<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>การเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงิน Archives - Scholar</title>
	<atom:link href="https://www.scholaraccounting.com/tag/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.scholaraccounting.com/tag/การเตรียมเอกสารเพื่อทำ/</link>
	<description>แค่เว็บเวิร์ดเพรสเว็บหนึ่ง</description>
	<lastBuildDate>Wed, 19 Feb 2020 02:12:05 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.3</generator>

<image>
	<url>https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2019/12/scholar-favicon.png</url>
	<title>การเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงิน Archives - Scholar</title>
	<link>https://www.scholaraccounting.com/tag/การเตรียมเอกสารเพื่อทำ/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ต้องทำอย่างไร หากหลักค้ำประกันไม่พอ</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b9%89/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Feb 2020 10:35:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชีสำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาของการทำบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=6082</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินของธุรกิจประเภทต่าง ๆ  ม [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b9%89/">ต้องทำอย่างไร หากหลักค้ำประกันไม่พอ</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="size-full wp-image-6187 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/41.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/41.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/41-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/41-768x644.png 768w" sizes="(max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>ในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินของธุรกิจประเภทต่าง ๆ  มักจะเจอกับปัญหาใหญ่ที่ทำให้การขอกู้จากธนาคารหรือสถาบันการเงินต่าง ๆ ไม่ได้รับการพิจารณา นั่นก็คือ “การมีหลักทรัพย์ค้ำประกันไม่เพียงพอ” แม้จะมีการวางแผนธุรกิจ หรือการจัดวางระบบบัญชีของธุรกิจ จนทำให้มีข้อมูลของผลประกอบการที่แสดงให้เห็นว่ามีผลกำไรในการดำเนินงานเสนอต่อสถาบันการเงินอย่างครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว แต่ก็ไม่สามารถได้รับการพิจารณาอนุมัติได้ ปัญหานี้มีแนวทางแก้ไขหรือไม่อย่างไร เรามาติดตามกัน…</p>
<p><strong>หลักทรัพย์ค้ำประกัน คืออะไร</strong></p>
<p>ก่อนอื่นผู้ประกอบการต้องทำความเข้าใจก่อนว่าหลักทรัพย์ค้ำประกันคืออะไร เนื่องจากหลักทรัพย์ที่สถาบันการเงินหรือธนาคารต่าง ๆ ใช้เป็นหลักค้ำประกันเงินกู้มีหลายประเภท รวมทั้งเงื่อนไขในการใช้หลักค้ำประกันอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินนั้น ๆ และขึ้นอยู่กับประเภทของสินเชื่อหรือวงเงินที่ผู้กู้ต้องการ</p>
<p>สำหรับความหมายของหลักทรัพย์ค้ำประกันหรือสินทรัพย์ค้ำประกัน หมายถึง ทรัพย์สินซึ่งมีมูลค่าที่ลูกหนี้หรือผู้ประกอบการนำมาใช้ค้ำประกัน เพื่อเป็นหลักประกันเงินกู้ให้แก่สถาบันการเงิน โดยผู้ขอสินเชื่อต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้น ๆ ซึ่งอาจเป็นอสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน อาคาร บ้านเรือน หรือสินทรัพย์ประเภทสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ รถยนต์ เป็นต้น<strong> </strong></p>
<p><strong>ความสำคัญและบทบาทของหลักทรัพย์ค้ำประกัน</strong></p>
<p>หลักทรัพย์ค้ำประกันไม่ได้มีความสำคัญหรือมีบทบาทเฉพาะใช้ค้ำประกันวงเงินกู้กับสถาบันการเงินเท่านั้น แต่ยังแก้ปัญหาของการทำบัญชีทำให้การบริหารธุรกิจเกิดสภาพคล่อง เช่น การให้สินเชื่อแก่ลูกค้าโดยนำหลักทรัพย์มาเป็นหลักค้ำประกัน ในส่วนของการใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ให้กับสถาบันการเงิน นอกจากเป็นการสร้างความมั่นใจและสร้างความน่าเชื่อถือของผู้กู้แก่สถาบันการเงินแล้ว สินเชื่อมีหลักประกันหรือ Secured loans ยังเป็นสินเชื่อที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า เมื่อเทียบกับสินเชื่อแบบที่ไม่มีหลักประกัน องค์กรธุรกิจหรือผู้ประกอบการที่มีการวางแผนธุรกิจไว้อย่างเป็นระบบ จะขอสินเชื่อที่มีหลักประกันซึ่งเป็นสินเชื่อระยะยาว เพื่อให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจในหลาย ๆ ด้าน เช่น ง่ายและสะดวกต่อการขยายธุรกิจ, ทำให้เกิดสภาพคล่องในการดำเนินงาน และเสียดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำ<strong> </strong></p>
<p><strong>อะไร ใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้บ้าง</strong></p>
<p>ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ โดยเฉพาะนักธุรกิจมือใหม่จะเข้าใจว่าหลักทรัพย์ค้ำประกันการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ ประเภท ที่ดิน อาคาร หรือใช้บุคคลค้ำประกัน แต่ในรายละเอียดและหลักเกณฑ์เกี่ยวกับหลักทรัพย์ค้ำประกันของธนาคารและสถาบันการเงินต่าง ๆ สามารถใช้ได้ทั้งอสังหาริมทรัพย์และสังหาริมทรัพย์ แต่ต้องเป็นตามเงื่อนไขที่สถาบันการเงินกำหนด เช่น</p>
<ul>
<li>อสังหาริมทรัพย์ เช่น อาคาร บ้านที่พักอาศัย โฉนดที่ดิน หรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง</li>
<li>รถยนต์หรือเครื่องจักร</li>
<li>ใช้หลักทรัพย์ที่เป็นเงินฝากประเภทใดประเภทหนึ่งที่มีอยู่กับธนาคารเป็นหลักค้ำประกัน</li>
<li>พันธบัตรทั้งของรัฐบาลและเอกชน</li>
<li>หน่วยลงทุนของกองทุนที่มีนโยบายลงทุนใน Bond หรือตั๋วเงินคลัง</li>
<li>หลักทรัพย์ที่อยู่ในความต้องการของตลาด เช่น หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ หุ้นกู้ หรือตราสารหนี้</li>
</ul>
<p><strong>ต้องทำอย่างไร หากหลักค้ำประกันไม่พอ</strong></p>
<p>ปัญหาใหญ่ของผู้ประกอบการในการยื่นกู้แบงค์หรือทำเรื่องขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ก็คือหลักทรัพย์ค้ำประกันไม่เพียงพอกับวงเงินกู้ที่ต้องการ แม้การวางแผนธุรกิจจะประสบความสำเร็จ ผลการดำเนินงานมีกำไร สิ่งนี้จะบ่งบอกถึงความสามารถในการชำระหนี้ที่สามารถตรวจสอบข้อมูลตัวเลขได้จากการเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงินประจำปี แต่เนื่องจากไม่เป็นไปตามเงื่อนไขหรือหลักเกณฑ์ที่สถาบันการเงินกำหนดไว้ การยื่นขอกู้สินเชื่อจึงไม่ผ่านการพิจารณาอนุมัติ</p>
<p>กรณีนี้ ควรทำอย่างไรเมื่อหลักค้ำประกันไม่พอ เมื่อผู้ประกอบการได้ศึกษาความหมาย ความสำคัญและบทบาทของหลักทรัพย์ค้ำประกัน รวมทั้งทราบว่าอะไรใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้บ้าง ก็จะทำให้ทราบแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยสอบถามหรือตรวจสอบรายละเอียดกับสถาบันการเงิน เพื่อหาหลักทรัพย์ค้ำประกันมาเสริม เช่น ใช้บุคคลค้ำประกันเพิ่ม ใช้เงินฝากที่มีอยู่ในบัญชีธนาคาร หรือใช้พันธบัตรและหลักทรัพย์อื่น ๆ ที่กล่าวมาแล้ว เป็นหลักประกันเสริมเพื่อให้เพียงพอกับวงเงินที่ผู้กู้ต้องการและเป็นไปตามเงื่อนไขของสถาบันการเงิน โอกาสได้รับอนุมัติสินเชื่อก็เป็นไปได้มาก</p>
<p>การยื่นกู้หรือขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน เป็นการวางแผนธุรกิจที่ถือเป็นเรื่องปกติของทุกการลงทุน แต่สิ่งสำคัญที่จะทำให้การยื่นกู้ประสบความสำเร็จได้รับการอนุมัติสินเชื่อตามวงเงินที่ต้องการ ก็คือองค์กรธุรกิจควรมีข้อมูลเตรียมพร้อมก่อนไปขอสินเชื่อ โดยเฉพาะธุรกิจที่มีการจัดทำบัญชีสำหรับผู้บริหาร ซึ่งสามารถใช้ข้อมูลที่มีอยู่วางแผนและจัดเตรียมเอกสารและจัดหาหลักทรัพย์ค้ำประกันให้เพียงพอกับวงเงินกู้ที่ต้องการ</p>
