<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>จดทะเบียนคณะบุคคล Archives - Scholar</title>
	<atom:link href="https://www.scholaraccounting.com/tag/%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%84%e0%b8%a5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.scholaraccounting.com/tag/จดทะเบียนคณะบุคคล/</link>
	<description>แค่เว็บเวิร์ดเพรสเว็บหนึ่ง</description>
	<lastBuildDate>Mon, 06 Jan 2014 15:18:28 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.3</generator>

<image>
	<url>https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2019/12/scholar-favicon.png</url>
	<title>จดทะเบียนคณะบุคคล Archives - Scholar</title>
	<link>https://www.scholaraccounting.com/tag/จดทะเบียนคณะบุคคล/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>คณะบุคคลแตกต่างจากห้างหุ้นส่วนสามัญอย่างไร ?</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%84%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Jan 2014 15:18:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ด้านภาษีอากร]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทเปิดใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[การเสียภาษีคณะบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[คณะบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[จดทะเบียนคณะบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชีคณะบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนภาษีคณะบุคคล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=3184</guid>

					<description><![CDATA[<p>คณะบุคคล… อีกหน่วยภาษี ที่ไม่ควรมองข้าม การเสียภาษีเงิน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%84%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/">คณะบุคคลแตกต่างจากห้างหุ้นส่วนสามัญอย่างไร ?</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3>คณะบุคคล… อีกหน่วยภาษี ที่ไม่ควรมองข้าม</h3>
<p>การเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรได้กำหนดหน่วยภาษีที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไว้จำนวน 4 หน่วย อันได้แก่ บุคคลธรรมดาผู้ถึงแก่ความตายในระหว่างปีภาษี กองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง และคณะบุคคลหรือห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคล ซึ่งในการดำเนินธุรกิจในรูปแบบของคณะบุคคลหรือห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคล จะช่วยให้กิจการมีเงินลงทุนมากขึ้น และในแง่ของการตัดสินใจจะรอบคอบมากกว่าการดำเนินธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดาคนเดียว เพราะมีการร่วมกันตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ที่เกิดจากการดำเนินงานของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน รวมทั้งจะต้องรับผิดชอบร่วมกันในหนี้สินทั้งหมดของกิจการโดยไม่จำกัดจำนวนหนี้สินนั้นอีกด้วย เรื่องจากปกฉบับนี้จึงได้นำเสนอภาระหน้าที่การเสียภาษีของคณะบุคคลและแนวคำวินิจฉัยที่น่าสนใจ เพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างรอบด้านในการเสียภาษีได้อย่างถูกต้อง</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>ภาระภาษี</h3>
<h4>1. ความหมายของ “คณะบุคคล”</h4>
