<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ที่ปรึกษาภาษี Archives - Scholar</title>
	<atom:link href="https://www.scholaraccounting.com/tag/%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.scholaraccounting.com/tag/ที่ปรึกษาภาษี/</link>
	<description>แค่เว็บเวิร์ดเพรสเว็บหนึ่ง</description>
	<lastBuildDate>Wed, 19 Feb 2020 06:41:18 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.4</generator>

<image>
	<url>https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2019/12/scholar-favicon.png</url>
	<title>ที่ปรึกษาภาษี Archives - Scholar</title>
	<link>https://www.scholaraccounting.com/tag/ที่ปรึกษาภาษี/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>รู้เขารู้เราก่อนยื่นกู้แบงค์</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b9/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Feb 2020 09:03:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=6021</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; การทำธุรกรรมทางการเงินกับธนาคารหรือสถาบันการเงิน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b9/">รู้เขารู้เราก่อนยื่นกู้แบงค์</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="size-full wp-image-6189 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/43.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/43.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/43-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/43-768x644.png 768w" sizes="(max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>การทำธุรกรรมทางการเงินกับธนาคารหรือสถาบันการเงินต่าง ๆ ผู้ประกอบการจะต้องปฎิบัติตามเงื่อนไขของสถาบันการเงินหรือธนาคารเหล่านั้น ซึ่งแต่ละแห่งจะมีเงื่อนไขและรายละเอียดที่แตกต่างกันไป เมื่อมีการวางระบบบัญชีและมีการเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงินไว้เป็นปัจจุบัน ก็จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการในการจัดทำเอกสารสำหรับเตรียมยื่นกู้ขอสินเชื่อต่อธนาคาร และเพื่อให้การพิจารณาอนุมัติเป็นไปอย่างรวดเร็ว ผู้กู้จะต้องศึกษาเงื่อนไขของแต่ละสถาบันให้เข้าใจก่อนยื่นเอกสาร เพื่อเป็นการป้องกันความผิดพลาดที่อาจทำให้การพิจารณาอนุมัติล่าช้าออกไป<strong><br />
</strong></p>
<p><strong>ก่อนยื่นกู้แบงค์ เราต้องรู้อะไรบ้าง</strong></p>
<p>ผู้ประกอบการเกือบจะทุกธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจเจ้าของคนเดียวที่มีขนาดเล็กและธุรกิจ SME ซึ่งส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินมาลงทุนมากกว่าใช้เงินสดที่มีอยู่ โดยจุดประสงค์หลักในการขอสินเชื่อของเจ้าของธุรกิจเหล่านี้ ได้แก่</p>
<ul>
<li>กู้แบงค์หรือยื่นกู้ต่อสถาบันการเงินเพื่อนำเงินมาขยายธุรกิจ เนื่องจากคาดหวังเรื่องผลกำไรที่คิดว่าจะได้รับเพิ่มมากขึ้นจากการนำเงินมาขยายธุรกิจ</li>
<li>การขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินมาลงทุนแทนการใช้เงินสด แนวทางนี้ถือเป็นการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน เพราะการมีวงเงินสินเชื่อช่วยให้มีสภาพคล่องทางการเงิน และยังป้องกันความผิดพลาด หากการบริหารธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จผู้ประกอบการหรือนักธุรกิจก็สามารถนำเงินสดที่มีอยู่ไปลงทุนธุรกิจประเภทอื่น ๆ ได้อีก</li>
<li>การขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินมาลงทุน เป็นการสร้างเครดิตให้กับธุรกิจ เพราะก่อนที่จะได้รับอนุมัติวงเงิน สถาบันการเงินต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์และเมื่อเห็นว่าองค์กรธุรกิจที่ยื่นกู้มานั้นมีศักยภาพสามารถชำระหนี้คืนได้ จึงอนุมัติวงเงินสินเชื่อให้ และนอกจากองค์กรธุรกิจจะได้รับอนุมัติวงเงินแล้ว การพิจารณาอนุมัติยังเป็นการสร้างเครดิตให้กับธุรกิจอีกทางหนึ่งด้วย</li>
<li>องค์กรธุรกิจส่วนใหญ่นอกจากจะมีที่ปรึกษาบัญชี บางองค์กรอาจมีที่ปรึกษาภาษี ซึ่งการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินยังมีเรื่องของภาษีเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น เมื่อกู้เงินจากแบงค์มาแล้วค่าใช้จ่ายของดอกเบี้ย ผู้ประกอบการสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้</li>
</ul>
<p>การพิจารณาในมุมของผู้ประกอบการเกี่ยวกับการยื่นกู้แบงค์หรือขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ถือเป็น</p>
<p>การ “รู้เรา” ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ นอกจากเรื่องการจัดเตรียมเอกสารและการศึกษาเงื่อนไขของแต่ละสถาบันที่มีความแตกต่างกันแล้ว ยังช่วยให้ผู้ประกอบการรายใหม่ได้รับรู้จุดประสงค์หลักในการขอสินเชื่อของนักลงทุน เพราะไม่ได้คาดหวังเฉพาะวงเงินที่จะได้รับอนุมัติเท่านั้น แต่เป็นการวางแผนธุรกิจที่เอื้อประโยชน์ต่อการบริหารธุรกิจในหลาย ๆ ด้าน</p>
<p><strong>เอกสารและสิ่งที่สถาบันการเงินต้องการเมื่อยื่นกู้</strong></p>
<p>เมื่อต้องการยื่นกู้หรือขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ผู้กู้จะต้องเรียนรู้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขของแต่ละสถาบัน ซึ่งเปรียบเสมือน “รู้เขา” เนื่องจากหลักเกณฑ์ของสถาบันการเงินแต่ละแห่งมีรายละเอียดและเงื่อนไข รวมทั้งเอกสารที่ต้องการใช้แตกต่างกัน ดังนั้นสิ่งที่ผู้ประกอบการจะต้องเตรียมพร้อมได้แก่</p>
<p><strong>1.การวางแผนธุรกิจ</strong></p>
<p>แม้ผู้ประกอบการหรือผู้บริหารจะมีการวางแผนธุรกิจไว้แล้ว แต่เมื่อมีการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ก็จะต้องจัดทำบัญชีผู้บริหารเพื่อนำรายละเอียดมาจัดทำโครงการเสนอต่อสถาบันการเงินเพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการพิจารณาสินเชื่อ เช่น</p>
<ul>
<li>รายละเอียดลักษณะและขนาดของธุรกิจที่ดำเนินอยู่ เป็นอย่างไร</li>
<li>ผลการดำเนินงานของธุรกิจเป็นอย่างไร การเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงินของกิจการจะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับข้อนี้</li>
<li>กลุ่มลูกค้าของธุรกิจคือใคร</li>
</ul>
<p><strong>2.เตรียมหลักทรัพย์ค้ำประกัน</strong></p>
<p>การขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินต่าง ๆ เงื่อนไขสำคัญของสถาบันการเงินก็คือต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ก่อนยื่นกู้แบงค์ ผู้ประกอบการจะต้องจัดเตรียมหลักทรัพย์หรือสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับหลักทรัพย์ที่สถาบันการเงินต้องการก่อนว่าใช้อะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ หรือตัวบุคคล</p>
<p><strong>3.รักษาประวัติทางการเงิน</strong></p>