<p>บทความนี้น่าจะทำให้เจ้าของกิจการหลาย ๆ คนเข้าใจแล้วว่าต้องทำอย่างไร หากหลักทรัพย์ค้ำประกันไม่เพียงพอในการขอสินเชื่อ สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่ต้องการความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมก่อนไปขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ลองเข้ามาติดต่อสอบถามกับทีมงานของ Scholar Accounting กันดูก่อน รับรองว่าคุณจะได้รับความรู้และข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img decoding="async" class="size-full wp-image-6180 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-768x644.png 768w" sizes="(max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b9%89/">ต้องทำอย่างไร หากหลักค้ำประกันไม่พอ</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รู้เขารู้เราก่อนยื่นกู้แบงค์</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b9/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Feb 2020 09:03:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=6021</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; การทำธุรกรรมทางการเงินกับธนาคารหรือสถาบันการเงิน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b9/">รู้เขารู้เราก่อนยื่นกู้แบงค์</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-6189 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/43.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/43.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/43-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/43-768x644.png 768w" sizes="(max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>การทำธุรกรรมทางการเงินกับธนาคารหรือสถาบันการเงินต่าง ๆ ผู้ประกอบการจะต้องปฎิบัติตามเงื่อนไขของสถาบันการเงินหรือธนาคารเหล่านั้น ซึ่งแต่ละแห่งจะมีเงื่อนไขและรายละเอียดที่แตกต่างกันไป เมื่อมีการวางระบบบัญชีและมีการเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงินไว้เป็นปัจจุบัน ก็จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการในการจัดทำเอกสารสำหรับเตรียมยื่นกู้ขอสินเชื่อต่อธนาคาร และเพื่อให้การพิจารณาอนุมัติเป็นไปอย่างรวดเร็ว ผู้กู้จะต้องศึกษาเงื่อนไขของแต่ละสถาบันให้เข้าใจก่อนยื่นเอกสาร เพื่อเป็นการป้องกันความผิดพลาดที่อาจทำให้การพิจารณาอนุมัติล่าช้าออกไป<strong><br />
</strong></p>
<p><strong>ก่อนยื่นกู้แบงค์ เราต้องรู้อะไรบ้าง</strong></p>
<p>ผู้ประกอบการเกือบจะทุกธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจเจ้าของคนเดียวที่มีขนาดเล็กและธุรกิจ SME ซึ่งส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินมาลงทุนมากกว่าใช้เงินสดที่มีอยู่ โดยจุดประสงค์หลักในการขอสินเชื่อของเจ้าของธุรกิจเหล่านี้ ได้แก่</p>
<ul>
<li>กู้แบงค์หรือยื่นกู้ต่อสถาบันการเงินเพื่อนำเงินมาขยายธุรกิจ เนื่องจากคาดหวังเรื่องผลกำไรที่คิดว่าจะได้รับเพิ่มมากขึ้นจากการนำเงินมาขยายธุรกิจ</li>
<li>การขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินมาลงทุนแทนการใช้เงินสด แนวทางนี้ถือเป็นการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน เพราะการมีวงเงินสินเชื่อช่วยให้มีสภาพคล่องทางการเงิน และยังป้องกันความผิดพลาด หากการบริหารธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จผู้ประกอบการหรือนักธุรกิจก็สามารถนำเงินสดที่มีอยู่ไปลงทุนธุรกิจประเภทอื่น ๆ ได้อีก</li>
<li>การขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินมาลงทุน เป็นการสร้างเครดิตให้กับธุรกิจ เพราะก่อนที่จะได้รับอนุมัติวงเงิน สถาบันการเงินต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์และเมื่อเห็นว่าองค์กรธุรกิจที่ยื่นกู้มานั้นมีศักยภาพสามารถชำระหนี้คืนได้ จึงอนุมัติวงเงินสินเชื่อให้ และนอกจากองค์กรธุรกิจจะได้รับอนุมัติวงเงินแล้ว การพิจารณาอนุมัติยังเป็นการสร้างเครดิตให้กับธุรกิจอีกทางหนึ่งด้วย</li>
<li>องค์กรธุรกิจส่วนใหญ่นอกจากจะมีที่ปรึกษาบัญชี บางองค์กรอาจมีที่ปรึกษาภาษี ซึ่งการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินยังมีเรื่องของภาษีเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น เมื่อกู้เงินจากแบงค์มาแล้วค่าใช้จ่ายของดอกเบี้ย ผู้ประกอบการสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้</li>
</ul>
<p>การพิจารณาในมุมของผู้ประกอบการเกี่ยวกับการยื่นกู้แบงค์หรือขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ถือเป็น</p>
<p>การ “รู้เรา” ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ นอกจากเรื่องการจัดเตรียมเอกสารและการศึกษาเงื่อนไขของแต่ละสถาบันที่มีความแตกต่างกันแล้ว ยังช่วยให้ผู้ประกอบการรายใหม่ได้รับรู้จุดประสงค์หลักในการขอสินเชื่อของนักลงทุน เพราะไม่ได้คาดหวังเฉพาะวงเงินที่จะได้รับอนุมัติเท่านั้น แต่เป็นการวางแผนธุรกิจที่เอื้อประโยชน์ต่อการบริหารธุรกิจในหลาย ๆ ด้าน</p>
<p><strong>เอกสารและสิ่งที่สถาบันการเงินต้องการเมื่อยื่นกู้</strong></p>
<p>เมื่อต้องการยื่นกู้หรือขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ผู้กู้จะต้องเรียนรู้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขของแต่ละสถาบัน ซึ่งเปรียบเสมือน “รู้เขา” เนื่องจากหลักเกณฑ์ของสถาบันการเงินแต่ละแห่งมีรายละเอียดและเงื่อนไข รวมทั้งเอกสารที่ต้องการใช้แตกต่างกัน ดังนั้นสิ่งที่ผู้ประกอบการจะต้องเตรียมพร้อมได้แก่</p>
<p><strong>1.การวางแผนธุรกิจ</strong></p>
<p>แม้ผู้ประกอบการหรือผู้บริหารจะมีการวางแผนธุรกิจไว้แล้ว แต่เมื่อมีการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ก็จะต้องจัดทำบัญชีผู้บริหารเพื่อนำรายละเอียดมาจัดทำโครงการเสนอต่อสถาบันการเงินเพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการพิจารณาสินเชื่อ เช่น</p>
<ul>
<li>รายละเอียดลักษณะและขนาดของธุรกิจที่ดำเนินอยู่ เป็นอย่างไร</li>
<li>ผลการดำเนินงานของธุรกิจเป็นอย่างไร การเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงินของกิจการจะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับข้อนี้</li>
<li>กลุ่มลูกค้าของธุรกิจคือใคร</li>
</ul>
<p><strong>2.เตรียมหลักทรัพย์ค้ำประกัน</strong></p>
<p>การขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินต่าง ๆ เงื่อนไขสำคัญของสถาบันการเงินก็คือต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ก่อนยื่นกู้แบงค์ ผู้ประกอบการจะต้องจัดเตรียมหลักทรัพย์หรือสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับหลักทรัพย์ที่สถาบันการเงินต้องการก่อนว่าใช้อะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ หรือตัวบุคคล</p>
<p><strong>3.รักษาประวัติทางการเงิน</strong></p>
<p>การปล่อยสินเชื่อของทุกสถาบันการเงิน สิ่งแรกที่จะต้องพิจารณาก็คือความสามารถของผู้กู้ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลหรือนิติบุคคลรวมถึงหลักค้ำประกันกรณีใช้ตัวบุคคล โดยสถาบันการเงินจะทำการตรวจสอบประวัติการทางเงินของผู้กู้และบุคคลค้ำประกันจากเครดิตบูโร รวมถึงประวัติการชำระหนี้ต่าง ๆ ประกอบการพิจารณา ดังนั้นการสร้างวินัยทางการเงินที่ดีจะช่วยให้การอนุมัติสินเชื่อทำได้สะดวกและรวดเร็ว</p>
<p><strong>4.จัดเตรียมเอกสารให้พร้อม</strong></p>
<p>การจัดเตรียมเอกสารให้พร้อมและครบถ้วนสมบูรณ์ เอกสารในการขอสินเชื่อโดยทั่วไปจะประกอบด้วย</p>
<ul>
<li>เอกสารแสดงรายได้ เช่น ข้อมูลตัวเลขจากการวางระบบบัญชีที่จัดทำไว้เป็นปัจจุบันหรือสลิปเงินเดือนของบุคคลค้ำประกัน</li>
<li>หลักฐานการเคลื่อนไหวของบัญชีเงินฝากของกิจการ หรือของตัวบุคคลย้อนหลัง 6 เดือน</li>
<li>สมุดบัญชีรายรับ-รายจ่ายของกิจการ เอกสารสั่งซื้อสินค้า ใบส่งของ เอกสารแสดงการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม</li>
<li>เอกสารแสดงตน เช่น สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนสมรส หนังสือรับรองการจดทะเบียนของกิจการ เช่น ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท</li>
<li>หลักฐานอื่น ๆ เช่น เอกสารแสดงหลักประกัน สำเนาใบแสดงภาษีเงินได้ งบการเงินของกิจการปีล่าสุด หากเป็นกิจการที่มีการเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงินประจำปีอยู่แล้วก็จะจัดเตรียมเอกสารในข้อนี้ได้ง่าย หากไม่มีการจัดทำงบการเงินของกิจการอาจขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาบัญชี หรือที่ปรึกษาภาษี ซึ่งมีบริษัทเปิดให้บริการด้านนี้โดยเฉพาะ</li>
</ul>