<p>ในทางทฤษฎีภาษีอากร จะพบว่าประมวลรัษฎากรมิได้ให้คำนิยามของคำว่าคณะบุคคลหรือห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคลไว้โดยเฉพาะ ดังนั้น จึงต้องใช้ความหมายโดยเทียบเคียงจากคำว่าห้างหุ้นส่วนสามัญตามมาตรา 1012 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่วางหลักไว้ว่าห้าง หุ้นส่วน คือ บุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกัน ด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรอันจะพึงได้แก่กิจการที่ทำนั้น เมื่อคณะบุคคลเป็นหน่วยภาษีที่กำหนดขึ้นตามประมวลรัษฎากรเพื่อให้ครอบคลุมการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จึงอาจให้คำนิยามได้ว่า “ห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคล” หมายถึง บุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปได้ตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกัน ด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรอันจะพึงได้แก่กิจการที่ทำนั้น ส่วน “คณะบุคคล” หมายถึง บุคคลธรรมดาตั้งแต่สองคน ขึ้นไปตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกัน แต่ไม่มีวัตถุประสงค์จะแบ่งปันผลกำไรที่ได้จากกิจการที่ทำนั้น</p>
<p>อย่างไรก็ดี ในทางปฏิบัติมักจะพบว่า การให้ความหมายคำว่าห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคล และคำว่าคณะบุคคล จะมีทิศทางที่เป็นไปในแนวทางเดียวกันโดยมิได้แยกความแตกต่างกันที่วัตถุประสงค์การแบ่งปันกำไรดังได้กล่าวข้างต้น ซึ่งการให้ความหมายที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันดังกล่าวก็มิได้ทำให้ผล ของการชำระภาษีเปลี่ยนแปลงไปแต่ประการใด เพราะไม่ว่าจะเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคล หรือจะเป็นคณะบุคคลก็จะมีหน้าที่ เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเช่นเดียวกัน และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีเงินได้ที่ได้รับ ก็จะเป็นเลขเดียวกัน</p>
<p>ปัญหาบางประการเกี่ยวกับคณะบุคคลที่ควรได้ทำความเข้าใจคือ การรวมตัวกันเพื่อจัดตั้งคณะบุคคลมีข้อจำกัดหรือไม่ ผู้เขียนใคร่ขอนำเสนอดังนี้</p>
<p>ก. นิติบุคคลสามารถร่วมกับบุคคลธรรมดาจัดตั้งคณะบุคคลได้หรือไม่ ผู้เขียนเห็นว่า การจัดตั้งคณะบุคคลจะต้องเป็นการรวมตัวกันระหว่างบุคคลธรรมดาตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป นิติบุคคลไม่อาจมาจัดตั้งคณะบุคคลร่วมกับบุคคลธรรมดาได้ เนื่องจากหากมีนิติบุคคลมาร่วมจัดตั้งด้วยแล้ว ฐานะของการร่วมทุนจะเปลี่ยนไปเป็นกิจการร่วมค้าทันที</p>
<p>ข. สามีภริยาจะร่วมกันจัดตั้งเป็นคณะบุคคลได้หรือไม่ ในประเด็นนี้ผู้เขียนเห็นว่า ตามมาตรา 57 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้ถือว่าเงินได้ของภริยาให้เป็นเงินได้ของสามีในกรณีที่ความเป็นสามีภริยามีอยู่ตลอดปีภาษีดังนั้น สามีภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายจึงไม่อาจจัดตั้งเป็นคณะบุคคลได้โดยปริยาย แต่อย่างไรก็ดี หากเป็นการจัดตั้งคณะบุคคลที่ประกอบด้วยสามี ภริยา และบุตร แล้วก็ไม่ถือว่ากรณีมีข้อจำกัดแต่ประการใด</p>
<h4>2. การขอมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร</h4>
<p>คณะบุคคลจะต้องขอมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรภายใน 60 วัน นับแต่วันที่มีเงินได้พึงประเมินโดยใช้แบบ ล.ป.10.2 ยื่นต่อสำนักงานสรรพากรดังนี้</p>
<p>ก. ในกรุงเทพมหานครให้ยื่น ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่หรือสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา (เขต) ที่ผู้ยื่นคำร้องมีภูมิลำเนาอยู่</p>
