<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ที่ปรึกษาบัญชี Archives - Scholar</title>
	<atom:link href="https://www.scholaraccounting.com/tag/%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%B5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.scholaraccounting.com/tag/ที่ปรึกษาบัญชี/</link>
	<description>แค่เว็บเวิร์ดเพรสเว็บหนึ่ง</description>
	<lastBuildDate>Tue, 25 Feb 2020 01:53:09 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2019/12/scholar-favicon.png</url>
	<title>ที่ปรึกษาบัญชี Archives - Scholar</title>
	<link>https://www.scholaraccounting.com/tag/ที่ปรึกษาบัญชี/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>การเริ่มธุรกิจในประเทศกลุ่ม AEC</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Feb 2020 03:35:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาของการทำบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=6108</guid>

					<description><![CDATA[<p>แนวทางการทำธุรกิจนั้น ไม่ว่าจะเป็นในไทยหรือในกลุ่มประเท [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8/">การเริ่มธุรกิจในประเทศกลุ่ม AEC</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="size-full wp-image-6178 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/32.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/32.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/32-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/32-768x644.png 768w" sizes="(max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>แนวทางการทำธุรกิจนั้น ไม่ว่าจะเป็นในไทยหรือในกลุ่มประเทศ AEC ล้วนมีหลักการพื้นฐานไม่ต่างกัน คือจะต้องมีการทำแผนธุรกิจ, วางระบบบัญชี และหาที่ปรึกษาบัญชี เพื่อป้องกันปัญหาของการทำบัญชี ส่วนรายละเอียดปลีกย่อย ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของประเทศนั้น ๆ ที่เราต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งต้องศึกษาให้ดีก่อนที่จะเริ่มธุรกิจ</p>
<p><strong>ประเทศไหนอนุญาตให้คนไทยไปทำธุรกิจได้</strong></p>
<p>ประเทศในกลุ่ม AEC มีความเหมือนและต่างกันในบางเรื่อง แต่การรวมกลุ่มก็เพื่อจะได้เอื้อประโยชน์แก่กันและกันในภูมิภาคนี้ ธุรกิจข้ามชาติก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้ทุกประเทศได้ขยายเครือข่าย เพื่อสร้างกำลังในกลุ่มประเทศ เพื่อเป็นอำนาจต่อรองในอนาคต การเปิดโอกาสให้มีการลงทุนจึงมีด้วยกันทุกประเทศ แต่ด้วยเหตุปัจจัยหลายอย่างทำให้การลงทุนมีความยากง่ายต่างกัน ลองมาดูว่า ประเทศไหนลงทุนยากง่ายต่างกันอย่างไร</p>
<p>ประเทศในกลุ่ม AEC ที่สามารถเข้าไปลงทุนได้ เรียงลำดับจากง่ายไปหายาก ดังนี้  สิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไน เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย กัมพูชา ลาว และเมียนมาร์ ส่วนไทยถูกจัดไว้ในอันดับที่ 3 รองจากมาเลเซีย ที่เปิดโอกาสให้ประเทศในกลุ่มเข้ามาลงทุนทำธุรกิจ</p>
<p><strong>สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจไปทำธุรกิจในกลุ่ม </strong><strong>AEC</strong></p>
<p>การลงทุนทำธุรกิจในประเทศให้เจริญเติบโตอย่างมั่นคงว่ายากแล้ว การทำธุรกิจในต่างประเทศยากกว่า เพราะมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้มากกว่าธุรกิจคือ เหตุปัจจัยต่าง ๆ ในเรื่องเหล่านี้</p>
<ol>
<li><strong>รู้จักแต่ละประเทศ </strong></li>
</ol>
<p><strong><u>อินโดนีเซีย</u></strong> ประชาชนเยอะก็จริง แต่ก็กีดกันการค้าพอสมควร และการตลาดแข่งขันสูง</p>
<p><strong><u>เมียนมาร์</u></strong> น่าลงทุนเกี่ยวกับสินค้าที่รัฐบาลอนุญาตให้ชาวต่างชาติทำ ซึ่งมีหลายกลุ่ม เช่น สินค้าเพื่อผลิตผลการเกษตร, เมล็ดพันธุ์พืช,  ปุ๋ย, ยาฆ่าแมลง, สินค้าประเภทอุปกรณ์การแพทย์ และสินค้าพวกวัสดุก่อสร้าง</p>
<p><strong><u>ฟิลิปปินส์</u></strong> มีภูมิประเทศที่เป็นเกาะ ค่าขนส่งแพง ถ้าจะทำควรตั้งโรงงานในเกาะที่สนใจเลย และที่นี่มีเขตเศรษฐกิจพิเศษ นักลงทุนจะได้รับการยกเว้นภาษี 6 ปี</p>
<p><strong><u>สปป.ลาว</u></strong> เป็นประเทศที่นักธุรกิจท้องถิ่นมีอิทธิพลสูง ถ้าจะลงทุนควรร่วมทุนไม่ใช่ไปลงทุนเองทั้งหมด</p>
<p><strong><u>เวียดนาม</u></strong> เป็นประเทศที่มีตลาดชนชั้นกลางขนาดใหญ่ สนใจเรื่องความงามและสุขภาพ การลงทุนต้องอิงภาครัฐ</p>
<p><strong><u>กัมพูชา</u></strong>  รัฐบาลเปิดเสรี เพื่อทำประเทศเป็นฐานการผลิตเพื่อการส่งออก</p>
<ol start="2">
<li><strong> กฎหมายในประเทศนั้น ๆ</strong> <strong>&#8211; กฎหมายเป็นสิ่งที่ผู้เข้าไปอาศัยต้องปฏิบัติตาม ยิ่งในประเทศที่มีความเคร่งครัดด้วยแล้ว จะมาทำอะไรตามใจอย่างไทย ๆ ไม่ได้ อาจส่งผลกระทบถึงธุรกิจทั้งทางตรงและทางอ้อม หากคิดจะไปลงทุนประเทศไหน นอกจากที่ปรึกษามีการ</strong><strong>วางแผนภาษี</strong><strong>ให้แล้ว ที่ปรึกษากฎหมายก็เป็นเรื่องสำคัญ</strong></li>
<li><strong> การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า</strong> <strong>&#8211; ทรัพย์สินทางปัญญา ก็เป็นอีกเรื่องที่คุณต้องเรียนรู้ เมื่อไปทำธุรกิจการค้าที่ต่างประเทศ แม้คุณจะมีการจดทะเบียนในประเทศแล้ว แต่ไปต่างประเทศก็ต้องศึกษาใหม่ เพราะแต่ละแห่งก็มักจะคุ้มครองเฉพาะธุรกิจในประเทศของตน </strong></li>
<li><strong>ศึกษาระบบการทำงานของประเทศนั้น ๆ </strong><strong>&#8211; แผนธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทยไม่ใช่ว่าจะนำไปใช้ได้กับทุกประเทศ เนื่องจากเงื่อนไขต่างกัน ค่านิยม ประเพณี วัฒนธรรม การดำรงชีวิต การจับจ่ายซื้อสินค้า รวมถึงลู่ทางการจัดจำหน่าย สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นอุปสรรคทั้งสิ้น</strong></li>
<li><strong>เงื่อนไขการลงทุน</strong> <strong>&#8211; การสนับสนุนการลงทุนของรัฐบาล มีส่วนเกี่ยวข้องที่จะทำให้ธุรกิจของคุณมีแนวโน้มไปต่อ หรือลงทุนแล้วต้องย้ายกลับประเทศ ถ้ารัฐบาลสนับสนุน คุณจะได้โอกาสพิเศษ</strong></li>
<li><strong>รู้กำลังของผู้บริโภคในท้องถิ่นที่คิดจะไปลงทุน</strong><strong> &#8211; เพื่อประเมินความเหมาะสมในการดำเนินธุรกิจ</strong></li>
</ol>
<p><strong>จะเห็นได้ว่า มีหลายสิ่งที่เป็นองค์ประกอบในการทำธุรกิจที่คุณจะต้องรู้ หากคุณไปทำธุรกิจยังต่างประเทศ เพื่อลงทุนแล้วไปต่อได้ นั่นคือสิ่งที่คุณต้องรู้เมื่อไปทำธุรกิจในต่างประเทศ </strong></p>
<p><strong> </strong><strong>เริ่มธุรกิจในประเทศกลุ่ม </strong><strong>AEC อย่างไร</strong></p>
<p>การเริ่มธุรกิจในประเทศกลุ่ม AEC นั้น ควรเริ่มต้นตรงไหนก่อน ระหว่างความสนใจของคุณ ความถนัด หรือประเทศที่ตอบโจทย์สิ่งที่คุณต้องการ ลองมาดูรายละเอียดกัน</p>
<ol>
<li>เลือกประเทศที่สนใจไปลงทุนทำธุรกิจ ภาพกว้าง ๆ ของแต่ละประเทศ มีความน่าสนใจน่าลงทุนต่างกัน</li>
<li>ธุรกิจที่คุณสนใจเหมาะกับประเทศนั้นหรือไม่ และเจาะลึกรายละเอียดลงไปว่า เหมาะกับเมืองใด รวมถึงรัฐบาลสนับสนุนหรือไม่</li>
<li>หาที่ปรึกษาเพื่อการลงทุนแบบไม่ผิดพลาด ซึ่งควรจะเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือผู้มีประสบการณ์มาก่อน ถึงจะเป็นที่ปรึกษาของคุณได้</li>
<li>ควรทำธุรกิจในลักษณะไหน ลงทุนเอง หรือร่วมทุนกับนักธุรกิจของประเทศนั้น ๆ เพราะมีเงื่อนไขในบางประเทศเช่น สปป. ลาว ไม่ควรลงทุนเอง เราควรหาผู้ร่วมลงทุนในประเทศดังกล่าวซึ่งจะทำให้เราดำเนินธุรกิจได้ง่ายกว่า</li>
<li>สำรวจตลาด ทำวิจัยการตลาดถึงความน่าจะเป็นที่จะเกิดขึ้นหากเข้าไปลงทุน แม้มีที่ปรึกษาแล้ว ก็ยังต้องรอบคอบเพราะการลงทุนมีความเสี่ยง ซึ่งการสำรวจตลาด ทำวิจัย และการลงพื้นที่จริง จะทำให้ เห็นโอกาส และความเสี่ยง</li>
<li>เมื่อตัดสินใจที่จะลงทุน รวมถึงมั่นใจในความเป็นไปได้แล้ว ให้จัดสรรงบประมาณเพื่อการลงทุน หาที่มาของเงินลงทุน และต้องตระหนักว่า การลงทุนในต่างประเทศในกลุ่ม AEC บางประเทศ นอกจากจะศึกษาข้อมูลที่หาได้ ยังต้องเรียนรู้เรื่องการเมือง และผู้ทรงอิทธิพลนอกระบบอีก</li>
</ol>
<p>ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจเริ่มธุรกิจในประเทศกลุ่ม AEC ประเทศไหนก็ตาม ควรเป็นไปอย่างมืออาชีพ และไม่ประมาท เพราะทุกการลงทุนมีความเสี่ยง สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่ต้องการความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเริ่มธุรกิจในประเทศกลุ่ม AEC ลองเข้ามาติดต่อสอบถามกับทีมงานของ Scholar Accounting กันดูก่อน รับรองว่าคุณจะได้รับความรู้และข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img decoding="async" class="size-full wp-image-6139 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-5-2.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-5-2.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-5-2-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-5-2-768x644.png 768w" sizes="(max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8/">การเริ่มธุรกิจในประเทศกลุ่ม AEC</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แนวทางการขยายธุรกิจขนาดเล็ก</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%b2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Feb 2020 03:27:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=6103</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในตอนเริ่มต้นวางแผนธุรกิจนั้น เชื่อได้ว่าเจ้าของธุรกิจท [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%b2/">แนวทางการขยายธุรกิจขนาดเล็ก</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-6177 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/31.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/31.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/31-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/31-768x644.png 768w" sizes="(max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>ในตอนเริ่มต้นวางแผนธุรกิจนั้น เชื่อได้ว่าเจ้าของธุรกิจทุกคนจะต้องคาดหวังไว้ว่าธุรกิจจะต้องประสบความสำเร็จ ดังนั้นในช่วงเริ่มต้นนั้นผู้ประกอบการทุกคนจึงต้องเขียนแผนธุรกิจเป็นอย่างดี มีการวางระบบบัญชี, วางแผนภาษีในการดำเนินกิจการอย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่นและมีการจัดการที่มีประสิทธิภาพ นอกเหนือจากนี้ การทำธุรกิจยังต้องมีการจัดการด้านการขายและการตลาดเพื่อให้เข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้อย่างทั่วถึง ซึ่งความท้าทายอย่างหนึ่งของผู้ประกอบการก็คือการขยายขนาดของธุรกิจที่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะการเติบโตของธุรกิจไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่ต้องอาศัยความพยายามอย่างต่อเนื่องและใช้วิธีการที่มีประสิทธิภาพในการขยายธุรกิจที่มีดังต่อไปนี้</p>