<p>การปล่อยสินเชื่อของทุกสถาบันการเงิน สิ่งแรกที่จะต้องพิจารณาก็คือความสามารถของผู้กู้ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลหรือนิติบุคคลรวมถึงหลักค้ำประกันกรณีใช้ตัวบุคคล โดยสถาบันการเงินจะทำการตรวจสอบประวัติการทางเงินของผู้กู้และบุคคลค้ำประกันจากเครดิตบูโร รวมถึงประวัติการชำระหนี้ต่าง ๆ ประกอบการพิจารณา ดังนั้นการสร้างวินัยทางการเงินที่ดีจะช่วยให้การอนุมัติสินเชื่อทำได้สะดวกและรวดเร็ว</p>
<p><strong>4.จัดเตรียมเอกสารให้พร้อม</strong></p>
<p>การจัดเตรียมเอกสารให้พร้อมและครบถ้วนสมบูรณ์ เอกสารในการขอสินเชื่อโดยทั่วไปจะประกอบด้วย</p>
<ul>
<li>เอกสารแสดงรายได้ เช่น ข้อมูลตัวเลขจากการวางระบบบัญชีที่จัดทำไว้เป็นปัจจุบันหรือสลิปเงินเดือนของบุคคลค้ำประกัน</li>
<li>หลักฐานการเคลื่อนไหวของบัญชีเงินฝากของกิจการ หรือของตัวบุคคลย้อนหลัง 6 เดือน</li>
<li>สมุดบัญชีรายรับ-รายจ่ายของกิจการ เอกสารสั่งซื้อสินค้า ใบส่งของ เอกสารแสดงการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม</li>
<li>เอกสารแสดงตน เช่น สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนสมรส หนังสือรับรองการจดทะเบียนของกิจการ เช่น ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท</li>
<li>หลักฐานอื่น ๆ เช่น เอกสารแสดงหลักประกัน สำเนาใบแสดงภาษีเงินได้ งบการเงินของกิจการปีล่าสุด หากเป็นกิจการที่มีการเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงินประจำปีอยู่แล้วก็จะจัดเตรียมเอกสารในข้อนี้ได้ง่าย หากไม่มีการจัดทำงบการเงินของกิจการอาจขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาบัญชี หรือที่ปรึกษาภาษี ซึ่งมีบริษัทเปิดให้บริการด้านนี้โดยเฉพาะ</li>
</ul>
<p>การขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินหรือธนาคารต่าง ๆ ตามแผนธุรกิจของผู้ประกอบการนั้น เป็นการทำธุรกรรมทางการเงินที่อาจมีข้อผูกมัดกันในระยะยาว การจัดทำเอกสารยื่นเพื่อยื่นกู้แบงค์และการพิจารณาอนุมัติจึงต้องศึกษาให้รู้เขารู้เราเพื่อให้ผ่านการอนุมัติจากสถาบันการเงินได้อย่างรวดเร็ว สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่กำลังต้องการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ลองเข้ามาติดต่อสอบถามกับ Scholar Accounting  กันดูก่อน รับรองว่าคุณจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เพื่อนำไปใช้ในการขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img decoding="async" class="size-full wp-image-6180 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-768x644.png 768w" sizes="(max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b9/">รู้เขารู้เราก่อนยื่นกู้แบงค์</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ค่าจ้างนักบัญชี ภาษี vs ค่าจ้างสำนักงานบัญชีเพื่อดูแลสุขภาพทางการเงินของคุณ</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5-%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5-vs-%e0%b8%84%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 09:49:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนภาษี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=5928</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; การทำบัญชีให้ถูกต้องครบถ้วนเป็นเรื่องสำคัญที่ทุก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5-%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5-vs-%e0%b8%84%e0%b9%88/">ค่าจ้างนักบัญชี ภาษี vs ค่าจ้างสำนักงานบัญชีเพื่อดูแลสุขภาพทางการเงินของคุณ</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-6174 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/28.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/28.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/28-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/28-768x644.png 768w" sizes="(max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>การทำบัญชีให้ถูกต้องครบถ้วนเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนต้องให้ความใส่ใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่จะต้องมีการจัดทำบัญชีอย่างถูกต้องโดยนักบัญชีมืออาชีพเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการบันทึกรายการทางการเงิน ซึ่งทางเลือกในการวางระบบบัญชีมีอยู่ด้วยกันหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการใช้โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูป หรือจ้างนักบัญชีมืออาชีพมาทำการวางแผนบัญชีและวางแผนเรื่องภาษี ซึ่งทั้ง 2 รูปแบบต่างก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป เจ้าของกิจการจึงต้องตัดสินใจให้ดีว่าจะเลือกจ้างในรูปแบบไหนถึงจะเหมาะสมกับธุรกิจของตนเอง</p>
<p>ในปัจจุบันองค์กรธุรกิจส่วนใหญ่มักเลือกจ้างนักบัญชีหรือจ้างสำนักงานบัญชีเพื่อทำรายการบัญชีและภาษี เพราะมีความรู้ความชำนาญและมีความเป็นมืออาชีพในด้านการทำบัญชี สามารถเป็นที่ปรึกษาบัญชีและที่ปรึกษาภาษีได้ แต่ทั้งสองแบบนี้ก็มีความแตกต่างกันหลายอย่างโดยเฉพาะ ค่าจ้างนักบัญชี ภาษี และ ค่าจ้างสำนักงานบัญชีเพื่อดูแลสุขภาพทางการเงิน เจ้าของกิจการต้องพิจารณาให้ดีว่าจะเลือกใช้วิธีไหนดีในการจัดทำบัญชีของกิจการ</p>
<p><strong>ค่าจ้างนักบัญชี ในการจัดทำบัญชีและภาษี</strong></p>
<p>นักบัญชีที่จะมาดูแลจัดทำรายงานทางการเงินและวางแผนภาษีให้กับบริษัทนั้น จะต้องเป็นนักบัญชีที่เรียนจบมาทางด้านบัญชีหรือบริหารธุรกิจและมีความรู้ความสามารถในการทำบัญชีเป็นอย่างดีแล้ว อีกทั้งยังต้องมีคุณสมบัติสำคัญคือ ความซื่อสัตย์และความรับผิดชอบ อีกทั้งยังต้องมีความรอบคอบในการจัดทำรายงานทางการเงินของกิจการและการวางแผนภาษีเพราะหากเกิดความผิดพลาดใด ๆ ขึ้นมาจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อบริษัท ซึ่งค่าจ้างนักบัญชี ภาษี นั้นอยู่ในอัตราโดยประมาณดังต่อไปนี้</p>
<ul>
<li>ประสบการณ์ 0-1 ปี ค่าจ้างต่อเดือน 10,000 – 12,000 บาท</li>
<li>ประสบการณ์ 1-2 ปี ค่าจ้างต่อเดือน 15,000 – 20,000 บาท</li>
<li>ประสบการณ์ 2-3 ปี ค่าจ้างต่อเดือน 20,000 – 25,000 บาท</li>
</ul>
<p>หากบริษัทมีการทำธุรกรรมเป็นจำนวนมากก็จำเป็นต้องจ้างพนักงานบัญชีหลายคน ทำให้ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย และยิ่งหากเป็นนักบัญชีเก่ง ๆ ที่มีประสบการณ์มาก ค่าจ้างต่อเดือนก็จะยิ่งสูงมากขึ้นไปอีก ทั้งนี้ต้องไม่ลืมว่านอกเหนือจากค่าจ้างนักบัญชีแล้ว ยังต้องมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเครื่องคอมพิวเตอร์และโปรแกรมทำบัญชี ซึ่งอาจจะต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ของโปรแกรมเป็นรายเดือนหรือรายปีตามจำนวนไลเซนส์ที่ใช้งานอีกด้วย</p>
<p><strong>ค่าจ้างสำนักงานบัญชี ในการจัดทำบัญชีและภาษี</strong></p>