<p>ข. ในจังหวัดอื่นให้ยื่น ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา (อำเภอ) ที่ผู้ยื่นคำร้องมี ภูมิลำเนาอยู่กรณีผู้เสียภาษีอากรที่เป็นบุคคลธรรมดา ไม่สะดวกที่จะยื่นคำร้อง ณ สถานที่ ดังกล่าวข้างต้น จะยื่น ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาแห่งใดแห่งหนึ่งในท้องที่ของจังหวัดที่มีภูมิลำเนาอยู่หรือ จะยื่น ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่หรือสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาแห่งใดแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานครก็ได้</p>
<p>ทั้งนี้ คณะบุคคลจะต้องแนบเอกสารดัง ต่อไปนี้ไปพร้อมกับแบบคำร้องการขอมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรประเภทคณะบุคคล (แนบพร้อมกับแบบ ล.ป.10.2)</p>
<p>ก. กรณีขอมีเลขและบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ได้แก่</p>
<p>(1) ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน/ใบสำคัญคนต่างด้าว/หนังสือเดินทางของผู้มีอำนาจจัดการและผู้ร่วมคณะทุกคน</p>
<p>(2) ภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้านของที่ตั้งสถานประกอบการ</p>
<p>(3) ภาพถ่ายสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงในการจัดตั้งคณะบุคคลหรือห้างหุ้นส่วนสามัญ (ถ้ามี)</p>
<p>ข. กรณีขอแก้ไขรายละเอียดผู้เสียภาษีอากร ได้แก่</p>
<p>(1) ภาพถ่ายหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ ที่อยู่ของคณะบุคคลหรือห้างหุ้นส่วนสามัญ</p>
<p>(2) บัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ฉบับเดิม</p>
<p>ค. กรณีบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากรชำรุดหรือสูญหาย ได้แก่</p>
<p>(1) ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน/ ใบสำคัญคนต่างด้าว/หนังสือเดินทางของผู้มีอำนาจจัดการ</p>
<p>(2) บัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากรฉบับเดิม (ถ้ามี)</p>
<p>ง. กรณีขอคืนบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ได้แก่</p>
<p>(1) ภาพถ่ายหนังสือที่แสดงว่าคณะบุคคลเลิกประกอบกิจการ</p>
<p>(2) บัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากรที่คืน</p>
<h4>3. การคำนวณภาษีเงินได้</h4>
<p>คณะบุคคลมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเช่นเดียว กับบุคคลธรรมดาทั่วไป โดยถือเป็นหน่วยภาษีอีกหน่วยหนึ่งแยกต่างหากไปจากบุคคลที่อยู่ในคณะบุคคลนั้นๆ โดยมาตรา 56 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร ที่ได้บัญญัติไว้ดังนี้</p>
<p>“ในกรณีที่ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วเกินจำนวนตาม (1) ให้ผู้อำนวยการหรือผู้จัดการยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินในชื่อของห้างหุ้นส่วน หรือคณะบุคคลนั้นที่ได้รับในระหว่างปีภาษีที่ล่วงมาแล้วภายในกำหนดเวลาและตามแบบเช่นเดียวกับวรรคก่อน การเสียภาษีในกรณีเช่นนี้ ให้ผู้อำนวยการหรือผู้จัดการรับผิดเสียภาษีในชื่อของห้างหุ้นส่วนหรือคณะบุคคลนั้นจากยอดเงินได้พึงประเมินทั้งสิ้นเสมือนเป็นบุคคลคนเดียวไม่มีการแบ่งแยก ทั้งนี้ ผู้เป็นหุ้นส่วนหรือบุคคลในคณะบุคคลแต่ละคน ไม่จำต้องยื่นรายการเงินได้สำหรับจำนวนเงินได้พึงประเมินดังกล่าวเพื่อเสียภาษีอีก แต่ถ้าห้างหุ้นส่วนหรือคณะบุคคลนั้นมีภาษีค้างชำระให้ผู้เป็นหุ้นส่วนหรือบุคคลในคณะบุคคลทุกคนร่วมรับผิดในเงินภาษีที่ค้างชำระนั้นด้วย”</p>
<p>นอกจาก “คณะบุคคล” จะมีหน้าที่เสียภาษีเสมือนหนึ่งเป็นบุคคลที่แยกออกจากบุคคลธรรมดาทั่วไปแล้ว เมื่อประกอบธุรกิจมีผลกำไร ในแต่ละปี แล้วนำกำไรของคณะบุคคลมาแบ่งให้กับบุคคลที่อยู่ในคณะบุคคล ส่วนแบ่งกำไร ดังกล่าวก็ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา 42 (14) เงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ บุคคลที่อยู่ในคณะบุคคลไม่ต้องนำเงินได้ที่ได้รับจากการแบ่งกำไรจากคณะบุคคลไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ดังนี้</p>