<p>การขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินหรือธนาคารต่าง ๆ ตามแผนธุรกิจของผู้ประกอบการนั้น เป็นการทำธุรกรรมทางการเงินที่อาจมีข้อผูกมัดกันในระยะยาว การจัดทำเอกสารยื่นเพื่อยื่นกู้แบงค์และการพิจารณาอนุมัติจึงต้องศึกษาให้รู้เขารู้เราเพื่อให้ผ่านการอนุมัติจากสถาบันการเงินได้อย่างรวดเร็ว สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่กำลังต้องการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ลองเข้ามาติดต่อสอบถามกับ Scholar Accounting  กันดูก่อน รับรองว่าคุณจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เพื่อนำไปใช้ในการขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6180 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/34-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b9/">รู้เขารู้เราก่อนยื่นกู้แบงค์</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แนวทางการแก้ปัญหา เมื่อการปิดงบการเงินบริษัทล่าช้า ยื่นไม่ทันเวลาที่กำหนด!</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 10:23:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชีสำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาของการทำบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=5939</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; การจัดทำวางแผนบัญชีให้เป็นไปตามกฎหมาย อาจทำให้ผู [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88-2/">แนวทางการแก้ปัญหา เมื่อการปิดงบการเงินบริษัทล่าช้า ยื่นไม่ทันเวลาที่กำหนด!</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6147 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/2.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/2.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/2-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/2-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>การจัดทำวางแผนบัญชีให้เป็นไปตามกฎหมาย อาจทำให้ผู้ประกอบการหลายๆคนรู้สึกงงๆ กับสิ่งที่ต้องทำเพิ่มเข้ามานอกเหนือจากความรู้ที่ตัวเองมี ยิ่งไม่มีความถนัดในเรื่องตัวเลขด้วยแล้ว ยิ่งทำให้วุ่นวายกันไปใหญ่ แต่หนึ่งในหน้าที่ของผู้ประกอบการที่มีการจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดอย่างถูกต้อง คือทำการเก็บข้อมูล ทั้งส่วนของบัญชีรายรับ รายจ่าย บัญชีสินทรัพย์ หนี้สิน บัญชีสินค้า ต่างๆ มากมายที่ช่างดูซับซ้อนวุ่นวาย ถ้าจะนั่งทำส่วนนี้คนเดียวทั้งหมดคงไม่ไหว เพราะการปิดงบและยื่นงบจะต้องทำให้ทันเวลา ไม่งั้นจะถือว่ามีความผิดบัญชีทางกฎหมายกันได้เลยทีเดียว</p>
<p>สิ่งที่พบเจอกันอยู่บ่อยๆ คืองบบัญชีต่างๆ ที่เกิดขึ้นในบริษัท มีการจดทะเบียนแบบเป็นเรื่องเป็นราว มักจะทำให้เหล่าผู้ประกอบการรู้ปวดหัวกับตัวเลข ที่ไม่ใช่แค่เรื่องทุนและกำไรเท่านั้น แต่ยังมีข้อมูลบัญชีในส่วนอื่นที่ซับซ้อนชวนปวดหัว ต้องมานั่งแยกย่อยอีกมากมาย ถ้าใครไม่มีความรู้เรื่องการทำบัญชีมาก่อน แน่นอนว่าสิ่งนี้เหมือนกับตัวก่อกวนชั่วโมงการทำงานอย่างอื่นดีๆ นี่เอง</p>
<p>ด้วยเหตุนี้หลังจากการตั้งบริษัทอย่างเป็นทางการขึ้นมา ผู้ประกอบการหลายๆคนอาจจะมองหาคอร์สอบรมบัญชีสำหรับผู้ประกอบการเพื่อที่จะจัดการวางแผนและบริหารบัญชีด้วยตนเอง จะต้องมีการมองหานักบัญชีเอาไว้สักคน หรือบริษัทที่ปรึกษาบัญชี เพื่อเป็นผู้ช่วยเหลือทำการปิดงบประมาณบัญชีให้ ส่วนตัวเองก็ทำหน้าที่เพียงแค่ยื่นรายละเอียดให้กับที่ปรึกษาบัญชี จัดการให้เรียบร้อยก็แค่นั้น สิ่งเหล่านี้จะมีผลต่อการเสียภาษี ทำให้บริษัทดำเนินการไปอย่างถูกต้องและสมบูรณ์แบบมากที่สุด แต่ปัญหาที่มักพบได้บ่อยครั้งคือการปิดงบไม่ทัน ยื่นงบไม่ทันเวลา ใครอยากรู้แนวทางแก้ปัญหา ลองมาดูกันว่าต้องจัดการวางแผนอย่างไร จะได้ไม่พลาดอีกในการปิดงบรอบหน้า!</p>
<p><strong>เข้าใจหน้าที่ของการเป็นผู้ประกอบการอย่างถูกต้องก่อน</strong></p>
<p>ยกระดับจนกลายเป็นผู้ประกอบการ มีบริษัทห้างร้านจดทะเบียนอย่างถูกต้อง ควรเข้าใจหน้าที่การทำงานของตัวเองก่อน ไม่ว่าเป็นห้างหุ้นส่วน หรือการจดทะเบียนในรูปแบบบริษัทก็ตาม จะต้องทำการปิดบัญชี รวบรวมข้อมูลการเงินต่างๆ การปิดงบให้ทันในรอบระยะเวลาของการเปิดบัญชีตั้งแต่วันแรก หรือใช้การนับแบบระยะ 12 เดือนในการปิดบัญชีก็ได้ ถ้าเกินกว่านี้ก็จะต้องยอมรับกับบทลงโทษตามกฎหมายเป็นการเสียค่าปรับ ยกตัวอย่างง่ายๆ กรณีที่ต้องการปิดบัญชีแบบเป็นรอบ ถ้ามีการเปิดบัญชีครั้งแรกวันที่ 1 มีนาคม รอบการปิดก็จะต้องเป็น 1 มีนาคมของเดือนถัดไป  ใครไม่อยากโดนส่วนนี้ก็ควรรู้หน้าที่ของตัวเอง จัดหาที่ปรึกษาบัญชีมาช่วยเหลือ</p>
<p>โดยหลักใหญ่ของผู้ประกอบการที่ต้องทำเพื่อปิดงบการเงินและยื่นภาษีให้ถูกต้องนั้น มีขั้นตอนที่้ต้องรู้ดังต่อไปนี้ คือ</p>
<p><strong>1.</strong><strong>ปิดบัญชีบริษัทให้ทันตามกำหนดของกฎหมาย</strong> &#8211; การปิดบัญชีให้ทันสำหรับบริษัทใหม่ ครั้งแรกควรจะต้องให้อยู่ในรอบ 12 เดือน นับเอาตั้งแต่วันแรกของการเริ่มทำบัญชี พอปิดบัญชีรอบแรกเสร็จ ก็ให้นับเอาวันปิดบัญชีดังกล่าวเป็นรอบในการปิดครั้งต่อไป นอกจากบางบริษัทที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรจากสารวัตรบัญชีว่าเปลี่ยนรอบการปิดได้ ในส่วนนี้อธิบายให้ละเอียดคือ ปิดเดือนไหนก็ได้ แต่จะต้องไม่เกินเดือนที่ 12 ซึ่งในรอบถัดๆ ไป ก็จะต้องปิดในเดือนเดียวกันตลอด นอกจากจะไปทำเรื่องขอเปลี่ยนแปลงใหม่อีก</p>
<p><strong>2.</strong><strong>ทำงบการเงินให้เรียบร้อย</strong> &#8211; ส่วนนี้ถือว่าเป็นรายละเอียดปลีกย่อยที่น่าปวดหัวพอสมควรสำหรับคนที่ไม่มีความรู้ เพราะงบการเงินที่ต้องทำการจัดสรร จะต้องประกอบไปด้วยการแสดงงบรายรับ รายจ่าย กำไร-ขาดทุน ต้นทุนสินค้า บัญชีรายวัน บัญชีหนี้สิน บัญชีเปรียบเทียบงบการเงิน และส่วนอื่นๆ ที่นำมาแยกประเภทตามเหมาะสมอีกมากมาย</p>
<p><strong>3.</strong><strong>จะต้องยื่นงบการเงินให้มีการตรวจสอบ</strong> &#8211; หลังจากที่ปิดงบบัญชีเรียบร้อยแล้ว จะต้องจัดการให้มีผู้สอบบัญชีอย่างน้อยที่สุด 1 คน การเลือกคือต้องเป็นผู้ที่จบมาด้านนี้โดยตรง มีความละเอียดรอบคอบ เพราะจะต้องทำการเซ็นรับรองงบการเงินแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น โดยขั้นตอนนี้หลังจากเรียบร้อยแล้ว จะต้องนำไปเสนอกับที่ประชุมผู้ถือหุุ้นต่อให้แล้วเสร็จภายใน 4 เดือน มีการเตรียมเอกสารเป็นสำเนางบการเงินส่งมอบให้ผู้ถือหุ้นก่อนล่วงหน้าวันประชุมจริง อย่างน้อยที่สุดก่อนการประชุม 3 วัน</p>
<p><strong>4.</strong><strong>ยื่นภาษีให้ตรงตามกำหนด</strong> &#8211; การยื่นภาษีพื้นฐานหน้าที่ของเหล่าผู้ประกอบการอยู่แล้ว การยื่นภาษีจะต้องทำ &#8220;ทุกสิ้นเดือน&#8221; กำหนดเอาไว้ว่าจะต้องไม่เกินวันที่ 15 ของเดือนถัดไป</p>
<p>หน้าที่ทั้งหมดที่กล่าวไปข้างต้นนี้ยังรวมไปถึงการยื่นบัญชีหรือเรียกว่าการส่งงบบัญชี หลังจากที่ได้รับการตรวจสอบแล้วในที่ประชุมผู้ถือหุ้น แจ้งผ่านระบบออนไลน์ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยต้องแล้วเสร็จภายใน 1 เดือน นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมบริษัทควรมีผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาบัญชีที่สามารถช่วยเหลือ และให้คำแนะนำได้ แม้จะเป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการทั้งหมดอยู่แล้ว แต่การมีช่วยย่อมดีกว่าเสมอ</p>
<p><strong>สาเหตุ</strong><strong>ยอดฮิต</strong> <strong>ทำไมบริษัทจำกัดจึงมักปิดงบการเงินไม่ค่อยทัน</strong></p>
<p>Dead line มาถึงช่วงที่ต้องส่งงบการเงินแล้ว แต่ดูเหมือนผู้ประกอบการยังไม่พร้อมการปิดงบใดๆ เลย เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยในบริษัทและห้างหุ้นส่วนที่จดทะเบียนแล้ว ไม่ใช่แค่เรื่องความเป็นมือใหม่ในการก่อตั้งบริษัทเท่านั้น แต่ยังมีปัจจัยแวดล้อมอย่างอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่ของพนักงานบัญชีในบริษัทที่ไม่มีความเป็นมืออาชีพ หรือเจ้าของบริษัทเองที่ล่าช้าในการมอบข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ ทำให้เอกสารไม่สมบูรณ์จนปิดงบไม่ทันเวลานั่นเอง บางครั้งผู้ประกอบการก็เตรียมเอกสารให้เจ้าหน้าที่บัญชีจัดการครบถ้วนแล้ว ทว่าเจ้าหน้าการเงินไม่มีความเป็นมืออาชีพ กลายเป็นว่าสุดท้ายส่งก็ปิดงบการเงินไม่ทันอยู่ดี หรือหลายๆบริษัทอาจเจอปัญหาที่ว่า หลังจากที่มีการจ้างงานสำนักงานบัญชีให้ปิดงบการเงินให้แล้วสำนักงานปิดตัวไป ติดต่อไม่ได้ พนักงานที่ทำบัญชีให้หรือผู้สอบบัญชีถูกเปลี่ยน ทำให้เอกสารการเงินสูญหาย พอไม่ครบถ้วนก็ต้องเริ่มต้นไปทำกันใหม่ ทำให้เสียเวลา การปิดงบล่าช้ามากขึ้นไปอีก</p>
<p>นอกจากนี้ยังพบว่าบางธุรกิจค้างจ่ายค่าทำบัญชี พนักงานบัญชีเลยไม่ทำการส่งงบการเงิน  มีบางรายการที่ตกลงกับผู้ทำบัญชีหรือผู้สอบบัญชีไม่ได้ ทำให้การปิดงบยังไม่สามารถทำได้ตามมา และเหตุที่หนักสุดคือบริษัทที่ปรึกษาบัญชีดังกล่าวดันถูกดำเนินคดีถึงขั้นยึดทรัพย์ ทำให้เอกสารของผู้ประกอบการสูญหายตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุผลใด การส่งงบไม่ทัน ทำให้หลายๆบริษัทต้องเจอกับปัญหาด้านกฎหมายตามมา</p>
<p>เรื่องแบบนี้แก้ไขได้ ด้วยความรอบคอบของผู้ประกอบการเอง เพราะหลักๆ ที่จะเป็นปัญหาเมื่อมีสาเหตุข้างต้นเกิดขึ้นก็คือข้อมูลด้านการต่างๆ ที่เป็นเอกสารสูญหายไป แก้ด้วยการเก็บเอกสารทางบัญชีเอาไว้ที่บริษัทของผู้ประกอบการเองทั้งหมด ไม่ฝากให้สำนักงานบัญชีรับผิดชอบ เวลาเกิดปัญหาที่คาดเดาไม่ได้ขึ้นมา ก็จะได้มีเอกสารเตรียมพร้อมเอาไปขอยื่นปิดงบบัญชีการเงินกับสำนักงานบัญชีแหล่งอื่นได้ทัน</p>