<p>ปัจจุบันนี้มีสำนักงานบัญชีให้บริการรับทำบัญชีและวางแผนภาษีอยู่ด้วยกันมากมายหลายแห่ง ซึ่งสำนักงานบัญชีเหล่านี้จะมีความพร้อมทั้งทางด้านทรัพยากรบุคคลและโปรแกรมต่าง ๆ สำหรับการทำบัญชีซึ่งช่วยลดภาระของบริษัทในการจัดหาทรัพยากรเหล่านี้ลงไปได้มาก อีกทั้งสำนักงานบัญชีที่มีชื่อเสียงก็จะมีนักบัญชีเก่ง ๆ มากมายรวมทั้งที่ปรึกษาบัญชีและที่ปรึกษาภาษีที่มีประสบการณ์สูงจึงเพิ่มความมั่นใจได้มากว่าจะได้รับรายงานทางการเงินที่ถูกต้องและมีการวางแผนภาษีที่ดี ซึ่งค่าจ้างในการจ้างสำนักงานบัญชีเพื่อดูแลสุขภาพทางการเงินของคุณขึ้นอยู่กับความซับซ้อนในการทำเอกสารและความยากง่ายของรายงานรวมทั้งปริมาณของรายการทางการเงินของบริษัท โดยสำนักงานบัญชีจะมีการคิดค่าบริการตามประเภทของธุรกิจเนื่องจากกิจการแต่ละประเภทมีรายละเอียดของเอกสารที่แตกต่างกัน โดยคิดในอัตราดังต่อไปนี้</p>
<p><strong><u>บัญชีสำหรับธุรกิจบริการ </u></strong></p>
<ul>
<li>จำนวนเอกสาร 1-40 ชุด คิดอัตราค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 1,000 – 1,500 บาท ต่อเดือน</li>
<li>จำนวนเอกสาร 41-80 ชุด คิดอัตราค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 1,500 – 2,000 บาท ต่อเดือน</li>
<li>จำนวนเอกสาร 81-120 ชุด คิดอัตราค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 2,000 – 2,500 บาท ต่อเดือน</li>
<li>จำนวนเอกสารตั้งแต่ 121-500 ชุด คิดอัตราค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 3,000 – 5,000 บาท ต่อเดือน</li>
</ul>
<p><strong><u>บัญชีสำหรับธุรกิจซื้อมาขายไปภายในประเทศ</u></strong></p>
<ul>
<li>จำนวนเอกสาร 1-40 ชุด คิดอัตราค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 1,500 – 2,000 บาท ต่อเดือน</li>
<li>จำนวนเอกสาร 41-80 ชุด คิดอัตราค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 2,000 – 2,500 บาท ต่อเดือน</li>
<li>จำนวนเอกสาร 81-120 ชุด คิดอัตราค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 2,500 – 3,500 บาท ต่อเดือน</li>
<li>จำนวนเอกสารตั้งแต่ 121-500 ชุด คิดอัตราค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 3,500 – 5,500 บาท ต่อเดือน</li>
</ul>
<p><strong><u>บัญชีสำหรับอุตสาหกรรมการผลิต</u></strong></p>
<ul>
<li>จำนวนเอกสาร 1-40 ชุด คิดอัตราค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 2,000 – 2,500 บาท ต่อเดือน</li>
<li>จำนวนเอกสาร 41-80 ชุด คิดอัตราค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 3,000 – 3,500 บาท ต่อเดือน</li>
<li>จำนวนเอกสาร 81-120 ชุด คิดอัตราค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 3,500 – 4,500 บาท ต่อเดือน</li>
<li>จำนวนเอกสารตั้งแต่ 121-500 ชุด คิดอัตราค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 4,500 – 6,000 บาท ต่อเดือน</li>
</ul>
<p>อัตราค่าบริการของสำนักงานบัญชีสำหรับเป็นที่ปรึกษาบัญชีและที่ปรึกษาภาษีดังที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงข้อมูลอย่างคร่าว ๆ เท่านั้น ซึ่งหากต้องการทราบรายละเอียดของค่าบริการตามจริงสามารถสอบถามได้ที่สำนักงานบัญชีที่สนใจ</p>
<p><strong>ค่าจ้างนักบัญชี ภาษี </strong><strong>vs ค่าจ้างสำนักงานบัญชีเพื่อดูแลสุขภาพทางการเงินของคุณ</strong></p>
<p>ข้อดีของการจ้างนักบัญชีคือ มีความต่อเนื่องในการทำงานและหากได้นักบัญชีเก่ง ๆ มาก็จะช่วยเรื่องการวางแผนบัญชีและวางแผนภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ข้อเสียก็คือนักบัญชีเก่ง ๆ นั้นหาได้ยาก อีกทั้งยังต้องมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเครื่องคอมพิวเตอร์และโปรแกรมในการทำบัญชีอีกต่างหาก</p>
<p>ในขณะที่การจ้างสำนักงานบัญชีนั้นมีข้อดีคือ มีนักบัญชีเก่ง ๆ และมีประสบการณ์สูงช่วยในการจัดทำบัญชีและวางแผนภาษี ค่าจ้างต่อเดือนก็คิดในอัตราเหมาจ่าย ไม่ต้องเสียค่าอุปกรณ์และค่าโปรแกรมจึงช่วยลดต้นทุนของบริษัท และไม่มีปัญหาในเรื่องของความซื่อสัตย์เพราะสำนักงานบัญชีจะทำงานอย่างมืออาชีพและตรงไปตรงมา</p>
<p>เมื่อได้เห็นข้อมูลค่าจ้างของนักบัญชีเปรียบเทียบกับการใช้บริการสำนักงานบัญชีแล้ว เจ้าของกิจการก็สามารถนำไปเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการตัดสินใจว่าจะเลือกจ้างทำบัญชีแบบไหนดี  สำหรับเจ้าของกิจการท่านใดที่กำลังสนใจใช้บริการสำนักงานบัญชี แต่ยังไม่รู้ว่าจะใช้บริการจากที่ไหนดี ลองเข้ามาติดต่อสอบถามข้อมูลกับ Scholar Accounting กันดูก่อน รับรองว่าคุณจะได้บริษัทรับทำบัญชีดี ๆ มาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6182 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/36.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/36.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/36-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/36-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5-%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5-vs-%e0%b8%84%e0%b9%88/">ค่าจ้างนักบัญชี ภาษี vs ค่าจ้างสำนักงานบัญชีเพื่อดูแลสุขภาพทางการเงินของคุณ</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปัจจัยที่ทำให้พนักงานบัญชีทำงานกับบริษัทได้นานขึ้น</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9a/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 09:31:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[เก็บเอกสารด้านบัญชี และภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[เตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=5915</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถึงแม้ว่าคนที่ทำงานในสายอาชีพบัญชี กำลังเป็นที่ต้องการข [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9a/">ปัจจัยที่ทำให้พนักงานบัญชีทำงานกับบริษัทได้นานขึ้น</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6166 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/21.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/21.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/21-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/21-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>ถึงแม้ว่าคนที่ทำงานในสายอาชีพบัญชี กำลังเป็นที่ต้องการของบริษัทต่าง ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็ยังมีความเข้าใจผิดหลายอย่างที่คนส่วนใหญ่ยังมองภาพผิดไป บางคนมองว่า พนักงานบัญชีส่วนใหญ่ต้องมีรายได้ที่สูงมากแน่ ๆ เลย เพราะงานบัญชีเป็นงานเฉพาะทางที่ต้องใช้ความละเอียดมาก แถมยังต้องตรงต่อเวลาอีกด้วย ซึ่งแท้ที่จริงแล้วนักบัญชีบางคนรายได้แทบไม่พอใช้ แถมสวัสดิการก็น้อยเหลือเกิน ทำให้พนักงานบัญชีหลายรายเกิดความท้อแท้ ขอลาออกจากจากบริษัท เพื่อไปทำงานในที่ใหม่ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่ากันอย่างมากมายเลยทีเดียว</p>
<p>เมื่อบริษัทต้องสูญเสียพนักงานบัญชีที่ทำงานมานานหลายปีไป บางที่ก็ถึงกับสั่นคลอนกันเลยทีเดียว เพราะคนที่จะมาช่วยวางระบบบัญชีไม่อยู่แล้ว ขาดที่ปรึกษาบัญชี ที่ปรึกษาภาษี ไหนจะไม่มีใครเก็บเอกสารด้านบัญชี และภาษี ปลายปีก็ไม่มีคนเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงินอีก ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหายุ่งยากวุ่นวายตามมาทีหลัง บริษัทจึงต้องพยายามรักษาพนักงานบัญชีที่ดี ๆ เอาไว้ให้นานที่สุด ซึ่งแนวทางในการทำให้พนักงานบัญชีอยู่ทำงานกับบริษัทได้นานขึ้น จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น เรามาติดตาม พร้อม ๆ กันในหัวข้อถัดไปกันได้เลย</p>