<p>“(14) เงินส่วนแบ่งของกำไรจากห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือ คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลซึ่งต้องเสียภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้ แต่ไม่รวมถึงเงินส่วนแบ่งของกำไรจากกองทุนรวม”</p>
<h4>4. การคำนวณหักค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อน</h4>
<p>คณะบุคคลมีสิทธิหักค่าใช้จ่ายสำหรับเงินได้ พึงประเมินประเภทต่างๆ ที่ได้รับเช่นเดียวกับบุคคลธรรมดา แต่สำหรับการหักค่าลดหย่อนคณะบุคคลสามารถหักค่าลดหย่อนตามจำนวนบุคคลที่เป็นบุคคลในคณะบุคคลแต่ละคนซึ่ง เป็นผู้อยู่ในประเทศไทยได้คนละ 30,000 บาท แต่รวมกันต้องไม่เกิน 60,000 บาท เท่านั้น คณะบุคคลจะหักลดหย่อนประเภทอื่นๆ เช่นการหัก ลดหย่อนคู่สมรส การหักลดหย่อนบุตร การหัก ลดหย่อนเงินค่าเบี้ยประกันชีวิต การหักลดหย่อนเงินที่จ่ายเป็นดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างที่อยู่อาศัย ดังเช่นที่บุคคลธรรมดามีสิทธิไม่ได้</p>
<h4>5. การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา</h4>
<p>เงินได้พึงประเมินภายหลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว (หรือเงินได้สุทธิ) คณะบุคคลจะต้องนำไปคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราก้าวหน้า (Progressive Rate)</p>
<p>ที่มา :-</p>
<p><a href="http://www.sanpakornsarn.com/page_article_detail.php?aID=19"><em>http://www.sanpakornsarn.com/page_article_detail.php?aID=19</em></a></p>
<h3> ห้างหุ้นส่วนสามัญตามประมวลกฏหมายแพ่งพาณิชย์ มาตรา 1012,1025,1026</h3>
<p>มาตรา 1012 อันว่าสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปตกลงเข้ากัน เพื่อกระทำกิจการร่วมกันด้วยประสงค์ จะแบ่งปันกำไรอันจะพึงได้แต่กิจการที่ทำนั้น</p>
<p>มาตรา 1025 อันว่าห้างหุ้นส่วนสามัญนั้น คือห้างหุ้นส่วนประเภท ซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคนต้องรับผิดร่วมกัน เพื่อหนี้ทั้งปวงของหุ้นส่วน โดยไม่มีจำกัด</p>
<p>มาตรา 1026 ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนต้องมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดมาลงหุ้นด้วยในห้างหุ้นส่วน</p>
<p>สิ่งที่นำมาลงด้วยนั้น จะเป็นเงินหรือทรัพย์สินสิ่งอื่นหรือลงแรงงานก็ได้</p>
<p>ที่มา :-</p>
<p><em><a href="http://www.kodmhai.com/m2/m2-4/m4-1012-1024.html">http://www.kodmhai.com/m2/m2-4/m4-1012-1024.html</a></em></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="http://www.mof.go.th/home/Press_release/News2013/076.pdf">ข่าวกระทรวงการคลัง เรื่่องอัตราภาษีคณะบุคคล</a></p>
<p><a href="http://download.rd.go.th/fileadmin/download/insight_pasi/manual.pdf">คู่มือการเสียภาษีคณะบุคคล</a></p>
<p><a href="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2014/01/ประเด็นภาษี-อ.สุเทพ.pdf">เอกสารการอบรมอาจารย์สุเทพ</a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%84%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/">คณะบุคคลแตกต่างจากห้างหุ้นส่วนสามัญอย่างไร ?</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การจดทะเบียนบริษัท</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%b1%e0%b8%97/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Jan 2014 14:34:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บริษัทเปิดใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ขอเครื่องหมายการค้า]]></category>