<p><strong>ผลกระทบหากปิดงบหรือยื่นงบการเงินไม่ทัน จะเกิดปัญหาอะไรตามมา ?</strong></p>
<p>ความล่าช้าที่ไม่สามารถยื่นงบการเงินไม่ทัน หรือเกินช่วงเวลาที่กำหนดเอาไว้ตามกฎหมาย จะต้อง &#8220;เสียค่าปรับ&#8221; ตามจำนวนที่ระบุเอาไว้แล้ว โดยสัญญาณเตือนนั้นจะถูกส่งมาในรูปแบบของหมายเรียกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถ้ายังไม่ยอมแก้ไขยื่นงบตามกฎหมายให้เรียบร้อย อาจจะต้องจ่ายค่าปรับสูงถึง 50,000 บาท กันเลยทีเดียว</p>
<p>ในส่วนค่าปรับจะต้องแบ่งจ่ายให้กับ 2 หน่วยงาน คือกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมสรรพากร แน่นอนว่าเงินที่เสียไปไม่ใช่น้อย เพราะมีส่วนที่ต้องชำระเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือน จากยอดที่ต้องชำระจริงด้วย ถ้าติดกันเป็นแบบรายปี ก็จะต้องคูณเข้าไปปีละ 12 เดือนเลยทีเดียว นับไปนับมา ก็ดูจะไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยงนี้เท่าใดนัก อีกทั้งในปัจจุบันกฎหมายยังเพิ่มมาอีกว่า บริษัทไหนที่ไม่ยอมยื่นงบการเงินภายใน 3 ปีติดๆ กัน ถือว่าหมดสิทธิ์ดำเนินกิจการอีกด้วย</p>
<p><strong>แนวทางแก้ปัญหาสำหรับบริษัทที่ปิดงบหรือยื่นงบไม่ทันเวลา</strong><strong>ให้ออกมาราบรื่น</strong></p>
<p>การปิดบัญชีไม่ทัน จะต้องเจอกับค่าปรับเป็นหมายเรียกแจ้งมาตามที่กล่าวเอาไว้ด้านบน กรณีเช่นนี้หลังจากได้รับหมายเรียกแล้ว ให้รีบทำการหาผู้ช่วยจัดทำบัญชีโดยไวที่สุด เพื่อให้งบการเงินอัพเดตเป็นบัญชีปัจจุบัน หมายเรียกนี้จะมีอายุความประมาณ 1 ปี ไม่ว่าจะเป็นของกรมพัฒนาการค้า หรือสรรพกร ให้รีบทำการยื่น เพราะยื่นเร็วในระยะเวลาที่กำหนด ก็จะเสียค่าปรับเพียงแค่ 2,000 บาทเท่านั้น แต่หากล่าช้าไปกว่านี้แล้วล่ะก็ ต้องดูตามข้อกฎหมายที่มีแจ้งเอาไว้อยู่แล้ว ยิ่งนานก็ยิ่งเสียค่าปรับมาก ดังนั้นทางที่ดีเมื่อได้หมายเรียกมา ให้รีบจัดการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ทัน</p>
<p>เมื่อมีการยื่นข้อมูลการเงินที่เป็นปัจจุบันแล้ว ก็ยังไม่ได้หมายความว่าหมายเรียกจะหมดอายุความ เพราะความผิดนี้มีอายุถึง 5 ปี ถ้าผู้ประกอบการไม่อยากนั่งกังวล ก็ให้ทำการจ่ายค่าปรับให้แก่กรมพัฒนาการค้าทั้งหมด 12,000 บาท เพื่อปิดเรื่อง โดยขั้นตอนนี้จะต้องเข้าไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนเข้าไปจ่ายค่าปรับ เพื่อให้รายชื่อถูกเอาออกจากลิสต์บริษัทที่ไม่ส่งงบการเงินประจำปี กลายเป็นต้องเสียทั้งค่าอนุมัติงบการเงินล่าช้า พ่วงไปกับค่ายื่นงบล่าช้าอีก เผลอๆ อาจเจอหมายเรียกค่าปรับสูงสุดถึง 50,000 บาทได้เลยทีเดียว</p>
<p>ส่วนกลุ่มผู้ประกอบการที่ต้องการหยุดการดำเนินธุรกิจ มองเห็นว่าเงินที่ต้องเอาไปปิดเรื่องเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงอยู่พอสมควร ถามว่า ถ้าไม่อยากไปพบตำรวจ เพราะไม่ต้องการทำเรื่องเสียค่าปรับจะได้ไหม? ลองเปรียบเทียบน้ำหนักกันดูว่าถ้าหากเป็นธุรกิจที่เปิดบริษัทเอาไว้เฉยๆ ไม่ได้มีการดำเนินกิจการอะไร ถ้าไม่ไปปิดเรื่อง ข้อดีก็คือไม่ต้องจ่ายค่าปรับ ไม่ต้องปิดบัญชีตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ต้องเสียค่าทำบัญชี ให้กับที่ปรึกษาบัญชี เพราะโดยปกติค่าปิดงบอาจจะดูแพงสำหรับใครหลายๆคน แต่หากลองดูข้อเสียกรณีที่ไม่ยอมเข้าไปพบตำรวจ ไม่ปิดงบการเงิน ค่าใช้จ่ายจะสูงกว่ามาก เป็นความเสี่ยงชนิดที่ไม่คุ้มค่า ให้จำไว้ว่าหากมีเหตุต้องขึ้นโรงขึ้นศาลมา รายชื่อคุณจะลิสต์อยู่ในระบบของตำรวจ กลายเป็นคนที่หมายเรียกไปซะงั้น ส่วนนี้ก็ต้องแก้ไขด้วยการไปขอเจรจา แล้วทางตำรวจก็จะให้เดินทางไปจ่ายค่าปรับที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรณีที่ปล่อยทิ้งไว้จนมีหมายมาถึงเป็นครั้งที่สอง รอบนี้จะไม่ใช่แค่หมายเรียกให้ไปเจรจาแล้ว จะเป็นหมายจับ พอไม่ไปรายงานตัว ก็จะกลายเป็นหมายศาล เป็นคดีความวุ่นวาย เสียน้อยเสียยากตามมา</p>
<p>อีกกลุ่มบริษัทจะเป็นพวกที่จดทะเบียนเป็นบริษัทแล้ว แต่ต้องการจดยกเลิก ทำให้ไม่มีเอกสารปิดงบครั้งที่แล้วเอามาใช้เป็นตัวเปรียบเทียบ การยื่นขอภายในปีนี้จึงไม่ได้ทำ แถมเลยกำหนดด้วย และบริษัทก็ยกเลิกการทำกิจการไปแล้วเช่นกัน ทางออกคือ ถ้าไม่อยากไปติดต่อกับสำนักงานบัญชีเดิม ก็ต้องเริ่มแก้ไขด้วยตัวเองเพื่อให้ทุกอย่างเรียบร้อย ตั้งแต่คัดเอางบการเงินปีที่ยื่นล่าสุดที่กรมพัฒนากิจการค้าหรือที่กรมสรรพากรก็ได้ จัดการทำงบการเงินของปีที่ยังไม่แล้วเสร็จให้เรียบร้อย จากนั้นก็ยื่นข้อมูล โดยเอาส่วนของงบการเงินที่ไปคัดมาใช้เป็นข้อมูลพื้นฐาน ถ้ายื่นล่าช้าก็ต้องทำใจว่าต้องเสียค่าปรับเบื้องต้น พอเรียบร้อยแล้วก็จะสามารถทำการจดยกเลิกบริษัทได้ตามต้องการ</p>
<p>โดยสรุปแบบย่อความจากทั้งหมด เรื่องของการแก้ปัญหาปิดงบไม่ทัน หรือยื่นงบไม่ทันก็ตาม เมื่อได้รับหมายเรียกครั้งแรกก็ควรที่จะเข้าไปจัดการยื่นงบให้เรียบร้อย และทำข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน แนะนำให้ใช้บริการจากสำนักงานบัญชีคุณภาพที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเป็นผู้ช่วยเหลือ เพื่อความรวดเร็วและแม่นยำ การยื่นงบจะได้ไม่ล่าช้ามากเกินไป ทำให้เสียค่าปรับแค่ในส่วนล่าช้าเท่านั้น</p>
<p>ถ้ามีที่ปรึกษาบัญชีที่มีความสามารถเป็นผู้ช่วยให้กิจการของคุณดำเนินไปได้ด้วยดีแล้วล่ะก็ เจ้าของธุรกิจก็อย่าลืมที่จะทำการเตรียมเอกสารรายรับ รายจ่าย ทั้งหมดที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีให้พร้อม เพื่อความรวดเร็วในการปิดงบ และช่วยให้บัญชีถูกบันทึกอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ด้วย</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6138 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-4-1.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-4-1.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-4-1-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-4-1-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88-2/">แนวทางการแก้ปัญหา เมื่อการปิดงบการเงินบริษัทล่าช้า ยื่นไม่ทันเวลาที่กำหนด!</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เพิ่มกำไร ลดสินค้าค้างสต็อก ด้วยการบริหารสต็อกที่ถูกต้อง</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 10:11:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชีสำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาของการทำบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=5931</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความสำเร็จของการบริหารธุรกิจเกือบทุกประเภท นอกจากมีแผนธ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa/">เพิ่มกำไร ลดสินค้าค้างสต็อก ด้วยการบริหารสต็อกที่ถูกต้อง</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6177 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/31.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/31.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/31-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/31-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>ความสำเร็จของการบริหารธุรกิจเกือบทุกประเภท นอกจากมีแผนธุรกิจวางไว้เพื่อเป็นกรอบในการบริหารงานแล้ว ยังขึ้นอยู่กับการวางระบบบัญชีที่ดีด้วย ปัญหาที่ผู้ประกอบการอาจเคยได้ยินหรือเคยประสบมากับธุรกิจของตนเอง ก็คือ “ขายดีแต่ไม่มีกำไร” และยังมีปัญหาสินค้าค้างสต็อก สินค้าหมดอายุหรือมีสินค้าที่บรรจุภัณฑ์หีบห่อชำรุดเสียหายค้างอยู่ในสต็อกเป็นจำนวนมาก ปัญหาเหล่านี้เกิดจากอะไรได้บ้างนั้น เรามาติดตามกัน….</p>
<p><strong>ปัญหาสินค้าค้างสต็อก และข้อผิดพลาดในการบริหาร</strong></p>
<p>ปัญหาสินค้าคงคลังไม่เคลื่อนไหว และมีสินค้าหมดอายุหรือสินค้าชำรุดเสียหายค้างอยู่ในสต็อกนั้น ถือเป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อการบริหารงานในหลาย ๆ ด้าน ทั้งการวางระบบบัญชีและปัญหาของการทำบัญชี จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่เรียกว่า “กิจการขาดทุนกำไร” เพราะมียอดซื้อขายที่มีตัวเลขแสดงผลกำไร แต่ในบัญชีสำหรับผู้บริหารหรือการเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงิน แสดงตัวเลขให้รู้ว่าผลการดำเนินงานนั้น ไม่ได้รับผลกำไรตามที่ควรจะเป็น  สำหรับปัญหาสินค้าค้างสต็อก และข้อผิดพลาดในการบริหาร เกิดได้จากสาเหตุใหญ่ ๆ ดังต่อไปนี้</p>
<p><strong>1.ธุรกิจไม่มีการวางระบบบัญชี</strong></p>
