่ระบุเอาไว้แล้ว โดยสัญญาณเตือนนั้นจะถูกส่งมาในรูปแบบของหมายเรียกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถ้ายังไม่ยอมแก้ไขยื่นงบตามกฎหมายให้เรียบร้อย อาจจะต้องจ่ายค่าปรับสูงถึง 50,000 บาท กันเลยทีเดียว</p>
<p>ในส่วนค่าปรับจะต้องแบ่งจ่ายให้กับ 2 หน่วยงาน คือกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมสรรพากร แน่นอนว่าเงินที่เสียไปไม่ใช่น้อย เพราะมีส่วนที่ต้องชำระเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือน จากยอดที่ต้องชำระจริงด้วย ถ้าติดกันเป็นแบบรายปี ก็จะต้องคูณเข้าไปปีละ 12 เดือนเลยทีเดียว นับไปนับมา ก็ดูจะไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยงนี้เท่าใดนัก อีกทั้งในปัจจุบันกฎหมายยังเพิ่มมาอีกว่า บริษัทไหนที่ไม่ยอมยื่นงบการเงินภายใน 3 ปีติดๆ กัน ถือว่าหมดสิทธิ์ดำเนินกิจการอีกด้วย</p>
<p><strong>แนวทางแก้ปัญหาสำหรับบริษัทที่ปิดงบหรือยื่นงบไม่ทันเวลา</strong><strong>ให้ออกมาราบรื่น</strong></p>
<p>การปิดบัญชีไม่ทัน จะต้องเจอกับค่าปรับเป็นหมายเรียกแจ้งมาตามที่กล่าวเอาไว้ด้านบน กรณีเช่นนี้หลังจากได้รับหมายเรียกแล้ว ให้รีบทำการหาผู้ช่วยจัดทำบัญชีโดยไวที่สุด เพื่อให้งบการเงินอัพเดตเป็นบัญชีปัจจุบัน หมายเรียกนี้จะมีอายุความประมาณ 1 ปี ไม่ว่าจะเป็นของกรมพัฒนาการค้า หรือสรรพกร ให้รีบทำการยื่น เพราะยื่นเร็วในระยะเวลาที่กำหนด ก็จะเสียค่าปรับเพียงแค่ 2,000 บาทเท่านั้น แต่หากล่าช้าไปกว่านี้แล้วล่ะก็ ต้องดูตามข้อกฎหมายที่มีแจ้งเอาไว้อยู่แล้ว ยิ่งนานก็ยิ่งเสียค่าปรับมาก ดังนั้นทางที่ดีเมื่อได้หมายเรียกมา ให้รีบจัดการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ทัน</p>
<p>เมื่อมีการยื่นข้อมูลการเงินที่เป็นปัจจุบันแล้ว ก็ยังไม่ได้หมายความว่าหมายเรียกจะหมดอายุความ เพราะความผิดนี้มีอายุถึง 5 ปี ถ้าผู้ประกอบการไม่อยากนั่งกังวล ก็ให้ทำการจ่ายค่าปรับให้แก่กรมพัฒนาการค้าทั้งหมด 12,000 บาท เพื่อปิดเรื่อง โดยขั้นตอนนี้จะต้องเข้าไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนเข้าไปจ่ายค่าปรับ เพื่อให้รายชื่อถูกเอาออกจากลิสต์บริษัทที่ไม่ส่งงบการเงินประจำปี กลายเป็นต้องเสียทั้งค่าอนุมัติงบการเงินล่าช้า พ่วงไปกับค่ายื่นงบล่าช้าอีก เผลอๆ อาจเจอหมายเรียกค่าปรับสูงสุดถึง 50,000 บาทได้เลยทีเดียว</p>
<p>ส่วนกลุ่มผู้ประกอบการที่ต้องการหยุดการดำเนินธุรกิจ มองเห็นว่าเงินที่ต้องเอาไปปิดเรื่องเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงอยู่พอสมควร ถามว่า ถ้าไม่อยากไปพบตำรวจ เพราะไม่ต้องการทำเรื่องเสียค่าปรับจะได้ไหม? ลองเปรียบเทียบน้ำหนักกันดูว่าถ้าหากเป็นธุรกิจที่เปิดบริษัทเอาไว้เฉยๆ ไม่ได้มีการดำเนินกิจการอะไร ถ้าไม่ไปปิดเรื่อง ข้อดีก็คือไม่ต้องจ่ายค่าปรับ ไม่ต้องปิดบัญชีตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ต้องเสียค่าทำบัญชี ให้กับที่ปรึกษาบัญชี เพราะโดยปกติค่าปิดงบอาจจะดูแพงสำหรับใครหลายๆคน แต่หากลองดูข้อเสียกรณีที่ไม่ยอมเข้าไปพบตำรวจ ไม่ปิดงบการเงิน ค่าใช้จ่ายจะสูงกว่ามาก เป็นความเสี่ยงชนิดที่ไม่คุ้มค่า ให้จำไว้ว่าหากมีเหตุต้องขึ้นโรงขึ้นศาลมา รายชื่อคุณจะลิสต์อยู่ในระบบของตำรวจ กลายเป็นคนที่หมายเรียกไปซะงั้น ส่วนนี้ก็ต้องแก้ไขด้วยการไปขอเจรจา แล้วทางตำรวจก็จะให้เดินทางไปจ่ายค่าปรับที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรณีที่ปล่อยทิ้งไว้จนมีหมายมาถึงเป็นครั้งที่สอง รอบนี้จะไม่ใช่แค่หมายเรียกให้ไปเจรจาแล้ว จะเป็นหมายจับ พอไม่ไปรายงานตัว ก็จะกลายเป็นหมายศาล เป็นคดีความวุ่นวาย เสียน้อยเสียยากตามมา</p>
<p>อีกกลุ่มบริษัทจะเป็นพวกที่จดทะเบียนเป็นบริษัทแล้ว แต่ต้องการจดยกเลิก ทำให้ไม่มีเอกสารปิดงบครั้งที่แล้วเอามาใช้เป็นตัวเปรียบเทียบ การยื่นขอภายในปีนี้จึงไม่ได้ทำ แถมเลยกำหนดด้วย และบริษัทก็ยกเลิกการทำกิจการไปแล้วเช่นกัน ทางออกคือ ถ้าไม่อยากไปติดต่อกับสำนักงานบัญชีเดิม ก็ต้องเริ่มแก้ไขด้วยตัวเองเพื่อให้ทุกอย่างเรียบร้อย ตั้งแต่คัดเอางบการเงินปีที่ยื่นล่าสุดที่กรมพัฒนากิจการค้าหรือที่กรมสรรพากรก็ได้ จัดการทำงบการเงินของปีที่ยังไม่แล้วเสร็จให้เรียบร้อย จากนั้นก็ยื่นข้อมูล โดยเอาส่วนของงบการเงินที่ไปคัดมาใช้เป็นข้อมูลพื้นฐาน ถ้ายื่นล่าช้าก็ต้องทำใจว่าต้องเสียค่าปรับเบื้องต้น พอเรียบร้อยแล้วก็จะสามารถทำการจดยกเลิกบริษัทได้ตามต้องการ</p>
<p>โดยสรุปแบบย่อความจากทั้งหมด เรื่องของการแก้ปัญหาปิดงบไม่ทัน หรือยื่นงบไม่ทันก็ตาม เมื่อได้รับหมายเรียกครั้งแรกก็ควรที่จะเข้าไปจัดการยื่นงบให้เรียบร้อย และทำข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน แนะนำให้ใช้บริการจากสำนักงานบัญชีคุณภาพที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเป็นผู้ช่วยเหลือ เพื่อความรวดเร็วและแม่นยำ การยื่นงบจะได้ไม่ล่าช้ามากเกินไป ทำให้เสียค่าปรับแค่ในส่วนล่าช้าเท่านั้น</p>
<p>ถ้ามีที่ปรึกษาบัญชีที่มีความสามารถเป็นผู้ช่วยให้กิจการของคุณดำเนินไปได้ด้วยดีแล้วล่ะก็ เจ้าของธุรกิจก็อย่าลืมที่จะทำการเตรียมเอกสารรายรับ รายจ่าย ทั้งหมดที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีให้พร้อม เพื่อความรวดเร็วในการปิดงบ และช่วยให้บัญชีถูกบันทึกอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ด้วย</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6138 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-4-1.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-4-1.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-4-1-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-4-1-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88-2/">แนวทางการแก้ปัญหา เมื่อการปิดงบการเงินบริษัทล่าช้า ยื่นไม่ทันเวลาที่กำหนด!</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เพิ่มกำไร ลดสินค้าค้างสต็อก ด้วยการบริหารสต็อกที่ถูกต้อง</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 10:11:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชีสำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาของการทำบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=5931</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความสำเร็จของการบริหารธุรกิจเกือบทุกประเภท นอกจากมีแผนธ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa/">เพิ่มกำไร ลดสินค้าค้างสต็อก ด้วยการบริหารสต็อกที่ถูกต้อง</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6177 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/31.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/31.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/31-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/31-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>ความสำเร็จของการบริหารธุรกิจเกือบทุกประเภท นอกจากมีแผนธุรกิจวางไว้เพื่อเป็นกรอบในการบริหารงานแล้ว ยังขึ้นอยู่กับการวางระบบบัญชีที่ดีด้วย ปัญหาที่ผู้ประกอบการอาจเคยได้ยินหรือเคยประสบมากับธุรกิจของตนเอง ก็คือ “ขายดีแต่ไม่มีกำไร” และยังมีปัญหาสินค้าค้างสต็อก สินค้าหมดอายุหรือมีสินค้าที่บรรจุภัณฑ์หีบห่อชำรุดเสียหายค้างอยู่ในสต็อกเป็นจำนวนมาก ปัญหาเหล่านี้เกิดจากอะไรได้บ้างนั้น เรามาติดตามกัน….</p>
<p><strong>ปัญหาสินค้าค้างสต็อก และข้อผิดพลาดในการบริหาร</strong></p>
<p>ปัญหาสินค้าคงคลังไม่เคลื่อนไหว และมีสินค้าหมดอายุหรือสินค้าชำรุดเสียหายค้างอยู่ในสต็อกนั้น ถือเป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อการบริหารงานในหลาย ๆ ด้าน ทั้งการวางระบบบัญชีและปัญหาของการทำบัญชี จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่เรียกว่า “กิจการขาดทุนกำไร” เพราะมียอดซื้อขายที่มีตัวเลขแสดงผลกำไร แต่ในบัญชีสำหรับผู้บริหารหรือการเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงิน แสดงตัวเลขให้รู้ว่าผลการดำเนินงานนั้น ไม่ได้รับผลกำไรตามที่ควรจะเป็น  สำหรับปัญหาสินค้าค้างสต็อก และข้อผิดพลาดในการบริหาร เกิดได้จากสาเหตุใหญ่ ๆ ดังต่อไปนี้</p>