<p><strong>7 ปัจจัยที่ทำให้พนักงานบัญชีทำงานกับบริษัทได้นานขึ้น<br />
</strong>การพยายามทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อโน้มน้าวให้พนักงานบัญชีดี ๆ ทำงานให้กับบริษัทไปนาน ๆ นั้น นับเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่จะช่วยให้บริษัทดำเนินกิจการต่อไปได้อย่างราบรื่น แล้วเราจะสามารถสร้างสิ่งต่าง ๆ มาโน้มน้าวพนักงานบัญชีเหล่านี้ได้อย่างไร? มาร่วมกันหาคำตอบได้จากเนื้อหาในส่วนถัดจากนี้กันได้เลย</p>
<ol>
<li><strong> ผลตอบแทนและสวัสดิการต้องเหมาะสม</strong></li>
</ol>
<p>แม้เงินจะไม่ใช่ทุกอย่าง แต่ชีวิตก็ขาดเงินไม่ได้เหมือนกัน เพราะพนักงานบัญชีมาทำงานก็เพื่อต้องการรายได้เอาไว้ใช้ในการดำรงชีวิต ดังนั้นบริษัทจึงต้องพิจารณาว่าเงินเดือนและสวัสดิการต่าง ๆ ที่ให้กับพนักงานบัญชีนั้นเหมาะสมกับงานที่รับผิดชอบอยู่ เพื่อที่ว่าคนที่ตั้งใจทำงานและขยันขันแข็งจะได้มีกำลังใจในการทำงานต่อไป</p>
<ol start="2">
<li><strong> แสดงให้เห็นว่ามีโอกาสเจริญก้าวหน้า</strong></li>
</ol>
<p>องค์กรที่ดีจะต้องรู้จักให้โอกาสพนักงานได้เติบโตในสายอาชีพที่พวกเขาทำ ซึ่งถ้าหากพนักงานบัญชีรู้สึกว่ามาทำงานไปวัน ๆ แล้วไม่มีโอกาสได้ก้าวหน้าเลย ก็อาจจะนำไปสู่การอยากลาออกจากงานไปหาความท้าทายใหม่ ๆ กับองค์กรอื่นได้</p>
<p>พนักงานบัญชีที่เก่ง ๆ นั้นต้องการโอกาสใหม่ ๆ ในชีวิต หากเราอยากให้คนเก่งทำงานกับเราไปนาน ๆ สิ่งที่เราต้องทำให้ได้ก็คือ ทำให้พวกเขาเห็นโอกาสในการร่วมงานว่า มีแสงสว่างกำลังรออยู่ที่ปลายอุโมงค์ เมื่อพวกเขามองเห็นโอกาส พวกเขาจะไม่มองหาโอกาสในที่อื่นอีกเลย</p>
<p><strong>     3.</strong><strong>สร้างบรรยากาศในที่ทำงานให้มีความสุข</strong></p>
<p>บรรยากาศที่ดีในการทำงานจะช่วยให้พนักงานรู้สึกอบอุ่นและมีความสุข ซึ่งงานบัญชีเป็นงานที่เจอแต่ตัวเลข ความรู้สึกเบื่อ ๆ จึงมักเกิดขึ้นได้ง่าย  แล้วความรู้สึกที่เครียด ๆ เบื่อ ๆ เซ็ง ๆ เหล่านี้จะนำไปสู่การหมดไฟของพนักงานได้ในที่สุด เราจึงควรปรับบรรยากาศให้เอื้อต่อการทำงานและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพนักงาน หัวหน้างานและผู้บริหาร สิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างความรู้สึกที่ดีที่จะช่วยให้พนักงานอยากอยู่กับบริษัทไปนาน ๆ</p>
<ol start="4">
<li><strong> เพิ่มความท้าทายในการทำงาน</strong></li>
</ol>
<p>ความท้าทายในการทำงานเป็นสิ่งที่ทำให้พนักงานมีการพัฒนาตัวเองมากขึ้น คนที่ทำงานเก่ง ๆ มักไม่ชอบทำอะไรซ้ำซาก มันกดศักยภาพของเขาเกินไป บริษัทควรมีการตั้งเป้าหมายที่ท้าทายความสามารถในการทำงานของพนักงานเพื่อเป็นการยกระดับความสามารถและประสิทธิภาพในการทำงานให้สูงขึ้น และทำให้พนักงานมีแรงจูงใจในการทำงานมากขึ้น</p>
<ol start="5">
<li><strong> ทำให้พนักงานรู้สึกมีคุณค่าและมีความหมาย</strong></li>
</ol>
<p>คนทุกคนย่อมอยากให้คนอื่นให้ความสำคัญและมองเห็นคุณค่าของตนเอง องค์กรควรให้คำชมเชยแก่พนักงานเมื่อพวกเขาทำงานได้ดี เพราะยิ่งชมเชยและให้ความสำคัญกับพนักงานมากขึ้นเท่าไหร่ พนักงานก็จะยิ่งมีความตั้งใจมุ่งมั่นที่จะทำงานให้ดีมากยิ่งขึ้นและอยากทำงานอยู่กับบริษัทไปอีกนาน ๆ พนักงานที่รู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าและได้รับความสำคัญจากองค์กรจะให้ความรักและทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ มีความจงรักภักดีและอยากอยู่ทำงานไปอีกนาน ๆ เพื่อเติบโตไปพร้อมกับบริษัท</p>
<ol start="6">
<li><strong> ทำให้พนักงานรู้สึกภูมิใจที่ได้ทำงานกับบริษัท</strong></li>
</ol>
<p>การได้ทำงานในบริษัทที่มีชื่อเสียงเป็นความภูมิใจอย่างหนึ่งในชีวิตการทำงานของพนักงาน เมื่อไหร่ก็ตามที่ได้ทำงานในบริษัทชื่อดังจะทำให้พนักงานมีความรักและภูมิใจในบริษัท อีกทั้งยังมีความตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่แม้ว่าจะได้เงินเดือนไม่สูงเท่าที่อื่นก็ตาม เพราะเวลาพูดให้ใครฟังว่าได้ทำงานในบริษัทที่มีชื่อเสียงจะได้รับความสนใจและสร้างความรู้สึกภูมิใจ ลองดูตัวอย่าง iStudio, Starbucks สิ ผมยังทึ่งว่าเค้าทำได้อย่างไรให้พนักงานรู้สึกภูมิใจในงานที่ทำ</p>
<ol start="7">
<li><strong>Work-life Balance ยังคงสำคัญ</strong></li>
</ol>
<p>การทำงานหนักโดยไม่ได้พักผ่อนเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความเหนื่อยล้า และเมื่อความเหนื่อยสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็จะทำให้พนักงานเกิดความท้อใจในการทำงาน และประสิทธิภาพในการทำงานก็จะลดลง ดังนั้นบริษัทจึงควรส่งเสริมความสมดุลในการใช้ชีวิตของพนักงานโดยการให้งานในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ตามงานในช่วงเวลาพักหรือหลังเลิกงานเพื่อให้พนักงานมีเวลาส่วนตัว นอกจากนี้บริษัทยังสามารถจัดกิจกรรมออกกำลังกาย, เล่นโยคะ หรือจัดกิจกรรมนันทนาการหลังเลิกงานเพื่อให้พนักงานเกิดความผ่อนคลาย และไม่เครียดกับงานมากจนเกินไป</p>
<p>ปัจจัยทั้งหมดนี้ไม่ได้ดูเยอะหรือเหนือบ่ากว่าแรงเลย หากเปรียบเทียบกับผลลัพธ์ที่จะรักษาพนักงานบัญชีให้ทำงานกับบริษัทได้นานขึ้น ผลประโยชน์ที่ได้รับก็จะเกิดกับตัวบริษัทนั่นเอง ในโอกาสหน้าหากเราไปเจอข้อมูลหรือความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องราวของวงการบัญชีเช่นนี้อีก ทาง Scholar Accounting ก็จะหยิบมาทำเป็นสรุปแบบสั้น ๆ ง่าย ๆ มาให้อ่านกันอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6180 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9a/">ปัจจัยที่ทำให้พนักงานบัญชีทำงานกับบริษัทได้นานขึ้น</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ขั้นตอน, การเตรียมตัว และข้อควรระวังในการปิดกิจการ</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-%e0%b9%81%e0%b8%a5/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 09:09:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การปิดกิจการ]]></category>
		<category><![CDATA[การเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=5902</guid>

					<description><![CDATA[<p>การมีกิจการที่ประสบความสำเร็จถือเป็นความฝันที่ยิ่งใหญ่ข [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-%e0%b9%81%e0%b8%a5/">ขั้นตอน, การเตรียมตัว และข้อควรระวังในการปิดกิจการ</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6183 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/37.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/37.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/37-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/37-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>การมีกิจการที่ประสบความสำเร็จถือเป็นความฝันที่ยิ่งใหญ่ของผู้ประกอบการทุกคน แต่พอได้มาทำจริง ๆ แล้วเจ้าของธุรกิจหลาย ๆ คนกลับพบกับอุปสรรคต่าง ๆ มากมายจนถึงขั้นไปไม่รอดต้องปิดกิจการลง ซึ่งก่อนที่จะปิดกิจการได้อย่างสมบูรณ์แบบนั้น เจ้าของกิจการจะต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจเสียก่อนว่า การปิดกิจการนั้นมีขั้นตอนและการเตรียมตัว รวมถึงข้อควรระวังอย่างไรบ้าง? เราจึงขอแนะนำให้ลองมาติดตามอ่านบทความนี้กันดู ซึ่งหลังจากที่ได้อ่านบทความนี้จบแล้ว ผู้อ่านจะเข้าใจกระบวนการต่าง ๆ จนสามารถปิดกิจการของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบและถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ<br />