<p>ปัญหาของการทำบัญชี ผู้ประกอบการส่วนหนึ่ง มักเข้าใจผิดว่าเป็นระบบที่เหมาะสำหรับกิจการหรือธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้น ส่วนกิจการเจ้าของคนเดียวหรือร้านค้าปลีกรวมไปถึงธุรกิจ SME บางประเภท อาจไม่ได้ให้ความสำคัญกับการจัดทำบัญชี เนื่องจากกลัวเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะต้องจัดจ้างพนักงานที่มีความรู้มาจัดทำบัญชี  ปัญหาในข้อนี้อาจทำให้มีสินค้าคงเหลือค้างอยู่ในสต็อกเป็นจำนวนมากเนื่องจากขาดข้อมูลทางบัญชี  ทำให้มีต้นทุนในการดำเนินงานสูงหรือต้องมีเงินทุนหมุนเวียนมากขึ้น  และปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นได้ก็คือ มีสินค้าหมดอายุหรือสินค้าเสื่อมสภาพอยู่ในสต็อก ส่งผลทำให้ธุรกิจขาดทุนมากขึ้นหรือมีผลกำไรน้อยลง</p>
<p>ความสำคัญของการวางระบบบัญชี ก็คือทำให้ผู้ประกอบการมีแหล่งข้อมูลของธุรกิจ ซึ่งตัวเลขต่าง ๆ จะแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปของกิจการ เช่น มีสินค้าคงเหลืออยู่ในคลังหรือในสต็อกที่ต้องรีบบริหารเพื่อระบายสินค้ามีจำนวนเท่าไหร่ หรือ มีสินค้าใกล้หมดอายุต้องรีบนำออกมาจัดโปรโมชั่นมากน้อยเพียงใด สำหรับการจัดทำบัญชีให้เป็นระบบ ในความเป็นจริง อาจจัดทำบัญชีหรือบันทึกบัญชีแบบง่าย ๆ ตามความเข้าใจที่ผู้ประกอบการสามารถทำได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องมีความรู้ด้านการจัดทำบัญชีมาก่อน  หรืออาจจัดจ้างบริษัทหรือจ้างสำนักงานบัญชีมาวางระบบบัญชีให้ในเบื้องต้น ซึ่งวิธีนี้จะได้รูปแบบบัญชีที่ตรงตามมาตรฐานและเหมาะสมกับขนาดของธุรกิจนั้น ๆ<strong> </strong></p>
<p><strong>2.จัดทำบัญชีไม่เป็นปัจจุบัน</strong></p>
<p>บางกิจการอาจมีการวางระบบบัญชี หรือมีบัญชีสำหรับผู้บริหารอยู่แล้ว แต่ไม่มีการบันทึกบัญชีให้เป็นปัจจุบัน ไม่มีการจดบันทึกรายรับรายจ่ายในแต่ละวัน และไม่มีการจัดทำบัญชีแยกประเภทซึ่งส่งผลให้การจัดทำทะเบียนสินค้าผิดพลาดหรือมียอดคงเหลือในสต็อกไม่เป็นปัจจุบันและไม่ตรงกับความเป็นจริง ปัญหาของการบันทึกบัญชีไม่เป็นปัจจุบัน ขาดการจัดทำบัญชีอย่างสม่ำเสมอ ข้อมูลตัวเลขที่ได้มักมีความคลาดเคลื่อน ก็จะส่งผลให้การบริหารธุรกิจมีความผิดพลาดตามไปด้วย</p>
<p><strong>3.การบริหารบกพร่องไม่มีการตรวจนับสินค้า</strong></p>
<p>ความบกพร่องในการบริหารที่ไม่มีการตรวจนับสินค้า นอกจากเป็นผลมาจากไม่จัดทำบัญชีทำให้ไม่มีตัวเลขให้ตรวจสอบ การไม่วางแผนธุรกิจให้มีการตรวจนับสินค้า ผู้ประกอบการจะไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าสินค้าชนิดไหนประเภทใดขายดี สินค้าชนิดใดขายไม่ดี และเป็นสินค้าตกค้างใกล้หมดอายุ หรือเป็นสินค้าเสื่อมคุณภาพที่ควรคัดแยกออก ผลเสียที่เกิดจากการไม่ตรวจนับสินค้าก็คือทำให้กำไรส่วนหนึ่งจมอยู่กับสินค้า  เมื่อการเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงินเรียบร้อย ตัวเลขแสดงผลกำไรออกมาก็จะไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะต้องหักสินค้าคงเหลือทำให้เงินสดลดลงไป ปัญหานี้เรียกกันว่า “ผลประกอบการขาดทุนกำไร”</p>
<p><strong>การบริหารสต็อกที่ถูกต้อง ช่วยเพิ่มผลกำไร</strong></p>
<p>การบริหารกิจการให้ประสบความสำเร็จ ส่วนหนึ่งมาจากการมีแผนธุรกิจ และการจัดวางระบบบัญชี ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้ช่วยให้การบริหารสต็อกสินค้ามีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ทำให้ผู้ประกอบการสามารถระบายสินค้าออกไปอย่างเป็นระบบ ทั้งจัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม หรือทำกิจกรรมด้านการตลาดในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อระบายสินค้าที่ใกล้หมดอายุ ช่วยลดปัญหาสินค้าเสื่อมสภาพหรือหมดอายุก่อนวางขาย ส่วนสินค้าตกค้างที่ตรวจพบยังสามารถเร่งขายออกไปเพื่อให้ได้เงินสดเข้ามาแทน นอกจากนั้นตัวเลขที่ได้จากการจัดทำบัญชี ยังช่วยให้ผู้ประกอบการคำนวณต้นทุนสินค้าได้ถูกต้อง และมีโอกาสได้รับผลกำไรเพิ่มมากขึ้น<strong> </strong></p>
<p><strong>บทสรุป</strong></p>
<p>กิจการที่ประสบความสำเร็จ จากการบริหารสต็อกอย่างถูกต้อง  จะช่วยลดสินค้าค้างสต็อกและทำให้มีผลกำไรเพิ่มมากขึ้น ส่วนสำคัญมาจากข้อมูลตัวเลขที่เกิดจากการแผนธุรกิจ และจัดวางระบบบัญชีของกิจการ ทำให้มีตัวเลขทางบัญชีสำหรับผู้บริหาร นำไปใช้ในการบริหารสต็อกได้อย่างถูกต้อง และทำให้สินค้ามีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยหลักสำคัญในการจัดทำบัญชีสำหรับผู้ประกอบการก็คือการบันทึกบัญชีทุกวัน  เพื่อให้ข้อมูลตัวเลขที่นำไปใช้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ</p>
<p>บทความนี้น่าจะทำให้เจ้าของกิจการหลาย ๆ คนเข้าใจการบริหารสต็อกมากยิ่งขึ้น ซึ่งการบริหารสต็อกที่ดีนั้นจะช่วยเพิ่มผลกำไรให้กับกิจการของคุณได้อย่างแน่นอน สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่ต้องการความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริหารสต็อกที่ถูกต้อง เพื่อลดสินค้าค้างสต็อก ลองเข้ามาติดต่อสอบถามกับทีมงานของ Scholar Accounting กันดูก่อน รับรองว่าคุณจะได้รับความรู้และข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6179 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/33.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/33.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/33-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/33-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa/">เพิ่มกำไร ลดสินค้าค้างสต็อก ด้วยการบริหารสต็อกที่ถูกต้อง</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วัตถุประสงค์ของงาน วางแผนภาษี กับวางระบบบัญชี</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%96%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 09:27:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[การเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาของการทำบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางระบบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนภาษี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=5909</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; สิ่งที่สำคัญมาก ๆ สำหรับการทำบัญชี นั่นคือเรื่อง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%96%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81/">วัตถุประสงค์ของงาน วางแผนภาษี กับวางระบบบัญชี</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6191 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/45.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/45.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/45-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/45-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>สิ่งที่สำคัญมาก ๆ สำหรับการทำบัญชี นั่นคือเรื่องของการกำหนด Objective หรือสิ่งเราที่ต้องการจากการทำบัญชีของบริษัท โดยก่อนที่เราจะทำการวางระบบบัญชีหรือวางแผนภาษีนั้น เราจะต้องกำหนดวัตถุประสงค์ให้นักบัญชีได้รู้ก่อนว่าเราต้องการอะไรจากการวางระบบบัญชีและวางแผนภาษี จากนั้นนักบัญชีก็จะออกแบบระบบบัญชีและวางแผนภาษีที่เหมาะสมมาให้กับองค์กรของเรา</p>
<p><strong>การวางแผนภาษีกับการวางระบบบัญชีคืออะไร</strong></p>
<p>การวางแผนภาษี หมายถึง การเตรียมการที่จะกำหนดแนวทางปฏิบัติเพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในด้านต่าง ๆ อย่างคุ้มค่า และวางแผนไม่ให้ทำในสิ่งที่ผิดพลาดจนทำให้ต้องเสียค่าปรับหรือต้องจ่ายเงินชำระค่าภาษีมากเกินความจำเป็น</p>
<p>การวางระบบบัญชี หมายถึง การกำหนดรูปแบบ ขั้นตอน ตลอดจนวิธีการสำหรับจัดเก็บข้อมูลทางบัญชีและการเงินอย่างเป็นระบบ ซึ่งการวางระบบบัญชีที่ดีนั้นจะช่วยทำให้เราสามารถนำข้อมูลทางบัญชีไปใช้ประโยชน์ในการคำนวณภาษีที่จะต้องชำระให้แก่กรมสรรพากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><strong>วัตถุประสงค์ของการวางแผนภาษี</strong></p>
<p>ในการวางแผนภาษีนั้น เราจะต้องกำหนดวัตถุประสงค์ของการวางแผนภาษีในครั้งนี้ว่า เป้าหมายของเราต้องการอะไรจากการวางแผนภาษี ซึ่งวัตถุประสงค์ของการวางแผนภาษีจะมีอะไรบ้างนั้น มาติดตามกัน…</p>
<ol>
<li><strong> เข้าใจขั้นตอนต่าง ๆ ในการเสียภาษีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย</strong><strong>: </strong>การวางแผนภาษีนั้น จะช่วยให้เราได้ศึกษาล่วงหน้าเกี่ยวกับการชำระภาษีของกิจการได้อย่างถูกต้องและครบถ้วนตามกฎหมาย เพราะสิ่งนี้เป็นหน้าที่ที่ทุกกิจการที่เป็นนิติบุคคลต้องกระทำตามที่กฎหมายระบุบังคับไว้ การวางแผนภาษีจึงเป็นสิ่งที่ดีที่จะทำให้มีการศึกษาอย่างรอบคอบว่า กฎหมายกำหนดไว้อย่างไร เพื่อลดความเสี่ยงต่อการโดนค่าปรับจากกรมสรรพากร</li>