<p><strong>1.ธุรกิจไม่มีการวางระบบบัญชี</strong></p>
<p>ปัญหาของการทำบัญชี ผู้ประกอบการส่วนหนึ่ง มักเข้าใจผิดว่าเป็นระบบที่เหมาะสำหรับกิจการหรือธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้น ส่วนกิจการเจ้าของคนเดียวหรือร้านค้าปลีกรวมไปถึงธุรกิจ SME บางประเภท อาจไม่ได้ให้ความสำคัญกับการจัดทำบัญชี เนื่องจากกลัวเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะต้องจัดจ้างพนักงานที่มีความรู้มาจัดทำบัญชี  ปัญหาในข้อนี้อาจทำให้มีสินค้าคงเหลือค้างอยู่ในสต็อกเป็นจำนวนมากเนื่องจากขาดข้อมูลทางบัญชี  ทำให้มีต้นทุนในการดำเนินงานสูงหรือต้องมีเงินทุนหมุนเวียนมากขึ้น  และปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นได้ก็คือ มีสินค้าหมดอายุหรือสินค้าเสื่อมสภาพอยู่ในสต็อก ส่งผลทำให้ธุรกิจขาดทุนมากขึ้นหรือมีผลกำไรน้อยลง</p>
<p>ความสำคัญของการวางระบบบัญชี ก็คือทำให้ผู้ประกอบการมีแหล่งข้อมูลของธุรกิจ ซึ่งตัวเลขต่าง ๆ จะแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปของกิจการ เช่น มีสินค้าคงเหลืออยู่ในคลังหรือในสต็อกที่ต้องรีบบริหารเพื่อระบายสินค้ามีจำนวนเท่าไหร่ หรือ มีสินค้าใกล้หมดอายุต้องรีบนำออกมาจัดโปรโมชั่นมากน้อยเพียงใด สำหรับการจัดทำบัญชีให้เป็นระบบ ในความเป็นจริง อาจจัดทำบัญชีหรือบันทึกบัญชีแบบง่าย ๆ ตามความเข้าใจที่ผู้ประกอบการสามารถทำได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องมีความรู้ด้านการจัดทำบัญชีมาก่อน  หรืออาจจัดจ้างบริษัทหรือจ้างสำนักงานบัญชีมาวางระบบบัญชีให้ในเบื้องต้น ซึ่งวิธีนี้จะได้รูปแบบบัญชีที่ตรงตามมาตรฐานและเหมาะสมกับขนาดของธุรกิจนั้น ๆ<strong> </strong></p>
<p><strong>2.จัดทำบัญชีไม่เป็นปัจจุบัน</strong></p>
<p>บางกิจการอาจมีการวางระบบบัญชี หรือมีบัญชีสำหรับผู้บริหารอยู่แล้ว แต่ไม่มีการบันทึกบัญชีให้เป็นปัจจุบัน ไม่มีการจดบันทึกรายรับรายจ่ายในแต่ละวัน และไม่มีการจัดทำบัญชีแยกประเภทซึ่งส่งผลให้การจัดทำทะเบียนสินค้าผิดพลาดหรือมียอดคงเหลือในสต็อกไม่เป็นปัจจุบันและไม่ตรงกับความเป็นจริง ปัญหาของการบันทึกบัญชีไม่เป็นปัจจุบัน ขาดการจัดทำบัญชีอย่างสม่ำเสมอ ข้อมูลตัวเลขที่ได้มักมีความคลาดเคลื่อน ก็จะส่งผลให้การบริหารธุรกิจมีความผิดพลาดตามไปด้วย</p>
<p><strong>3.การบริหารบกพร่องไม่มีการตรวจนับสินค้า</strong></p>
<p>ความบกพร่องในการบริหารที่ไม่มีการตรวจนับสินค้า นอกจากเป็นผลมาจากไม่จัดทำบัญชีทำให้ไม่มีตัวเลขให้ตรวจสอบ การไม่วางแผนธุรกิจให้มีการตรวจนับสินค้า ผู้ประกอบการจะไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าสินค้าชนิดไหนประเภทใดขายดี สินค้าชนิดใดขายไม่ดี และเป็นสินค้าตกค้างใกล้หมดอายุ หรือเป็นสินค้าเสื่อมคุณภาพที่ควรคัดแยกออก ผลเสียที่เกิดจากการไม่ตรวจนับสินค้าก็คือทำให้กำไรส่วนหนึ่งจมอยู่กับสินค้า  เมื่อการเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงินเรียบร้อย ตัวเลขแสดงผลกำไรออกมาก็จะไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะต้องหักสินค้าคงเหลือทำให้เงินสดลดลงไป ปัญหานี้เรียกกันว่า “ผลประกอบการขาดทุนกำไร”</p>
<p><strong>การบริหารสต็อกที่ถูกต้อง ช่วยเพิ่มผลกำไร</strong></p>
<p>การบริหารกิจการให้ประสบความสำเร็จ ส่วนหนึ่งมาจากการมีแผนธุรกิจ และการจัดวางระบบบัญชี ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้ช่วยให้การบริหารสต็อกสินค้ามีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ทำให้ผู้ประกอบการสามารถระบายสินค้าออกไปอย่างเป็นระบบ ทั้งจัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม หรือทำกิจกรรมด้านการตลาดในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อระบายสินค้าที่ใกล้หมดอายุ ช่วยลดปัญหาสินค้าเสื่อมสภาพหรือหมดอายุก่อนวางขาย ส่วนสินค้าตกค้างที่ตรวจพบยังสามารถเร่งขายออกไปเพื่อให้ได้เงินสดเข้ามาแทน นอกจากนั้นตัวเลขที่ได้จากการจัดทำบัญชี ยังช่วยให้ผู้ประกอบการคำนวณต้นทุนสินค้าได้ถูกต้อง และมีโอกาสได้รับผลกำไรเพิ่มมากขึ้น<strong> </strong></p>
<p><strong>บทสรุป</strong></p>
<p>กิจการที่ประสบความสำเร็จ จากการบริหารสต็อกอย่างถูกต้อง  จะช่วยลดสินค้าค้างสต็อกและทำให้มีผลกำไรเพิ่มมากขึ้น ส่วนสำคัญมาจากข้อมูลตัวเลขที่เกิดจากการแผนธุรกิจ และจัดวางระบบบัญชีของกิจการ ทำให้มีตัวเลขทางบัญชีสำหรับผู้บริหาร นำไปใช้ในการบริหารสต็อกได้อย่างถูกต้อง และทำให้สินค้ามีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยหลักสำคัญในการจัดทำบัญชีสำหรับผู้ประกอบการก็คือการบันทึกบัญชีทุกวัน  เพื่อให้ข้อมูลตัวเลขที่นำไปใช้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ</p>
<p>บทความนี้น่าจะทำให้เจ้าของกิจการหลาย ๆ คนเข้าใจการบริหารสต็อกมากยิ่งขึ้น ซึ่งการบริหารสต็อกที่ดีนั้นจะช่วยเพิ่มผลกำไรให้กับกิจการของคุณได้อย่างแน่นอน สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่ต้องการความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริหารสต็อกที่ถูกต้อง เพื่อลดสินค้าค้างสต็อก ลองเข้ามาติดต่อสอบถามกับทีมงานของ Scholar Accounting กันดูก่อน รับรองว่าคุณจะได้รับความรู้และข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6179 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/33.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/33.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/33-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/33-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa/">เพิ่มกำไร ลดสินค้าค้างสต็อก ด้วยการบริหารสต็อกที่ถูกต้อง</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แหล่งหานักบัญชีเก่งๆ</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%86-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 09:44:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชีสำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาของการทำบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=5925</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; สำหรับเจ้าของธุรกิจ คงเข้าใจดีว่าการจัดทำบัญชีนั [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%86-2/">แหล่งหานักบัญชีเก่งๆ</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6165 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/20.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/20.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/20-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/20-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>สำหรับเจ้าของธุรกิจ คงเข้าใจดีว่าการจัดทำบัญชีนั้นมีความสำคัญต่อกิจการขนาดไหน เนื่องจากข้อมูลทางบัญชีนั้นสามารถนำไปจัดทำเป็นบัญชีสำหรับผู้บริหาร เพื่อใช้ตรวจสอบผลการดำเนินงานของบริษัท รวมไปถึงนำมาใช้ปรับปรุงแก้ไขแผนธุรกิจของกิจการให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนต้องอาศัยข้อมูลทางบัญชีทั้งสิ้น ฉะนั้น หากเกิดปัญหาของการทำบัญชีขึ้นมา อาจจะส่งผลเสียต่อกิจการได้ การได้นักบัญชีเก่ง ๆ มาช่วยวางระบบบัญชีและวางแผนภาษี จึงเป็นความต้องการสำหรับทุกกิจการ เพราะงานบัญชีเป็นงานที่ละเอียดมาก ข้อมูลทุกอย่างต้องถูกต้อง และต้องตรงต่อเวลาอีกด้วย แต่การจะหานักบัญชีที่เก่ง ๆ นั้นต้องอาศัยประสบการณ์และการสังเกตพอสมควรเลยทีเดียว  ซึ่งแนวทางในการค้นหานักบัญชีเก่ง ๆ จะมีรายละเอียดที่น่าสนใจอย่างไรบ้างนั้น เราลองมาติดตามดูกัน….</p>