<strong><br />
สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนดำเนินการขอปิดกิจการ</strong></p>
<p>ในช่วงแรกนี้ เรามาดูสิ่งที่จะต้องเตรียมให้พร้อมก่อนจะเริ่มต้นทำเรื่องขอปิดกิจการกันก่อนเลย ถึงแม้จะดูไม่มีอะไรแต่เราขอแนะนำให้ผู้ประกอบการเตรียมทั้ง 5 อย่างนี้ให้พร้อมก่อนที่จะเริ่มต้นดำเนินการปิดกิจการ ซึ่งการเตรียมตัวที่ดีจะมีรายละเอียดอย่างไรบ้างนั้น มาติดตามกัน…</p>
<ol>
<li>เตรียมจัดประชุมเลิกกิจการ ซึ่งก่อนการประชุมจะต้องมีการลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์และส่งจดหมายเชิญประชุมไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน เพื่อขอความคิดเห็นและลงมติเห็นชอบในการขอยกเลิกกิจการ</li>
<li>เตรียมการจดทะเบียนเลิกกิจการกับกรมพัฒนาธุรกิจและการค้าตามวิธีการที่กำหนดไว้ และเตรียมคืนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แบบ ภพ.20) ไปให้แก่กรมสรรพากร</li>
<li>การเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงินรอบสุดท้ายก่อนปิดกิจการ ซึ่งเป็นงบที่ต้องมีผู้ตรวจสอบบัญชีรับรองเหมือนงบประจำปี และยื่นชำระภาษีนิติบุคคล ภายใน 150 วัน เมื่อดำเนินการเรียบร้อยแล้ว จึงจะไปจดทะเบียนเสร็จชำระบัญชีที่กรมพัฒนาธุรกิจและการค้าได้</li>
<li>เตรียมคืนบัตรผู้เสียภาษีกับกรมสรรพากร เพื่อรับเอกสารรับรองการออกจากระบบภาษีมูลค่าเพิ่มของกรมสรรพากร</li>
<li>เตรียมเรื่องการขายทรัพย์สิน เคลียร์เรื่องหนี้สินของบริษัททั้งส่วนลูกหนี้ เจ้าหนี้ให้เรียบร้อย สุดท้ายหากมีทรัพย์สินเหลือ ต้องคืนให้ผู้ถือหุ้นตามสัดส่วนของหุ้นที่ถือไว้</li>
</ol>
<p><strong>ขั้นตอนในการทำเรื่องขอปิดกิจการ</strong></p>
<p>ในช่วงที่สองนี้ จะเป็นเนื้อหาที่ผู้ประกอบการซึ่งกำลังจะทำเรื่องขอปิดกิจการนั้นให้ความสนใจเป็นพิเศษ นั่นก็คือ ขั้นตอนในการดำเนินการขอปิดกิจการ  ซึ่งวิธีการในการทำเรื่องขอปิดกิจการที่ว่านี้ จะมีขั้นตอนต่าง ๆ อย่างไรบ้างนั้น มาติดตามกัน…</p>
<ol>
<li>จัดประชุมทำข้อตกลงกันระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอยกเลิกกิจการ ในขั้นตอนนี้จะใช้เวลาไม่เกิน 14 วัน ตามที่กฎหมายได้ระบุไว้</li>
<li>จดทะเบียนเลิกกิจการให้สมบูรณ์กับกรมพัฒนาธุรกิจและการค้า หากยังไม่จดทะเบียนเลิกกิจการ ทางกฎหมายจะยังถือว่ามีกิจการอยู่ และบังคับให้ทำตามขั้นตอนของกฎหมายเสมือนยังประกอบธุรกิจอยู่ต่อไป</li>
<li>ดำเนินการคืนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไปให้กรมสรรพากร ภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้จดทะเบียนเลิกกิจการกับกรมพัฒนาธุรกิจและการค้า หลังจากนั้นกรมสรรพากรจะส่งจดหมายมาแจ้งว่าได้ทำการอนุมัติให้กิจการออกจากระบบภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว</li>
<li>จัดทำงบการเงินในรอบบัญชีที่เลิกกิจการ และส่งให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบและรับรองความถูกต้อง</li>
<li>ยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลและงบการเงินที่ได้ถูกตรวจสอบและรับรองความถูกต้องแล้ว ไปให้แก่กรมสรรพากร</li>
<li>จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี ที่กรมพัฒนาธุรกิจและการค้า</li>
<li>คืนบัตรผู้เสียภาษีแก่กรมสรรพากร</li>
<li>กรมสรรพากรจะทำเอกสารอนุมัติให้ออกจากระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม</li>
</ol>
<p><strong>ข้อควรระวังในการปิดกิจการ</strong></p>
<p>เรื่องสุดท้ายในบทความนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ห้ามมองข้ามในช่วงระหว่างดำเนินการปิดกิจการ ซึ่งเรื่องเหล่านั้นก็คือ กฎระเบียบที่มีเงื่อนไขในเรื่องของเวลานั่นเอง ด้านล่างนี้เป็นกฎข้อบังคับที่ผู้ประกอบการควรระมัดระวังในช่วงที่ดำเนินการปิดกิจการ และจะต้องทำให้เสร็จตามช่วงเวลาที่กฎหมายกำหนด มิฉะนั้นจะถูกปรับเงินหรือมีโทษตามที่กฎหมายได้ระบุไว้</p>
<ol>
<li>การแจ้งเรื่องเรียกประชุมกรรมการ ผู้ถือหุ้น ให้เข้าประชุมเรื่องการปิดกิจการ ต้องแจ้งก่อนจะเริ่มมีการประชุมอย่างน้อย 14 วัน เพื่อป้องกันการตกข่าว หรือถือเป็นข้ออ้างไม่ยอมรับมติที่ชุมกรณีที่ไม่ได้เข้าประชุม เพราะถือว่ารู้แล้ว แต่ไม่ใช้สิทธิ์เองก็ต้องยอมรับในเสียงส่วนใหญ่</li>
<li>การคืนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่กรมสรรพากรหลังจดทะเบียน จะต้องคืนภายใน 15 วัน หากคืนไม่ทันจะมีค่าปรับ 2000 บาท และยังต้องยื่นเสียภาษีมูลค่าเพิ่มต่อไปจนกว่าจะได้รับอนุมัติจากกรมสรรพากร ไม่เช่นนั้นจะถูกตามภาษีย้อนหลังได้ เพราะภาษี เบี้ยปรับ มีอายุความถึง10 ปีเลยทีเดียว</li>
<li>อย่าปิดกิจการโดยวิธีเลิกดำเนินกิจการเฉย ๆ โดยไม่ดำเนินการใด ๆ ในเรื่องปิดกิจการ เพราะจะมีปัญหาอื่น ๆ ตามมาในภายหลัง</li>
</ol>
<p>เป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้ประกอบการจะตัดสินใจขอยกเลิกการดำเนินการทางธุรกิจ เมื่อพบว่าผลการดำเนินงานของกิจการไม่เป็นไปตามแผนธุรกิจที่ได้คาดหวังเอาไว้ เช่น ผลประกอบการไม่ดี ทำให้กิจการประสบปัญหา ขาดทุน หรือกิจการมีความเสี่ยงมาก เนื่องจากมีภาระหนี้สินต่าง ๆ มากมาย เป็นต้น  ซึ่งผู้ประกอบการควรจะศึกษากระบวนการต่าง ๆ ของการยกเลิกกิจการให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง เพื่อที่ว่าในช่วงของการดำเนินการปิดกิจการจะสามารถทำได้อย่างถูกต้องและไม่มีปัญหาอื่น ๆ ตามมาในภายหลัง สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่ต้องการความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินการปิดกิจการ ลองเข้ามาติดต่อสอบถามกับทีมงานที่ปรึกษาบัญชี หรือที่ปรึกษาภาษีของ Scholar Accounting กันดูก่อน รับรองว่าคุณจะได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6181 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p><strong> </strong></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-%e0%b9%81%e0%b8%a5/">ขั้นตอน, การเตรียมตัว และข้อควรระวังในการปิดกิจการ</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิธีการตรวจสอบภาษี ของกรมสรรพากรด้วยระบบ Risk Based Audit System (RBA.)