<ol>
<li>ทำความเข้าใจลูกค้าให้ดี การที่ผู้ประกอบการจะสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่นิยมของลูกค้าและเกิดความต้องการซื้อเพิ่มขึ้นนั้นจะต้องทำความเข้าใจกับความต้องการของลูกค้าและกลุ่มเป้าหมายอย่างดีที่สุดก่อน โดยหนึ่งในวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการทำความเข้าใจสิ่งที่ลูกค้าต้องการก็คือการสำรวจและการวิจัยทางด้านการตลาด ผู้ประกอบการควรสำรวจความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่องและรับฟังความคิดเห็นของลูกค้าอย่างเต็มที่ แม้ว่าบางความคิดเห็นจะฟังดูโหดร้ายแต่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ประกอบการเข้าถึงความต้องการของลูกค้าได้อย่างดีที่สุด เพื่อที่จะทำให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่เหมาะสมกับความต้องการของตลาดในปัจจุบัน ยิ่งกว่านั้นมันจะช่วยทำให้บริษัทมองเห็นถึงจุดอ่อนของตนเองและเริ่มทำการปรับปรุงแก้ไขก่อนที่จะส่งผลเสียหายหลายอย่างตามมาในภายหลัง</li>
<li>สำรวจคู่แข่งและสถานการณ์การแข่งขันในตลาด วิธีการหนึ่งในการขยายขนาดธุรกิจอย่างรวดเร็วก็คือการเรียนรู้จากคู่แข่ง โดยผู้ประกอบการสามารถใช้การทดสอบเชิงเปรียบเทียบ เช่น เปรียบเทียบเว็บไซต์ของบริษัทที่มีการทำธุรกิจคล้ายคลึงหรือใกล้เคียงกับธุรกิจของเรา โดยการใช้เครื่องมือเพื่อเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกที่ทำให้ผู้ประกอบการสามารถเปรียบเทียบการออกแบบเว็บไซต์, เนื้อหา, ข้อความที่ใช้ รวมถึงรายละเอียดอื่น ๆ อย่างเช่น ช่องทางการทำตลาดเพื่อให้รู้ว่ากลยุทธ์ใดที่ใช้แล้วได้ผลและประสบความสำเร็จมากที่สุด จากนั้นจึงนำรายละเอียดของข้อมูลเชิงลึกดังกล่าวมาวางแผนธุรกิจของตนเอง ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีการขยายธุรกิจที่ทำได้รวดเร็วที่สุดและมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงเพราะกลยุทธ์ที่เลือกนำมาใช้นั้นได้รับการพิสูจน์จากบริษัทอื่นมาแล้วว่าใช้ได้ผลจริง</li>
<li>ใช้ Social media ให้เป็นประโยชน์ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในทุกวันนี้ Social media มีอิทธิพลอย่างมหาศาลต่อการรับรู้และความคิดของผู้คน ดังนั้นมันจึงเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการส่งต่อความคิดหรือเนื้อหาที่ธุรกิจต้องการนำเสนอไปยังผู้คนหลายร้อยหลายพันคนได้ในเพียงครั้งเดียวโดยที่เสียค่าใช้จ่ายน้อยมากเมื่อเทียบกับการทุ่มงบทำการตลาดแบบอื่น ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องมีการวางแผนธุรกิจเพื่อให้บริษัท, สินค้า และผลิตภัณฑ์ของบริษัทอยู่ในกระแสของ Social media อยู่เสมอ เพื่อกระตุ้นความสนใจและการมีส่วนร่วมของลูกค้าที่จะทำให้การขยายธุรกิจเป็นไปได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วมากขึ้น วิธีการที่ธุรกิจส่วนใหญ่ใช้กันก็คือการสร้าง Account ในแพลตฟอร์ม Social media ต่าง ๆ เพื่อสื่อสารกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายอย่างใกล้ชิด รวมถึงการใช้ Influencer หรือคนที่มีอิทธิพลใน Social media มาช่วยนำเสนอสินค้าและบริการซึ่งจะช่วยกระตุ้นความสนใจและเพิ่มยอดขายได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังทำให้บริษัทเป็นที่รู้จักในวงกว้างซึ่งจะช่วยให้ขยายขนาดกิจการได้อย่างรวดเร็ว</li>
<li>เพิ่มทุนในการดำเนินกิจการ การจะขยายขนาดของธุรกิจขนาดเล็กให้มีขนาดใหญ่ขึ้น มีการเติบโตมากขึ้นนั้น สิ่งสำคัญที่สุดก็คือเงินทุน ที่ต้องใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของตลาดได้มากขึ้น, นำเงินไปจ้างพนักงาน, ปรับปรุงพื้นที่ขาย และขยายสาขาใหม่เพื่อรองรับลูกค้าที่มีจำนวนมากขึ้น สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องใช้เงินทุนในการดำเนินการ ซึ่งวิธีการหาเงินทุนในการขยายกิจการทำได้ทั้งการนำผลกำไรที่ได้มาใช้ในการขยายกิจการ และอีกวิธีหนึ่งที่ใช้กันมากก็คือการขอสินเชื่อหรือกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน โดยบริษัทจะต้องมีการวางแผนบัญชีเพื่อให้รายการทางการเงินเป็นไปอย่างถูกต้อง มีการเดินบัญชีที่สม่ำเสมอ  และมีการวางแผนภาษีเพื่อการยื่นและชำระภาษีอย่างถูกต้องเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่สถาบันการเงินที่จะทำให้การอนุมัติวงเงินสินเชื่อเพื่อขยายธุรกิจขนาดเล็กเป็นไปได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว ซึ่งผู้ประกอบการสามารถเลือกใช้บริการที่ปรึกษาบัญชีเพื่อให้ระบบบัญชีเป็นไปอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และมีความน่าเชื่อถือ สามารถนำไปยื่นของสินเชื่อจากธนาคารและสถาบันการเงินต่าง ๆ เพื่อนำเงินมาลงทุนเพิ่มได้</li>
</ol>
<p>แนวทางการขยายธุรกิจขนาดเล็กนั้นสามารถทำได้ด้วยกันหลายวิธี ทั้งการวางแผนขยายธุรกิจด้วยการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่ถูกใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมายซึ่งจะช่วยเพิ่มยอดขายและเป็นโอกาสในการทำให้ธุรกิจมีการเติบโตมากยิ่งขึ้น รวมทั้งการวางแผนการตลาดและการใช้ Social media ให้เป็นประโยชน์ รวมทั้งการขอเพิ่มทุนในการขยายกิจการด้วยการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน  ซึ่งวิธีการหลังนี้ผู้ประกอบการต้องมีการวางแผนธุรกิจและมีการวางระบบบัญชีที่ถูกต้อง เพื่อให้ธุรกิจมีความน่าเชื่อถือและหากต้องการเพิ่มเงินทุนเพื่อการขยายกิจการโดยการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินผ่านได้อย่างง่ายดาย</p>
<p>สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่ต้องการความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางการขยายธุรกิจ ลองเข้ามาติดต่อสอบถามกับทีมงานของ Scholar Accounting กันดูก่อน รับรองว่าคุณจะได้รับความรู้และข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน<br />
<a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6181 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%b2/">แนวทางการขยายธุรกิจขนาดเล็ก</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>องค์ประกอบและขั้นตอนการทำแผนธุรกิจ</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Feb 2020 03:17:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชีสำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=6099</guid>

					<description><![CDATA[<p>การวางแผนธุรกิจเป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญในการดำเนินธ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2/">องค์ประกอบและขั้นตอนการทำแผนธุรกิจ</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6156 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/11.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/11.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/11-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/11-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>การวางแผนธุรกิจเป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการที่เปรียบเสมือนกับแผนที่ในการเดินทางที่จะทำให้ธุรกิจมองเห็นเป้าหมายที่ชัดเจนและมีแนวทางขั้นตอนต่าง ๆ ในการดำเนินธุรกิจที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการมุ่งเน้นที่เป้าหมายและสามารถวางแผนเพื่อรับมือความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นพร้อมทั้งสามารถปรับกลยุทธ์ต่าง ๆ ให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ได้อยู่ตลอดเวลา</p>
<p>องค์ประกอบของแผนธุรกิจประกอบไปด้วย</p>
<ol>
<li>บทสรุปใจความสำคัญของแผนธุรกิจซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่แสดงถึงคุณภาพของแผนโดยรวม โดยจะมีรายละเอียดของแนวคิดของธุรกิจ, โอกาสของธุรกิจ และกลยุทธ์ที่ใช้ ซึ่งส่วนนี้จะเป็นส่วนที่นำเสนอต่อผู้ร่วมลงทุนเพื่อประกอบการตัดสินใจอีกด้วย</li>
<li>ประวัติและความเป็นมาโดยย่อของบริษัท ซึ่งเป็นข้อมูลโดยทั่วไปของบริษัท รวมทั้งความตั้งใจในการดำเนินธุรกิจและเป้าหมายที่บริษัทต้องการให้เป็นในอนาคต</li>
<li>SWOT Analysis เป็นการวิเคราะห์สถานการณ์และปัจจัยสำคัญ ๆ ต่าง ๆ โดยใช้เครื่องมือ SWOT Analysis ที่ใช้ในการวิเคราะห์ (Strengths), จุดอ่อน (Weaknesses), โอกาส (Opportunities) และ อุปสรรค (Threats) ในการดำเนินธุรกิจ</li>
<li>วัตถุประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินธุรกิจ ซึ่งประกอบไปด้วยเป้าหมายเฉพาะด้าน อย่างเช่น เป้าหมายทางการเงิน, เป้าหมายทางด้านการตลาด และเป้าหมายตามกำหนดระยะเวลาที่ประกอบไปด้วย เป้าหมายระยะสั้น, เป้าหมายระยะกลางและเป้าหมายระยะยาว ซึ่งเป้าหมายของธุรกิจที่ควรเขียนไว้ในแผนธุรกิจ ควรเป็นเป้าหมายที่มีโอกาสที่จะบรรลุเป้าหมายได้ สามารถวัดผลได้อย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม และมีเป้าหมายที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน</li>
<li>แผนการตลาด เป็นการกำหนดกลยุทธ์และกิจกรรมทางการตลาดเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและนำเสนอสินค้าหรือบริการให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายมากที่สุดเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการไม่ว่าจะเป็นยอดขาย, ความนิยมในตัวสินค้าหรือบริการ หรือความเชื่อมั่นของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น</li>
<li>การจัดการทรัพยากรมนุษย์ ในการประกอบธุรกิจทุกประเภทนั้น คน ถือว่าเป็นกำลังหลักที่มีความสำคัญมากที่สุด ดังนั้นจึงต้องมีการวางแผนจัดหาและจัดสรรกำลังคนให้เหมาะสมกับงานที่ทำ</li>