		<category><![CDATA[จดคณะบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[จดทะเบียน]]></category>
		<category><![CDATA[จดทะเบียนคณะบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท]]></category>
		<category><![CDATA[จดทะเบียนนิติบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[จดทะเบียนบริษัท]]></category>
		<category><![CDATA[จดทะเบียนพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[จดทะเบียนย้าย]]></category>
		<category><![CDATA[จดทะเบียนร้านค้า]]></category>
		<category><![CDATA[จดทะเบียนห้างหุ้นส่วน]]></category>
		<category><![CDATA[จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า]]></category>
		<category><![CDATA[จดทะเบียนเปลี่ยนแปลง]]></category>
		<category><![CDATA[จดทะเบียนเพิ่มทุน]]></category>
		<category><![CDATA[จดทะเบียนเลิก]]></category>
		<category><![CDATA[จดทะเบียนเลิกบริษัท]]></category>
		<category><![CDATA[จดทะเบียนเลิกห้างหุ้นส่วน]]></category>
		<category><![CDATA[จดร้านค้า]]></category>
		<category><![CDATA[จดเลิกกิจการ]]></category>
		<category><![CDATA[ทำบัญชีภายใน]]></category>
		<category><![CDATA[ทำบัญชีราคาถูก]]></category>
		<category><![CDATA[ทำบัญชีสรรพากร]]></category>
		<category><![CDATA[ทำบัญชีได้มาตรฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[บริการด้านประกันสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชีออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัดภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ร้บจดทะเบียนเลิกห้างหุ้นส่วน]]></category>
		<category><![CDATA[รับจดทะเบียนเลิก]]></category>
		<category><![CDATA[รับจดทะเบียนเลิกบริษัท]]></category>
		<category><![CDATA[รับจดทะเบียนเลิกห้างหุ้นส่วน]]></category>
		<category><![CDATA[รับจดร้านค้า]]></category>
		<category><![CDATA[รับทำบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[รับทำบัญชี ถูกต้อง รวดเร็ว ประหยัด เชื่อถือได้]]></category>
		<category><![CDATA[รับทำบัญชีราคาไม่แพง]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกกิจการ]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกบริษัท]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกห้างหุ้นส่วน]]></category>
		<category><![CDATA[โปรแกรมบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ใบกำกับภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ใบส่งของ]]></category>
		<category><![CDATA[ใบเสร็จรับเงิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=3139</guid>

					<description><![CDATA[<p>ขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียมในการจดทะเบียนบริษัท/ห้างห [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%b1%e0%b8%97/">การจดทะเบียนบริษัท</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3>ขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียมในการจดทะเบียนบริษัท/ห้างหุ้นส่วนจำกัด</h3>
<p>ผู้ประกอบการมือใหม่หลายๆคน มักคิดว่าการดำเนินการจัดตั้งบริษัทด้วยตนเองนั้นเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและยุ่งยากเกินความสามารถ จึงเลือกที่จะไปว่าจ้างบริษัทหรือบุคคลที่มีความรู้เฉพาะทางมาดำเนินการแทน ทั้งที่จริงๆแล้วขั้นตอนการจัดตั้งบริษัทนั้นก็ไม่ได้มีวิธีที่ซับซ้อนแต่อย่างใด และถ้าหากท่านสามารถดำเนินการเองได้ก็จะสามารถลดค่าใช้จ่ายในส่วนของการว่าจ้างไปได้อีกด้วย</p>