</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 08:12:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีขายของออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีผู้ค้าออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีย้อนหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีร้านค้า]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีร้านค้าออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีแม่ค้าออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=5860</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำหรับท่านผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs นั้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81/">วิธีการตรวจสอบภาษี ของกรมสรรพากรด้วยระบบ Risk Based Audit System (RBA.)</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6159 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/14.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/14.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/14-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/14-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>สำหรับท่านผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs นั้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเรื่องของภาษี เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่เจ้าของธุรกิจทุกคนต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ การติดตามข่าวสารต่าง ๆ ของกรมสรรพากรเกี่ยวกับการตรวจสอบภาษีของผู้ประกอบการจึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความใส่ใจ ซึ่งกรมสรรพากรในยุค 4.0 ก็ได้มีการพัฒนาระบบการตรวจสอบขึ้นมาใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีทางไอทีมาใช้วิเคราะห์และตรวจสอบว่าเจ้าของธุรกิจแต่ละรายมีการเสียภาษีที่ถูกต้องหรือไม่ ซึ่งระบบนี้เรียกว่า Risk Based Audit System ลองมาทำความเข้าใจกับระบบการตรวจสอบภาษีแบบใหม่ที่ว่านี้กัน รับรองว่าคุณจะรู้วิธีจัดการสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาษีได้อย่างถูกต้อง รวมไปถึงปลอดภัยจากการมาตรวจสอบกิจการของคุณจากกรมสรรพากรอย่างแน่นอน</p>
<h2><strong>ระบบ </strong><strong>Risk Based Audit System (RBA.) คืออะไร</strong></h2>
<p>Risk Based Audit System หรือ (RBA.) คือการวางระบบบัญชีและตรวจสอบภาษีรูปแบบใหม่ที่กรมสรรพากรนำเข้ามาใช้ในการวิเคราะห์ และตรวจสอบการเสียภาษี โดยให้ความสำคัญตั้งแต่การจัดเก็บข้อมูล ทั้งข้อมูลจากภายในและภายนอกองค์กร ไปสู่การตรวจสอบภาษีอย่างโปร่งใส ซึ่งข้อมูลที่นำมาใช้จะแบ่งการวิเคราะห์ในระบบ RBA. มี 4 กลุ่ม ดังนี้</p>
<ol>
<li>ข้อมูลการยื่นภาษีของบริษัทผ่านระบบสรรพากร ได้แก่ ภงด.50 ภ.พ.30 ภงด.3 ภงด.53 ภงด.1 ภงด.2</li>
<li>ข้อมูลของบริษัทที่มีในบันทึกของหน่วยงานภายนอก เช่น ข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต การไฟฟ้า การประปา ข้อมูลของโรงงานอุตสาหกรรม</li>
<li>ข้อมูลของบริษัทจากการวิเคราะห์เปรียบเทียบข้อมูลย้อนหลังไปในอดีต 3-5 ปี</li>
<li>ข้อมูลสนับสนุนการบริหารจัดเก็บภาษี</li>
</ol>
<h2><strong>หลักการตรวจสอบภาษีของสรรพากร</strong></h2>
<p>เมื่อมีการใช้ระบบนี้เข้ามาวิเคราะห์แล้ว ประโยชน์ที่กรมสรรพากรจะได้รับคือจะสามารถตรวจสอบการเสียภาษีของผู้ประกอบการได้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น เช่น กรณีหากรายรับไม่สอดคล้องกับรายจ่าย หรือช่องทางการเงินใดที่ไม่สามารถตรวจสอบต้นสายปลายเหตุได้ เกณฑ์เหล่านี้ก็จะถูกประเมินความเสี่ยง และนำไปสู่การสุ่มตรวจสอบผู้ประกอบการ เพื่อทำการแก้ไขและทำให้ถูกต้องได้มากขึ้น</p>
<p>แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ก็ยังมีมาตรการในการเข้าไปตรวจสอบ ซึ่งแบ่งออกไปตามระดับความเสี่ยง โดยเจ้าหน้าที่มีมาตรการดังต่อไปนี้</p>
<ol>
<li><strong> แนะนำด้านการตรวจสอบภาษีอากร</strong> การแนะนำเป็นมาตรการที่เบาที่สุด เป็นการกึ่งขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการก็ว่าได้ โดยเจ้าหน้าที่จะคอยเป็นที่ปรึกษาภาษีให้คำแนะนำ ให้ความรู้ ให้คำปรึกษา แนะนำแนวทางเพื่อแก้ไข สำหรับผู้ประกอบการที่ให้ความร่วมมือก็จะได้รับการแก้ไขให้ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น แต่สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่ไม่ให้ความร่วมมือ ทางเจ้าหน้าที่ก็จะทำการติดตามเป็นระยะและเพิ่มเป็นมาตรการในระดับที่รุนแรงขึ้น</li>
<li><strong> ตรวจสอบแบบแสดงรายการภาษี </strong>สำหรับกิจการที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีไม่ถูกต้อง ไม่วางระบบบัญชีใหม่ ไม่วางแผนภาษีให้ถูกต้อง และเพิกเฉยต่อการแก้ไขข้อมูลในเบื้องต้น ลำดับต่อมาเจ้าหน้าที่จะทำการวิเคราะห์และตรวจสอบข้อมูลด้วยตนเอง</li>
<li><strong> การตรวจปฏิบัติการ </strong>มาตรการลำดับต่อมาถือว่ามีความจริงจังมากขึ้นไปอีก เพราะเจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ขอเข้าไปตรวจเช็คสต๊อกสินค้า ตรวจนับเทียบกับตัวเลขในบัญชีว่ามียอดที่ตรงกันหรือไม่ ถ้าหากตรวจสอบแล้วพบว่ามียอดคงเหลือที่ไม่ตรงตามความเป็นจริง ผู้ประกอบการก็จะต้องเสียภาษีและเบี้ยปรับย้อนหลัง</li>
<li><strong> ออกหมายเรียกตรวจสอบภาษีอากร</strong> มาตรการขั้นสุดท้ายที่มีความรุนแรงมากที่สุด หากผู้ประกอบการไม่ให้ความร่วมมือใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขข้อมูลตั้งแต่ต้น ตลอดจนไม่ให้ความร่วมมือในการลงพื้นที่ ทางเจ้าหน้าที่จำเป็นที่จะต้องออกหมายเรียกตรวจสอบภาษีอากร ซึ่งถ้าหากถึงขั้นนี้อาจทำให้ผู้ประกอบการเสียค่าใช้จ่ายย้อนหลังมากขึ้นไปอีก อีกทั้งอาจจะทำให้เสียภาพลักษณ์ของธุรกิจด้วยก็เป็นได้</li>
</ol>
<h2><strong>ผู้ประกอบการ </strong><strong>SME ควรเตรียมตัวอย่างไรกับการ ใช้ระบบ RBA. </strong></h2>
<p>อย่างแรกเลยที่ผู้ประกอบการ SME ทุกท่านควรตระหนักถึงความสำคัญคือ การใช้ระบบ RBA. นี้เป็นระบบที่ค่อนข้างทำงานได้รวดเร็ว สามารถตรวจสอบได้อย่างละเอียด มีประสิทธิภาพ ใช้ระยะเวลาในการทำงานน้อยลง และที่สำคัญคือสามารถตรวจสอบได้อย่างเจาะลึกในแต่ละประเด็นมากยิ่งขึ้น</p>
<p>ฉะนั้นผู้ประกอบการเองจะต้องวางแผนธุรกิจและมีการวางแผนบัญชีให้ดี รวมไปถึงต้องมีความพร้อมในเรื่องของข้อมูล ไม่ว่าจะเป็น แบบแสดงรายการของผู้เสียภาษีประเภทต่าง ๆ บัญชีรายรับรายจ่าย งบดุล แบบแสดงต่อกรมศุลกากร ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือนของพนักงาน หรือแม้แต่ค่าน้ำค่าไฟ ข้อมูลเหล่านี้ผู้ประกอบการต้องเตรียมตัวให้พร้อม</p>
<p>นอกจากนี้ผู้เสียภาษีจะต้องชี้แจงอย่างถูกต้อง และตรงไปตรงมา ว่าตนเองนั้นมีการเสียภาษีส่วนไหน อย่างไรบ้าง ซึ่งข้อดีคือเป็นการได้วางแผนภาษีของตัวเองให้ถูกต้อง หรือถ้าหากที่ผ่านมายังมีข้อมูลใดที่ไม่ถูกต้อง ก็เป็นโอกาสดีที่จะได้ปรับปรุงแก้ไข เพื่อเลี่ยงความเสี่ยงในการถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง (ซึ่งอาจจะหนักกว่าการทำให้ถูกต้องไปเลยตั้งแต่ครั้งแรก) ถ้าหากเรานำส่งภาษีได้อย่างถูกต้องเสียตั้งแต่แรก แน่นอนว่าก็ช่วยลดภาระ ลดความเสียหาย และสบายใจได้ในระยะยาว</p>