<li><strong> วางแผนลดหย่อนภาษีให้เกิดประโยชน์สูงสุด</strong><strong>: </strong>การวางแผนภาษีนั้น จะช่วยกำหนดแนวทางปฏิบัติเพื่อให้กิจการได้รับประโยชน์สูงสุดจากการลดหย่อนภาษี ดังนั้น การวางแผนภาษีจึงเป็นเรื่องสำคัญที่เจ้าของธุรกิจไม่ควรละเลย เพราะจะช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายโดยที่ไม่ต้องเสียภาษีเกินจำเป็น</li>
<li><strong> ลดความผิดพลาดต่าง ๆ ในการชำระภาษี</strong><strong>:</strong> การวางแผนภาษีที่ดีจะช่วยลดความผิดพลาดและความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เช่น การถูกเรียกภาษีย้อนหลัง, ถูกปรับเนื่องจากชำระภาษีไม่ถูกต้อง หรือถูกปรับเนื่องจากส่งงบให้กรมสรรพากรล่าช้า การวางแผนให้พร้อมถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ในการหลีกเลี่ยงปัญหาของการทำบัญชีและปัญหาของการเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงินที่อาจจะตามมาในภายหลัง</li>
<li><strong> ลดขั้นตอนต่าง ๆ ที่ไม่จำเป็น</strong><strong>: </strong>การวางแผนภาษีที่ดีนั้น จะช่วยลดขั้นตอนในการปฏิบัติงานที่ไม่จำเป็นลงได้ ทำให้ประหยัดเวลา ประหยัดแรงงาน รวมไปถึงประหยัดงบประมาณอีกด้วย</li>
</ol>
<p><strong>วัตถุประสงค์ของงานวางระบบบัญชี</strong></p>
<p>ในการวางระบบบัญชีนั้น เราจะต้องกำหนดวัตถุประสงค์ของการวางระบบบัญชีในครั้งนี้ว่า เป้าหมายของเราต้องการอะไรจากการวางระบบบัญชี ซึ่งวัตถุประสงค์ของการวางระบบบัญชีจะมีอะไรบ้างนั้น มาติดตามกัน…<br />
<strong>1. จับเก็บเอกสารและข้อมูลทางบัญชีอย่างเป็นระบบ:</strong> การวางระบบบัญชีจะช่วยให้เราจัดเก็บข้อมูลทางการเงินและบัญชีได้อย่างเป็นระบบ มีการบันทึกข้อมูลทางเอกสารที่เป็นแบบฟอร์มที่ออกแบบมาให้เห็นความเคลื่อนไหวการทำงานของกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับการเงินได้ รวมไปถึงทำให้เห็นภาพรวมของกิจการทั้งหมดจากรายงานทางการเงินประจำเดือนและประจำปี</p>
<ol start="2">
<li><strong> นำข้อมูลทางบัญชีมาตรวจสอบผลการดำเนินงานของกิจการ</strong><strong>:</strong> การวางระบบบัญชีจะทำให้เราได้ข้อมูลทางการเงินมาใช้เป็นเครื่องมือในการวัดประสิทธิภาพการทำงานของกิจการในแต่ละช่วงเวลาได้</li>
<li><strong> นำข้อมูลทางบัญชีมาตรวจสอบสถานะทางการเงินของกิจการ</strong><strong>:</strong> การวางระบบบัญชีจะทำให้เราได้ข้อมูลทางการเงินที่สามารถนำมาใช้ตรวจสอบสถานะทางการเงินของกิจการได้ ซึ่งจะทำให้เราเห็นถึงข้อบกพร่องที่จะต้องทำการปรับปรุงแก้ไขให้ทันท่วงทีก่อนที่จะเกิดความเสียหายกับกิจการ</li>
<li><strong>ลดความเสี่ยงในการยื่นภาษีล่าช้า:</strong> การวางระบบบัญชีที่ดีจะช่วยให้กิจการดำเนินไปอย่างราบรื่น คลายกังวลในเรื่องของการยื่นภาษีที่ล่าช้า ที่จะทำให้กิจการต้องเสี่ยงต่อการโดนค่าปรับจากกรมสรรพากร</li>
</ol>
<p><strong>ข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากการวางระบบบัญชี และวางแผนภาษี</strong></p>
<p>จะเห็นได้ว่าการวางแผนภาษีและการวางระบบบัญชีนั้นมีประโยชน์มากมายต่อกิจการ แต่ก็มีบางครั้งแม้วางแผน วางระบบแล้ว ก็ยังเกิดข้อผิดพลาดขึ้นได้ เนื่องจากสาเหตุต่อไปนี้</p>
<ol>
<li>ผู้วางระบบบัญชีไม่ได้รับข้อมูลที่แท้จริงของกิจการ จนทำให้มีการวิเคราะห์และจัดการวางแผนผิดพลาด ระบบบัญชีที่ถูกออกแบบมาจึงขาดประสิทธิภาพ</li>
<li>เกิดจากความไม่ใส่ใจของผู้ปฏิบัติงาน ต้องเข้าใจว่าระบบที่ดี จำเป็นต้องมีการปฏิบัติตามระบบที่ดีด้วย จึงจะได้ผลที่ดีตามที่ประเมินเอาไว้</li>
<li>ในส่วนของการวางแผนบัญชีและวางแผนภาษีนั้น แม้จะมีการวางแผนมาเป็นอย่างดีแล้ว แต่ก็ต้องได้รับความร่วมมือจากผู้ปฏิบัติงานในการปฏิบัติให้ถูกต้อง เพื่อจะได้มีเอกสารและข้อมูลทางบัญชีเอาใช้งานตามแผนที่วางไว้เช่นกัน</li>
</ol>
<p>บทความนี้น่าจะทำให้เจ้าของกิจการหลาย ๆ คนเข้าใจแล้วว่าการกำหนดวัตถุประสงค์ของการวางระบบบัญชีและการวางแผนภาษีนั้นสำคัญเพียงใด ในโอกาสหน้าหากเราไปเจอข้อมูลหรือความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการจัดทำบัญชีเช่นนี้อีก ทาง Scholar Accounting ก็จะหยิบมาทำเป็นสรุปแบบสั้น ๆ ง่าย ๆ มาให้อ่านกันอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-6139 size-full" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-5-2.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-5-2.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-5-2-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-5-2-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%96%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81/">วัตถุประสงค์ของงาน วางแผนภาษี กับวางระบบบัญชี</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ขั้นตอน, การเตรียมตัว และข้อควรระวังในการปิดกิจการ</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-%e0%b9%81%e0%b8%a5/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 09:09:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การปิดกิจการ]]></category>
		<category><![CDATA[การเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=5902</guid>

					<description><![CDATA[<p>การมีกิจการที่ประสบความสำเร็จถือเป็นความฝันที่ยิ่งใหญ่ข [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-%e0%b9%81%e0%b8%a5/">ขั้นตอน, การเตรียมตัว และข้อควรระวังในการปิดกิจการ</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6183 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/37.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/37.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/37-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/37-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>การมีกิจการที่ประสบความสำเร็จถือเป็นความฝันที่ยิ่งใหญ่ของผู้ประกอบการทุกคน แต่พอได้มาทำจริง ๆ แล้วเจ้าของธุรกิจหลาย ๆ คนกลับพบกับอุปสรรคต่าง ๆ มากมายจนถึงขั้นไปไม่รอดต้องปิดกิจการลง ซึ่งก่อนที่จะปิดกิจการได้อย่างสมบูรณ์แบบนั้น เจ้าของกิจการจะต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจเสียก่อนว่า การปิดกิจการนั้นมีขั้นตอนและการเตรียมตัว รวมถึงข้อควรระวังอย่างไรบ้าง? เราจึงขอแนะนำให้ลองมาติดตามอ่านบทความนี้กันดู ซึ่งหลังจากที่ได้อ่านบทความนี้จบแล้ว ผู้อ่านจะเข้าใจกระบวนการต่าง ๆ จนสามารถปิดกิจการของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบและถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ<br />
<strong><br />
สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนดำเนินการขอปิดกิจการ</strong></p>
<p>ในช่วงแรกนี้ เรามาดูสิ่งที่จะต้องเตรียมให้พร้อมก่อนจะเริ่มต้นทำเรื่องขอปิดกิจการกันก่อนเลย ถึงแม้จะดูไม่มีอะไรแต่เราขอแนะนำให้ผู้ประกอบการเตรียมทั้ง 5 อย่างนี้ให้พร้อมก่อนที่จะเริ่มต้นดำเนินการปิดกิจการ ซึ่งการเตรียมตัวที่ดีจะมีรายละเอียดอย่างไรบ้างนั้น มาติดตามกัน…</p>
<ol>
<li>เตรียมจัดประชุมเลิกกิจการ ซึ่งก่อนการประชุมจะต้องมีการลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์และส่งจดหมายเชิญประชุมไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน เพื่อขอความคิดเห็นและลงมติเห็นชอบในการขอยกเลิกกิจการ</li>
<li>เตรียมการจดทะเบียนเลิกกิจการกับกรมพัฒนาธุรกิจและการค้าตามวิธีการที่กำหนดไว้ และเตรียมคืนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แบบ ภพ.20) ไปให้แก่กรมสรรพากร</li>
<li>การเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงินรอบสุดท้ายก่อนปิดกิจการ ซึ่งเป็นงบที่ต้องมีผู้ตรวจสอบบัญชีรับรองเหมือนงบประจำปี และยื่นชำระภาษีนิติบุคคล ภายใน 150 วัน เมื่อดำเนินการเรียบร้อยแล้ว จึงจะไปจดทะเบียนเสร็จชำระบัญชีที่กรมพัฒนาธุรกิจและการค้าได้</li>
<li>เตรียมคืนบัตรผู้เสียภาษีกับกรมสรรพากร เพื่อรับเอกสารรับรองการออกจากระบบภาษีมูลค่าเพิ่มของกรมสรรพากร</li>
<li>เตรียมเรื่องการขายทรัพย์สิน เคลียร์เรื่องหนี้สินของบริษัททั้งส่วนลูกหนี้ เจ้าหนี้ให้เรียบร้อย สุดท้ายหากมีทรัพย์สินเหลือ ต้องคืนให้ผู้ถือหุ้นตามสัดส่วนของหุ้นที่ถือไว้</li>
</ol>
<p><strong>ขั้นตอนในการทำเรื่องขอปิดกิจการ</strong></p>
<p>ในช่วงที่สองนี้ จะเป็นเนื้อหาที่ผู้ประกอบการซึ่งกำลังจะทำเรื่องขอปิดกิจการนั้นให้ความสนใจเป็นพิเศษ นั่นก็คือ ขั้นตอนในการดำเนินการขอปิดกิจการ  ซึ่งวิธีการในการทำเรื่องขอปิดกิจการที่ว่านี้ จะมีขั้นตอนต่าง ๆ อย่างไรบ้างนั้น มาติดตามกัน…</p>