<h3>การจัดตั้งบริษัทจะไม่เป็นเรื่องยากอีกต่อไปหากปฏิบัติตาม 7 ขั้นตอน ดังต่อไปนี้</h3>
<h3>ขั้นตอนที่1 การจองชื่อ</h3>
<p>ขั้นแรกผู้เริ่มก่อการจัดตั้งบริษัทต้องคิดชื่อบริษัทขึ้นมาเพื่อใช้ในการจอง ซึ่งชื่อที่ตั้งมานั้นต้องไม่พ้องหรือคล้ายคลึงกับบริษัทซึ่งจดทะเบียนไปแล้ว</p>
<p>การจองนั้นจะเปิดให้จองได้ 3 ชื่อ โดยนายทะเบียนจะพิจารณาชื่อตามลำดับจากแรกไปท้าย ดังนั้นท่านต้องเอาชื่อที่อยากได้ที่สุดไว้อันดับแรก จากนั้นก็ไปลงทะเบียนจองชื่อ โดยทำได้สองวิธีด้วยกัน คือ ยื่นแบบจองชื่อต่อนายทะเบียนด้วยตนเอง ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าในเขตที่ท่านอาศัยอยู่ หรือถ้าเป็นต่างจังหวัดก็ให้ไปที่สำนักงานพาณิชย์ประจำจังหวัด จองผ่านอินเตอร์เน็ต โดยกรอกข้อมูลที่ www.dbd.go.th ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเอง<br />
เมื่อนายทะเบียนพิจารณาแล้วเห็นว่าชื่อดังกล่าวไม่ขัดกับข้อกำหนด ก็จะแจ้งกลับมาว่ารับจองชื่อแล้ว จากนั้นก็จะเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป</p>
<h3>ขั้นตอนที่2 การจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและยื่นต่อนายทะเบียน</h3>
<p>หนังสือบริคณห์สนธิ คือ หนังสือที่แสดงเจตน์จำนงในการขอจัดตั้งบริษัท เนื้อความในหนังสือจะประกอบไปด้วย ชื่อบริษัทที่จองไว้ (โดยมีคำว่า “บริษัท” นำหน้า และคำว่า “จำกัด” ต่อท้าย) ที่อยู่ วัตถุประสงค์ จำนวนทุน จำนวนหุ้น ราคาหุ้น (ขั้นต่ำหุ้นละ 5 บาท) และข้อมูลผู้เริ่มก่อการจัดตั้งบริษัท ซึ่งจำนวนผู้ก่อการนี้กฎหมายบังคับว่าต้องมีอย่างน้อย 3 คน</p>
<p>การยื่นหนังสือบริคณห์สนธิจะต้องทำภายใน 30 วัน นับจากวันที่มีนายทะเบียนแจ้งรับจองชื่อ หากผู้เริ่มก่อการเกิดชะล่าใจจนเลยกำหนดก็จะต้องเสียเวลาดำเนินการใหม่ตั้งแต่ต้น</p>
<h3> ขั้นตอนที่3 การจัดให้มีการจองชื้อหุ้นและการนัดประชุมตั้งบริษัท</h3>
<p>ผู้เริ่มก่อการแต่ละคนอาจซื้อหุ้นมากน้อยต่างกัน แต่ทุกคนจะต้องมีอย่างน้อยคนละหนึ่งหุ้น นอกจากนี้ผู้ที่มาซื้อหุ้นนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เริ่มก่อการเสมอไป แต่อาจเป็นบุคคลอื่นที่สนใจอยากเข้าร่วมธุรกิจดังกล่าวก็ได้<br />
เมื่อมีผู้ตกลงซื้อหุ้นของบริษัทจนครบแล้ว ก็จะมีการออกหนังสือนัดจัดการประชุมผู้ถือหุ้นทั้งหมด ซึ่งวันที่นัดประชุมนั้นจะต้องห่างจากวันที่ออกหนังสืออย่างน้อย 7 วัน</p>
<p>หากดำเนินการด้วยตนเองก็จะยิ่งใช้เวลาน้อยลงไปอีกเพราะไม่ต้องเสียเวลาติดต่อประสานงานกับบริษัทว่าจ้างจัดตั้งบริษัท</p>
<h3>ขั้นตอนที่4การประชุมตั้งบริษัท</h3>
<p>ในการประชุมจะต้องมีผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนผู้เข้าชื่อทั้งหมด (สามารถมอบฉันทะได้) และนับจำนวนหุ้นรวมกันแล้วไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของหุ้นทั้งหมด ซึ่งวาระในการประชุมจะประกอบด้วย</p>
<ol>
<li> ทำความตกลงตั้งข้อบังคับของบริษัท</li>
<li>เลือกตั้งกรรมการและกำหนดอำนาจกรรมการ</li>
<li>เลือกผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเพื่อตรวจสอบและรับรองงบการเงิน (บริษัทต้องแต่งตั้งบุคคลธรรมดาเท่านั้น จะแต่งตั้งสำนักงานตรวจสอบบัญชีไม่ได้)</li>