<p>จะเห็นได้ว่าการเสียภาษีอย่างถูกต้อง วางแผนธุรกิจให้ดี ดำเนินธุรกิจที่เป็นไปตามแนวทางของรัฐบาลที่ได้แนะนำไว้ เป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการธุรกิจต้องให้ความสำคัญและปฏิบัติตาม ถ้าหากกิจการใดทำบัญชีโดยปกปิดข้อเท็จจริง สร้างรายจ่ายอันเป็นเท็จ รวมทั้งการทำเอกสารปลอมต่าง ๆ นอกจากจะถูกกรมสรรพากรดำเนินคดีแล้ว ยังเป็นความผิดทางอาญาตาม พรบ.การบัญชี พ.ศ.2543 ด้วย ซึ่งมีแต่จะเสียกับเสีย ไม่ว่าท่านจะประกอบธุรกิจการ ร้านค้าออนไลน์ หรือธุรกิจร้านค้าประเภทใดก็ตาม ถ้าหากปฏิบัติให้ถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้ ก็จะไม่ต้องยุ่งยากในการทำบัญชีอีกต่อไป สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่กำลังต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Risk Based Audit System ที่ใช้ในการตรวจสอบภาษี ลองเข้ามาติดต่อสอบถามกับ Scholar Accounting  เพื่อรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดทำบัญชี รับรองว่าคุณจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6180 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81/">วิธีการตรวจสอบภาษี ของกรมสรรพากรด้วยระบบ Risk Based Audit System (RBA.)</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิธีตรวจสอบสถานะภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%87/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 07:23:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=5828</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภาษี หมายถึง เงินหรือสิ่งของอื่นที่รัฐเรียกเก็บจากปัจเจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%87/">วิธีตรวจสอบสถานะภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6175 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/29.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/29.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/29-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/29-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>ภาษี หมายถึง เงินหรือสิ่งของอื่นที่รัฐเรียกเก็บจากปัจเจกบุคคลหรือนิติบุคคล เพื่อนำไปสนับสนุนรัฐและกิจการของรัฐ ซึ่งภาษีมีหลายประเภท อาจแบ่งตามลักษณะการเสียภาษีเป็น 2 ประเภท คือ</p>
<p>ภาษีทางตรง คือ ภาษีที่ผู้เสียภาษีจะต้องจ่ายให้รัฐโดยตรงไม่สามารถผลักภาระให้ผู้อื่นรับผิดชอบแทนได้ อัตราภาษีจะเป็นแบบก้าวหน้า เช่น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล เป็นต้น</p>
<p>ภาษีทางอ้อม คือ  ภาษีที่ผู้เสียภาษีสามารถผลักภาระให้ผู้อื่นเป็นผู้จ่ายแทนให้ได้ มักเป็นภาษีจากการรับการบริการ และเป็นภาษีที่เก็บได้มากกว่าเมื่อเทียบกับภาษีทางตรง เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่ผู้ประกอบการจะรวมอยู่ในราคาสินค้าให้ประชาชนรับผิดชอบไป เป็นต้น</p>
<p><strong><u>ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคืออะไร? </u></strong></p>
<p>เมื่อเข้าใจถึงความหมายของภาษีเบื้องต้นแล้ว มาทำความเข้าใจกับภาษีที่ผู้มีรายได้ทุกคนต้องเสีย อย่างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ผู้จ่ายภาษีควรมีการวางแผนภาษีเพื่อให้เสียภาษีน้อยที่สุด</p>
<p>ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือ ภาษีที่เรียกเก็บจากผู้มีรายได้ เกิดขึ้นตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด และต้องจ่ายให้กับรัฐบาลตามเกณฑ์ที่กำหนกเพื่อสนับสนุนกิจการของรัฐ โดยภาษีนั้นจะจะอยู่ในรูปของเงินหรือไม่ก็ได้</p>
<p><strong><u>ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเสียภาษีตอนไหน? </u></strong></p>
<p>การจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาโดยทั่วไปจะจัดเก็บปีละ1 ครั้ง โดยปีภาษีจะอยู่ระหว่างวันที่ 1 มกราคม –  31 ธันวาคมของปีนั้นๆ ซึ่งการจัดเก็บภาษีนั้นผู้มีรายได้จะต้องแสดงตนเองตามแบบแสดงรายการภาษีที่กำหนดภายในเดือนมกราคมถึงมีนาคมของปีถัดไป กระนั้นก็ยังมีผู้มีรายได้บางประเภทที่ต้องเสียภาษีทุกครึ่งปีเพื่อบรรเทาภาระภาษีที่ต้องในบางกรณี จึงจำเป็นต้องมีการวางแผนภาษีและมีที่ปรึกษาภาษี</p>
<p><strong><u>ใครบ้างที่ต้องเสียภาษี?</u></strong></p>
<p>ตามโครงสร้างภาษีปี 2561 ได้มีการปรับโครงสร้างภาษีแบบใหม่ กำหนดให้ผู้มีรายได้สุทธิตั้งแต่ 150,001 บาทขึ้นไปจะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ดังนั้นการวางแผนภาษีและมีที่ปรึกษาภาษีเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากเพื่อให้การลดหย่อนภาษีถูกใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพ</p>
<p>สำหรับผู้มีรายได้ที่ต้องเสียภาษีทุกครึ่งปี มีข้อกำหนด คือ ต้องเป็นผู้ที่มีรายได้ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 30 มิถุนายน เกิน 60,000 บาท และหากกรณีมีคู่สมรสต้องมีรายได้รวมกันเกิน 120,000 บาท หรือกรณีที่ฝ่ายหนึ่งมีรายได้เกินจาก 60,000 โดยที่อีกฝ่ายไม่มีรายได้ ก็จะต้องยื่นแบบภาษีเช่นกัน และยังต้องเป็นผู้มีรายได้จากเงินได้ประเภทที่ 5, 6, 7 และ 8  ตามประมวลกฎหมายรัษฎากร โดยผู้เสียภาษีจะต้องแสดงตนเองตามแบบแสดงรายการภาษีที่กำหนดภายในเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายนปีนั้นๆ</p>
<p>โดยรายได้จากเงินได้ทั้ง 4 ประเภทที่เข้าข่ายต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทุกครึ่งปี มีดังต่อไปนี้</p>
<ul>
<li>ค่าเช่า (เงินได้ประเภทที่ 5)</li>
</ul>
<p>คือ รายได้ที่มาจากการปล่อยเช่าทรัพย์สินทุกประเภท เช่น บ้าน ที่ดิน รถยนต์ เป็นต้น</p>
<ul>
<li>ค่าวิชาชีพอิสระ (เงินได้ประเภทที่ 6)</li>
</ul>
<p>สำหรับวิชาชีพอิสระตามประมวลกฎหมายรัษฎากร ที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทุกครึ่งปี มี 6 สาขาวิชาชีพ คือ แพทย์/พยาบาลที่มีใบประกอบโรคศิลปะ, นักกฎหมาย, วิศวกร, สถาปนิก, นักบัญชี และช่างประณีตศิลป์ ทั้งนี้เงินได้ของวิชาชีพดังกล่าวเกิดจากการใช้ความรู้ในวิชาชีพซึ่งมีรายได้ไม่แน่นอนและไม่ใช่เงินเดือนประจำนั่นเอง</p>
<ul>
<li>ค่ารับเหมาทั้งค่าแรงและค่าของ (เงินได้ประเภทที่ 7)</li>
</ul>
<p>บุคคลที่มีรายได้เป็นค่ารับเหมาที่ต้องเป็นคนจัดหาทั้งแรงงาน เครื่องมือ และวัสดุต่าง ๆ เองทั้งหมด โดยไม่มีการผลักภาระใดๆ ให้ผู้จ้าง(ลูกค้า) จะเข้าข่ายการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทุกครึ่งปี</p>
<ul>
<li>เงินได้อื่น ๆ (เงินได้ประเภทที่ 8)</li>
</ul>
<p>คือ เงินได้ที่ไม่เข้าพวกเงินได้ทั้ง 1 – 7  ประเภทที่กำหนดไว้ก่อนหน้า ได้แก่รายได้จากการเป็นนักแสดง นักร้อง, การขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นมรดก, การประกอบธุรกิจในนามบุคคลธรรมดา เช่น ร้านอาหาร ร้านทำผม รวมถึงการขายของออนไลน์ หรือ เงินปันผลที่ได้จากกองทุนรวม  เป็นต้น</p>
<p>ทั้งนี้ยังมีการยกเว้นภาษีสำหรับผู้มีรายได้ที่ต้องเสียภาษีทุกครึ่งปีตามเกณฑ์ข้างต้น ในกรณีที่เป็นโสดและมีเงินได้พึงประเมินไม่เกิน 30,000 บาท รวมถึงห้างหุ้นส่วนสามัญ และคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล หากมีเงินได้ไม่เกินที่กำหนดก็ไม่ต้องเสียภาษีครึ่งปีเช่นกัน</p>