<p><strong>คุณสมบัติของนักบัญชีเก่งเป็นอย่างไร</strong></p>
<p>นักบัญชีที่เก่งจะไม่ใช่เป็นเพียงพนักงานระดับปฏิบัติการคนหนึ่งของกิจการ แต่จะเป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งขององค์กรเลยทีเดียว ดังนั้น คนเก่งที่กิจการต้องการจึงต้องเก่งในหลายด้าน ดังนี้</p>
<ol>
<li>มีความรอบรู้ในหลักวิชาการทางบัญชีแบบครบวงจร คือ รอบรู้ในเรื่องของบัญชี และต้องเข้าใจลักษณะของกิจการอย่างผู้บริหาร ถึงจะสามารถนำความรู้ด้านระบบบัญชีมาใช้กับกิจการได้อย่างเหมาะสมและเป็นประโยชน์สูงสุด</li>
<li>มีความสามารถในการบริหารจัดการงานบัญชีอย่างเป็นระบบ งานบัญชีนั้นมีหลายระดับ ตั้งแต่ระดับปฏิบัติการ, การลงบัญชีรายวัน, บัญชีแยกประเภท รวมไปถึงบัญชีสินค้า ซึ่งนักบัญชีที่เก่งจะต้องมี ความละเอียดรอบคอบ เนื่องจากข้อมูลด้านตัวเลขเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนไม่ได้</li>
<li>เป็นคนใฝ่รู้ มีพัฒนาการด้านองค์ความรู้ทางบัญชีอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงเปิดใจรับความรู้ด้านเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่นำมาประยุกต์ใช้กับการวางระบบบัญชี ดังนั้นนักบัญชีที่เก่งจะต้องมีการติดตามข่าวสารด้านการบัญชี ตลอดจนความรู้ด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งความรู้ใหม่ ๆ เหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อการวางระบบบัญชีของกิจการเป็นอย่างมากเลยทีเดียว</li>
<li>เป็นคนที่มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่อย่างซื่อตรงและจงรักภักดีต่อองค์กร คนเก่งจะเป็นประโยชน์ต่อกิจการก็ต่อเมื่อนำความรู้ความสามารถนั้นมาใช้เพื่อกิจการ ไม่ใช่นำความรู้มาใช้อย่างพลิกแพลงเพื่อเก็บผลประโยชน์เข้าตัวเอง ดังนั้น ความซื่อสัตย์และความจงรักภักดีต่อองค์กรจึงเป็นเรื่องสำคัญ คนเก่งที่ขายข้อมูลให้คู่แข่งหรือนำข้อมูลออกไปเผยแพร่จนกิจการได้รับความเสียหาย ย่อมไม่ใช่คนเก่งที่กิจการต้องการ นอกจากนั้นยังต้องมีความอดทน ตรงเวลา โดยเฉพาะงานด้านบัญชีจะมีช่วงงานเร่ง งานด่วน ซึ่งต้องทำให้เสร็จตรงเวลาในช่วงปิดบัญชี หรือช่วงเวลาที่กิจการจะต้องยื่นงบการเงินต่อกรมสรรพากรเพื่อเสียภาษีตามที่กฎหมายได้ระบุไว้ เป็นต้น</li>
<li>มีความสามารถทางการสื่อสาร งานบัญชีนั้นจะต้องทำงานร่วมกับหลาย ๆ ฝ่ายในองค์กร ดังนั้น นักบัญชีที่ดีจะต้องสามารถอธิบายข้อมูลทางบัญชีที่เป็นเรื่องยากสำหรับคนทั่วไปให้เป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายได้ ดังนั้นทักษะด้านการสื่อสารจึงถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ</li>
<li>มีทัศนคติที่ดีเยี่ยมต่องานที่ตัวเองรับผิดชอบ งานด้านบัญชีมักจะมีปัญหาเกิดขึ้นเสมอในช่วงเวลาที่ดำเนินการจัดทำบัญชี นักบัญชีที่เก่งจะมองปัญหาว่าไม่ใช่ปัญหา ซึ่งเป็นเรื่องที่สามารถแก้ไขได้ และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ทันเวลาอยู่เสมอ</li>
<li>มนุษยสัมพันธ์ดี ไม่ว่าจะเป็นในระดับครอบครัวหรือสังคม คนที่ทำงานในตำแหน่งที่สำคัญไม่ควรมีปัญหาครอบครัวหรือปัญหาด้านการปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานด้วยกัน เพราะเรื่องวุ่นวายในชีวิตจะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง</li>
</ol>
<p><strong>นักบัญชีเก่งๆ ต้องการอะไรในชีวิต</strong></p>
<p>สำหรับเจ้าของกิจการส่วนใหญ่มักจะตั้งความหวังอยู่เสมอว่าจะต้องได้นักบัญชีที่เก่งมาทำงานให้แก่กิจการของตนเอง แต่ปัญหาก็คือจะไปหาคนเหล่านั้นได้จากที่ไหน ปัจจัยอย่างหนึ่งที่ช่วยได้คือ การวิเคราะห์ให้รู้ว่า คนเหล่านั้นต้องการอะไรในชีวิต เพื่อจะรู้แนวทางที่จะจูงใจนักบัญชีเก่ง ๆ เหล่านี้มาร่วมงานกับองค์กร</p>
<ol>
<li>คนเก่งและดีย่อมแสวงหาโอกาสที่จะพัฒนาตัวเองอย่างเป็นระบบ ไม่มีคนเก่งคนไหนอยากย่ำอยู่กับที่ ทุกคนหาความเจริญก้าวหน้าอยู่เสมอ เงินเดือนที่สูงและการทำงานกับบริษัทที่มีความมั่นคง จะช่วยสนับสนุนให้ชีวิตมีความก้าวหน้าได้</li>
<li>บรรยากาศการทำงานที่มีความสุข เนื่องจากงานบัญชีเป็นงานที่ค่อนข้างเครียด ดังนั้นนักบัญชีจึงต้องการทำงานในบรรยากาศที่ดีและมีความสบายใจเพื่อให้งานออกมาอย่างมีประสิทธิภาพและไม่เกิดความผิดพลาด บริษัทจึงต้องสร้างบรรยากาศที่ดีและมีสิ่งแวดล้อมที่สนับสนุนการทำงานเพื่อให้นักบัญชีเก่ง ๆ อยากทำงานที่บริษัทนี้ไปอีกนาน ๆ</li>
</ol>
<p><strong>จะหานักบัญชีเก่งๆ ได้จากไหน</strong></p>
<p>ทุกบริษัทต่างก็ต้องการนักบัญชีเก่ง ๆ มาทำงานด้วยทั้งนั้น แต่การจะหานักบัญชีเก่ง ๆ มาร่วมงานก็เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลยเพราะคนเก่งนั้นมีน้อยและมีบริษัทมากมายที่อยากได้คนเหล่านี้ไปร่วมงาน ดังนั้นเราจะมาแนะนำช่องทางในการหานักบัญชีเก่ง ๆ มาให้ได้ทราบกัน ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถหานักบัญชีที่มีความสามารถมาทำงานด้วยได้เร็วและง่ายขึ้น อีกทั้งยังมั่นใจได้ว่าเป็นนักบัญชีที่มีความสามารถสูงอย่างแน่นอน</p>
<ol>
<li><strong>Headhunters</strong> <strong>–</strong> บริษัท Headhunters เป็นมืออาชีพในด้านการหาคนเก่งที่เหมาะกับงาน เพราะบริษัทเหล่านี้จะมีฐานข้อมูลของคนทำงานทุกระดับและคอนเนคชั่นต่าง ๆ ที่กว้างขวาง อีกทั้งยังมีประสบการณ์สูงในการหาคนทำงานให้เหมาะกับงาน ทำให้การหานักบัญชีเก่ง ๆ เป็นเรื่องที่ไม่ยากเลย</li>
<li><strong>เพื่อนที่เก่ง ๆ ในวงการบัญชีแนะนำ</strong> <strong>–</strong> คนเก่งย่อมจะรู้จักกับคนเก่งด้วยกัน ดังนั้นการให้เพื่อนที่เก่ง ๆ ช่วยแนะนำนักบัญชีที่มีทักษะสูงให้จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ได้ผลดีไม่น้อย เพราะคนเก่งเหล่านี้จะมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกันอยู่เป็นประจำ ซึ่งบริษัทใหญ่ ๆ ที่มีชื่อเสียงสมัยนี้นิยมใข้วิธีนี้กันในการรับคนเข้ามาทำงานกันเป็นจำนวนมาก</li>
<li><strong>สำนักงานบัญชี</strong><strong> –</strong> สำนักงานบัญชีที่มีชื่อเสียงเป็นแหล่งรวมของนักบัญชีเก่ง ๆ ฝีมือดี เพราะไม่ว่าใครต่างก็ต้องการทำงานในบริษัทที่มีชื่อเสียงเพื่อเป็นการสร้างเครดิตให้กับตนเองและบริษัทเองก็ต้องการรักษาชื่อเสียงและมาตรฐานของตนเองเช่นกัน ดังนั้นจึงต้องเข้มงวดในการรับคนเข้ามาทำงาน นักบัญชีที่ทำงานในบริษัทเหล่านี้จึงการันตีได้ส่วนหนึ่งว่ามีทักษะและความสามารถสูง</li>
<li><strong>ปัญญาประดิษฐ์ </strong><strong>(AI) –</strong> เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าในปัจจุบันทำให้มีการพัฒนาระบบ AI ที่มีความสามารถในการค้นหาคนทำงานที่มีความสามารถและเหมาะสมกับงาน รวมถึงการหานักบัญชีเก่ง ๆ ตามคุณสมบัติที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการใช้ AI ช่วยหานักบัญชีที่มีทักษะสูงจะทำให้ประหยัดเวลาในการค้นหาและทำให้ได้คนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมได้เร็วขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาสัมภาษณ์และประหยัดค่าใช้จ่ายในการจ้าง Headhunter หรือลงประกาศรับสมัครงาน</li>
</ol>