<li>รับรองสัญญาที่ผู้เริมก่อการทำขึ้นก่อนที่บริษัทจะจัดตั้ง เพราะผู้ริเริ่มกิจการอาจจะไปทำสัญญาอะไรบางอย่างไว้เพื่อประโยชน์ของบริษัท เช่น ไปทำสัญญาเช่าอาคารไว้เพื่อไว้เป็นที่ทำการของบริษัท หรือไปทำสัญญาซื้อวัตถุดิบ หรือจ้างพนักงานไว้ สัญญาเหล่านี้จะยังไม่มีผลผูกพันบริษัท เนื่องจากบริษัทยังไม่ได้จัดตั้ง ผู้ริเริ่มกิจการยังต้องรับผิดชอบเป็นส่วนตัวอยู่ ดังนั้นจึงต้องนำสัญญาเหล่านี้มาเสนอให้ที่ประชุมตั้งบริษัทอนุมัติ เพื่อจะได้มีผลผูกพันต่อไป</li>
<li>กำหนดค่าตอบแทนแก่ผู้ริเริ่มกิจการ สำหรับกิจการต่างๆ ที่ผู้เริ่มก่อการได้กระทำไปในช่วงก่อนจดทะเบียนบริษัท โดยถือว่าเป็นค่าตอบแทนค่าเหนื่อยของผู้เริ่มก่อการ ซึ่งค่าตอบแทนนี้จะต้องอนุมัติโดยที่ประชุมจัดตั้งบริษัท</li>
<li>กำหนดจำนวนหุ้นบุริมสิทธิ (หุ้นที่ได้รับสิทธิพิเศษมากกว่าหุ้นสามัญ เช่น ได้ปันผลมากกว่า หรือหากเลิกกิจการก็จะมีสิทธิได้ทรัพย์สินก่อน แต่ผู้ถือหุ้นประเภทนี้จะไม่มีสิทธิในการออกเสียงหรือรับแต่งตั้งเป็นกรรมการบริษัท) หรือหุ้นสามัญที่ชำระด้วยอย่างอื่นนอกจากตัวเงิน บางบริษัทอาจจะมีหุ้นบุริมสิทธินอกเหนือจากหุ้นสามัญ หรืออาจจะมีหุ้นสามัญแต่เพียงอย่างเดียว แต่มีบางส่วนที่ชำระด้วยอย่างอื่นนอกจากตัวเงิน ในกรณีเช่นนี้ก็ต้องมาทำความตกลงอนุมัติในที่ประชุมตั้งบริษัทนี้เช่นกัน</li>
</ol>
<h3>ขั้นตอนที่5คณะกรรมการที่เลือกจะเป็นผู้ดำเนินการต่อจากผู้ก่อการ</h3>
<p>คณะกรรมการจะทำหน้าที่เก็บเงินชำระค่าหุ้นอย่างน้อย 25% ของราคาจริง เมื่อเก็บค่าหุ้นได้ครบแล้ว กรรมการก็จะเป็นผู้จัดทำคำขอจดทะเบียนตั้งบริษัทแล้วยื่นจดทะเบียนต่อนายทะเบียนภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่มีการประชุมจัดตั้งบริษัท ถ้าไม่จดทะเบียนภายในกำหนดเวลาดังกล่าวจะทำให้การประชุมตั้งบริษัทเสียไป ต้องจัดประชุมผู้จองซื้อหุ้นใหม่อีกครั้ง</p>
<h3> ขั้นตอนที่6ชำระค่าธรรมเนียม</h3>
<ul>
<li>ค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนตั้งบริษัท คิดตามทุนจดทะเบียนแสนละ 500 บาท ขั้นต่ำ 5,000 แต่ไม่เกิน 250,000</li>
<li>ค่าธรรมเนียมต่างๆในขั้นตอนการดำเนินการมีดังนี้</li>
<li> ค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ คิดจากจำนวนทุนแสนละ 50 บาท เศษของแสนให้คิดเป็นแสนบาทเลย ทั้งนี้ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำอยู่ที่ 500 บาท และขั้นสูงคือ 25,000 บาท</li>
<li>ค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนตั้งบริษัท คิดตามทุนจดทะเบียนแสนละ 500 บาท แต่ขั้นต่ำต้องไม่น้อยกว่า 5,000 บาท และขั้นสูงไม่เกิน 250,000 บาท (เศษของแสนคิดเป็นแสนเช่นเดียวกับค่าลงทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ)</li>
<li>หนังสือรับรอง ฉบับละ 200 บาท</li>
<li>ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน ฉบับละ 100 บาท</li>
<li>รับรองสำเนาเอกสาร หน้าละ 50 บาท</li>
<li>รับใบสำคัญและหนังสือรับรอง</li>
</ul>
<h3>ขั้นตอนที่7นายทะเบียนรับรองเอกสาร</h3>
<p>เมื่อนายทะเบียนรับจดทะเบียนและมอบหนังสือรับรองแล้ว ก็เป็นอันว่าบริษัทได้จัดตั้งขึ้นอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีสิทธิและหน้าที่ต่างๆ โดยสมบูรณ์ทุกประการ เดิมขั้นตอนการดำเนินการทั้งหมดจะกินเวลาไม่ต่ำกว่า 9 วัน แต่หลังจากวันที่ 1 กรกฎาคม 2551 เป็นต้นมา กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ปรับปรุงประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วนบริษัทในบางประเด็น ว่า ‘หากการประชุมตั้งบริษัทมีผู้เริ่มก่อการและผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นทุกคนเข้าร่วมประชุมและให้ความเห็นชอบในกิจการที่ได้พิจารณาในที่ประชุมนั้น ผู้เริ่มก่อการสามารถจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทพร้อมกันภายในวันเดียวกันได้’</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>หัวข้อที่เกี่ยวข้อง</h3>