<li>แผนการผลิตและ/หรือแผนปฏิบัติการ เป็นการวางแผนกระบวนการผลิตและการปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ ลดต้นทุนและมีการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ในการผลิตอย่างคุ้มค่ามากที่สุด</li>
<li>แผนการเงิน การดำเนินการทางการเงินของบริษัทมีอยู่ด้วยกัน 3 ส่วนคือ การหาเงิน, การตัดสินใจเพื่อการลงทุน และการดำเนินงานทางด้านการเงินต่าง ๆ เช่น การซื้อขาย, ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ซึ่งบริษัทจะต้องมีการวางแผนบัญชี โดยอาจขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาบัญชีเพื่อวางแผนจัดทำงบการเงินและบัญชีสำหรับผู้บริหาร เพื่อให้ทราบกิจกรรมทางการเงินของบริษัทเพื่อประกอบการตัดสินใจดำเนินงาน</li>
<li>แผนการดำเนินงาน โดยต้องมีการกำหนดกลยุทธ์ในด้านต่าง ๆ อย่างครบถ้วนโดยมีรายละเอียดของการดำเนินงานอย่างชัดเจน ซึ่งในส่วนนี้จะรวมถึงการวางแผนให้ครอบคลุมถึงปัญหาและความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างครอบคลุมและครบถ้วน</li>
</ol>
<p><strong>ขั้นตอนการทำแผนธุรกิจ</strong></p>
<p>การทำแผนธุรกิจนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ประกอบการมองเห็นเป้าหมายของธุรกิจที่ชัดเจน ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถกำหนดแนวทางในการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งวางแผนการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งขั้นตอนในการทำแผนธุรกิจที่ประสบความสำเร็จประกอบไปด้วยขั้นตอนต่าง ๆ ดังต่อไปนี้</p>
<ol>
<li>กำหนดวิสัยทัศน์ของบริษัทให้ชัดเจน เพื่อให้พนักงานและลูกค้าได้คำตอบที่ชัดเจนว่าบริษัทมีเป้าหมายอย่างไร และกำลังขับเคลื่อนธุรกิจไปในทิศทางไหนเพื่อเป็นการกำหนดเป้าหมายระยะยาวของการทำธุรกิจ</li>
<li>ศึกษาและทำความเข้าใจกับธุรกิจที่กำลังจะทำให้มากที่สุด โดยใช้เครื่องมือ SWOT เพื่อวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อน รวมทั้งโอกาสและอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจเพื่อใช้ในการคาดการณ์การเจริญเติบโตของธุรกิจ และทำให้สามารถวางแผนกลยุทธ์ได้อย่างเฉียบคมและมีประสิทธิภาพ</li>
<li>กำหนดเป้าหมายระยะสั้นที่สามารถปฏิบัติได้จริงเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างต่อเนื่องไปจนถึงเป้าหมายระยะกลางและระยะยาว ซึ่งเป้าหมายควรเป็นเป้าหมาย M.A.R.T (specific, measurable, actionable, reasonable, timely) ซึ่งมีความเฉพาะเจาะจง วัดผลได้ สามารถดำเนินการได้จริง มีความสมเหตุสมผลและทันต่อเวลา</li>
<li>เขียน Action plan หรือแผนปฏิบัติการซึ่งเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการวางแผนธุรกิจและการพัฒนากลยุทธ์ เพราะแม้ว่าจะมีการวิเคราะห์และวางแผนอย่างดีแค่ไหนก็ตาม แต่หากไม่มีการนำไปปฏิบัติจริง ทุกอย่างที่ทำมาก็ไร้ผล ดังนั้นจึงต้องเขียน Action plan ที่ใช้งานได้ จะต้องง่ายต่อการเปลี่ยนแปลงและอัพเดท แต่ต้องมีความเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับงานที่คุณกำลังทำ รวมทั้งระบุรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพยากรที่ใช้และวิธีการวัดผล</li>
<li>วางระบบบัญชี โดยปรึกษากับที่ปรึกษาบัญชีที่มีความสามารถและมีประสบการณ์สูง เพราะบริษัทจะต้องมีการวางแผนบัญชีที่สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท เพื่อที่ผู้ประกอบการจะได้รู้ถึงผลการดำเนินงานที่แท้จริงและรู้ถึงความเสี่ยงต่าง ๆ ในการดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้การวางระบบบัญชีที่ยังมีผลต่อเนื่องไปถึงการคำนวณภาษีที่ถูกต้อง ซึ่งจะทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและไม่มีปัญหาในเรื่องของการยื่นภาษีและได้จ่ายภาษีที่สมเหตุสมผล</li>
</ol>
<p>การทำแผนธุรกิจเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการจะต้องจัดทำขึ้นมาอย่างรอบคอบและมีรายละเอียดที่สำคัญอย่างครบถ้วน เพราะเป็นสิ่งที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนและวิเคราะห์ปัจจัยเกี่ยวข้องต่าง ๆ เพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยวัดถึงความเป็นไปได้ของธุรกิจที่จะลงทุนที่จะทำให้ผู้ประกอบการได้วางแผนการดำเนินธุรกิจและกลยุทธ์ต่าง ๆ เพื่อให้ธุรกิจประสบความสำเร็จและไปได้ถึงเป้าหมายได้อย่างที่ต้องการ</p>
<p>สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่ต้องการความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำแผนธุรกิจ ลองเข้ามาติดต่อสอบถามกับทีมงานของ Scholar Accounting กันดูก่อน รับรองว่าคุณจะได้รับความรู้และข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6138 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-4-1.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-4-1.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-4-1-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-4-1-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2/">องค์ประกอบและขั้นตอนการทำแผนธุรกิจ</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปัจจัยของการทำแผนธุรกิจและความสำคัญต่อการวางแผนธุรกิจระยะยาว</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Feb 2020 10:52:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=6090</guid>

					<description><![CDATA[<p>การทำแผนธุรกิจเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อการทำธุรกิจทุกปร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4/">ปัจจัยของการทำแผนธุรกิจและความสำคัญต่อการวางแผนธุรกิจระยะยาว</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6177 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/31.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/31.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/31-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/31-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>การทำแผนธุรกิจเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อการทำธุรกิจทุกประเภท เพราะเป็นการวิเคราะห์รายละเอียดและวางแผนการในการทำธุรกิจซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินกิจการในอนาคต ดังนั้นเจ้าของกิจการต้องมีการวางแผนธุรกิจและจัดทำแผนธุรกิจอย่างละเอียดเพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจการอย่างเป็นระบบและมีการจัดการที่ดีเพื่อความสำเร็จตามเป้าหมายที่ต้องการ</p>
<p>ปัจจัยของการทำแผนธุรกิจจะต้องประกอบไปด้วยส่วนประกอบที่สำคัญดังต่อไปนี้</p>
<ol>
<li>วัตถุประสงค์และเป้าหมายของธุรกิจ เป้าหมายของแต่ละบริษัทเป็นผลลัพธ์ที่ธุรกิจต้องการได้รับในช่วงระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งนอกเหนือจากรายได้และผลกำไรแล้ว บริษัทแต่ละแห่งก็มีเป้าหมายอื่น ๆ ที่สามารถตั้งไว้เพิ่มเติมได้เช่นเดียวกัน เช่น การขยายตัวของสาขาบริษัท, การเจริญเติบโตของกิจการ, ความรับผิดชอบต่อสังคม เป็นต้น</li>
<li>สินค้าหรือบริการที่ต้องการนำเสนอให้แก่ลูกค้า ก่อนที่จะเริ่มต้นการวางแผนใด ๆ บริษัทจะต้องรู้ว่าสินค้าหรือบริการที่จะนำเสนอให้แก่ลูกค้านั้นคืออะไร มีจุดแข็ง จุดเด่น จุดด้อยอย่างไรบ้าง คุณภาพของสินค้าเป็นอย่างไร การออกแบบหรือลักษณะของสินค้าหรือบริการเป็นแบบไหน เพื่อที่จะได้มองเห็นภาพรวมของธุรกิจที่กำลังจะทำได้ชัดเจนขึ้น</li>
<li>กลุ่มเป้าหมายของสินค้าหรือบริการของบริษัท เป็นสิ่งที่จะช่วยในการวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดที่เหมาะสม ซึ่งการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายนี้จะต้องทำการค้นหาและเก็บรวบรวมข้อมูลของกลุ่มเป้าหมายนี้อย่างละเอียดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นจึงทำการกำหนดแผนการตลาดเพื่อนำเสนอสินค้าและบริการให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากที่สุด</li>
<li>แผนการผลิต เป็นการวางแผนกระบวนการผลิตสินค้าให้สามารถผลิตสินค้าออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิตได้มาก สินค้าที่ผลิตออกมามีคุณภาพดีตามที่ต้องการ นอกจากนี้ยังต้องมีการกำหนดกำลังการผลิตและการสั่งซื้อวัตถุดิบให้เพียงพอต่อความต้องการในการผลิต</li>
<li>งบประมาณในการทำธุรกิจ, การวางแผนบัญชี, วางแผนภาษี การดำเนินกิจการจำเป็นต้องมีเงินลงทุนซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญอันดับแรก ๆ ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องมีการจัดเตรียมเงินทุนในการดำเนินงานอีกทั้งยังต้องมีการวางแผนหาแหล่งเงินทุนต่าง ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้ก็ยังต้องมีการวางระบบบัญชีและวางแผนภาษี ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกบริษัทจะต้องมีการวางแผนในเรื่องนี้อย่างรอบคอบ</li>
<li>แผนการตลาดและช่องทางการจัดจำหน่าย เป็นกระบวนการที่จะนำสินค้าหรือบริการไปถึงมือลูกค้า ซึ่งบริษัทจะต้องทำการวิเคราะห์สถานการณ์และทำการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าเป้าหมายเพื่อวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดที่จะสร้างยอดขายและเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดให้เป็นไปตามเป้าหมายทางธุรกิจที่บริษัทตั้งเอาไว้</li>
<li>ทรัพยากรบุคคล พื้นฐานสำคัญมากอย่างหนึ่งของการทำธุรกิจก็คือ คน ดังนั้นบริษัทจึงต้องมีการจัดหากำลังคนที่มีความรู้ความสามารถและจัดหากำลังคนในการทำงานให้เพียงพอ อีกทั้งยังต้องรักษาพนักงานที่มีความรู้ความสามารถให้อยู่ทำงานให้กับบริษัทไปอีกนาน ๆ ซึ่งการวางแผนจัดการทรัพยากรบุคลนี้ถือได้ว่าเป็นปัจจัยหลักอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในการทำแผนธุรกิจ</li>
</ol>
<p><strong>ความสำคัญของแผนธุรกิจต่อการวางแผนธุรกิจระยะยาว</strong></p>
<p>การวางแผนธุรกิจมีอยู่ด้วยกันหลายระยะ ทั้งระยะสั้น, ระยะกลาง และระยะยาว ซึ่งการวางแผนแต่ละช่วงระยะเวลานั้นมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน หลายคนอาจคิดว่าหากมีการวางแผนในระยะสั้นและระยะปานกลางที่พอให้บริษัทสามารถยืนหยัดได้และสร้างกำไรได้ตามเป้าหมายที่ต้องการแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องมีการวางแผนในระยะยาว แต่ในความเป็นจริงแล้ว การวางแผนธุรกิจระยะยาวนั้นมีความสำคัญไม่แพ้กับการวางแผนระยะสั้นและระยะปานกลาง เพราะเป็นแผนที่ทำให้มองเห็นภาพรวมและเป้าหมายที่สูงสุดในการทำธุรกิจ ซึ่งการทำแผนธุรกิจมีความสำคัญต่อการวางแผนธุรกิจระยะยาวดังต่อไปนี้</p>