<p>นักบัญชีเก่ง ๆ ที่กิจการต้องการ ไม่ใช่เก่งด้วยความรู้หรือมีความสามารถเท่านั้น แต่ต้องเก่งในด้านการบริหารจัดการ รวมไปถึงมีจรรยาบรรณของนักบัญชีที่ดีอีกด้วย ซึ่งสามารถหาได้หากคุณยกระดับกิจการของคุณให้ได้ตามมาตรฐานที่นักบัญชีเก่ง ๆ เหล่านั้นต้องการ ในโอกาสหน้าหากเราไปเจอข้อมูลหรือความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องราวของวงการบัญชีเช่นนี้อีก ทาง Scholar Accounting ก็จะหยิบมาทำเป็นสรุปแบบสั้น ๆ ง่าย ๆ มาให้อ่านกันอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6181 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%86-2/">แหล่งหานักบัญชีเก่งๆ</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นักบัญชีกับนักบัญชีภาษีคนเดียวกันไหม</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 09:12:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชีสำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนภาษี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=5906</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; กิจการในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กของคนร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9/">นักบัญชีกับนักบัญชีภาษีคนเดียวกันไหม</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6163 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/18.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/18.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/18-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/18-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>กิจการในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กของคนรุ่นใหม่ มักอาศัยสำนักงานบัญชีและที่ปรึกษาบัญชี เข้ามาช่วยในการวางระบบบัญชี การวางแผนภาษี และการวางแผนบัญชี รวมไปถึงการจัดทำรายงานบัญชีสำหรับผู้บริหารให้กับกิจการกันมากขึ้น ซึ่งหนึ่งในคำถามยอดฮิตของคนทั่วไปที่มักจะได้ยินอยู่เสมอ นั่นก็คือ <strong>“นักบัญชี”</strong> กับ <strong>“นักบัญชีภาษี” </strong>นั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร แน่นอนว่านักบัญชีทั้งสองแบบย่อมมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง ซึ่งความแตกต่างที่ว่านี้…จะแตกต่างกันอย่างไรนั้น เราจะมาเจาะลึกถึงรายละเอียดของนักบัญชีทั้งสองแบบนี้กัน</p>
<p><strong>นักบัญชีกับนักบัญชีภาษีเหมือนหรือต่างกันอย่างไร</strong></p>
<p>เราลองมาเปรียบเทียบนักบัญชีทั้งสองแบบนี้กันดูว่านักบัญชีแต่ละแบบมีความแตกต่างกันอย่างไร</p>
<p>นักบัญชี หมายถึง เจ้าหน้าที่หรือพนักงานที่ทำงานเกี่ยวกับบัญชี ตั้งแต่เก็บรวบรวมเอกสารและบันทึกรายการตามระบบบัญชี และอาจรวมไปถึงการประสานงานกับพนักงานแผนกอื่น ๆ ที่ทำงานเชื่อมโยงกันในเรื่องที่เกี่ยวกับบัญชี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการกระจายงาน หรือการกำหนดบทบาทหน้าที่ของแต่ละกิจการด้วย ในบางครั้งแค่บันทึกบัญชีรายวัน ก็ได้ชื่อว่าเป็นนักบัญชีแล้ว</p>
<p>ส่วนนักบัญชีภาษี หมายถึง นักบัญชีที่ทำหน้าที่ครอบคลุมในเรื่องที่เกี่ยวกับภาษีอากรของกิจการ ซึ่งกฎหมายภาษีที่นักบัญชีภาษีต้องเรียนรู้คือ กฎหมายภาษีตามประมวลรัษฎากร เพราะเกี่ยวเนื่องกับเรื่องของเงินเดือนพนักงาน, การหักภาษี ณ ที่จ่าย, เงินสมทบกองทุน รวมไปถึงต้องยื่นส่งงบการเงินต่อกรมสรรพากรให้ทันตามที่กฎหมายได้ระบุไว้</p>
<p>จะเห็นได้ว่าถ้าพิจารณาในมุมของขอบเขตความรับผิดชอบแล้ว นักบัญชีภาษีจะต้องมีความรับผิดชอบในเรื่องที่เกี่ยวกับภาษีอากรของกิจการ แต่นักบัญชีทั่วไปอาจไม่ต้องทำงานที่เกี่ยวข้องในด้านของภาษีเลยก็ได้</p>
<p><strong>นักบัญชีกับนักบัญชีภาษีควรเป็นคนเดียวกันไหม</strong><strong><br />
</strong>เจ้าของกิจการอาจจะสงสัยว่าระหว่างจ้างนักบัญชีคนเดียวทำหน้าที่เป็นทั้งนักบัญชีและนักบัญชีภาษี หรือจ้างแยกกันอย่างไหนดีกว่ากัน แบบไหนคุ้มกว่ากัน แน่นอนว่าทั้งสองแบบนั้นก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งรูปแบบการจ้างนักบัญชีทั้งสองวิธีนี้มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันอย่างไรบ้างนั้น มาติดตามกัน….</p>
<p>ถ้าเป็นคนเดียวกัน มีข้อดีคือ กิจการประหยัดค่าจ้างและนักบัญชีสามารถบริหารจัดการบัญชีและภาษีไปในทิศทางเดียวกันได้ ส่วนข้อเสียนั้น ได้แก่ ภาวะความกดดันที่อาจเกิดขึ้นกับตัวนักบัญชีเอง เนื่องจากงานล้นมือ รวมถึงงานบางอย่างจำกัดด้วยเวลา เมื่อหันไปทำงานอย่างหนึ่งให้ทัน อาจทำให้ข้ามรายละเอียดงานส่วนอื่นไป ทำให้คุณภาพของผลงานที่ทำออกมามีมาตรฐานต่ำกว่าที่ควรจะเป็น</p>
<p>ส่วนข้อดีของการใช้นักบัญชีกับนักบัญชีภาษีเป็นคนละคนก็คือ แต่ละคนได้เอาใจใส่เฉพาะงานที่ตนเองรับผิดชอบ และมุ่งพัฒนาในงานด้านเดียว โอกาสผิดพลาดในการทำงานน้อยลง อีกทั้งการใช้คนสองคนทำงานช่วยตรวจสอบซึ่งกันและกัน จะช่วยให้ผลงานที่ทำออกมามีคุณภาพดี ส่วนข้อเสียก็คือ ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น และปัญหาความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นได้ หากทำงานไม่เข้าใจกัน</p>
<p><strong>ทักษะที่จำเป็นต้องมีของนักบัญชีและนักบัญชีภาษี</strong><strong><br />
</strong>เมื่อเรื่องของภาษีเข้ามาเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจตามข้อบังคับของกฎหมายไทย เจ้าของกิจการเมื่อจ้างพนักงานบัญชีเข้ามาทำบัญชีของกิจการแล้ว มักคาดหวังว่า นักบัญชีจะต้องทำได้ทุกเรื่องที่ทางกิจการต้องการ คือคาดหวังว่า นักบัญชีจะต้องมีความรู้ ความสามารถและมีคุณธรรม ในส่วนของความรู้ความสามารถนั้น เจ้าของกิจการมุ่งหวังว่านักบัญชีต้องมีความรู้ต่อไปนี้</p>
<ol>
<li><strong>ด้านการบัญชี</strong> เรื่องนี้แน่นอนว่า จ้างนักบัญชีก็ต้องหวังเรื่องความรู้ด้านนี้ นักบัญชีจะต้องสามารถทำบัญชีได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน รวมไปถึงประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบัญชีได้ ถ้าจ้างที่ปรึกษาบัญชีก็คาดหวังว่าจะทำงานเป็นที่ปรึกษาได้ดีในการรักษาผลประโยชน์ของกิจการให้ได้มากที่สุด</li>
<li><strong> ด้านคอมพิวเตอร์</strong> เนื่องจากปัจจุบันการบันทึกบัญชีมักใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางบัญชีเข้ามาช่วย ผู้จ้างจึงคาดหวังว่านักบัญชีที่จ้างมาจะสามารถทำงานตามโปรแกรมที่ทางกิจการมีได้อย่างราบรื่น รวมถึงหากจะต้องปรับเพิ่มในอนาคตก็สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้</li>
<li><strong> ความรู้ทางด้านภาษีอากร</strong> กิจการที่เป็นนิติบุคคลมีหน้าที่ต้องเสียภาษีตามกฎหมาย เจ้าของกิจการมักคาดหวังว่านักบัญชีจะต้องสามารถรับภาระในเรื่องของการติดต่อชำระภาษีได้อย่างถูกต้องตามที่กฎหมายระบุไว้ เพื่อไม่ให้โดนค่าปรับย้อนหลัง</li>
<li><strong>ความรู้ความสามารถด้านภาษาต่างประเทศ</strong> ถ้าให้เลือกระหว่างนักบัญชีที่มีความสามารถด้านภาษาอังกฤษอย่างดีกับคนที่ได้เฉพาะภาษาไทย แน่นอนว่า เจ้าของกิจการต้องเลือกคนที่รู้หลายภาษา เพราะหากจำเป็นต้องใช้ก็ไม่ต้องอาศัยล่ามที่อาจทำให้การสื่อสารไม่ชัดเจนเพราะความรู้ด้านบัญชีเป็นความรู้เฉพาะทาง มีศัพท์เทคนิคเฉพาะอยู่มากมาย</li>
</ol>
<p>ดังนั้น การจะสรุปว่านักบัญชีและนักบัญชีภาษีควรเป็นคนเดียวกันหรือไม่ จึงควรขึ้นอยู่กับเงื่อนไขต่าง ๆ  เช่น ขนาดของกิจการ ปริมาณงาน และความสามารถของพนักงานบัญชีนั่นเอง ในโอกาสหน้าหากเราไปเจอข้อมูลหรือความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องราวของวงการบัญชีเช่นนี้อีก ทาง Scholar Accounting ก็จะหยิบมาทำเป็นสรุปแบบสั้น ๆ ง่าย ๆ มาให้อ่านกันอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6182 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/36.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/36.