<ul>
<li>
<h5><a href="http://www.dbd.go.th/mainsite/index.php?id=102" target="_blank" rel="noopener noreferrer">ประเภทธุรกิจใดเหมาะกับท่าน</a></h5>
</li>
<li>
<h5><a href="http://www.smesreport.com/sme-othercolum.php" target="_blank" rel="noopener noreferrer">ขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัท</a></h5>
</li>
<li>
<h5><a href="http://www.smesreport.com/sme-othercolum.php" target="_blank" rel="noopener noreferrer">ขั้นตอนการจดทะเบียน</a>ห้างหุ้นส่วน</h5>
</li>
<li>
<h5><a href="http://www.dbd.go.th/mainsite/index.php?id=101" target="_blank" rel="noopener noreferrer">ขั้นตอนการจดทะเบียนพาณิชย์</a></h5>
</li>
<li>
<h5><a href="http://www.dbd.go.th/thai/register/to_suggest.html" target="_blank" rel="noopener noreferrer">หลักเกณฑ์เรื่องชื่อบริษัท</a></h5>
</li>
<li>
<h5><a href="http://www.dbd.go.th/mainsite/fileadmin/downloads/03_boj/detail5_intro6.pdf" target="_blank" rel="noopener noreferrer">หลักเกณฑ์เรื่องตราประทับบริษัท</a></h5>
</li>
<li>
<h5><a href="http://www.dbd.go.th/mainsite/fileadmin/downloads/03_boj/detail5_intro5.pdf" target="_blank" rel="noopener noreferrer">หลักเกณฑ์วัตถุประสงค์ของบริษัท</a></h5>
</li>
<li>
<h5><a href="http://www.dbd.go.th/mainsite/fileadmin/downloads/03_boj/detail5_b_intro01.pdf" target="_blank" rel="noopener noreferrer">หลักเกณฑ์การกำหนดอำนาจกรรมการ</a></h5>
</li>
<li>
<h5><a href="http://www.dbd.go.th/mainsite/fileadmin/downloads/03_boj/detail5_intro8.pdf" target="_blank" rel="noopener noreferrer">หลักเกณฑ์การลงลายมือชื่อกรรมการ</a></h5>
</li>
</ul>
<h5></h5>
<h3>การเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดบริษัท</h3>
<ul>
<li><a href="http://cptathai.com/images/full_feasibility_study.xlsx" target="_blank" rel="noopener noreferrer">การศึกษาความเป็นไปได้ของธุรกิจ</a></li>
<li><a href="http://www.dbd.go.th/mainsite/fileadmin/contents/seminar/training_DBD/bizclub4.pdf" target="_blank" rel="noopener noreferrer">แบบประเมินความพร้อม</a></li>
<li><a href="http://www.dbd.go.th/mainsite/fileadmin/contents/seminar/training_DBD/bizclub1.pdf" target="_blank" rel="noopener noreferrer">คุณพร้อมจะเริ่มต้นธุรกิจหรือยัง</a></li>
<li><a href="http://www.dbd.go.th/mainsite/fileadmin/contents/IT/pdf/knowledge_juristic_2.pdf" target="_blank" rel="noopener noreferrer">คู่มือสิ่งที่ต้องรุู้เมื่อเป็นห้างหุ้นส่วน บริษัท</a></li>
<li><a href="http://www.thaifranchisecenter.com/download_file/index.php" target="_blank" rel="noopener noreferrer">ความรู้ในการประกอบธุรกิจ</a></li>
<li><a href="http://www.dbd.go.th/mainsite/fileadmin/contents/IT/pdf/starting_business.pdf" target="_blank" rel="noopener noreferrer">เริ่มต้นธุรกิจอย่างมีทิศทาง</a></li>
<li><a href="http://cptathai.com/VDO2.html" target="_blank" rel="noopener noreferrer">SME Infomation</a></li>
<li><a href="http://www.smesreport.com/sme-othercolum.php" target="_blank" rel="noopener noreferrer">SMEs Report</a></li>
</ul>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%b1%e0%b8%97/">การจดทะเบียนบริษัท</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