<ol>
<li>ช่วยลดความเสี่ยง การวางแผนธุรกิจจะช่วยทำให้บริษัทมุ่งเน้นที่เป้าหมายและสามารถวางแผนรับมือกับความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ดี การวางแผนธุรกิจระยะยาวจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถติดตามผลลัพธ์และทำการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ได้เมื่อจำเป็น</li>
<li>แผนธุรกิจระยะยาวช่วยในการจัดทำแผนปฏิบัติการ(Action plan) ที่มีประสิทธิภาพทำให้ธุรกิจมีการดำเนินงานได้อย่างราบรื่น ลดความซับซ้อนยุ่งยากในการดำเนินงาน ช่วยลดภาระในการตัดสินใจและลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจลงไปได้อย่างมาก</li>
<li>แผนธุรกิจช่วยให้ผู้ประกอบการได้ไอเดียใหม่ ๆ ในการทำธุรกิจหรือการแก้ปัญหา ซึ่งแผนธุรกิจที่มีการเขียนมาเป็นอย่างดีและมีความยืดหยุ่นจะช่วยให้บริษัทมีความคิดสร้างสรรค์และหาวิธีแก้ปัญหาใหม่ ๆ โดยเฉพาะในโลกธุรกิจที่มีความท้าทายใหม่ ๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา</li>
<li>แผนธุรกิจช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบความคิดของตนเองได้ก่อนว่ามีจุดอ่อนหรือมีช่องโหว่ใด ๆ ในแผนธุรกิจที่กำลังจะดำเนินการหรือไม่ จึงช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดความล้มเหลวและการสูญเสียเงิน, โอกาสและเวลาในการตัดสินใจผิดพลาด เนื่องจากแผนธุรกิจที่เขียนเอาไว้อย่างเป็นขั้นตอนจะทำให้สามารถตรวจสอบและทบทวนการตัดสินใจก่อนที่จะลงมือทำจริง</li>
<li>แผนธุรกิจช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถตัดสินใจได้ดีขึ้น เพราะการทำธุรกิจจะมีความท้าทายในเรื่องต่าง ๆ อยู่มากซึ่งการเขียนแผนธุรกิจจะช่วยให้ผู้ประกอบการมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายและกำจัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปเพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ได้อย่างคุ้มค่า</li>
<li>แผนธุรกิจช่วยให้การวางระบบบัญชีและวางแผนภาษีเป็นไปอย่างถูกต้องและรอบคอบ ซึ่งบริษัทสามารถวางแผนกับที่ปรึกษาบัญชีในการวางระบบบัญชี เพื่อทำบันทึกรายการทางการเงิน, การ วางแผนภาษีเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดและสามารถใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการตัดสินใจดำเนินธุรกิจต่อไปในระยะยาว</li>
</ol>
<p>การทำแผนธุรกิจเป็นสิ่งที่ทุกบริษัทจะต้องมี เพราะเป็นสิ่งที่จะทำให้มองเห็นเป้าหมายในการทำธุรกิจได้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งยังสามารถวางแผนรับมือกับปัญหาหรืออุปสรรคต่าง ๆ ที่รออยู่ข้างหน้าได้เป็นอย่างดี สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่ต้องการความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำแผนธุรกิจ ลองเข้ามาติดต่อสอบถามกับทีมงานของ Scholar Accounting กันดูก่อน รับรองว่าคุณจะได้รับความรู้และข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6180 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4/">ปัจจัยของการทำแผนธุรกิจและความสำคัญต่อการวางแผนธุรกิจระยะยาว</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รู้เขารู้เราก่อนยื่นกู้แบงค์</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b9/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Feb 2020 09:03:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=6021</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; การทำธุรกรรมทางการเงินกับธนาคารหรือสถาบันการเงิน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b9/">รู้เขารู้เราก่อนยื่นกู้แบงค์</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6189 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/43.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/43.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/43-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/43-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>การทำธุรกรรมทางการเงินกับธนาคารหรือสถาบันการเงินต่าง ๆ ผู้ประกอบการจะต้องปฎิบัติตามเงื่อนไขของสถาบันการเงินหรือธนาคารเหล่านั้น ซึ่งแต่ละแห่งจะมีเงื่อนไขและรายละเอียดที่แตกต่างกันไป เมื่อมีการวางระบบบัญชีและมีการเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงินไว้เป็นปัจจุบัน ก็จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการในการจัดทำเอกสารสำหรับเตรียมยื่นกู้ขอสินเชื่อต่อธนาคาร และเพื่อให้การพิจารณาอนุมัติเป็นไปอย่างรวดเร็ว ผู้กู้จะต้องศึกษาเงื่อนไขของแต่ละสถาบันให้เข้าใจก่อนยื่นเอกสาร เพื่อเป็นการป้องกันความผิดพลาดที่อาจทำให้การพิจารณาอนุมัติล่าช้าออกไป<strong><br />
</strong></p>
<p><strong>ก่อนยื่นกู้แบงค์ เราต้องรู้อะไรบ้าง</strong></p>
<p>ผู้ประกอบการเกือบจะทุกธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจเจ้าของคนเดียวที่มีขนาดเล็กและธุรกิจ SME ซึ่งส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินมาลงทุนมากกว่าใช้เงินสดที่มีอยู่ โดยจุดประสงค์หลักในการขอสินเชื่อของเจ้าของธุรกิจเหล่านี้ ได้แก่</p>
<ul>
<li>กู้แบงค์หรือยื่นกู้ต่อสถาบันการเงินเพื่อนำเงินมาขยายธุรกิจ เนื่องจากคาดหวังเรื่องผลกำไรที่คิดว่าจะได้รับเพิ่มมากขึ้นจากการนำเงินมาขยายธุรกิจ</li>
<li>การขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินมาลงทุนแทนการใช้เงินสด แนวทางนี้ถือเป็นการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน เพราะการมีวงเงินสินเชื่อช่วยให้มีสภาพคล่องทางการเงิน และยังป้องกันความผิดพลาด หากการบริหารธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จผู้ประกอบการหรือนักธุรกิจก็สามารถนำเงินสดที่มีอยู่ไปลงทุนธุรกิจประเภทอื่น ๆ ได้อีก</li>
<li>การขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินมาลงทุน เป็นการสร้างเครดิตให้กับธุรกิจ เพราะก่อนที่จะได้รับอนุมัติวงเงิน สถาบันการเงินต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์และเมื่อเห็นว่าองค์กรธุรกิจที่ยื่นกู้มานั้นมีศักยภาพสามารถชำระหนี้คืนได้ จึงอนุมัติวงเงินสินเชื่อให้ และนอกจากองค์กรธุรกิจจะได้รับอนุมัติวงเงินแล้ว การพิจารณาอนุมัติยังเป็นการสร้างเครดิตให้กับธุรกิจอีกทางหนึ่งด้วย</li>
<li>องค์กรธุรกิจส่วนใหญ่นอกจากจะมีที่ปรึกษาบัญชี บางองค์กรอาจมีที่ปรึกษาภาษี ซึ่งการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินยังมีเรื่องของภาษีเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น เมื่อกู้เงินจากแบงค์มาแล้วค่าใช้จ่ายของดอกเบี้ย ผู้ประกอบการสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้</li>
</ul>
<p>การพิจารณาในมุมของผู้ประกอบการเกี่ยวกับการยื่นกู้แบงค์หรือขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ถือเป็น</p>
<p>การ “รู้เรา” ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ นอกจากเรื่องการจัดเตรียมเอกสารและการศึกษาเงื่อนไขของแต่ละสถาบันที่มีความแตกต่างกันแล้ว ยังช่วยให้ผู้ประกอบการรายใหม่ได้รับรู้จุดประสงค์หลักในการขอสินเชื่อของนักลงทุน เพราะไม่ได้คาดหวังเฉพาะวงเงินที่จะได้รับอนุมัติเท่านั้น แต่เป็นการวางแผนธุรกิจที่เอื้อประโยชน์ต่อการบริหารธุรกิจในหลาย ๆ ด้าน</p>
<p><strong>เอกสารและสิ่งที่สถาบันการเงินต้องการเมื่อยื่นกู้</strong></p>
<p>เมื่อต้องการยื่นกู้หรือขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ผู้กู้จะต้องเรียนรู้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขของแต่ละสถาบัน ซึ่งเปรียบเสมือน “รู้เขา” เนื่องจากหลักเกณฑ์ของสถาบันการเงินแต่ละแห่งมีรายละเอียดและเงื่อนไข รวมทั้งเอกสารที่ต้องการใช้แตกต่างกัน ดังนั้นสิ่งที่ผู้ประกอบการจะต้องเตรียมพร้อมได้แก่</p>
<p><strong>1.การวางแผนธุรกิจ</strong></p>
<p>แม้ผู้ประกอบการหรือผู้บริหารจะมีการวางแผนธุรกิจไว้แล้ว แต่เมื่อมีการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ก็จะต้องจัดทำบัญชีผู้บริหารเพื่อนำรายละเอียดมาจัดทำโครงการเสนอต่อสถาบันการเงินเพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการพิจารณาสินเชื่อ เช่น</p>
<ul>
<li>รายละเอียดลักษณะและขนาดของธุรกิจที่ดำเนินอยู่ เป็นอย่างไร</li>
<li>ผลการดำเนินงานของธุรกิจเป็นอย่างไร การเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงินของกิจการจะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับข้อนี้</li>
<li>กลุ่มลูกค้าของธุรกิจคือใคร</li>
</ul>
<p><strong>2.เตรียมหลักทรัพย์ค้ำประกัน</strong></p>
<p>การขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินต่าง ๆ เงื่อนไขสำคัญของสถาบันการเงินก็คือต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ก่อนยื่นกู้แบงค์ ผู้ประกอบการจะต้องจัดเตรียมหลักทรัพย์หรือสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับหลักทรัพย์ที่สถาบันการเงินต้องการก่อนว่าใช้อะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ หรือตัวบุคคล</p>
<p><strong>3.รักษาประวัติทางการเงิน</strong></p>
<p>การปล่อยสินเชื่อของทุกสถาบันการเงิน สิ่งแรกที่จะต้องพิจารณาก็คือความสามารถของผู้กู้ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลหรือนิติบุคคลรวมถึงหลักค้ำประกันกรณีใช้ตัวบุคคล โดยสถาบันการเงินจะทำการตรวจสอบประวัติการทางเงินของผู้กู้และบุคคลค้ำประกันจากเครดิตบูโร รวมถึงประวัติการชำระหนี้ต่าง ๆ ประกอบการพิจารณา ดังนั้นการสร้างวินัยทางการเงินที่ดีจะช่วยให้การอนุมัติสินเชื่อทำได้สะดวกและรวดเร็ว</p>
<p><strong>4.จัดเตรียมเอกสารให้พร้อม</strong></p>
<p>การจัดเตรียมเอกสารให้พร้อมและครบถ้วนสมบูรณ์ เอกสารในการขอสินเชื่อโดยทั่วไปจะประกอบด้วย</p>
<ul>
<li>เอกสารแสดงรายได้ เช่น ข้อมูลตัวเลขจากการวางระบบบัญชีที่จัดทำไว้เป็นปัจจุบันหรือสลิปเงินเดือนของบุคคลค้ำประกัน</li>