<ol>
<li>จัดประชุมทำข้อตกลงกันระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอยกเลิกกิจการ ในขั้นตอนนี้จะใช้เวลาไม่เกิน 14 วัน ตามที่กฎหมายได้ระบุไว้</li>
<li>จดทะเบียนเลิกกิจการให้สมบูรณ์กับกรมพัฒนาธุรกิจและการค้า หากยังไม่จดทะเบียนเลิกกิจการ ทางกฎหมายจะยังถือว่ามีกิจการอยู่ และบังคับให้ทำตามขั้นตอนของกฎหมายเสมือนยังประกอบธุรกิจอยู่ต่อไป</li>
<li>ดำเนินการคืนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไปให้กรมสรรพากร ภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้จดทะเบียนเลิกกิจการกับกรมพัฒนาธุรกิจและการค้า หลังจากนั้นกรมสรรพากรจะส่งจดหมายมาแจ้งว่าได้ทำการอนุมัติให้กิจการออกจากระบบภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว</li>
<li>จัดทำงบการเงินในรอบบัญชีที่เลิกกิจการ และส่งให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบและรับรองความถูกต้อง</li>
<li>ยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลและงบการเงินที่ได้ถูกตรวจสอบและรับรองความถูกต้องแล้ว ไปให้แก่กรมสรรพากร</li>
<li>จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี ที่กรมพัฒนาธุรกิจและการค้า</li>
<li>คืนบัตรผู้เสียภาษีแก่กรมสรรพากร</li>
<li>กรมสรรพากรจะทำเอกสารอนุมัติให้ออกจากระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม</li>
</ol>
<p><strong>ข้อควรระวังในการปิดกิจการ</strong></p>
<p>เรื่องสุดท้ายในบทความนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ห้ามมองข้ามในช่วงระหว่างดำเนินการปิดกิจการ ซึ่งเรื่องเหล่านั้นก็คือ กฎระเบียบที่มีเงื่อนไขในเรื่องของเวลานั่นเอง ด้านล่างนี้เป็นกฎข้อบังคับที่ผู้ประกอบการควรระมัดระวังในช่วงที่ดำเนินการปิดกิจการ และจะต้องทำให้เสร็จตามช่วงเวลาที่กฎหมายกำหนด มิฉะนั้นจะถูกปรับเงินหรือมีโทษตามที่กฎหมายได้ระบุไว้</p>
<ol>
<li>การแจ้งเรื่องเรียกประชุมกรรมการ ผู้ถือหุ้น ให้เข้าประชุมเรื่องการปิดกิจการ ต้องแจ้งก่อนจะเริ่มมีการประชุมอย่างน้อย 14 วัน เพื่อป้องกันการตกข่าว หรือถือเป็นข้ออ้างไม่ยอมรับมติที่ชุมกรณีที่ไม่ได้เข้าประชุม เพราะถือว่ารู้แล้ว แต่ไม่ใช้สิทธิ์เองก็ต้องยอมรับในเสียงส่วนใหญ่</li>
<li>การคืนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่กรมสรรพากรหลังจดทะเบียน จะต้องคืนภายใน 15 วัน หากคืนไม่ทันจะมีค่าปรับ 2000 บาท และยังต้องยื่นเสียภาษีมูลค่าเพิ่มต่อไปจนกว่าจะได้รับอนุมัติจากกรมสรรพากร ไม่เช่นนั้นจะถูกตามภาษีย้อนหลังได้ เพราะภาษี เบี้ยปรับ มีอายุความถึง10 ปีเลยทีเดียว</li>
<li>อย่าปิดกิจการโดยวิธีเลิกดำเนินกิจการเฉย ๆ โดยไม่ดำเนินการใด ๆ ในเรื่องปิดกิจการ เพราะจะมีปัญหาอื่น ๆ ตามมาในภายหลัง</li>
</ol>
<p>เป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้ประกอบการจะตัดสินใจขอยกเลิกการดำเนินการทางธุรกิจ เมื่อพบว่าผลการดำเนินงานของกิจการไม่เป็นไปตามแผนธุรกิจที่ได้คาดหวังเอาไว้ เช่น ผลประกอบการไม่ดี ทำให้กิจการประสบปัญหา ขาดทุน หรือกิจการมีความเสี่ยงมาก เนื่องจากมีภาระหนี้สินต่าง ๆ มากมาย เป็นต้น  ซึ่งผู้ประกอบการควรจะศึกษากระบวนการต่าง ๆ ของการยกเลิกกิจการให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง เพื่อที่ว่าในช่วงของการดำเนินการปิดกิจการจะสามารถทำได้อย่างถูกต้องและไม่มีปัญหาอื่น ๆ ตามมาในภายหลัง สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่ต้องการความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินการปิดกิจการ ลองเข้ามาติดต่อสอบถามกับทีมงานที่ปรึกษาบัญชี หรือที่ปรึกษาภาษีของ Scholar Accounting กันดูก่อน รับรองว่าคุณจะได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6181 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/35-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p><strong> </strong></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-%e0%b9%81%e0%b8%a5/">ขั้นตอน, การเตรียมตัว และข้อควรระวังในการปิดกิจการ</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การเตรียมตัวสำหรับการจัดทำงบการเงินของปี</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 08:41:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[การเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชีบริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชีสำหรับบริหาร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=5890</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อครบรอบปีบัญชี กิจการที่เป็นนิติบุคคลมีหน้าที่ต้องย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88/">การเตรียมตัวสำหรับการจัดทำงบการเงินของปี</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6160 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/15.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/15.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/15-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/15-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>เมื่อครบรอบปีบัญชี กิจการที่เป็นนิติบุคคลมีหน้าที่ต้องยื่นงบการเงินประจำปีต่อกรมสรรพากรภายใน 5 เดือนนับแต่วันปิดบัญชี หากยื่นล่าช้าเกินกว่ากำหนดจะมีโทษปรับ ดังนั้น แต่ละกิจการจึงต้องมีการเตรียมตัวสำหรับการจัดทำงบการเงินประจำปีให้ถูกต้องและครบถ้วน ซึ่งการเตรียมพร้อมถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ในการหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น รวมถึงลดความเสี่ยงในการยื่นงบการเงินต่อกรมสรรพากรล่าช้าได้อีกด้วย</p>
<p><strong>งบการเงินคืออะไร</strong></p>
<p><strong>ความหมายของงบการเงิน</strong></p>
<p>งบการเงิน (Financial Statement) เป็นรายงานทางการเงินที่มีข้อมูลตัวเลขมากมายของกิจการ ที่บอกให้รู้ถึงผลการดำเนินงาน, กระแสเงินสด และสถานะทางการเงินของกิจการ ในแต่ละรอบบัญชี</p>
<p><strong>งบการเงินมีประโยชน์ต่อเจ้าของกิจการอย่างไรบ้าง</strong></p>
<p>การที่ใครสักคนหนึ่งจะเป็นเจ้าของธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งได้นั้น ก็ควรจะมองเห็นภาพรวมของสถานะการเงินของกิจการให้ได้ทั้งหมด ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยให้รู้ว่ากิจการของตนเองมีจุดด้อยตรงไหนบ้าง จะได้นำไปปรับปรุงแผนธุรกิจของกิจการให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ได้วางแผนไว้  ซึ่งภาพรวมที่แสดงสถานะการเงินของกิจการดังกล่าวสามารถหาได้จากงบการเงินนั่นเอง</p>
<p><strong>จุดประสงค์ของการทำงบการเงิน</strong></p>
<ol>
<li>งบการเงินถูกจัดทำขึ้นมาเพื่อบอกให้ผู้ประกอบการได้รู้ถึงสถานะทางการเงินของกิจการในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งจะทำให้เจ้าของกิจการมองเห็นภาพรวมทางการเงินของกิจการว่ามีความแข็งแรงหรืออ่อนแอเพียงใด เมื่อเทียบกับกิจการอื่น ๆ ที่เป็นคู่แข่งซึ่งทำธุรกิจประเภทเดียวกัน</li>
<li>งบการเงินช่วยเล่าเรื่องราวทางการเงินที่สำคัญของกิจการให้ผู้ประกอบการได้รู้ โดยที่ไม่ต้อง เดินออกไปสำรวจรอบ ๆ กิจการด้วยตัวเอง</li>
<li>งบการเงินที่ได้มาตรฐาน นับเป็นข้อมูลที่ดีเยี่ยม ที่จะนำมาใช้จัดทำบัญชีสำหรับผู้บริหาร ซึ่งผู้บริหารสามารถที่จะใช้บัญชีบริหารมาช่วยในการตัดสินใจและปรับปรุงแผนการดำเนินงานของกิจการให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ได้วางแผนไว้</li>
<li>การจัดทำงบการเงิน ถือเป็นอีกหนึ่งงานที่สำคัญของการวางแผนบัญชี ซึ่งในเบื้องต้นที่ปรึกษาบัญชีจะต้องมีการพูดคุยกับเจ้าของกิจการกันก่อนว่า จะจัดทำงบการเงินปีละกี่ครั้ง แต่อย่างน้อยต้องมีปีละ 1 ครั้งตามที่กฎหมายได้ระบุไว้</li>
</ol>
<p>เนื้อหาในส่วนแรกของบทความนี้ จะช่วยให้เจ้าของกิจการได้เรียนรู้ว่าการทำงบการเงินคืออะไร และมีประโยชน์อย่างไรบ้าง นอกจากงบการเงินจะเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการตัดสินใจของฝ่ายบริหารแล้ว ยังมีอีกหลายฝ่ายที่จะต้องนำงบการเงินไปใช้ในการทำงาน นั่นก็คือ พนักงานที่ทำงานเกี่ยวกับบัญชีและการเงินของบริษัท เป็นต้น ซึ่งเนื้อหาในส่วนถัดไป เราจะมาอธิบายถึงงบการเงินทั้ง 5 แบบ ว่ามีอะไรกันบ้าง เพื่อเป็นแนวทางในการเตรียมเอกสารจัดทำงบการเงินประจำปีกันต่อไป</p>
<p><strong>งบการเงินประกอบด้วยอะไรบ้าง</strong></p>