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/36-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/36-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9/">นักบัญชีกับนักบัญชีภาษีคนเดียวกันไหม</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รู้เขารู้เรา การวางแผนด้านภาษีของธุรกิจออนไลน์</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%94/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 07:48:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชีสำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีขายของออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีผู้ค้าออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีย้อนหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีร้านค้า]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีร้านค้าออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีแม่ค้าออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนภาษี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=5843</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจุบันตลาดซื้อขายออนไลน์ เป็นตลาดที่มีอนาคตสดใสและมีก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%94/">รู้เขารู้เรา การวางแผนด้านภาษีของธุรกิจออนไลน์</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6162 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/17.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/17.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/17-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/17-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>ปัจจุบันตลาดซื้อขายออนไลน์ เป็นตลาดที่มีอนาคตสดใสและมีการเติบโตขึ้นอย่างมาก ไม่ว่าใครต่างก็สามารถซื้อขายของออนไลน์ได้อย่างสะดวกง่ายดายผ่านสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ ดังนั้น จึงมีเจ้าของธุรกิจจำนวนมากที่ทำธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์และกิจการไปได้ดีจนมีรายได้มากถึงเกณฑ์ที่จะต้องเสียภาษี ซึ่งการเสียภาษีของธุรกิจออนไลน์นั้นก็ต้องมีการวางแผนไม่ต่างจากการทำธุรกิจออฟไลน์ ดังนั้นเราจึงต้องมาเรียนรู้ถึงขั้นตอนการวางแผนภาษีเพื่อให้ธุรกิจออนไลน์ของเราไม่เสียสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี และเสียภาษีในจำนวนที่สมเหตุสมผล ไม่ต้องเสียเงินไปกับค่าใช้จ่ายด้านภาษีที่เราสามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้</p>
<p><strong>การวางแผนด้านภาษีของธุรกิจออนไลน์ คืออะไร</strong></p>
<p>การวางแผนด้านภาษีของธุรกิจออนไลน์ ไม่ใช่การโกงภาษีหรือหาช่องทางในการหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษี แต่เป็นการวางแผนใช้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีต่าง ๆ อย่างคุ้มค่า และไม่ทำในสิ่งที่ผิดพลาดจนทำให้ต้องเสียค่าปรับหรือต้องจ่ายเงินชำระภาษีมากเกินความจำเป็น ซึ่งเงินที่ไม่ต้องจ่ายภาษีส่วนเกินเหล่านี้ก็สามารถนำมาลงทุนต่อยอดหรือหมุนเวียนธุรกิจให้ดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น</p>
<p><strong>ถ้าธุรกิจออนไลน์ไม่จ่ายภาษีจะเกิดอะไรขึ้น</strong></p>
<p>เจ้าของธุรกิจออนไลน์ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนด จะต้องเสียภาษีตามกฎหมายเช่นเดียวกับเจ้าของธุรกิจและเจ้าของกิจการอื่น ๆ ซึ่งธุรกิจออนไลน์นั้นสามารถตรวจสอบภาษีได้ไม่ยาก ดังนั้นการจดทะเบียนธุรกิจและเสียภาษีให้ถูกต้องย่อมเป็นผลดีกว่า เพราะหากหลีกเลี่ยงไม่เสียภาษีอาจจะโดนปรับให้จ่ายเงินเพิ่มและต้องจ่ายเบี้ยปรับด้วย ซึ่งจำนวนเงินที่จ่ายเพิ่มนี้จะคิดในอัตราเดือนละ 1.5% ของภาษีที่ต้องจ่ายนับตั้งแต่วันที่เลยกำหนดให้ยื่นภาษี จนถึงวันที่จ่ายเงินครบซึ่งเงินที่ต้องจ่ายเพิ่มนี้จะไม่เกินยอดภาษีที่ต้องจ่าย ส่วนค่าปรับในกรณีที่ไม่ยื่นภาษีตามที่กำหนดจะคิดในอัตรา 2 เท่าของเงินภาษีที่ต้องจ่าย เช่น มีภาษีที่ต้องจ่ายเป็นจำนวน 1 แสนบาท หากผิดกำหนดชำระภาษีโดยไม่จ่ายเลยเป็นเวลา 1 ปี จะต้องจ่ายภาษีในอัตรา 2 แสนบาท เป็นต้น</p>
<p><strong>วิธีวางแผนเสียภาษีออนไลน์ให้ถูกต้องและคุ้มค่า</strong></p>
<p>การวางแผนเสียภาษีของธุรกิจออนไลน์ ต้องเริ่มต้นจากการเลือกรูปแบบของธุรกิจที่ถูกต้อง โดยมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ</p>
<p><strong>1.กิจการร้านค้าออนไลน์ที่มีเจ้าของคนเดียว</strong> ซึ่งต้องจดทะเบียนพาณิชย์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้านับตั้งแต่ 30 วันหลังจากเริ่มประกอบธุรกิจ ธุรกิจประเภทนี้มีความสะดวกตรงที่ไม่ต้องจัดเก็บเอกสาร เพราะสามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ในอัตรา 80% ทันที และไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายแฝงในด้านบัญชีรวมถึงเอกสาร อีกทั้งยังสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามสิทธิปกติ เช่น LTF/RMF และประกันชีวิต</p>
<p><strong>2.กิจการแบบนิติบุคคล</strong> กิจการแบบนี้มีอยู่ด้วยกัน 3 ประเภทคือ ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัด ซึ่งการจดทะเบียนธุรกิจแบบนี้เหมาะสำหรับกิจการที่มีรายได้ตั้งแต่ 800,000–1 ล้านบาทขึ้นไป โดยอัตราภาษีของกิจการประเภทนี้จะอยู่ที่ 0-20%</p>
<p>เมื่อเลือกประเภทของกิจการที่เหมาะสมสำหรับการจดทะเบียนพาณิชย์แล้ว ก็จัดการภาษีและ<strong>วางระบบบัญชี</strong>อย่างเป็นระบบด้วยวิธีการดังต่อไปนี้</p>
<p>1.จดบัญชีรายรับรายจ่ายอย่างรอบคอบ พร้อมทั้งเก็บหลักฐานค่าใช้จ่ายทุกอย่างที่เกิดขึ้นซึ่งประกอบไปด้วยใบเสร็จใบกำกับภาษี ให้เป็นระเบียบเพื่อง่ายต่อการตรวจสอบ ซึ่งหากไม่ค่อยแน่ใจหรือคิดว่ามีความรู้ไม่เพียงพอ สามารถปรึกษา <strong>ที่ปรึกษาบัญชี</strong>เพื่อช่วยในการ<strong>วางแผนบัญชี</strong>อย่างเป็นระบบได้</p>
<p>2.บันทึกข้อมูลสินค้าเข้า-ออก และสินค้าคงเหลืออย่างละเอียด ซึ่งการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการจัดการจะทำให้การบันทึก ตลอดจนการตรวจสอบความถูกต้องทำได้ง่ายและประหยัดเวลาขึ้น หากมีสินค้าเสียหายจำนวนมาก ทางร้านไม่ควรทำลายเอง ควรแจ้งเจ้าหน้าที่สรรพากรมาร่วมสังเกตการทำลายสินค้า มิเช่นนั้น สินค้าที่หายไปจะถือว่าเป็นยอดขายของทางร้าน</p>
<p>3.กิจการที่มีรายได้มากกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องมีการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่ว่าคุณจะจดทะเบียนธุรกิจแบบใดทั้งแบบกิจการเจ้าของคนเดียวหรือนิติบุคคล หากมีรายได้ถึงเกณฑ์ตามนี้ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งสิ้น ดังนั้นหากมีรายได้เกิน 1.8 ล้านเมื่อไหร่ต้องรีบจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่มีรายได้เกินเกณฑ์ที่กำหนด</p>
<p>4.ยื่นรายการภาษีปีละ 2 ครั้งตามที่กฎหมายกำหนดคือ ช่วงกลางปีและสิ้นปี</p>
<p>5.อย่าลืมติดตามข่าวสารเพื่อจะได้ไม่พลาดสิทธิในการลดหย่อนต่าง ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจและการวางแผนเสียภาษี</p>
<p>6.ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับด้าน<strong>บัญชีสำหรับผู้บริหาร</strong>เพื่อจะได้ดูแลและวางแผนบัญชีอย่างรอยคอบรัดกุมและเป็นประโยชน์ในการ<strong>วางแผนภาษี</strong></p>
<p><strong>เคล็ดลับวางแผนการทำบัญชีเพื่อไม่ให้เสียภาษีมากเกินความจำเป็น</strong></p>
<ul>
<li>อย่านำค่าใช้จ่ายส่วนตัวมารวมกับการทำธุรกิจเด็ดขาด เพราะหากจ่ายเงินทุกอย่างด้วยเงินของบริษัทโดยที่รายจ่ายส่วนตัวนั้นไม่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจ เช่น ค่าตั๋วเครื่องบิน, ค่าเดินทางท่องเที่ยวโดยไม่เกี่ยวกับการทำธุรกิจ ช็อปปิ้ง และซื้อของส่วนตัว เป็นต้น เพราะจะทำให้เสียภาษีเพิ่มขึ้นมากกว่าที่ควรจะเป็น</li>
<li>หากต้องลงทุนเพื่อขยายกิจการหรือเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ ต้องตรวจสอบอยู่เสมอว่าไม่ได้เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับซื้อของแพงเกินจริง หรือพูดง่าย ๆ ว่าการซื้อของแต่ละอย่างต้องมีราคาไม่เกินจากราคาตลาดมากเกินปกติ</li>
</ul>
<p>นอกจากนี้ ยังมีเคล็ดลับอื่น ๆ สำหรับการวางแผนทำบัญชีเพื่อธุรกิจจะได้ไม่เสียสิทธิทางด้านภาษี ดังนั้นหากต้องการวางแผนภาษีอย่างเป็นระบบและครบถ้วนเช่นนี้ ควรปรึกษา<strong>ที่ปรึกษาภาษี</strong>เพื่อการจัดทำบัญชีและ<strong>วางแผนภาษี</strong>เป็นไปได้อย่างถูกต้อง</p>