<li>หลักฐานการเคลื่อนไหวของบัญชีเงินฝากของกิจการ หรือของตัวบุคคลย้อนหลัง 6 เดือน</li>
<li>สมุดบัญชีรายรับ-รายจ่ายของกิจการ เอกสารสั่งซื้อสินค้า ใบส่งของ เอกสารแสดงการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม</li>
<li>เอกสารแสดงตน เช่น สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนสมรส หนังสือรับรองการจดทะเบียนของกิจการ เช่น ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท</li>
<li>หลักฐานอื่น ๆ เช่น เอกสารแสดงหลักประกัน สำเนาใบแสดงภาษีเงินได้ งบการเงินของกิจการปีล่าสุด หากเป็นกิจการที่มีการเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงินประจำปีอยู่แล้วก็จะจัดเตรียมเอกสารในข้อนี้ได้ง่าย หากไม่มีการจัดทำงบการเงินของกิจการอาจขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาบัญชี หรือที่ปรึกษาภาษี ซึ่งมีบริษัทเปิดให้บริการด้านนี้โดยเฉพาะ</li>
</ul>
<p>การขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินหรือธนาคารต่าง ๆ ตามแผนธุรกิจของผู้ประกอบการนั้น เป็นการทำธุรกรรมทางการเงินที่อาจมีข้อผูกมัดกันในระยะยาว การจัดทำเอกสารยื่นเพื่อยื่นกู้แบงค์และการพิจารณาอนุมัติจึงต้องศึกษาให้รู้เขารู้เราเพื่อให้ผ่านการอนุมัติจากสถาบันการเงินได้อย่างรวดเร็ว สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่กำลังต้องการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ลองเข้ามาติดต่อสอบถามกับ Scholar Accounting  กันดูก่อน รับรองว่าคุณจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เพื่อนำไปใช้ในการขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6180 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b9/">รู้เขารู้เราก่อนยื่นกู้แบงค์</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บริหารสต๊อกอย่างไร ให้ถูกต้อง</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b9%8a%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%96/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Feb 2020 08:55:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาของการทำบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=6017</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; การบริหารธุรกิจ เมื่อจัดวางระบบบัญชีหรือมีการจัด [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b9%8a%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%96/">บริหารสต๊อกอย่างไร ให้ถูกต้อง</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6196 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/50.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/50.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/50-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/50-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>การบริหารธุรกิจ เมื่อจัดวางระบบบัญชีหรือมีการจัดทำบัญชีรูปแบบง่าย ๆ โดยมีที่ปรึกษาบัญชีให้คำแนะนำ จากการมีแผนธุรกิจอย่างเป็นระบบตั้งแต่เริ่มกิจการ ก็จะทำให้รับรู้ข้อมูลของผลประกอบการ รู้ตัวเลขจำนวนสินค้าในสต็อคจากการลงทะเบียนสินค้าอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งตัวเลขต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นคือตัวบ่งชี้ได้อย่างชัดเจนว่าธุรกิจมีการบริหารสต็อกถูกต้องหรือไม่ หากพบว่ามีสินค้าค้างสต๊อคคงเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก ต้องตรวจสอบว่าเป็นปัญหาของการทำบัญชี หรือบริหารสต็อกไม่ถูกต้อง<strong> </strong></p>
<p><strong>แนวคิดในการบริหารสต๊อกให้ถูกต้อง</strong></p>
<p>กรณีบริหารธุรกิจประสบความสำเร็จ  มีตัวเลขที่บ่งบอกผลประกอบการว่ามีกำไร สินค้าขายดีจนทำให้มีผลกำไรเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ธุรกิจยังขาดสภาพคล่อง จำนวนเงินสดที่ใช้หมุนเวียนมีน้อยลง ปัญหานี้ผู้ประกอบการต้องค้นหาสาเหตุให้รู้ว่ามีความผิดพลาดในส่วนใด  เช่น เกิดจากการวางแผนบัญชีผิดพลาด หรือเกิดจากการบริหารสต็อก สำหรับแนวคิดที่ผู้ประกอบการสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารสต็อกอย่างถูกต้องโดยไม่ต้องกลัวขาดทุนหรือขาดสภาพคล่อง ทำได้ ดังนี้</p>
<p><strong>    1.จัดทำทะเบียนสินค้าและลงบัญชีให้เป็นปัจจุบัน</strong></p>
<p>การจัดทำทะเบียนสินค้าผู้ประกอบการไม่ต้องกังวลหรือกลัวความยุ่งยากในการจัดทำบัญชีเพราะคิดว่าไม่มีความรู้มาก่อน  หากวางระบบบัญชีไว้แล้ว เพียงลงบัญชีคุมสินค้าไว้เพื่อให้รู้ว่าปัจจุบันมียอดสินค้าคงเหลือเหลือมากน้อยเพียงใด ก็จะทำให้บริหารสินค้าคงเหลือได้อย่างถูกต้อง นอกจากนั้นตัวเลขในบัญชียังช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารการตลาดได้ง่าย เพราะรู้ว่าสินค้าขายดีได้แก่อะไร และสินค้าประเภทไหนที่ต้องปรับปรุงและพัฒนาหรือต้องรีบนำออกมาจัดโปรโมชั่นเพื่อระบายสินค้าให้เร็วที่สุด</p>
<p><strong>     2.จัดหมวดหมู่สินค้า</strong></p>
<p>การจัดหมวดหมู่สินค้าไม่ได้มีจุดประสงค์เพียงเพื่อทำให้ค้นหาสินค้าได้ง่ายขึ้นเท่านั้น การวางแผนธุรกิจที่ดีผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับการแยกสินค้าที่ชำรุด หีบห่อและบรรจุภัณฑ์มีตำหนิ หรือเป็นสินค้าค้างสต๊อกที่ใกล้จะหมดอายุ แยกไว้เพื่อป้องกันความผิดพลาดไม่นำออกไปจำหน่ายให้กับลูกค้า นอกจากนั้นสินค้าเหล่านี้ยังสามารถนำมาจัดโปรโมชั่นหรือบริหารด้านการตลาดทำให้มีรายได้และมียอดจำหน่ายสินค้าเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><strong>     3.ติดบาร์โค้ดหรือรหัส</strong></p>
<p>การติดบาร์โค้ดหรือรหัสสินค้า ส่งผลดีต่อการบริหารธุรกิจและบริหารสต็อคสินค้าทางอ้อม เนื่องจากป้องกันปัญหาของการทำบัญชีหรือทำทะเบียนสินค้าผิดพลาด เช่น สินค้าบางประเภทคล้ายคลึงกัน บรรจุอยู่ในหีบห่อรูปแบบเดียวกัน แต่อาจคนละสูตรส่วนผสม ทำให้มีราคาแพงกว่า หากไม่ใช่ผู้ดูแลรับผิดชอบคลังสินค้าโดยตรงก็อาจจะมีหยิบสลับหรือคิดเงินผิดพลาดได้ การติดรหัสสินค้า หรือบาร์โค้ดช่วยให้ผู้ประกอบการจัดการสต๊อกได้ง่ายขึ้น</p>
<p><strong>     4.บริหารสต๊อกสินค้าด้วยการนำสินค้ามาลดราคา</strong></p>
<p>การบริหารสต๊อกที่สามารถสร้างรายได้ในช่วงระยะเวลาที่ต้องการเพื่อสร้างยอดขาย เช่น ในช่วงเทศกาลวันสำคัญต่าง ๆ โดยนำสินค้าในสต๊อกมาจัดโปรโมชั่น นำมาลดราคา หรือจัดกิจกรรม ลด แลก แจก แถม เมื่อลูกค้าเกิดความสนใจก็จะเป็นการกระตุ้นยอดขายทำให้สินค้าในสต๊อกเคลื่อนไหวและมีการหมุนเวียนสินค้าทำให้ไม่มีสินค้าตกค้าง ข้อดีของการบริหารสต๊อกสินค้าด้วยวิธีนี้ ยังเป็นกลยุทธ์ด้านการตลาดที่ทำให้ประสบความสำเร็จในการเพิ่มยอดขายได้อย่างรวดเร็ว</p>
<p><strong>    5.ตรวจนับสินค้าในสต๊อกอย่างสม่ำเสมอ</strong></p>
<p>เมื่อได้วางระบบบัญชีมีการจัดทำทะเบียนสินค้าและลงบัญชีทุกวันทำ ให้ตัวเลขสินค้าที่อยู่ในสต๊อคเป็นปัจจุบัน ต้องมีการตรวจนับสต๊อกอย่างสม่ำเสมอ ข้อดีของการตรวจนับสินค้าในสต๊อก มีดังนี้</p>
<p>1.ทำให้ผู้ประกอบการรู้ว่าสินค้าคงเหลือในสต๊อก คงเหลือครบถ้วนตามตัวเลขที่ระบุไว้ในทะเบียนสินค้า</p>
<p>2.ทำให้ผู้ประกอบการรู้ว่ามีสินค้าเก่าค้างสต๊อกใกล้หมดอายุ หรือเป็นสินค้าที่มีตำหนิ หรือชำรุดมากน้อยเพียงใด</p>
<p>3.ทำให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารสต๊อกสินค้าด้วยการจัดโปรโมชั่นหรือขายลดราคา เพื่อทำกิจกรรมด้านการตลาด</p>
<p>4.ส่งผลดีต่อการบริหารธุรกิจ และบริหารการเงิน โดยสั่งซื้อสินค้ามาเก็บไว้ในสต๊อกในปริมาณที่เหมาะสมและเพียงสำหรับจำหน่ายไม่ทำให้ทุนจมอยู่กับสินค้าในสต็อก</p>
<p>การบริหารสต๊อกอย่างถูกต้อง ยังขึ้นอยู่กับการวางระบบบัญชี หรือการวางแผนบัญชี ทำให้มีข้อมูลตัวเลขที่สามารถนำมาบริหารเพื่อกระจายสินค้าหรือหมุนเวียนสินค้าออกไปให้ได้มากที่สุด นอกจากลดปัญหาสินค้าเก่าค้างสต๊อก หรือชำรุดเสียหายและหมดอายุ ยังเป็นการบริหารทำให้เกิดสภาพคล่องและมีผลกำไรเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่ต้องการความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริหารสต็อกที่ถูกต้อง ลองเข้ามาติดต่อสอบถามกับทีมงานของ Scholar Accounting กันดูก่อน รับรองว่าคุณจะได้รับความรู้และข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6180 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b9%8a%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%96/">บริหารสต๊อกอย่างไร ให้ถูกต้อง</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ค่าจ้างนักบัญชี ภาษี vs ค่าจ้างสำนักงานบัญชีเพื่อดูแลสุขภาพทางการเงินของคุณ</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5-%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5-vs-%e0%b8%84%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 09:49:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนภาษี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=5928</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; การทำบัญชีให้ถูกต้องครบถ้วนเป็นเรื่องสำคัญที่ทุก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5-%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5-vs-%e0%b8%84%e0%b9%88/">ค่าจ้างนักบัญชี ภาษี vs ค่าจ้างสำนักงานบัญชีเพื่อดูแลสุขภาพทางการเงินของคุณ</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6174 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/28.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/28.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/28-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/28-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>การทำบัญชีให้ถูกต้องครบถ้วนเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนต้องให้ความใส่ใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่จะต้องมีการจัดทำบัญชีอย่างถูกต้องโดยนักบัญชีมืออาชีพเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการบันทึกรายการทางการเงิน ซึ่งทางเลือกในการวางระบบบัญชีมีอยู่ด้วยกันหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการใช้โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูป หรือจ้างนักบัญชีมืออาชีพมาทำการวางแผนบัญชีและวางแผนเรื่องภาษี ซึ่งทั้ง 2 รูปแบบต่างก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป เจ้าของกิจการจึงต้องตัดสินใจให้ดีว่าจะเลือกจ้างในรูปแบบไหนถึงจะเหมาะสมกับธุรกิจของตนเอง</p>