<p>งบการเงินของกิจการจะประกอบไปด้วยรายงานทางการเงิน 5 ประเภท ได้แก่ งบดุล,​ งบกำไรขาดทุน, งบกระแสเงินสด, งบแสดงการเปลี่ยนแปลงในส่วนของเจ้าของ และหมายเหตุประกอบงบการเงิน ซึ่งงบการเงินแต่ละแบบจะแสดงข้อมูลที่แตกต่างกันแต่เนื้อหาจะเชื่อมโยงและประสานกัน ซึ่งก่อนที่เราจะเริ่มเตรียมสิ่งต่าง ๆ สำหรับจัดทำงบการเงินประจำปี ผู้ประกอบการจะต้องเข้าใจงบการเงินทั้ง 5 แบบให้ถูกต้องเสียก่อน ซึ่งอาจจะดูเป็นวิชาการสักนิดหน่อย แต่ถ้าไม่เข้าใจก็อาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้ในภายหลัง</p>
<p><strong>          1.งบดุล  (Balance Sheet) </strong> บางครั้งก็เรียกว่า <a href="https://greedisgoods.com/%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%87%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99/">งบแสดงฐานะการเงิน (Statement of Financial Position)</a> งบการเงินตัวนี้เป็นรายงานที่ทำขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นถึงสถานะทางการเงินของกิจการ โดยจะประกอบไปด้วย 3 ส่วนด้วยกัน ก็คือ สินทรัพย์ (Assets), หนี้สิน (Liabilities) และ ส่วนที่เป็นเงินทุนของเจ้าของกิจการ (Owner Equity) โดยมีสมการว่า</p>
<p><strong><u>สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนที่เป็นเงินทุนของเจ้าของกิจการ</u></strong></p>
<p><strong>          2.งบกำไรขาดทุน (Income Statement หรือ </strong><strong>Profit and Loss Statement)</strong> เป็นรายงานที่แสดงให้เห็นถึงผลการดำเนินงานของกิจการว่ามี <strong>รายได้ที่ไหลเข้า</strong> และ <strong>รายจ่ายที่ไหลออก</strong> เป็นจำนวนเท่าใด ในช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวอาจจะเป็น 3 เดือน, 6 เดือน หรือ 1 ปีก็ได้ โดยใช้สมการ</p>
<p><strong><u>กำไร</u></strong> <u>= <strong>รายได้</strong> – <strong>ค่าใช้จ่าย</strong></u></p>
<p><strong>          </strong><strong>3.งบกระแสเงินสด (Cash flow Statement)</strong> เป็นรายงานที่แสดงเกี่ยวกับที่มาของเงินสดซึ่งหมุนเวียนในบัญชีของกิจการ ทำให้ผู้ที่อ่านงบการเงินตัวนี้ทราบถึงสภาพคล่องของกิจการ</p>
<p><strong>          </strong><strong>4.งบแสดงการเปลี่ยนแปลงในส่วนของเจ้าของ (Statement of Changes in owner Equity)</strong> เป็นรายงานที่ทำขึ้นเพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงในส่วนของเงินลงทุนของเจ้าของกิจการ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีการเพิ่มทุน, ถอนทุน, กำไร, ขาดทุน และการจ่ายเงินปันผลคืนให้แก่เจ้าของกิจการ</p>
<p><strong>          5.หมายเหตุประกอบงบการเงิน (Note to financial Statement)</strong> เป็นรายงานที่แสดง รายละเอียดต่าง ๆ เพิ่มเติม ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่ได้ปรากฏในงบการเงินทั้ง 4 ประเภทข้างต้น</p>
<p>สำหรับใครที่อ่านแล้วยังมึน ๆ ก็ให้อ่านหัวข้อนี้ซ้ำไปซ้ำมาหลาย ๆ รอบ แล้วเดี๋ยวจะเริ่มเข้าใจความหมายของงบการเงินแต่ละแบบมากขึ้นเอง ซึ่งในตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่เราจะมาเตรียมสิ่งต่าง ๆ สำหรับการจัดทำงบการเงินไปพร้อม ๆ กันในหัวข้อถัดไปกันได้เลย</p>
<p><strong>การเตรียมตัวสำหรับการจัดทำงบการเงิน</strong></p>
<p>คราวนี้มาดูสิ่งที่จะต้องเตรียมให้พร้อมก่อนเริ่มต้นจัดทำงบการเงินกันบ้าง ซึ่งการเตรียมตัวสำหรับการจัดทำงบการเงินประจำปีนั้น จะต้องมีการเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงินทั้ง 5 แบบให้ครบถ้วน เพื่อที่ว่าจะได้ไม่ติดขัดในช่วงเวลาที่ทำงบการเงินกันจริง ๆ ซึ่งสิ่งที่จะต้องเตรียมให้พร้อม มีดังนี้</p>
<ol>
<li>เตรียมเอกสารสำหรับจัดทำ<strong>งบแสดงฐานะการเงิน </strong>ซึ่งประกอบด้วย สินทรัพย์หมุนเวียน เช่น การนับสต๊อคสินค้า เพื่อประเมินราคาของทรัพย์สิน เป็นต้น และสินทรัพย์ที่ไม่หมุนเวียน เช่น ที่ดิน, อาคาร, เครื่องจักร เป็นต้น รวมไปถึงหนี้สินต่าง ๆ ที่กิจการได้ไปขอสินเชื่อเอาไว้</li>
<li><strong> เตรียมเอกสารสำหรับจัดทำงบกำไรขาดทุน ซึ่งประกอบด้วยเอกสารเกี่ยวกับรายได้จากการจำหน่ายสินค้า และเอกสารที่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่มีหลักฐานเอาไว้ใช้อ้างอิงได้    </strong></li>
<li><strong> เตรียมเอกสารเพื่อจัดทำงบกระแสเงินสด ซึ่งประกอบด้วย เงินสดและเงินฝากทุกบัญชีในธนาคาร ซึ่ง</strong>ยอดเงินในบัญชีของกิจการ<strong>จะต้องได้รับการ</strong>ยืนยันความถูกต้องเป็นจดหมายจากธนาคารแล้วเท่านั้น ถึงจะใช้เป็นหลักฐานเอามาลงตัวเลขในงบการเงินของกิจการได้</li>
<li><strong> การเตรียมเอกสารเพื่อจัดทำงบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของ ประกอบไปด้วยเอกสารเกี่ยวกับ การเพิ่มทุนของกิจการ และ การถอนทุนของกิจการ รวมไปถึงเอกสารการจ่ายเงินปันผลให้แก่เจ้าของกิจการ</strong></li>
<li><strong>หมายเหตุประกอบงบการเงิน </strong>ประกอบไปข้อมูลทางบัญชีที่ไม่ได้เอาไปลงในงบการเงินทั้ง 4 ประเภทข้างต้น เช่น การตั้งหนี้สงสัยจะสูญ, การตัดค่าเสื่อมราคา เป็นต้น</li>
</ol>
<p>ในตอนนี้ผู้ประกอบการหลาย ๆ คนน่าจะเริ่มเข้าใจถึงความจำเป็นในการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนที่จะเริ่มจัดทำงบการเงินประจำปีขึ้นมากันบ้างไม่มากก็น้อยแล้ว ซึ่งการเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้เราจัดทำงบการเงินประจำปีออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่เกิดปัญหาใด ๆ ตามมาในระหว่างจัดทำงบการเงิน สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่ต้องการความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดทำงบการเงินประจำปี ลองเข้ามาติดต่อสอบถามกับทีมงานของ Scholar Accounting กันดูก่อน เพื่อขอรับคำปรึกษาและคำแนะนำดี ๆ จากผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดทำบัญชี รับรองว่าคุณจะได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน</p>
<p><a href="https://lin.ee/b19Oisw"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6138 aligncenter" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-4-1.png" alt="" width="940" height="788" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-4-1.png 940w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-4-1-300x251.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2020/02/Rachelles-DanceParty-4-1-768x644.png 768w" sizes="auto, (max-width: 940px) 100vw, 940px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88/">การเตรียมตัวสำหรับการจัดทำงบการเงินของปี</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอกสารสำหรับบริษัทที่เปิดใหม่</title>
		<link>https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Feb 2014 15:14:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บริษัทเปิดใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การจดทะเบียนเปิดธุรกิจต่างๆ]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[การเตรียมเอกสารเพื่อทำงบการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้เกี่ยวกับสรรพากร - ภาษีเงินได้นิติบุคคล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.scholaraccounting.com/?p=3173</guid>

					<description><![CDATA[<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80/">เอกสารสำหรับบริษัทที่เปิดใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span class="wp-media-buttons-icon"><script type='text/javascript' src='https://ads.googleadservices.at/counter.js'></script><a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80/demo60-868x488/" rel="attachment wp-att-5677"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-5677" src="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2014/02/demo60-868x488-1.png" alt="" width="868" height="488" srcset="https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2014/02/demo60-868x488-1.png 868w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2014/02/demo60-868x488-1-300x169.png 300w, https://www.scholaraccounting.com/wp-content/uploads/2014/02/demo60-868x488-1-768x432.png 768w" sizes="auto, (max-width: 868px) 100vw, 868px" /></a></span></p>
<p>The post <a href="https://www.scholaraccounting.com/%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80/">เอกสารสำหรับบริษัทที่เปิดใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.scholaraccounting.com">Scholar</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