<p>วิธีการเหล่านี้เป็นวิธีการจัดการภาษีออนไลน์อย่างง่าย แต่หากทำตามทุกขั้นตอนอย่างเป็นระบบก็จะทำให้คุณไม่ต้องปวดหัวกับการจัดการภาษี และสามารถชำระภาษีได้อย่างถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด</p>
<p>การวางแผนภาษีสำหรับธุรกิจออนไลน์เป็นเรื่องสำคัญที่เจ้าของธุรกิจไม่ควรละเลย เพราะจะช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายโดยที่ไม่ต้องเสียภาษีมากเกินจำเป็น ซึ่งหลายคนมักเข้าใจในทางผิด ๆ ว่าการวางแผนภาษีเป็นเรื่องของการหาทางหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีทั้งที่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย แต่เป็นการวางแผนเพื่อการจ่ายภาษีอย่างเป็นระบบ และใช้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ทางด้านภาษีอย่างเต็มที่ โดยเริ่มตั้งแต่การเลือกประเภทของกิจการที่เหมาะสมเพื่อจะได้เสียภาษีเงินได้ตามประเภทของธุรกิจ และเมื่อไหร่ก็ตามที่มีรายได้เกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปีก็จะต้องจดทะเบียนเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม</p>
<p>เจ้าของธุรกิจจำเป็นต้องรู้ว่าตนเองจะต้องเสียภาษีแบบไหน และต้องนำส่งภาษีตามที่กฎหมายกำหนด เพราะการเสียภาษีเป็นหน้าที่สำคัญที่กฎหมายได้กำหนดเอาไว้ หากหลีกเลี่ยงการเสียภาษีหรือชำระภาษีไม่ถูกต้องแล้วก็จะทำให้ถูกปรับและต้องจ่ายภาษีเพิ่มมากกว่าเดิมได้ สำหรับเจ้าของธุรกิจออนไลน์ที่กำลังต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวางแผนด้านภาษี ลองเข้ามาติดต่อสอบถามกับ Scholar Accounting  เพื่อรับคำปรึกษาและคำแนะนำดี ๆ จากผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดทำบัญชี รับรองว่าคุณจะได้ข้อมูลที่มีประโยชน์เกี่ยวกับการวางแผนด้านภาษีเพื่อนำไปใช้ลดหย่อนภาษีให้กับธุรกิจออนไลน์ของคุณได้อย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6179 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/33.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/33.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/33-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/33-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%94/">รู้เขารู้เรา การวางแผนด้านภาษีของธุรกิจออนไลน์</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ง่ายๆ กับ 3 ขั้นตอนการขอคืนภาษี</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%86-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-3-%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%84/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 07:40:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชีสำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนภาษี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=5834</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทำไมถึงได้ภาษีคืน การขอคืนภาษีถือเป็นสิทธิอย่างหนึ่งที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%86-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-3-%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%84/">ง่ายๆ กับ 3 ขั้นตอนการขอคืนภาษี</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6161 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/16.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/16.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/16-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/16-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p><strong><u>ทำไมถึงได้ภาษีคืน</u></strong></p>
<p>การขอคืนภาษีถือเป็นสิทธิอย่างหนึ่งที่ผู้จ่ายภาษีพึงได้รับกรณีที่เข้าข่าย ซึ่งกระบวนการขั้นตอนการขอคืนภาษีหรือตรวจสอบสถานะภาษีก็มีเพียงไม่กี่ขั้นตอน และมีระยะเวลาดำเนินการไม่นาน หากวางแผนภาษีคำนวณภาษีแล้วทราบว่าเข้าข่ายได้ภาษีคืนก็ควรรีบดำเนินการเพื่อให้ได้เงินคืนไวและไม่ก่อปัญหาภายหลังด้วย</p>
<p>สำหรับผู้ที่มีสิทธิได้รับการคืนภาษีนั้นคือผู้ที่วางแผนภาษีคำนวณรายได้สุทธิแล้วปรากฎว่าไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องจ่ายภาษี เนื่องจากมีค่าลดหย่อนภาษีมากพอที่จะไม่ต้องเสียภาษีนั่นเอง</p>
<p><strong><u>เอกสารประกอบการขอคืนภาษี</u></strong></p>
<p>หลังจากวางแผนภาษี คำนวณภาษีและยื่นภาษีแล้ว จะทราบได้ทันทีว่าเข้าข่ายการได้รับภาษีคืนหรือไม่ และสามารถดำเนินการขอคืนภาษีได้ในวันถัดไปหลังจากยื่นภาษี ทั้งนี้ควรจัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องให้พร้อมเพื่อสะดวกในการยื่นเรื่องขอคืนภาษี</p>
<p>สำหรับเอกสารที่ใช้ประกอบการขอคืนภาษี  คือเอกสารรายการที่ใช้ลดหย่อนภาษีได้ มีดังนี้</p>
<ul>
<li>หนังสือรับรองเงินเดือนและการหักภาษี หรือใบทวิ 50 ที่บริษัทออกให้</li>
<li>หลักฐานการหักภาษี ณ ที่จ่าย</li>
<li>เอกสารการซื้อกองทุน LTF, RMF</li>
<li>ประกันสังคม</li>
<li>ใบรับรองเลี้ยงดู บิดา มารดา</li>
<li>ใบรับรองชำระเบี้ยประกันชีวิตทั้งของตนเองและบิดามารดา</li>
<li>ใบรับรองชำระเบี้ยประกันสุขภาพทั้งของตนเองและบิดามารดา</li>
<li>ค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือคนทุพพลภาพ</li>
<li>กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ</li>
<li>กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ</li>
<li>กองทุนครูโรงเรียนเอกชน</li>
<li>กองทุนการออมแห่งชาติ</li>
<li>ใบสูติบัตรหรือเอกสารรับรองบุตร</li>
<li>ทะเบียนสมรส</li>
<li>ใบรับรองดอกเบี้ยกู้บ้าน / คอนโด</li>
<li>ใบเสร็จอื่นๆ ที่สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ เช่น ใบอนุโมทนาบัตร เงินบริจาค ใบเสร็จซื้อสินค้าช่วงระหว่างวันที่กำหนด</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><u>ช่องทางการขอคืนภาษี</u></strong></p>
<p>ปัจจุบันการยื่นขอคืนภาษีนั้นมีทางเลือกมากขึ้น ทั้งยังสะดวกสบาย ประหยัดเวลามากกว่าเดิมด้วย หลังจากที่เราวางแผนภาษีแล้ว อาจมีที่ปรึกษาภาษีเพื่อให้การคำนวณภาษีออกมาถูกต้องแม่นยำที่สุด จากนั้นให้ดำเนินการขอคืนภาษี โดยมีช่องทางการขอคืนภาษี มีดังนี้</p>
<ol>
<li>ยื่นขอคืนภาษีด้วยตนเอง ณ กรมสรรพากร</li>
</ol>
<p>หากยื่นขอคืนภาษีด้วยตนเอง ณ กรมสรรพากร จะต้องยื่นขอคืนภาษีระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 31 มีนาคม ซึ่งใช้เวลานานกว่า</p>
<ol start="2">
<li>ยื่นขอคืนภาษีออนไลน์</li>
</ol>
<p>การยื่นขอคืนภาษีออนไลน์สามารถยื่นขอคืนได้ระหว่างวันที่ 1 มกราคม &#8211;  9 เมษายน ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร epit.rd.go.th มีข้อดีคือสามารถแก้ไขข้องมูลต่าๆง ได้ทันที</p>
<ol start="3">
<li>ยื่นขอคืนภาษีผ่านแอพพลิเคชั่น Rd smart tax</li>
</ol>
<p>อีกช่องทางการยื่นขอคืนภาษีที่ง่ายและสะดวกก็คือการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Rd smart tax ทั้งระบบ IOS และ Androids มีข้อดีคือสามารถแก้ไขข้องมูลต่าๆง ได้ทันที</p>
<p><strong><u>ขั้นตอนการขอคืนภาษี</u></strong></p>
<ol>
<li>เตรียมเอกสารการลดหย่อนภาษีให้พร้อม</li>
<li>ยื่นขอคืนภาษีด้วยตนเองที่กรมสรรพากร หรือผ่านทางเว็บไซต์กรมสรรพากร rd.go.th หรือผ่านทางแอพพลิเคชั่น Rd smart tax</li>
<li>หมั่นตรวจสอบความคืบหน้า ผ่านทางเว็บไซต์ของกรมสรรพากร http://<a href="http://www.rd.go.th">rd.go.th</a> ไปที่เมนู E-FILING เลือกเมนู “สอบถามการขอคืนภาษี” จากนั้นกรอกข้อมูลและรอรับผล ในกรณีนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีความผิดพลาดหรือหากกรมสรรพกรต้องการเอกสารเพิ่มเติมก็สามารถยื่นได้ทันเวลา</li>
</ol>
<p><strong><u>ช่องทางการรับภาษีคืน</u></strong></p>