<p>ในปัจจุบันองค์กรธุรกิจส่วนใหญ่มักเลือกจ้างนักบัญชีหรือจ้างสำนักงานบัญชีเพื่อทำรายการบัญชีและภาษี เพราะมีความรู้ความชำนาญและมีความเป็นมืออาชีพในด้านการทำบัญชี สามารถเป็นที่ปรึกษาบัญชีและที่ปรึกษาภาษีได้ แต่ทั้งสองแบบนี้ก็มีความแตกต่างกันหลายอย่างโดยเฉพาะ ค่าจ้างนักบัญชี ภาษี และ ค่าจ้างสำนักงานบัญชีเพื่อดูแลสุขภาพทางการเงิน เจ้าของกิจการต้องพิจารณาให้ดีว่าจะเลือกใช้วิธีไหนดีในการจัดทำบัญชีของกิจการ</p>
<p><strong>ค่าจ้างนักบัญชี ในการจัดทำบัญชีและภาษี</strong></p>
<p>นักบัญชีที่จะมาดูแลจัดทำรายงานทางการเงินและวางแผนภาษีให้กับบริษัทนั้น จะต้องเป็นนักบัญชีที่เรียนจบมาทางด้านบัญชีหรือบริหารธุรกิจและมีความรู้ความสามารถในการทำบัญชีเป็นอย่างดีแล้ว อีกทั้งยังต้องมีคุณสมบัติสำคัญคือ ความซื่อสัตย์และความรับผิดชอบ อีกทั้งยังต้องมีความรอบคอบในการจัดทำรายงานทางการเงินของกิจการและการวางแผนภาษีเพราะหากเกิดความผิดพลาดใด ๆ ขึ้นมาจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อบริษัท ซึ่งค่าจ้างนักบัญชี ภาษี นั้นอยู่ในอัตราโดยประมาณดังต่อไปนี้</p>
<ul>
<li>ประสบการณ์ 0-1 ปี ค่าจ้างต่อเดือน 10,000 – 12,000 บาท</li>
<li>ประสบการณ์ 1-2 ปี ค่าจ้างต่อเดือน 15,000 – 20,000 บาท</li>
<li>ประสบการณ์ 2-3 ปี ค่าจ้างต่อเดือน 20,000 – 25,000 บาท</li>
</ul>
<p>หากบริษัทมีการทำธุรกรรมเป็นจำนวนมากก็จำเป็นต้องจ้างพนักงานบัญชีหลายคน ทำให้ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย และยิ่งหากเป็นนักบัญชีเก่ง ๆ ที่มีประสบการณ์มาก ค่าจ้างต่อเดือนก็จะยิ่งสูงมากขึ้นไปอีก ทั้งนี้ต้องไม่ลืมว่านอกเหนือจากค่าจ้างนักบัญชีแล้ว ยังต้องมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเครื่องคอมพิวเตอร์และโปรแกรมทำบัญชี ซึ่งอาจจะต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ของโปรแกรมเป็นรายเดือนหรือรายปีตามจำนวนไลเซนส์ที่ใช้งานอีกด้วย</p>
<p><strong>ค่าจ้างสำนักงานบัญชี ในการจัดทำบัญชีและภาษี</strong></p>
<p>ปัจจุบันนี้มีสำนักงานบัญชีให้บริการรับทำบัญชีและวางแผนภาษีอยู่ด้วยกันมากมายหลายแห่ง ซึ่งสำนักงานบัญชีเหล่านี้จะมีความพร้อมทั้งทางด้านทรัพยากรบุคคลและโปรแกรมต่าง ๆ สำหรับการทำบัญชีซึ่งช่วยลดภาระของบริษัทในการจัดหาทรัพยากรเหล่านี้ลงไปได้มาก อีกทั้งสำนักงานบัญชีที่มีชื่อเสียงก็จะมีนักบัญชีเก่ง ๆ มากมายรวมทั้งที่ปรึกษาบัญชีและที่ปรึกษาภาษีที่มีประสบการณ์สูงจึงเพิ่มความมั่นใจได้มากว่าจะได้รับรายงานทางการเงินที่ถูกต้องและมีการวางแผนภาษีที่ดี ซึ่งค่าจ้างในการจ้างสำนักงานบัญชีเพื่อดูแลสุขภาพทางการเงินของคุณขึ้นอยู่กับความซับซ้อนในการทำเอกสารและความยากง่ายของรายงานรวมทั้งปริมาณของรายการทางการเงินของบริษัท โดยสำนักงานบัญชีจะมีการคิดค่าบริการตามประเภทของธุรกิจเนื่องจากกิจการแต่ละประเภทมีรายละเอียดของเอกสารที่แตกต่างกัน โดยคิดในอัตราดังต่อไปนี้</p>
<p><strong><u>บัญชีสำหรับธุรกิจบริการ </u></strong></p>
<ul>
<li>จำนวนเอกสาร 1-40 ชุด คิดอัตราค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 1,000 – 1,500 บาท ต่อเดือน</li>
<li>จำนวนเอกสาร 41-80 ชุด คิดอัตราค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 1,500 – 2,000 บาท ต่อเดือน</li>
<li>จำนวนเอกสาร 81-120 ชุด คิดอัตราค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 2,000 – 2,500 บาท ต่อเดือน</li>
<li>จำนวนเอกสารตั้งแต่ 121-500 ชุด คิดอัตราค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 3,000 – 5,000 บาท ต่อเดือน</li>
</ul>
<p><strong><u>บัญชีสำหรับธุรกิจซื้อมาขายไปภายในประเทศ</u></strong></p>
<ul>
<li>จำนวนเอกสาร 1-40 ชุด คิดอัตราค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 1,500 – 2,000 บาท ต่อเดือน</li>
<li>จำนวนเอกสาร 41-80 ชุด คิดอัตราค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 2,000 – 2,500 บาท ต่อเดือน</li>
<li>จำนวนเอกสาร 81-120 ชุด คิดอัตราค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 2,500 – 3,500 บาท ต่อเดือน</li>
<li>จำนวนเอกสารตั้งแต่ 121-500 ชุด คิดอัตราค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 3,500 – 5,500 บาท ต่อเดือน</li>
</ul>
<p><strong><u>บัญชีสำหรับอุตสาหกรรมการผลิต</u></strong></p>
<ul>
<li>จำนวนเอกสาร 1-40 ชุด คิดอัตราค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 2,000 – 2,500 บาท ต่อเดือน</li>
<li>จำนวนเอกสาร 41-80 ชุด คิดอัตราค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 3,000 – 3,500 บาท ต่อเดือน</li>
<li>จำนวนเอกสาร 81-120 ชุด คิดอัตราค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 3,500 – 4,500 บาท ต่อเดือน</li>
<li>จำนวนเอกสารตั้งแต่ 121-500 ชุด คิดอัตราค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 4,500 – 6,000 บาท ต่อเดือน</li>
</ul>
<p>อัตราค่าบริการของสำนักงานบัญชีสำหรับเป็นที่ปรึกษาบัญชีและที่ปรึกษาภาษีดังที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงข้อมูลอย่างคร่าว ๆ เท่านั้น ซึ่งหากต้องการทราบรายละเอียดของค่าบริการตามจริงสามารถสอบถามได้ที่สำนักงานบัญชีที่สนใจ</p>
<p><strong>ค่าจ้างนักบัญชี ภาษี </strong><strong>vs ค่าจ้างสำนักงานบัญชีเพื่อดูแลสุขภาพทางการเงินของคุณ</strong></p>
<p>ข้อดีของการจ้างนักบัญชีคือ มีความต่อเนื่องในการทำงานและหากได้นักบัญชีเก่ง ๆ มาก็จะช่วยเรื่องการวางแผนบัญชีและวางแผนภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ข้อเสียก็คือนักบัญชีเก่ง ๆ นั้นหาได้ยาก อีกทั้งยังต้องมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเครื่องคอมพิวเตอร์และโปรแกรมในการทำบัญชีอีกต่างหาก</p>
<p>ในขณะที่การจ้างสำนักงานบัญชีนั้นมีข้อดีคือ มีนักบัญชีเก่ง ๆ และมีประสบการณ์สูงช่วยในการจัดทำบัญชีและวางแผนภาษี ค่าจ้างต่อเดือนก็คิดในอัตราเหมาจ่าย ไม่ต้องเสียค่าอุปกรณ์และค่าโปรแกรมจึงช่วยลดต้นทุนของบริษัท และไม่มีปัญหาในเรื่องของความซื่อสัตย์เพราะสำนักงานบัญชีจะทำงานอย่างมืออาชีพและตรงไปตรงมา</p>
<p>เมื่อได้เห็นข้อมูลค่าจ้างของนักบัญชีเปรียบเทียบกับการใช้บริการสำนักงานบัญชีแล้ว เจ้าของกิจการก็สามารถนำไปเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการตัดสินใจว่าจะเลือกจ้างทำบัญชีแบบไหนดี  สำหรับเจ้าของกิจการท่านใดที่กำลังสนใจใช้บริการสำนักงานบัญชี แต่ยังไม่รู้ว่าจะใช้บริการจากที่ไหนดี ลองเข้ามาติดต่อสอบถามข้อมูลกับ Scholar Accounting กันดูก่อน รับรองว่าคุณจะได้บริษัทรับทำบัญชีดี ๆ มาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6182 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/36.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/36.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/36-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/36-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5-%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5-vs-%e0%b8%84%e0%b9%88/">ค่าจ้างนักบัญชี ภาษี vs ค่าจ้างสำนักงานบัญชีเพื่อดูแลสุขภาพทางการเงินของคุณ</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปัจจัยที่ทำให้พนักงานบัญชีทำงานกับบริษัทได้นานขึ้น</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9a/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 09:31:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[เก็บเอกสารด้านบัญชี และภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[เตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=5915</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถึงแม้ว่าคนที่ทำงานในสายอาชีพบัญชี กำลังเป็นที่ต้องการข [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9a/">ปัจจัยที่ทำให้พนักงานบัญชีทำงานกับบริษัทได้นานขึ้น</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6166 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/21.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/21.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/21-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/21-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>ถึงแม้ว่าคนที่ทำงานในสายอาชีพบัญชี กำลังเป็นที่ต้องการของบริษัทต่าง ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็ยังมีความเข้าใจผิดหลายอย่างที่คนส่วนใหญ่ยังมองภาพผิดไป บางคนมองว่า พนักงานบัญชีส่วนใหญ่ต้องมีรายได้ที่สูงมากแน่ ๆ เลย เพราะงานบัญชีเป็นงานเฉพาะทางที่ต้องใช้ความละเอียดมาก แถมยังต้องตรงต่อเวลาอีกด้วย ซึ่งแท้ที่จริงแล้วนักบัญชีบางคนรายได้แทบไม่พอใช้ แถมสวัสดิการก็น้อยเหลือเกิน ทำให้พนักงานบัญชีหลายรายเกิดความท้อแท้ ขอลาออกจากจากบริษัท เพื่อไปทำงานในที่ใหม่ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่ากันอย่างมากมายเลยทีเดียว</p>
<p>เมื่อบริษัทต้องสูญเสียพนักงานบัญชีที่ทำงานมานานหลายปีไป บางที่ก็ถึงกับสั่นคลอนกันเลยทีเดียว เพราะคนที่จะมาช่วยวางระบบบัญชีไม่อยู่แล้ว ขาดที่ปรึกษาบัญชี ที่ปรึกษาภาษี ไหนจะไม่มีใครเก็บเอกสารด้านบัญชี และภาษี ปลายปีก็ไม่มีคนเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงินอีก ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหายุ่งยากวุ่นวายตามมาทีหลัง บริษัทจึงต้องพยายามรักษาพนักงานบัญชีที่ดี ๆ เอาไว้ให้นานที่สุด ซึ่งแนวทางในการทำให้พนักงานบัญชีอยู่ทำงานกับบริษัทได้นานขึ้น จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น เรามาติดตาม พร้อม ๆ กันในหัวข้อถัดไปกันได้เลย</p>
<p><strong>7 ปัจจัยที่ทำให้พนักงานบัญชีทำงานกับบริษัทได้นานขึ้น<br />
</strong>การพยายามทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อโน้มน้าวให้พนักงานบัญชีดี ๆ ทำงานให้กับบริษัทไปนาน ๆ นั้น นับเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่จะช่วยให้บริษัทดำเนินกิจการต่อไปได้อย่างราบรื่น แล้วเราจะสามารถสร้างสิ่งต่าง ๆ มาโน้มน้าวพนักงานบัญชีเหล่านี้ได้อย่างไร? มาร่วมกันหาคำตอบได้จากเนื้อหาในส่วนถัดจากนี้กันได้เลย</p>