<p>อย่างไรก็ตามหากผู้มีรายได้มีเกณฑ์เข้าข่ายยื่นภาษีครึ่งปีก็จะต้องยื่นภาษีประจำปีในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคมตามปกติเช่นกัน</p>
<p><strong><u>วิธีการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา</u></strong></p>
<p><strong>เงินได้ </strong><strong>&#8211; ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ</strong></p>
<p>เมื่อได้ “เงินได้สุทธิ” แล้ว ให้นำไปคำนวณตามอัตราภาษีตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะได้ภาษีต้องชําระทั้งปีและสามารถนําภาษีที่ถูก หัก ณ ที่จ่ายไว้มาหักออกจากภาษีที่ต้องชาระ</p>
<p>เมื่อได้จำนวนภาษีที่ต้องชำระแล้ว ให้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.91) หรือ แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90)</p>
<p>ทั้งนี้หากต้องการคำนวณภาษีก็มีเว็บไซต์ให้บริการอยู่มากมาย เช่น เว็บไซต์ของกรมสรรพากร โปรแกรม และแอพพลิเคชั่นคำนวณภาษี ต่างๆ</p>
<p><u>อัตราภาษีจากเงินได้สุทธิบุคคลธรรมดา</u></p>
<table>
<tbody>
<tr>
<td><strong>เงินได้สุทธิ</strong></td>
<td><strong>อัตราภาษี</strong></td>
<td><strong>ภาษีสูงสุด</strong> <strong>(บาท)</strong></td>
</tr>
<tr>
<td>0-150,000 (แรก)</td>
<td> 5%</td>
<td> ยกเว้น*</td>
</tr>
<tr>
<td> 150,001-300,000</td>
<td> 5%</td>
<td> 7,500</td>
</tr>
<tr>
<td>300,001-500,000</td>
<td> 10%</td>
<td> 20,000</td>
</tr>
<tr>
<td>500,001-750,000</td>
<td> 15%</td>
<td> 37,500</td>
</tr>
<tr>
<td>750,001-1,000,000</td>
<td> 20%</td>
<td> 50,000</td>
</tr>
<tr>
<td>1,000,001-2,000,000</td>
<td> 25%</td>
<td> 250,000</td>
</tr>
<tr>
<td>2,000,001- 5,000,000</td>
<td> 30%</td>
<td> 900,000</td>
</tr>
<tr>
<td>5,000,001 ขึ้นไป</td>
<td> 35%</td>
<td>&#8211;</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><strong><u>ประเภทแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา</u></strong></p>
<ol>
<li>แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.91)</li>
</ol>
<p>คือ แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้มีเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 1 เพียงอย่างเดียวเท่านั้น</p>
<p>เงินได้ประเภทที่ 1 ได้แก่ เงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำนาญ บำเหน็จ เป็นต้น</p>
<ol start="2">
<li>แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90)</li>
</ol>
<p>คือ แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้มีเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 1-8</p>
<p><strong><u>วิธีการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา</u></strong></p>
<p>ก่อนที่จะทำการยื่นภาษีนั้นจะต้องวางแผนภาษีและเตรียมเอกสารประกอบการยื่นภาษี ดังนี้</p>
<ul>
<li>หนังสือรับเงินเดือน (50 ทวิ) ซึ่งได้รับจากนายจ้าง โดย 50 ทวิ นี้จะประกอบด้วย รายได้ทั้งหมด โบนัส ค่าประกันสังคม และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ</li>
<li>เอกสารรายการที่ใช้ลดหน่อยภาษีได้ เช่น ค่าลดหย่อนภาษีสำหรับคู่สมรสที่ไม่มีรายได้, ค่าเลี้ยงดูบิดา-มารดา ,ค่าเลี้ยงดูบุตร ค่าการศึกษา, ประกันชีวิต, จากกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF), กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เป็นต้น                                                                                                                                                                                                                                                                                                                      <strong><u>ช่องทางการยื่นภาษี</u></strong></li>
</ul>
<ol>
<li>ยื่นภาษีออนไลน์ด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ rd.go.th ของกรมสรรพากร</li>
<li>ยื่นภาษีด้วยตนเอง</li>
</ol>
<ul>
<li>กรุงเทพมหานคร</li>
</ul>
<p>&#8211; สํานักงานสรรพากรพื้นที่สาขา (เดิมเรียกว่า สํานักงานสรรพากรเขต/อําเภอ)</p>
<p>&#8211; ธนาคารพาณิชย์ไทย และสาขา ในเขตกรุงเทพมหานคร</p>
<p>&#8211; ที่ทําการไปรษณีย์สําหรับการยื่นแบบฯ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91 ระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 31 มีนาคมเท่านั้น</p>
<ul>
<li>ต่างจังหวัด</li>
</ul>
<p>&#8211; สํานักงานสรรพากรพื้นที่สาขา (เดิมเรียกว่า สํานักงานสรรพากรเขต/อําเภอ)</p>
<p>&#8211; ที่ว่าการอำเภอหรือกิ่งอำเภอท้องที่ที่สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ในกรณีสำนักงานสรรพากรอำเภอมิได้ตั้งอยู่ ณ ที่ว่าการอำเภอให้ยื่น ณ สำนักงานสรรพากรอำเภอ หรือ</p>
<p>&#8211; สำนักงานสาขาของธนาคารพาณิชย์ไทยในเขตอำเภอหรือกิ่งอำเภอท้องที่ที่สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่</p>
<p><u>ขั้นตอนการยื่นภาษีด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากร</u></p>
<ul>
<li>เข้าสู่เว็บไซต์ <a href="http://epit.rd.go.th">http://epit.rd.go.th</a> ของกรมสรรพากร เลือกหัวข้อ “ยื่นออนไลน์”</li>
<li>เลือกแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ที่ต้องการ (ภ.ง.ด.90/91)</li>
<li>ลงทะเบียน (สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยลงทะเบียน)</li>
<li>เมื่อลงทะเบียนแล้ว ให้เข้าสู่ระบบ</li>
<li>ตรวจสอบชื่อ นามสกุล ที่อยู่และข้อมูลต่างๆ ให้ถูกต้อง</li>
<li>เลือกวิธีการยื่นภาษี “ยื่นแบบ Online”</li>
<li>กรอกรายละเอียดสถานภาพ หากสมรส ต้องกรอกรายละเอียดคู่สมรสด้วย</li>
<li>เลือกประเภทเงินได้ และค่าลดหย่อน</li>
<li>กรอกรายละเอียดหนังสือรับเงินเดือน (50 ทวิ)</li>
<li>เมื่อกรอกข้อมูลครบแล้วให้ตรวยสอบตัวเลขรายละเอียดต่างๆ</li>
<li>ยืนยันการยื่นแบบภาษี</li>
<li>เข้าสู่ขั้นตอนจ่ายเงิน หรือ ตรวจสอบการคืนภาษี</li>
</ul>
<p>ขั้นตอนนี้หากต้องจ่ายภาษีจะมีให้เลือกวิธีการจ่ายเงิน หากใครได้เงินภาษีคืนจะต้องรออย่างน้อย 1 วันหลังยื่นภาษี</p>
<p><strong><u>วิธีการตรวจสอบสถานะการคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา</u></strong></p>
<p>หลังจากยื่นภาษีไปแล้ว ผู้ยื่นภาษีคนใดได้ภาษีคืน สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ <a href="http://www.rd.go.th/publish/27942.0.html">http://www.rd.go.th/publish/27942.0.html</a>  หลังยื่นภาษี 1 วัน</p>
<p>เมื่อเข้าใจขั้นตอนการเสียภาษีแล้ว การวางแผนภาษีเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมากเพื่อให้ภาษีทุกบาททุกสตางค์เสียไปอย่างคุ้มค่า หากมีที่ปรึกษาภาษีก็จะเป็นทางออกที่ดีสำหรับผู้เสียภาษีนั่นเอง</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6180 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%87/">วิธีตรวจสอบสถานะภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