<p>1.รับภาษีคืนเป็นธนาณัติเช็ค, ทางไปรษณีย์ หรือการโอนเข้าบัญชีธนาคารโดยอาจใช้เวลารอประมาณ 30 วัน</p>
<ol start="2">
<li>รับภาษีคืนผ่านพร้อมเพย์ เพียงสมัครบริการพร้อมเพย์ (Prompt Pay) แล้วผูกบัญชีธนาคารกับเลขบัตรประชาชน ซึ่งหากไม่มีข้อผิดพลาดหรือเอกสารไม่ครบ สารถรอรับเงินภาษีคืนได้ภาย 1 วัน</li>
</ol>
<p><strong><u>ช่องทางติดต่อกรณีมีปัญหาเรื่องการขอคืนภาษี</u></strong></p>
<ul>
<li>สอบถามสถานะคืนภาษี</li>
<li>เข้าไปที่เว็บไซต์กรมสรรพากร <a href="http://www.rd.go.th">http://www.rd.go.th</a> เลือกเมนู “E-FILING” เลือกเมนู “สอบถามข้อมูลการขอคืนภาษี”</li>
<li>เข้าไปที่เว็บไซต์กรมสรรพากร <a href="http://www.rd.go.th">http://www.rd.go.th</a> เลือกเมนู “Contact US” เลือกเมนู “สอบถามปัญหา / ร้องเรียน (Contact Us)”</li>
<li>ติตด่อศูนย์บริการข้อมูลสรรพากร (RD Call  Center) : 1161</li>
<li>ติดต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่ตามภูมิลำเนาที่ปรากฏตามการยื่นแบบฯ</li>
<li>สอบถามสถานะเอกสาร</li>
<li>เข้าไปที่เว็บไซต์กรมสรรพากร <a href="http://www.rd.go.th">http://www.rd.go.th</a>   เลือกเมนู “E-FILING”  เลือกเมนู “ส่ง / ตรวจสอบการส่งเอกสารประกอบการคืนภาษี”</li>
<li>เข้าไปที่เว็บไซต์กรมสรรพากร <a href="http://www.rd.go.th">http://www.rd.go.th</a>  เลือกเมนู “ห้องข่าว”  เลือกเมนู “ข่าวสารอื่นๆ” เลือกเมนู “ส่ง / ตรวจสอบการส่งเอกสารประกอบการคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา”</li>
<li>กรณีส่งเอกสารทางไปรษณีย์สามารถตรวจสอบได้จากใบตอบรับ หรือที่เว็บไซต์ <a href="http://www.Thailandpost.com">Thailandpost.com</a></li>
<li>สอบถามกรณีไม่ได้รับเช็คคืนเงินภาษี</li>
</ul>
<p>ให้ติดต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่ ตามที่ระบุไว้ในแบบ ภ.ง.ด.90/91 โดยใช้เอกสารประกอบการยื่นคำร้อง คือ บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมสำเนา</p>
<p>หรือกรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน ให้เตรียม หนังสือมอบอำนาจ และบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจพร้อมสำเนา</p>
<ul>
<li>สอบถามกรณีผู้ขอคืนเงินภาษียื่นแบบฯ มากกว่า 1 ฉบับ เพื่อทำรายการเพิ่มเติม</li>
<li>กรณีได้รับเช็คฉบับแรกเป็นจำนวนเงินมากกว่า การยื่นแบบฯ ฉบับเพิ่มเติม ให้ผู้ขอคืนเงินภาษีนำเช็คฯ ส่งคืนให้แก่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ ตามภูมิลำเนาที่ปรากฏตามหนังสือแจ้งคืนเงินฯ และกรมสรรพากรจะพิจารณาคืนเงินภาษี ตามแบบฯ ที่ถูกต้องให้ต่อไป</li>
<li>กรณีได้รับเช็คฉบับแรกเป็นจำนวนเงินน้อยกว่า การยื่นแบบฯฉบับเพิ่มเติม ผู้ขอคืนภาษีสามารถนำเช็คคืนเงินฉบับแรกเข้าบัญชีได้ทันที และ กรมสรรพากรจะจัดส่งเช็คคืนเงินภาษีในส่วนที่เหลือให้แก่ผู้ขอคืนภาษีต่อไป</li>
<li>สอบถามกรณีเช็คคืนเงินภาษีชำรุด / สูญหาย หรือธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน</li>
</ul>
<p>ให้ติดต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่ ตามที่ระบุไว้ในแบบแสดงรายการ เพื่อยื่นคำร้องขอออกเช็คฉบับใหม่ โดยมีเอกสารประกอบ ดังนี้</p>
<ol>
<li>บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมสำเนา</li>
<li>หนังสือแจ้งความ กรณีผู้ขอคืนทำเช็คที่ได้รับสูญหาย</li>
<li>หนังสือแจ้งเปลี่ยนชื่อ/นามสกุล กรณีเปลี่ยนชื่อ/นามสกุล</li>
<li>หนังสือมอบอำนาจและบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจพร้อมสำเนา</li>
</ol>
<ul>
<li>สอบถามกรณีได้รับเช็คคืนเงินภาษี แต่ไม่มีบัญชีเงินฝากธนาคาร หรือ เข้าบัญชีไม่ได้</li>
<li>กรณีมีภูมิลำเนาตามแบบ ภ.ง.ด.90/91 ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้นำเช็คคืนเงินภาษีไปแลกเป็นเงินสดที่ สำนักบริหารการคลังและรายได้ กรมสรรพากร ชั้น 7 อาคารกรมสรรพากร เลขที่ 90 ซอยพหลโยธิน 7  ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400</li>
</ul>
<p>(2) กรณีมีภูมิลำเนาตามแบบ ภ.ง.ด.90/91 ในต่างจังหวัด  ให้นำเช็คคืนเงินภาษีไปแลกเป็นเงินสดที่ฝ่ายบริหารงานทั่วไป สำนักงานสรรพากรพื้นที่ของจังหวัดนั้นๆ</p>
<p>เอกสารที่ใช้ประกอบ มีดังนี้</p>
<ol>
<li>บัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทางกรณีคนต่างด้าว พร้อมสำเนา</li>
<li>หนังสือจัดตั้งคณะบุคคล กรณีคณะบุคคล</li>
<li>หนังสือมอบอำนาจและบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจพร้อมสำเนา</li>
</ol>
<p>จะเห็นได้ว่าขั้นตอนการขอคืนภาษีและการได้ภาษีคืนนั้นไม่ยุ่งยาก แต่ที่สำคัญควรมีการวางแผนภาษีอย่างรอบคอบเพื่อให้มั่นใจว่าได้คืนภาษีครบถ้วน ซึ่งการมีที่ปรึกษาภาษีก็ถือเป็นทางเลือกที่คนส่วนใหญ่นิยมกัน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6139 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-5-2.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-5-2.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-5-2-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-5-2-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%86-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-3-%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%84/">ง่ายๆ กับ 3 ขั้นตอนการขอคืนภาษี</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แนวทางการทำบัญชีเล่มเดียว ทำอย่างไรให้ถูกต้อง</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 04:46:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชีบริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชีสำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนภาษี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=5753</guid>

					<description><![CDATA[<p>การทำบัญชีเล่มเดียว หรือโครงการ “การทำบัญชีชุดเดียว” นั [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94/">แนวทางการทำบัญชีเล่มเดียว ทำอย่างไรให้ถูกต้อง</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6155 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/10.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/10.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/10-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/10-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>การทำบัญชีเล่มเดียว หรือโครงการ “การทำบัญชีชุดเดียว” นั้น เป็นนโยบายที่กรมสรรพากรกำหนดขึ้นเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ให้หันมาทำการวางแผนบัญชี วางแผนภาษี และวางระบบบัญชี อย่างง่าย ไม่ยุ่งยาก สามารถใช้เป็นบัญชีสำหรับบริษัท เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถยื่นบัญชีรายได้ต่อกรมสรรพากรตามกฎหมายภาษีได้อย่างถูกต้อง ซึ่งนโยบายนี้ก็มาพร้อมสิทธิประโยชน์ดี ๆ ให้แก่ธุรกิจ SMEs มากมาย</p>
<h2><strong>การทำบัญชีเล่มเดียวมีความสำคัญอย่างไรต่อการวางระบบบัญชี</strong></h2>
<p>การทำบัญชีเล่มเดียว คือ นโยบายที่กำหนดให้ผู้ประกอบการทำบัญชีบริหารอย่างครบถ้วนและถูกต้องเพียงเล่มเดียวเท่านั้น เปลี่ยนจากในอดีตที่บริษัทมักทำบัญชีหลายเล่มเพื่อวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งยอดในบัญชีให้สวยงามดูดีเพื่อใช้ทำธุรกรรมกับทางธนาคาร บัญชีสำหรับยื่นภาษีตามกฎหมาย หรือเพื่อจุดประสงค์อื่น ๆ โดยอันที่จริงแล้วการทำบัญชีหลายเล่มนั้นในระยะยาวไม่เป็นผลดีต่อการวางระบบบัญชีเท่าใดนัก เพราะอาจทำให้งานบัญชีบริหารของบริษัทขาดความน่าเชื่อถือจากสถาบันการเงิน บัญชีสำหรับผู้บริหารดูไม่โปร่งใส รวมถึงอาจก่อให้เกิดข้อผิดพลาดด้านตัวเลขที่แท้จริงของบริษัทตามมาอีกมากมาย ถือว่าส่งผลเสียต่อการวางแผนบัญชีและการวางแผนภาษีของกิจการในระยะยาว นอกจากนี้หากเจ้าของกิจการถึงขั้นทำบัญชีหลายเล่มเพื่อเลี่ยงภาษีและทำบัญชีไม่ถูกต้องตามกฎหมายล่ะก็ อาจมีโทษทั้งการจำคุกและปรับได้</p>