<ol>
<li><strong> ผลตอบแทนและสวัสดิการต้องเหมาะสม</strong></li>
</ol>
<p>แม้เงินจะไม่ใช่ทุกอย่าง แต่ชีวิตก็ขาดเงินไม่ได้เหมือนกัน เพราะพนักงานบัญชีมาทำงานก็เพื่อต้องการรายได้เอาไว้ใช้ในการดำรงชีวิต ดังนั้นบริษัทจึงต้องพิจารณาว่าเงินเดือนและสวัสดิการต่าง ๆ ที่ให้กับพนักงานบัญชีนั้นเหมาะสมกับงานที่รับผิดชอบอยู่ เพื่อที่ว่าคนที่ตั้งใจทำงานและขยันขันแข็งจะได้มีกำลังใจในการทำงานต่อไป</p>
<ol start="2">
<li><strong> แสดงให้เห็นว่ามีโอกาสเจริญก้าวหน้า</strong></li>
</ol>
<p>องค์กรที่ดีจะต้องรู้จักให้โอกาสพนักงานได้เติบโตในสายอาชีพที่พวกเขาทำ ซึ่งถ้าหากพนักงานบัญชีรู้สึกว่ามาทำงานไปวัน ๆ แล้วไม่มีโอกาสได้ก้าวหน้าเลย ก็อาจจะนำไปสู่การอยากลาออกจากงานไปหาความท้าทายใหม่ ๆ กับองค์กรอื่นได้</p>
<p>พนักงานบัญชีที่เก่ง ๆ นั้นต้องการโอกาสใหม่ ๆ ในชีวิต หากเราอยากให้คนเก่งทำงานกับเราไปนาน ๆ สิ่งที่เราต้องทำให้ได้ก็คือ ทำให้พวกเขาเห็นโอกาสในการร่วมงานว่า มีแสงสว่างกำลังรออยู่ที่ปลายอุโมงค์ เมื่อพวกเขามองเห็นโอกาส พวกเขาจะไม่มองหาโอกาสในที่อื่นอีกเลย</p>
<p><strong>     3.</strong><strong>สร้างบรรยากาศในที่ทำงานให้มีความสุข</strong></p>
<p>บรรยากาศที่ดีในการทำงานจะช่วยให้พนักงานรู้สึกอบอุ่นและมีความสุข ซึ่งงานบัญชีเป็นงานที่เจอแต่ตัวเลข ความรู้สึกเบื่อ ๆ จึงมักเกิดขึ้นได้ง่าย  แล้วความรู้สึกที่เครียด ๆ เบื่อ ๆ เซ็ง ๆ เหล่านี้จะนำไปสู่การหมดไฟของพนักงานได้ในที่สุด เราจึงควรปรับบรรยากาศให้เอื้อต่อการทำงานและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพนักงาน หัวหน้างานและผู้บริหาร สิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างความรู้สึกที่ดีที่จะช่วยให้พนักงานอยากอยู่กับบริษัทไปนาน ๆ</p>
<ol start="4">
<li><strong> เพิ่มความท้าทายในการทำงาน</strong></li>
</ol>
<p>ความท้าทายในการทำงานเป็นสิ่งที่ทำให้พนักงานมีการพัฒนาตัวเองมากขึ้น คนที่ทำงานเก่ง ๆ มักไม่ชอบทำอะไรซ้ำซาก มันกดศักยภาพของเขาเกินไป บริษัทควรมีการตั้งเป้าหมายที่ท้าทายความสามารถในการทำงานของพนักงานเพื่อเป็นการยกระดับความสามารถและประสิทธิภาพในการทำงานให้สูงขึ้น และทำให้พนักงานมีแรงจูงใจในการทำงานมากขึ้น</p>
<ol start="5">
<li><strong> ทำให้พนักงานรู้สึกมีคุณค่าและมีความหมาย</strong></li>
</ol>
<p>คนทุกคนย่อมอยากให้คนอื่นให้ความสำคัญและมองเห็นคุณค่าของตนเอง องค์กรควรให้คำชมเชยแก่พนักงานเมื่อพวกเขาทำงานได้ดี เพราะยิ่งชมเชยและให้ความสำคัญกับพนักงานมากขึ้นเท่าไหร่ พนักงานก็จะยิ่งมีความตั้งใจมุ่งมั่นที่จะทำงานให้ดีมากยิ่งขึ้นและอยากทำงานอยู่กับบริษัทไปอีกนาน ๆ พนักงานที่รู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าและได้รับความสำคัญจากองค์กรจะให้ความรักและทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ มีความจงรักภักดีและอยากอยู่ทำงานไปอีกนาน ๆ เพื่อเติบโตไปพร้อมกับบริษัท</p>
<ol start="6">
<li><strong> ทำให้พนักงานรู้สึกภูมิใจที่ได้ทำงานกับบริษัท</strong></li>
</ol>
<p>การได้ทำงานในบริษัทที่มีชื่อเสียงเป็นความภูมิใจอย่างหนึ่งในชีวิตการทำงานของพนักงาน เมื่อไหร่ก็ตามที่ได้ทำงานในบริษัทชื่อดังจะทำให้พนักงานมีความรักและภูมิใจในบริษัท อีกทั้งยังมีความตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่แม้ว่าจะได้เงินเดือนไม่สูงเท่าที่อื่นก็ตาม เพราะเวลาพูดให้ใครฟังว่าได้ทำงานในบริษัทที่มีชื่อเสียงจะได้รับความสนใจและสร้างความรู้สึกภูมิใจ ลองดูตัวอย่าง iStudio, Starbucks สิ ผมยังทึ่งว่าเค้าทำได้อย่างไรให้พนักงานรู้สึกภูมิใจในงานที่ทำ</p>
<ol start="7">
<li><strong>Work-life Balance ยังคงสำคัญ</strong></li>
</ol>
<p>การทำงานหนักโดยไม่ได้พักผ่อนเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความเหนื่อยล้า และเมื่อความเหนื่อยสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็จะทำให้พนักงานเกิดความท้อใจในการทำงาน และประสิทธิภาพในการทำงานก็จะลดลง ดังนั้นบริษัทจึงควรส่งเสริมความสมดุลในการใช้ชีวิตของพนักงานโดยการให้งานในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ตามงานในช่วงเวลาพักหรือหลังเลิกงานเพื่อให้พนักงานมีเวลาส่วนตัว นอกจากนี้บริษัทยังสามารถจัดกิจกรรมออกกำลังกาย, เล่นโยคะ หรือจัดกิจกรรมนันทนาการหลังเลิกงานเพื่อให้พนักงานเกิดความผ่อนคลาย และไม่เครียดกับงานมากจนเกินไป</p>
<p>ปัจจัยทั้งหมดนี้ไม่ได้ดูเยอะหรือเหนือบ่ากว่าแรงเลย หากเปรียบเทียบกับผลลัพธ์ที่จะรักษาพนักงานบัญชีให้ทำงานกับบริษัทได้นานขึ้น ผลประโยชน์ที่ได้รับก็จะเกิดกับตัวบริษัทนั่นเอง ในโอกาสหน้าหากเราไปเจอข้อมูลหรือความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องราวของวงการบัญชีเช่นนี้อีก ทาง Scholar Accounting ก็จะหยิบมาทำเป็นสรุปแบบสั้น ๆ ง่าย ๆ มาให้อ่านกันอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6180 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9a/">ปัจจัยที่ทำให้พนักงานบัญชีทำงานกับบริษัทได้นานขึ้น</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นักบัญชีกับนักบัญชีภาษีคนเดียวกันไหม</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 09:12:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชีสำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนภาษี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=5906</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; กิจการในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กของคนร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9/">นักบัญชีกับนักบัญชีภาษีคนเดียวกันไหม</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6163 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/18.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/18.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/18-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/18-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>กิจการในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กของคนรุ่นใหม่ มักอาศัยสำนักงานบัญชีและที่ปรึกษาบัญชี เข้ามาช่วยในการวางระบบบัญชี การวางแผนภาษี และการวางแผนบัญชี รวมไปถึงการจัดทำรายงานบัญชีสำหรับผู้บริหารให้กับกิจการกันมากขึ้น ซึ่งหนึ่งในคำถามยอดฮิตของคนทั่วไปที่มักจะได้ยินอยู่เสมอ นั่นก็คือ <strong>“นักบัญชี”</strong> กับ <strong>“นักบัญชีภาษี” </strong>นั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร แน่นอนว่านักบัญชีทั้งสองแบบย่อมมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง ซึ่งความแตกต่างที่ว่านี้…จะแตกต่างกันอย่างไรนั้น เราจะมาเจาะลึกถึงรายละเอียดของนักบัญชีทั้งสองแบบนี้กัน</p>
<p><strong>นักบัญชีกับนักบัญชีภาษีเหมือนหรือต่างกันอย่างไร</strong></p>
<p>เราลองมาเปรียบเทียบนักบัญชีทั้งสองแบบนี้กันดูว่านักบัญชีแต่ละแบบมีความแตกต่างกันอย่างไร</p>
<p>นักบัญชี หมายถึง เจ้าหน้าที่หรือพนักงานที่ทำงานเกี่ยวกับบัญชี ตั้งแต่เก็บรวบรวมเอกสารและบันทึกรายการตามระบบบัญชี และอาจรวมไปถึงการประสานงานกับพนักงานแผนกอื่น ๆ ที่ทำงานเชื่อมโยงกันในเรื่องที่เกี่ยวกับบัญชี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการกระจายงาน หรือการกำหนดบทบาทหน้าที่ของแต่ละกิจการด้วย ในบางครั้งแค่บันทึกบัญชีรายวัน ก็ได้ชื่อว่าเป็นนักบัญชีแล้ว</p>
<p>ส่วนนักบัญชีภาษี หมายถึง นักบัญชีที่ทำหน้าที่ครอบคลุมในเรื่องที่เกี่ยวกับภาษีอากรของกิจการ ซึ่งกฎหมายภาษีที่นักบัญชีภาษีต้องเรียนรู้คือ กฎหมายภาษีตามประมวลรัษฎากร เพราะเกี่ยวเนื่องกับเรื่องของเงินเดือนพนักงาน, การหักภาษี ณ ที่จ่าย, เงินสมทบกองทุน รวมไปถึงต้องยื่นส่งงบการเงินต่อกรมสรรพากรให้ทันตามที่กฎหมายได้ระบุไว้</p>
<p>จะเห็นได้ว่าถ้าพิจารณาในมุมของขอบเขตความรับผิดชอบแล้ว นักบัญชีภาษีจะต้องมีความรับผิดชอบในเรื่องที่เกี่ยวกับภาษีอากรของกิจการ แต่นักบัญชีทั่วไปอาจไม่ต้องทำงานที่เกี่ยวข้องในด้านของภาษีเลยก็ได้</p>
<p><strong>นักบัญชีกับนักบัญชีภาษีควรเป็นคนเดียวกันไหม</strong><strong><br />
</strong>เจ้าของกิจการอาจจะสงสัยว่าระหว่างจ้างนักบัญชีคนเดียวทำหน้าที่เป็นทั้งนักบัญชีและนักบัญชีภาษี หรือจ้างแยกกันอย่างไหนดีกว่ากัน แบบไหนคุ้มกว่ากัน แน่นอนว่าทั้งสองแบบนั้นก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งรูปแบบการจ้างนักบัญชีทั้งสองวิธีนี้มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันอย่างไรบ้างนั้น มาติดตามกัน….</p>
<p>ถ้าเป็นคนเดียวกัน มีข้อดีคือ กิจการประหยัดค่าจ้างและนักบัญชีสามารถบริหารจัดการบัญชีและภาษีไปในทิศทางเดียวกันได้ ส่วนข้อเสียนั้น ได้แก่ ภาวะความกดดันที่อาจเกิดขึ้นกับตัวนักบัญชีเอง เนื่องจากงานล้นมือ รวมถึงงานบางอย่างจำกัดด้วยเวลา เมื่อหันไปทำงานอย่างหนึ่งให้ทัน อาจทำให้ข้ามรายละเอียดงานส่วนอื่นไป ทำให้คุณภาพของผลงานที่ทำออกมามีมาตรฐานต่ำกว่าที่ควรจะเป็น</p>
<p>ส่วนข้อดีของการใช้นักบัญชีกับนักบัญชีภาษีเป็นคนละคนก็คือ แต่ละคนได้เอาใจใส่เฉพาะงานที่ตนเองรับผิดชอบ และมุ่งพัฒนาในงานด้านเดียว โอกาสผิดพลาดในการทำงานน้อยลง อีกทั้งการใช้คนสองคนทำงานช่วยตรวจสอบซึ่งกันและกัน จะช่วยให้ผลงานที่ทำออกมามีคุณภาพดี ส่วนข้อเสียก็คือ ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น และปัญหาความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นได้ หากทำงานไม่เข้าใจกัน</p>
<p><strong>ทักษะที่จำเป็นต้องมีของนักบัญชีและนักบัญชีภาษี</strong><strong><br />
</strong>เมื่อเรื่องของภาษีเข้ามาเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจตามข้อบังคับของกฎหมายไทย เจ้าของกิจการเมื่อจ้างพนักงานบัญชีเข้ามาทำบัญชีของกิจการแล้ว มักคาดหวังว่า นักบัญชีจะต้องทำได้ทุกเรื่องที่ทางกิจการต้องการ คือคาดหวังว่า นักบัญชีจะต้องมีความรู้ ความสามารถและมีคุณธรรม ในส่วนของความรู้ความสามารถนั้น เจ้าของกิจการมุ่งหวังว่านักบัญชีต้องมีความรู้ต่อไปนี้</p>
<ol>
<li><strong>ด้านการบัญชี</strong> เรื่องนี้แน่นอนว่า จ้างนักบัญชีก็ต้องหวังเรื่องความรู้ด้านนี้ นักบัญชีจะต้องสามารถทำบัญชีได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน รวมไปถึงประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบัญชีได้ ถ้าจ้างที่ปรึกษาบัญชีก็คาดหวังว่าจะทำงานเป็นที่ปรึกษาได้ดีในการรักษาผลประโยชน์ของกิจการให้ได้มากที่สุด</li>
<li><strong> ด้านคอมพิวเตอร์</strong> เนื่องจากปัจจุบันการบันทึกบัญชีมักใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางบัญชีเข้ามาช่วย ผู้จ้างจึงคาดหวังว่านักบัญชีที่จ้างมาจะสามารถทำงานตามโปรแกรมที่ทางกิจการมีได้อย่างราบรื่น รวมถึงหากจะต้องปรับเพิ่มในอนาคตก็สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้</li>
<li><strong> ความรู้ทางด้านภาษีอากร</strong> กิจการที่เป็นนิติบุคคลมีหน้าที่ต้องเสียภาษีตามกฎหมาย เจ้าของกิจการมักคาดหวังว่านักบัญชีจะต้องสามารถรับภาระในเรื่องของการติดต่อชำระภาษีได้อย่างถูกต้องตามที่กฎหมายระบุไว้ เพื่อไม่ให้โดนค่าปรับย้อนหลัง</li>
<li><strong>ความรู้ความสามารถด้านภาษาต่างประเทศ</strong> ถ้าให้เลือกระหว่างนักบัญชีที่มีความสามารถด้านภาษาอังกฤษอย่างดีกับคนที่ได้เฉพาะภาษาไทย แน่นอนว่า เจ้าของกิจการต้องเลือกคนที่รู้หลายภาษา เพราะหากจำเป็นต้องใช้ก็ไม่ต้องอาศัยล่ามที่อาจทำให้การสื่อสารไม่ชัดเจนเพราะความรู้ด้านบัญชีเป็นความรู้เฉพาะทาง มีศัพท์เทคนิคเฉพาะอยู่มากมาย</li>
</ol>
<p>ดังนั้น การจะสรุปว่านักบัญชีและนักบัญชีภาษีควรเป็นคนเดียวกันหรือไม่ จึงควรขึ้นอยู่กับเงื่อนไขต่าง ๆ  เช่น ขนาดของกิจการ ปริมาณงาน และความสามารถของพนักงานบัญชีนั่นเอง ในโอกาสหน้าหากเราไปเจอข้อมูลหรือความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องราวของวงการบัญชีเช่นนี้อีก ทาง Scholar Accounting ก็จะหยิบมาทำเป็นสรุปแบบสั้น ๆ ง่าย ๆ มาให้อ่านกันอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6182 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/36.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/36.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/36-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/36-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9/">นักบัญชีกับนักบัญชีภาษีคนเดียวกันไหม</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ขั้นตอน, การเตรียมตัว และข้อควรระวังในการปิดกิจการ</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-%e0%b9%81%e0%b8%a5/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 09:09:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การปิดกิจการ]]></category>
		<category><![CDATA[การเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=5902</guid>

					<description><![CDATA[<p>การมีกิจการที่ประสบความสำเร็จถือเป็นความฝันที่ยิ่งใหญ่ข [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-%e0%b9%81%e0%b8%a5/">ขั้นตอน, การเตรียมตัว และข้อควรระวังในการปิดกิจการ</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6183 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/37.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/37.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/37-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/37-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>การมีกิจการที่ประสบความสำเร็จถือเป็นความฝันที่ยิ่งใหญ่ของผู้ประกอบการทุกคน แต่พอได้มาทำจริง ๆ แล้วเจ้าของธุรกิจหลาย ๆ คนกลับพบกับอุปสรรคต่าง ๆ มากมายจนถึงขั้นไปไม่รอดต้องปิดกิจการลง ซึ่งก่อนที่จะปิดกิจการได้อย่างสมบูรณ์แบบนั้น เจ้าของกิจการจะต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจเสียก่อนว่า การปิดกิจการนั้นมีขั้นตอนและการเตรียมตัว รวมถึงข้อควรระวังอย่างไรบ้าง? เราจึงขอแนะนำให้ลองมาติดตามอ่านบทความนี้กันดู ซึ่งหลังจากที่ได้อ่านบทความนี้จบแล้ว ผู้อ่านจะเข้าใจกระบวนการต่าง ๆ จนสามารถปิดกิจการของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบและถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ<br />
<strong><br />
สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนดำเนินการขอปิดกิจการ</strong></p>
<p>ในช่วงแรกนี้ เรามาดูสิ่งที่จะต้องเตรียมให้พร้อมก่อนจะเริ่มต้นทำเรื่องขอปิดกิจการกันก่อนเลย ถึงแม้จะดูไม่มีอะไรแต่เราขอแนะนำให้ผู้ประกอบการเตรียมทั้ง 5 อย่างนี้ให้พร้อมก่อนที่จะเริ่มต้นดำเนินการปิดกิจการ ซึ่งการเตรียมตัวที่ดีจะมีรายละเอียดอย่างไรบ้างนั้น มาติดตามกัน…</p>
<ol>
<li>เตรียมจัดประชุมเลิกกิจการ ซึ่งก่อนการประชุมจะต้องมีการลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์และส่งจดหมายเชิญประชุมไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน เพื่อขอความคิดเห็นและลงมติเห็นชอบในการขอยกเลิกกิจการ</li>
<li>เตรียมการจดทะเบียนเลิกกิจการกับกรมพัฒนาธุรกิจและการค้าตามวิธีการที่กำหนดไว้ และเตรียมคืนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แบบ ภพ.20) ไปให้แก่กรมสรรพากร</li>
<li>การเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงินรอบสุดท้ายก่อนปิดกิจการ ซึ่งเป็นงบที่ต้องมีผู้ตรวจสอบบัญชีรับรองเหมือนงบประจำปี และยื่นชำระภาษีนิติบุคคล ภายใน 150 วัน เมื่อดำเนินการเรียบร้อยแล้ว จึงจะไปจดทะเบียนเสร็จชำระบัญชีที่กรมพัฒนาธุรกิจและการค้าได้</li>
<li>เตรียมคืนบัตรผู้เสียภาษีกับกรมสรรพากร เพื่อรับเอกสารรับรองการออกจากระบบภาษีมูลค่าเพิ่มของกรมสรรพากร</li>
<li>เตรียมเรื่องการขายทรัพย์สิน เคลียร์เรื่องหนี้สินของบริษัททั้งส่วนลูกหนี้ เจ้าหนี้ให้เรียบร้อย สุดท้ายหากมีทรัพย์สินเหลือ ต้องคืนให้ผู้ถือหุ้นตามสัดส่วนของหุ้นที่ถือไว้</li>
</ol>
<p><strong>ขั้นตอนในการทำเรื่องขอปิดกิจการ</strong></p>
<p>ในช่วงที่สองนี้ จะเป็นเนื้อหาที่ผู้ประกอบการซึ่งกำลังจะทำเรื่องขอปิดกิจการนั้นให้ความสนใจเป็นพิเศษ นั่นก็คือ ขั้นตอนในการดำเนินการขอปิดกิจการ  ซึ่งวิธีการในการทำเรื่องขอปิดกิจการที่ว่านี้ จะมีขั้นตอนต่าง ๆ อย่างไรบ้างนั้น มาติดตามกัน…</p>
<ol>
<li>จัดประชุมทำข้อตกลงกันระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอยกเลิกกิจการ ในขั้นตอนนี้จะใช้เวลาไม่เกิน 14 วัน ตามที่กฎหมายได้ระบุไว้</li>
<li>จดทะเบียนเลิกกิจการให้สมบูรณ์กับกรมพัฒนาธุรกิจและการค้า หากยังไม่จดทะเบียนเลิกกิจการ ทางกฎหมายจะยังถือว่ามีกิจการอยู่ และบังคับให้ทำตามขั้นตอนของกฎหมายเสมือนยังประกอบธุรกิจอยู่ต่อไป</li>
<li>ดำเนินการคืนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไปให้กรมสรรพากร ภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้จดทะเบียนเลิกกิจการกับกรมพัฒนาธุรกิจและการค้า หลังจากนั้นกรมสรรพากรจะส่งจดหมายมาแจ้งว่าได้ทำการอนุมัติให้กิจการออกจากระบบภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว</li>
<li>จัดทำงบการเงินในรอบบัญชีที่เลิกกิจการ และส่งให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบและรับรองความถูกต้อง</li>
<li>ยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลและงบการเงินที่ได้ถูกตรวจสอบและรับรองความถูกต้องแล้ว ไปให้แก่กรมสรรพากร</li>
<li>จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี ที่กรมพัฒนาธุรกิจและการค้า</li>
<li>คืนบัตรผู้เสียภาษีแก่กรมสรรพากร</li>
<li>กรมสรรพากรจะทำเอกสารอนุมัติให้ออกจากระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม</li>
</ol>
<p><strong>ข้อควรระวังในการปิดกิจการ</strong></p>
<p>เรื่องสุดท้ายในบทความนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ห้ามมองข้ามในช่วงระหว่างดำเนินการปิดกิจการ ซึ่งเรื่องเหล่านั้นก็คือ กฎระเบียบที่มีเงื่อนไขในเรื่องของเวลานั่นเอง ด้านล่างนี้เป็นกฎข้อบังคับที่ผู้ประกอบการควรระมัดระวังในช่วงที่ดำเนินการปิดกิจการ และจะต้องทำให้เสร็จตามช่วงเวลาที่กฎหมายกำหนด มิฉะนั้นจะถูกปรับเงินหรือมีโทษตามที่กฎหมายได้ระบุไว้</p>
<ol>
<li>การแจ้งเรื่องเรียกประชุมกรรมการ ผู้ถือหุ้น ให้เข้าประชุมเรื่องการปิดกิจการ ต้องแจ้งก่อนจะเริ่มมีการประชุมอย่างน้อย 14 วัน เพื่อป้องกันการตกข่าว หรือถือเป็นข้ออ้างไม่ยอมรับมติที่ชุมกรณีที่ไม่ได้เข้าประชุม เพราะถือว่ารู้แล้ว แต่ไม่ใช้สิทธิ์เองก็ต้องยอมรับในเสียงส่วนใหญ่</li>
<li>การคืนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่กรมสรรพากรหลังจดทะเบียน จะต้องคืนภายใน 15 วัน หากคืนไม่ทันจะมีค่าปรับ 2000 บาท และยังต้องยื่นเสียภาษีมูลค่าเพิ่มต่อไปจนกว่าจะได้รับอนุมัติจากกรมสรรพากร ไม่เช่นนั้นจะถูกตามภาษีย้อนหลังได้ เพราะภาษี เบี้ยปรับ มีอายุความถึง10 ปีเลยทีเดียว</li>
<li>อย่าปิดกิจการโดยวิธีเลิกดำเนินกิจการเฉย ๆ โดยไม่ดำเนินการใด ๆ ในเรื่องปิดกิจการ เพราะจะมีปัญหาอื่น ๆ ตามมาในภายหลัง</li>
</ol>
<p>เป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้ประกอบการจะตัดสินใจขอยกเลิกการดำเนินการทางธุรกิจ เมื่อพบว่าผลการดำเนินงานของกิจการไม่เป็นไปตามแผนธุรกิจที่ได้คาดหวังเอาไว้ เช่น ผลประกอบการไม่ดี ทำให้กิจการประสบปัญหา ขาดทุน หรือกิจการมีความเสี่ยงมาก เนื่องจากมีภาระหนี้สินต่าง ๆ มากมาย เป็นต้น  ซึ่งผู้ประกอบการควรจะศึกษากระบวนการต่าง ๆ ของการยกเลิกกิจการให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง เพื่อที่ว่าในช่วงของการดำเนินการปิดกิจการจะสามารถทำได้อย่างถูกต้องและไม่มีปัญหาอื่น ๆ ตามมาในภายหลัง สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่ต้องการความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินการปิดกิจการ ลองเข้ามาติดต่อสอบถามกับทีมงานที่ปรึกษาบัญชี หรือที่ปรึกษาภาษีของ Scholar Accounting กันดูก่อน รับรองว่าคุณจะได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6181 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p><strong> </strong></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-%e0%b9%81%e0%b8%a5/">ขั้นตอน, การเตรียมตัว และข้อควรระวังในการปิดกิจการ</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