<p>ดังนั้นเพื่อยกระดับมาตรฐานธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของผู้ประกอบการในประเทศ กรมสรรพากรจึงได้จัดทำระบบบัญชีเล่มเดียวหรือบัญชีชุดเดียวนี้ขึ้น เพื่อสร้างความโปร่งใสให้กับบัญชีของกิจการ อีกทั้งยังช่วยให้เจ้าของกิจการที่ไม่เคยทำบัญชีหันมาเริ่มการวางระบบบัญชีของบริษัทอย่างจริงจัง เพื่อยกระดับธุรกิจของตนให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด</p>
<h2><strong>ข้อดีของการทำบัญชีเล่มเดียว ตัวช่วยวางแผนภาษีให้ง่ายขึ้นสำหรับ </strong><strong>SME </strong></h2>
<ol>
<li><strong>ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กิจการ</strong></li>
</ol>
<p>สมุดบัญชีเล่มเดียวเป็นการทำบัญชีอย่างง่ายสำหรับธุรกิจ แต่ก็ต้องทำอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และชัดเจน ดังนั้นจึงเป็นตัวช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับกิจการเพราะสมุดบัญชีเล่มเดียวนี้นอกจากจะเป็นข้อมูลทางบัญชีบริหารของกิจการแล้ว ยังเป็นบัญชีที่ใช้ยื่นภาษีกับหน่วยงานรัฐอีกด้วย</p>
<ol start="2">
<li><strong>ช่วยทำให้การวางแผนบัญชีง่ายขึ้น</strong></li>
</ol>
<p>การทำสมุดบัญชีเล่มเดียว จะช่วยให้การวางแผนบัญชีง่ายขึ้น ไม่ยุ่งยาก แม้เป็นบริษัทเปิดใหม่หรือบริษัทที่เปิดมานานแล้วก็สามารถวางระบบบัญชีเพื่อทำสมุดบัญชีเล่มเดียวได้เช่นกัน</p>
<ol start="3">
<li><strong>ช่วยทำให้การวางแผนภาษีง่ายขึ้น</strong></li>
</ol>
<p>เช่นเดียวกับการวางแผนบัญชี การทำบัญชีเล่มเดียวนั้น หากได้รับคำแนะนำจากที่ปรึกษาภาษีหรือที่ปรึกษาบัญชีที่มีความรู้และความชำนาญ ย่อมทำให้การวางแผนภาษีประจำปีทำได้ง่ายขึ้น</p>
<ol start="4">
<li><strong>ได้รับการยกเว้นและลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร</strong></li>
</ol>
<p>เนื่องจากกรมสรรพากรต้องการให้เจ้าของกิจการรวมถึงธุรกิจในทุกระดับหันมาทำบัญชีและเสียภาษีอย่างเป็นระบบ สรรพากรจึงได้คิดนโยบายนี้ขึ้น ดังนั้นหากบริษัทหรือกิจการใดเข้าร่วมโครงการและมีการยื่นภาษีด้วยสมุดบัญชีเล่มเดียวอย่างถูกต้อง ก็จะได้รับการยกเว้นและลดภาษีเงินได้นิติบุคคลตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร</p>
<h2><strong>แนวทางการทำบัญชีเล่มเดียวที่ถูกต้อง</strong></h2>
<ol>
<li><strong> คัดเลือกที่ปรึกษาบัญชีหรือผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติและความเชี่ยวชาญทางด้านบัญชีที่เหมาะสม </strong></li>
</ol>
<p>ที่ปรึกษาบัญชีหรือผู้ทำบัญชีจะต้องได้รับการรับรอง รวมไปถึงมีคุณสมบัติและเงื่อนไขตามประกาศของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า นอกจากนี้ควรเป็นผู้มีประสบการณ์การวางระบบบัญชีบริษัททั้งระบบ เพื่อให้สามารถทำบัญชีให้กับบริษัทได้อย่างถูกต้องและแม่นยำตามมาตรฐานได้</p>
<ol start="2">
<li><strong> บัญชีที่ทำต้องสอดคล้องกับการดำเนินงานของบริษัท</strong></li>
</ol>
<p>การทำบัญชีเล่มเดียวจะต้องมีรายละเอียดที่สอดคล้องกับการดำเนินการของบริษัทรวมถึงต้องมีการตรวจสอบบัญชีเพื่อลดข้อผิดพลาดและข้อมูลที่ได้ต้องตรงกับความเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นรายจ่าย รายรับ ต้นทุน หรือกำไรต่าง ๆ ทั้งนี้เพื่อใช้เป็นข้อมูลที่น่าเชื่อถือสำหรับการยื่นภาษี</p>
<ol start="3">
<li><strong> มีระบบจัดเก็บเอกสารทางบัญชี</strong></li>
</ol>
<p>เอกสารทางบัญชีต่าง ๆ เช่น ใบเสนอราคา ใบเสร็จรับเงิน ใบส่งของ หรือใบสำคัญรับ-จ่าย เป็นต้น เอกสารที่มีความสำคัญทางบัญชีเหล่านี้ต้องมีระบบการจัดเก็บที่เป็นระเบียบ สามารถใช้แสดงผลการดำเนินการของบริษัทตามที่ปรากฏในสมุดบัญชีได้จริง โดยต้องเก็บเอกสารเหล่านี้ไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี</p>
<ol start="4">
<li><strong> มีการปิดบัญชีและจัดทำงบการเงิน เพื่อยื่นบัญชีนั้นต่อกรมสรรพากร</strong></li>
</ol>
<p>การยื่นบัญชีต่อสรรพากรนั้นมีทั้งแบบรายเดือนและรายปี แม้ไม่มีเงินได้ก็ต้องยื่นเพื่อแสดงหลักฐานทางการเงินและภาษีของบริษัท</p>
<p>การทำสมุดบัญชีแบบเล่มเดียวนั้นนอกจากจะช่วยลดความยุ่งยากของการวางระบบบัญชีและการวางแผนภาษีลงได้แล้ว อย่างไรก็ตามงานบัญชีก็ยังคงต้องอาศัยที่ปรึกษาบัญชีที่มีความรู้และประสบการณ์ ทั้งนี้ก็เพื่อให้กิจการของผู้ประกอบการไทย มีระบบการทำบัญชีที่ดีและสามารถช่วยพัฒนาธุรกิจไทยให้เติบโตได้อย่างมั่นคง สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่กำลังมีความสนใจที่จะจัดทำสมุดบัญชีแบบเล่มเดียว ลองเข้ามาติดต่อสอบถามกับ Scholar Accounting   เพื่อรับคำแนะนำดี ๆ  จากผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดทำบัญชี รับรองว่าคุณจะได้ข้อมูลที่มีประโยชน์เกี่ยวกับการจัดทำสมุดบัญชีเล่มเดียวอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6180 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94/">แนวทางการทำบัญชีเล่มเดียว ทำอย่างไรให้ถูกต้อง</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พ.ร.บ. การจัดตั้ง บริษัทจำกัดคนเดียว</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/news4/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 19 Dec 2019 06:38:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชีสำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=68</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipisci [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/news4/">พ.ร.บ. การจัดตั้ง บริษัทจำกัดคนเดียว</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6153 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/8.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/8.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/8-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/8-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Fusce lobortis nec urna in aliquet. Donec volutpat elit nec gravida laoreet. Vivamus magna tellus, varius in orci sed, vulputate semper magna. Suspendisse dapibus nibh justo, vel ultricies diam pulvinar at. Vivamus sed sodales lorem, at tincidunt erat. Vestibulum libero leo, euismod a dapibus non, posuere et neque. Nullam vitae enim varius, pulvinar libero vel, aliquam ipsum. Donec pulvinar magna sed libero viverra, sed gravida velit ullamcorper. Proin tristique, risus sed luctus pretium, ante felis hendrerit est, et pretium enim augue sit amet nibh. Sed scelerisque cursus ex, quis pulvinar metus dictum vitae. Mauris at risus sodales, elementum diam vel, consequat ipsum. Aenean viverra ex id est commodo, ac facilisis dui venenatis. Integer et hendrerit augue. Vestibulum ante ipsum primis in faucibus orci luctus et ultrices posuere cubilia Curae; Donec imperdiet nulla at elit blandit, id finibus libero efficitur. Suspendisse aliquet egestas velit sed elementum.</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6138 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-4-1.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-4-1.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-4-1-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-4-1-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/news4/">พ.ร.บ. การจัดตั้ง บริษัทจำกัดคนเดียว</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
